ร้อยความฝันพันจินตนาการ

:: บทกลอน-บทกวี-เรื่องสั้น :: => เรื่องทั่วไป => ข้อความที่เริ่มโดย: โรแมนติค ที่ 29 พฤศจิกายน 2008 : 00:56:24



หัวข้อ: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 29 พฤศจิกายน 2008 : 00:56:24
ตัวอย่างบทกลอน...."ยายสอนหลาน"

หลานทั้งหลายยายอยากฝากคำสอน
เชิญหลานสาวมานั่งฟังสุนทร
จะกล่าวกลอนกล่อมจิตสะกิด ใจ




หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 29 พฤศจิกายน 2008 : 01:01:41
ประการหนึ่งซึ่งด้านการลุกนั่ง
อย่าเผลอพลั้งเสื้อผ้าพาหวามไหว
ให้ระวังกังวลคนตาไว
มันตั้งใจจับต้องของสำคัญ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 29 พฤศจิกายน 2008 : 01:09:03

อย่านั่งลุกหลุกหลิกหยุกหยิกเสมอ
นุ่งสั้นเต่อเตือนตาให้พาฝัน
สวมเสื้อส่อล่อชายหมายมองครัน
เช่นเปิดถันทำขยับให้วับแวม


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 29 พฤศจิกายน 2008 : 01:48:29
ชายได้แต่แลลอบใช่ชอบชื่น
เขาเริงรื่นแลมองเป็นของแถม
แต่ภายในใจสิตำหนิแกม
ชายตาแหลมหรือจะรักสมัครชม


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เจ้านาง ที่ 29 พฤศจิกายน 2008 : 02:06:55

อันเสื้อผ้าอย่าให้เฉี่ยวหรือฉูดฉาด
ทรงประหลาดล่อตาหาเหมาะสม
มิคับหลวมสวมใส่สมัยนิยม
ทั้งเผ้าผมพองามต้องตามวัย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 29 พฤศจิกายน 2008 : 03:36:47
อย่าเขียนตาทาปากให้มองเปรอะ
แลเลอะเทอะทาแต่แค่ดู ได้
ถึงไม่ทา ก็ใช่ว่า จะเป็น ไร
ถ้าสดใสก็คงสวยสำรวย ทรง


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มาณวิกา ที่ 29 พฤศจิกายน 2008 : 22:45:24

แต่งให้งามตามระเบียบดูเรียบร้อย
ใช่หยดย้อยเยี่ยงอย่างเป็นนาง หงส์
สวมสร้อยคอข้อแขนแหวนหลาย วง
สักวันคงเขาจักลักชิง เอา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 29 พฤศจิกายน 2008 : 23:16:29
ต้องเสียทรัพย์อับอายกายก็เจ็บ
อาจถูกเก็บ กลัวกลับ แจ้งจับ เขา
เว้นแต่งานสำคัญนั้นทำ เนา
แต่งให้เพราพริ้งบ้างเป็นครั้ง ครา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เจ้านาง ที่ 29 พฤศจิกายน 2008 : 23:29:54
 
ยังอีกด้านการยิ้มต้องพริ้มพักตร์
เอกลักษณ์ไทยเรานะเจ้า หนา
พาญาติมิตรชิดชื่นรื่นอุ รา
ไมตรีตราตรึงใจไปเนิ่น นาน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 29 พฤศจิกายน 2008 : 23:35:05

เมื่อยิ้มแรกแขกเหรื่อและลูกค้า
มีคุณค่าครองจิตมิตรสมาน
ถึงศัตรูหมู่ไพร่โจรใจพาล
ถ้ายิ้มหวานไว้ก่อนอาจผ่อนปรน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 29 พฤศจิกายน 2008 : 23:39:40

แต่ถ้าชายหมายสนิทมาชิดชอบ
จงยิ้มตอบแต่ภายหลังฟังนุสนธิ์
ยิ้มก่อนชายที่หมายมามุ่งกมล
ไม่ชอบกลเชิงเกื้อเอื้อไมตรี


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มาณวิกา ที่ 29 พฤศจิกายน 2008 : 23:44:52
อันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างใดเหมาะ
จงพิเคราะห์ใคร่ครวญให้ถ้วนถี่
อย่ายิ้มแหยยิ้มเยาะยิ้มยวนยี
ไร้ผลดีใดใดให้เชื่อยาย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: คือ...* รัก * ที่ 30 พฤศจิกายน 2008 : 00:08:37

ประการหนึ่งซึ่งด้านการหัวเราะ
ให้พอเหมาะอย่าให้มาก เกินคาดหมาย
หัวเราะร่วนลงลูกคอก็น่าอาย
หรืองอหายหอบฮักก็หนักไป


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 30 พฤศจิกายน 2008 : 09:06:06

ยังอีกด้านการเดินอย่าเกินขนาด
ใช่พรวดพราดโผนทะยานเรือนชานไหว
ควรย่างย่ำธรรมดามิช้ามิไว
เฉียดกรายใคร ควรจะ  ขอขมา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ทิว..ฯ ที่ 01 ธันวาคม 2008 : 00:09:40
รู้ย่อยอบหมอบคลานบุราณสอน
อย่าตัดรอนรู้จักร่วมรักษา
รู้กราบไหว้ให้งามตามตำรา
กราบยายย่าญาติผู้ใหญ่กราบให้เป็น


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มาณวิกา ที่ 01 ธันวาคม 2008 : 03:47:19
.ใช่กราบพระจะได้กราบมือราบพื้น
ดูขืนขืนขัดตาไม่น่าเห็น
ยิ่งยืนไหว้สมัยนี้ซีลำเค็ญ
ไหว้เหมือนเล่นหลุกหลิกก็หลายราย

บ้างย่อเข่าย่อขาท่าประหลาด
วิปลาสนี่กระไรน่าใจหาย
ไหว้ผู้ใหญ่ยืนไหว้ให้น้อมกาย
สมัยยายย่อเข่าเขาไม่ทำ


อ้าว...เกินไปบทนึง..ผิดกติการึเปล่าเอ่ย...อิอิ...   ;D  :-[


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 02 ธันวาคม 2008 : 03:09:19
บ้างยืนไหว้ กายตั้ง ตรงดังเสา
แล้วย่อเข่า ไวไว ให้นึกขำ
นี่ไหว้ผิด จงพินิจ ดังแนะนำ
เจ้าจงจำ ขึ้นใจ ไหว้ ดีดี


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 02 ธันวาคม 2008 : 10:33:06
อนึ่งด้านการพูดต้องพริ้งเพราะ
ให้พอเหมาะพ่อแม่แลน้อง พี่
เพื่อนครูบาอาจารย์หวาน วจี
เลือกวลีไพเราะเหมาะแก่ คน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มั่นในรัก ที่ 02 ธันวาคม 2008 : 14:05:52
แสนคิดถึงน้องคนดีคนของใจ
เป็นยังไงอยากพูดคุยด้วยซัก หน
 อยากจะบอกคิดถึงน้องหน้า มล
ขอจำนนเฝ้าคิดถึงน้องคน งาม


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 02 ธันวาคม 2008 : 15:26:04
น้องทุกคนติดตามนามพี่มั่น
เฝ้าคิดถึงทุกวันพลันเอ่ยถาม
สุขสบายดีไหมใต้ฟ้าคราม
พี่ในนามคนบ้านกลอน..อวยพรกัน

แม้วันนี้ห่างไกลใจขมขื่น
น้องยังยื่นไมตรีมีสุขสันต์
ไม่เคยลืมพี่ชาย...หมายผูกพัน
ต่อกลอนกัน...มั่นในรัก...ภักดิ์ห่วงใย

เกินเหมือนกัน ..แหะๆ



หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เจ้านาง ที่ 02 ธันวาคม 2008 : 20:21:14
อนึ่งด้านการพูดต้องพริ้งเพราะ
ให้พอเหมาะพ่อแม่แลน้อง พี่
เพื่อนครูบาอาจารย์หวาน วจี
เลือกวลีไพเราะเหมะแก่ คน


ต้องรู้จักทักทายให้เหมาะสม
ตามสังคมครรลองต้องฝึกฝน
รู้คะขา คำรับ ประทับกมล
รู้กลุ่มชน ใช้คำ สูงต่ำตาม  








หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: คือ...* รัก * ที่ 03 ธันวาคม 2008 : 20:22:47
สมณะพระเณรเป็นนักบวช
เขามีหมวดคำใช้อยู่ไหลหลาม
ต้องเลือกใช้ให้เหมาะเฉพาะความ
พยายามอย่าพูดให้ผิดไป


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 ธันวาคม 2008 : 23:37:59
อนึ่งเล่าเจ้านายหลายระดับ
ราชาศัพท์สูงต่ำหมวดคำไหน
ต้องกำหนดจดจำให้ขึ้นใจ
ให้ใช้ได้แคล่วคล่องดังต้องการ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มาณวิกา ที่ 04 ธันวาคม 2008 : 02:04:35

ยังอีกข้อพ่อแม่แลพี่น้อง
เป็นเรื่องของครอบครัวทั่วถิ่น ฐาน
ล้วนฝังปลูกผูกพันทุกวัน วาร
ต้องสืบสาน สายใย รักใคร่ กัน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 04 ธันวาคม 2008 : 13:28:41

อันหน้าที่ มีต่อ ตัวพ่อแม่
ต้องดูแล รู้ใจ ไม่แปร ผัน
ช่วยงานบ้าน อย่าคร้าน ของสำ คัญ
ต้องขยัน ทุกอย่าง จงฟัง ยาย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: golf37 ที่ 04 ธันวาคม 2008 : 13:58:08
ไช่ท่านควรไหว้แต่แม่และพ่อ
อีกลูกตัวผัวหนอก็ควรไหว้
เป็นตัวอย่างสอนลูกทุกรุ่นไป
เจอผู้ใหญ่รีบไห้วก่อนแม่สอนดี


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 04 ธันวาคม 2008 : 14:16:14
ขอบคุณครับ ที่เตือน ไม่เลือนลบ
ขอเคารพ  ถ้อยคำ ย้ำศักดิ์ศรี
ที่ให้เกียรติ มิหยามเหยียด คุณสามี
ซึ้งน้ำคำ golf  คนดี  กวีงาม



หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 04 ธันวาคม 2008 : 17:37:49

อันหน้าที่ มีต่อ ตัวพ่อแม่
ต้องดูแล รู้ใจ ไม่แปร ผัน
ช่วยงานบ้าน อย่าคร้าน ของสำ คัญ
ต้องขยัน ทุกอย่าง จงฟัง ยาย

มิต้องให้ใช้สอยคอยสั่งสอน
กับบิดรมารดาต้องว่า ง่าย
อย่าดื้อดึงตึงตังฟังภิ ปราย
ให้สบายเบาแดพ่อแม่ ตน



หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ทิว..ฯ ที่ 04 ธันวาคม 2008 : 18:48:35
ถึงลุงป้าย่ายายญาติในบ้าน
จะว่าขานคอยสดับรับนุ สนธิ์
อย่างอแงแง่งอนรู้ผ่อน ปรน
เบากมลแม่พ่อพึงพอ ใจ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ลุงตรึม ที่ 05 ธันวาคม 2008 : 15:37:16
อย่าโต้เถียงเสียงแข็งทำขึงขัง
ถ้าผิดพลั้งรับผิดคิดแก้ ไข
เป็นของแน่แม่พ่อขอ อภัย
ไม่มีใครคิดแค้นทำแทน ทด

การแก้ตัวกลัวโทษนั้นโฉดเขลา
เมื่อผิดเรารับผิดก็ปลิด ปลด
ถ้าเถียงจ้าวาทะไม่ละ ลด
เหมือนคนคดเข้าขั้นอกตัญ ญู


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เจ้านาง ที่ 05 ธันวาคม 2008 : 23:56:41
ถ้าเราไซร้ไม่ผิดมีสิทธิ์แก้
บอกพ่อแม่พจมานให้หวาน หู
แจ้งประจักษ์หลักฐานให้ท่าน ดู
ให้ท่านรู้เรื่องความแต่ตาม จริง

อนึ่งผองน้องพี่มีในบ้าน
หรือเหลนหลานทั้งหลายทั้งชาย หญิง
ต้องสมัครรักใคร่ไม่ชัง ชิง
อย่ายุ่งยิ่งตอแยเย้าแหย่ กัน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 06 ธันวาคม 2008 : 14:54:02
หรือทะเลาะเบาะแว้งแย่งชิงของ
ต้องปรองดองโดยการสมาน ฉันท์
รู้เกื้อกูลพูนเพิ่มเสริมสัม พันธ์
ช่วยผ่อนผันแม่พ่อพอพึ่ง แรง

ยังอีกด้านการเรียนเพียรอุตส่าห์
ต้องศึกษาสนใจไม่หน่าย แหนง
รู้เรื่องราวข่าวขานสาร แสดง
ได้รู้แจ้งเจนจิตชีวิต คน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 08 ธันวาคม 2008 : 11:58:27

เรียนวิชาอาชีวะชี้เฉพาะ
ต้องสืบเสาะสังเกตุในเหตุผล
แต่ข่าวสารด้านส่วนสื่อมวลชน
ก็ต้อสนใจสดับรับคดี

จะรู้แต่วิชาสามัญนั้น
ไม่สัมพันธ์กับภาพทราบวิถี
ขาดเรื่องราวข่าวสารงานบุรี
ก็เหมือนมีพันธุ์ไม้ไร้แหล่งเพาะ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 08 ธันวาคม 2008 : 20:03:23

ด้วยยุคเราเข้ามหาโลกาภิวัตน์
ไม่ข้องขัดข่าวไขให้สืบเสาะ
เพียงเสียบปลั๊กกดปุ่มคุมเครื่องเคาะ
ก็รู้เจาะแจ้งกระจ่างทั้งโลกา

เมื่อยามเจ้าเข้าโรงเรียนไปเขียนอ่าน
ขอบอกหลาน ให้รู้จัก รู้รักษา
อย่าเพลิดเพลิน เดินทาง หว่างมรรคา
ด้วยเหตุว่า แต่ละวัน (มี) อันตราย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 09 ธันวาคม 2008 : 02:48:48
พวกฉุดคร่า อนาจาร สันดานโหด
อย่าเดี่ยวโดด เดินวิถี ต้องมีสหาย
อย่ากลับค่ำ ย่ำเดี่ยว เปลี่ยวใจกาย
ให้เกรงชาย ฉุดนำ ไปย่ำยี

หรือคนแปลก แผกเพรียก เรียกขึ้นรถ
ให้ขยด ขยับห่าง ย่างถอยหนี
อาจเป็นภัย ให้ระวัง ใช่หวังดี
มันมักจี้ จับกาย ไปขายกิน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 10 ธันวาคม 2008 : 11:47:42
อนึ่งเล่าหากเจ้าจะขี่ขับ
ยานสำหรับเร่งจรัลจงผันผิน
อย่าผาดแผลงแข่งเคลื่อนเหมือนจะบิน
เห็นจนชินชีพวายกายพิการ

อย่าแข็งขืนฝืนกฎรถถนน
ฟังยุบล ยายบอก ใช่หลอกหลาน
อนึ่งว่าถ้าไปในยวดยาน
ซึ่งโดยสาร ส่วนรวมร่วมกันไป




หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 10 ธันวาคม 2008 : 15:17:45

ถ้ามีชายหมายใจให้ที่นั่ง
จงระวังวาจาอัชฌาสัย
รู้กล่าวตอบขอบคำขอบน้ำใจ
หากทำได้ให้คอยดูผู้อ่อนแอ

อาทิเด็ก-เล็กชราแข้งขาหัก
ถือของหนัก อุ้มน้อง คนท้องแก่
สมณะ พระชี เหล่านี้แล
สมควรแท้ให้ที่ด้วยปรีดา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 10 ธันวาคม 2008 : 16:55:25

อย่าถือสิทธิ์คิดเห็นว่าเป็นหญิง
จะนั่งนิ่งเสียนวลไม่ควรหนา
อนึ่งแถวแนวนั่งหลังรถรา
พระนั่งมาแม้จะยังที่นั่งมี

อย่าไปยั้งนั่งรวมร่วมกับพระ
ถึงแม้จะห่างกายต้องหน่ายหนี
ด้วยพระมีวินัยมิให้สตรี
นั่งร่วมที่ร่วมแถวแนวเดียวกัน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ลุงตรึม ที่ 10 ธันวาคม 2008 : 18:43:11
หากชายบังนั่งคั่นท่านหนึ่งที่
จึงสตรีนั่งต่อพอผ่อนผัน
จงกำหนดจดจำสิ่งสำคัญ
ซึ่งปัจจุบันบางคนไม่สนใจ

เมื่อมาถึงสถานการศึกษา
พบครูบา ตาม ลบอง ต้องนบไหว้
รักเคารพ ครบสรรพ คอยรับใช้
มีวินัย หนักแน่น ไม่แคลนคลอน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 10 ธันวาคม 2008 : 23:01:00

ต้องเชื่อฟังตั้งใจไม่เกียจคร้าน
สดับสารสิ่งสรรพ์ที่ท่านสอน
หลักนักปราชญ์ขอประกาศเป็นคำกลอน
บทบวร ว่าไว้ จำให้ดี


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มาณวิกา ที่ 10 ธันวาคม 2008 : 23:42:25
คือ สุ จิ ปุ ลิ คติปราชญ์
จะฉลาดเรียนวิทย์ ประสิทธิ์ศรี
" สุ "  คือตั้งใจรับสดับวจี
ส่วน " จิ "  นี้นึกคิดพินิจตาม

" ปุ " นั้นหรือคือคำย่อ ข้อ "ปุจฉา"
ฟังวาจา ไม่เข้าใจ ต้องไต่ถาม
" ลิ "  "ลิขิต" คิดเพียรเขียนข้อความ
พยายาม สรุปย่อ พอเข้าใจ




หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: คือ...* รัก * ที่ 12 ธันวาคม 2008 : 10:05:16

อนึ่งครู ผู้ชาย ต้องหมายรู้
ท่านเป็นครู เราเป็นศิษย์ คิดไฉน
แต่สัมพันธ์ นั้นต้องยั้ง ระวังะรไว
อย่าอยู่ใกล้ เคียงกับ-ครูลับตา

จะถามไถ่ ใช่ที่ เอกเทศ
อาจมีเหตุ ให้ผิด แม้ศิษย์หา
หรืออย่างน้อย กันถ้อย คนนินทา
รู้รักษา ศักดิ์ศรี สตรีตรอง





หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 12 ธันวาคม 2008 : 15:48:49

ประการหนึ่งซึ่งพระกะผู้หญิง
สำคัญยิ่งเรื่องใหญ่อย่าให้หมอง
ด้วยพระนั้นท่านมีวินัยครอง
ห้ามอยู่สองกับสตรีเสียศรีครัน

ถึงสรตีมีมากหากชายไม่
ยังปรับให้เป็นผิดไม่บิดผัน
ต่อชายได้ไปด้วยช่วยยืนยัน
จึงจะพลันพ้นผิดคิดก็ควร




หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 12 ธันวาคม 2008 : 17:18:39

ด้วยว่าพระกะสตรีเป็นปฏิปักษ์
จึงมีหลักศีลารักษาสงวน
พระอยู่เดี่ยวอย่าได้เกี่ยวหรือรบกวน
จะเสียนวลสมณะ ทั้งสตรี

อนึ่งเล่าเหล่าชายภายในชั้น
ถึงเพื่อนกันก็ต้องรักในศักดิ์ศรี
เขาเป็นชายฝ่ายเราเยาว์นารี
ต้องติดต่อพอดี จึงน่าดู


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 12 ธันวาคม 2008 : 17:57:18

อย่าใกล้ชิดให้สนิทเกินไปนัก
จะเสียศักดิ์สาวไทยได้อดสู
ต้องระมัด อัชฌา ให้ตราชู
ถือหลักอยู่อย่างประมาณ พอปานกลาง

จะพูดจา ปราศรัย ให้เกียรติเขา
อันยั่วเย้า หยอกล้อ พอมีบ้าง
แต่เหยียบย่ำ หยามหยัน นั้นละวาง
หรือถากถาง เถียงทะเลาะ ก็อย่าทำ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 12 ธันวาคม 2008 : 19:16:09
หญิงกับชายหมายรู้เป็นคู่ชิด
จงพินิจในความให้งามขำ
รู้สังเกตุเพศชายหมายจดจำ
ยายแนะนำจงพินิจคิดใคร่ครวญ

ยังอีกด้านการกฎบทระบบ
จงเคารพรู้ค่ารักษาสงวน
กฎโรงเรียน เพียรทำตามกระบวน
ยังอีกส่วน ซึ่งกำหนด กฎสังคม


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 13 ธันวาคม 2008 : 11:02:39
กับกฎหมายหลายฉบับสำหรับชาติ
สิ่งประศาสน์ พสกไทยให้สุขสม
ล้วนสิ่งที่มีค่าน่านิยม
สำหรับบ่มปฏิบัติเป็นอัตรา

อย่าละเมิดเกิดโทษประโยชน์ไร้
ด้วยวินัยนำชนพ้นปัญหา
ขอให้ยลคนไทยไม่นำพา
ทิ้งของลงคงคาแถบสาคร


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 14 ธันวาคม 2008 : 23:25:59

แม่น้ำหนองคลองบึงจึงน่าเหม็น
ของเห็นเห็น มิต้องหา อุทาหรณ์
หรืออีกอย่างทางท่าจราจร
คนเดือดร้อน ก็เพราะไร้ น้ำใจกัน

ใครฝืนได้ ใครฝืน ขัดขืนกฎ
จึงเกิดรถราติดช่างผิดผัน
เสียเวลาอารมณ์ ระทมครัน
โอ้ไทยนั้น มีวินัย แต่ในนาม


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 15 ธันวาคม 2008 : 00:46:27

ยังอีกด้านการประหยัดใช่เรื่องย่อย
เป็นเรื่องด้อยทั่วดินถิ่นสยาม
หลานของยาย จงอย่า พยายาม
ฟุ้งเฟ้อตามแต่ใจไม่เป็นคุณ

อย่าอ้างให้ เหมือนเพื่อนเขา  อ้อนเอาของ
พ่อแม่ต้อง เสียเงินตรา พาหัวหมุน
ถึงมีทรัพย์ นับล้าน จะผลาญทุน
ควรเจือจุน คนจน คนดีดี



หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: คือ...* รัก * ที่ 15 ธันวาคม 2008 : 07:44:04

จะเสียทรัพย์นับถุงมาฟุ้งเฟ้อ
เพื่อบำเรอฤทัยไม่พอที่
จงยับยั้ง ฟังวาจา ยายพาที
ต้องถ้วนถี่ มัธยัสถ์ ประหยัดทรัพย์

ประการหนึ่งซึ่งของจะปองซื้อ
ควรยึดถือของไทยไม่ตกอับ
เมื่อไทยทำไทยใช้ไทยยอมรับ
เศรษฐกิจจะฟื้นกลับมาเกรียงไกร


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 15 ธันวาคม 2008 : 09:37:57

ยังอีกด้านการรักษาเอกลักษณ์
จงประจักษ์จ่อจิตพิสมัย
วันฒนธรรม นำเน้น ความเป็นไทย
ต้องภูมิใจ จดจำ รักษ์ธำรง

เช่นภาษาอย่าให้ใช้วิบัติ
ต้องเคร่งครัดคำไทยไม่ลืมหลง
อีกรำร้องของไทยให้ยืนยง
ทั้งมั่นคง ในขนบ ประเพณี


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 15 ธันวาคม 2008 : 10:26:49
อย่าหลงใหลในในครรลองของต่างประเทศ
จะเกิดเหตุหายนะละสิ่งศรี
ที่จำเป็นเห็นใจต้องใช้มี
แต่ของที่ ไทยไทย อย่าได้ลืม

ยังของดี กิริยา มารยาท
ล้วนหยดหยาด ย้อมใจ ให้ดูดดื่ม
อย่าหลงใหล ใฝ่ปองแต่ของยืม
ต้องรู้ปลื้ม รู้ปอง ของไทยเรา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ย่อง ที่ 15 ธันวาคม 2008 : 16:12:21
ประการหนึ่งซึ่งงามตามระบอบ
คือความรับผิดชอบไม่อับเฉา
เราเป็หญิงสิ่งนี้ มีไม่เบา
ขอให้เจ้าจงจำ...ไว้ใส่ใจ

หนึ่งสำหรับรับผิดชอบระบอบบ้าน
ต้องช่วยการกอปรกิจนิจนิสัย
รับผิดชอบตามระบอบระบบไทย
คือรับใช้ช่วยงานการทั้งปวง


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะไฟ ที่ 15 ธันวาคม 2008 : 17:52:22

ยังอีกด้านการเรียนต้องเพียรหมั่น
พอแข่งขันเขาได้ให้หายห่วง
ประพฤติดีศรีสกุลให้อุ่นทรวง
มิต้องท้วงทักทำให้รำคาญ

อนาคตคงกำหนดได้ดังนึก
คงได้ศึกษาดีมีหลักฐาน
ไปภายหน้าแน่ใจคงได้งาน
พ่อแม่ท่านเท่านี้ก็ดีใจ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 15 ธันวาคม 2008 : 20:34:23
แต่ส่วนรวมจะต้องร่วมรับผิดชอบ
ตามระบอบบ้านเมืองเป็นเรื่องใหญ่
เคารพกฎบทลบองครองวินัย
ต้องรับใช้ชาติด้วยช่วยปวงชน

ต้องรักชาติศาสน์กษัตริย์รัฐอาศัย
รักประชาธิปไตยเป็นเบื้องต้น
เทิดสังคมว่าสำคัญเหนือบุคคล
รับรู้ผลผิดชอบระบอบระบิล


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 15 ธันวาคม 2008 : 23:59:20
รักประชา-ธิปไตย ในแก่นสาร
เผด็จการเกลียดชังไม่หวังถวิล
มีใจภักดิ์ รักแดน รักแผ่นดิน
หลานจงยิน ยายย้ำ แสนสำคัญ

ยังอีกเรื่อง คืออบรม คุณสมบัติ
หนึ่ง "ซื่อสัตย์ " แสนเลิศ ประเสริฐสรรพ์
ไม่กลับกลอกหลอกลวง ล่วงสัตย์ธรรม์
ยึดคำมั่น ไม่ละเมิด เทิดวาที



หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ลุงตรึม ที่ 16 ธันวาคม 2008 : 10:11:17
สอง "เที่ยงธรรม" สำคัญไม่เข้าข้าง
ต้องเป็นกลางกลั่นกรองให้ต้องที่
คนรักชอบกอปรกรรมทำไม่ดี
ก็กล่าวชี้ชอบธรรมไม่ลำเอียง

ไม่เข้าใครไทยเทศหรือเพศญาติ
ต้องประกาศก้องไกลหญิงใจเที่ยง
ถึงใครจักซักให้ยอมให้พร้อมเพรียง
จะโต้เถียงท้วงไว้ไม่ยินยอม


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มาณวิกา ที่ 17 ธันวาคม 2008 : 02:27:46
อย่างนี้แหละ เรียกว่าละ อคติ
เสริมสิริ เลิศล้วน ชื่อหวนหอม
ไม่ไหวหวั่น พรั่นใจ ไม่ประนอม
ทำตนพร้อม เพื่อสู้ เชิดชูธรรม

ข้อที่สาม ความกล้า ถ้าสิ่งถูก
ต้องฝังปลูก ทำตาม ให้งามขำ
ถ้าสิ่งผิด คิดหยาบ เป็นบาปกรรม
ถึงใครนำ แนะไฉน ไม่ทำตาม


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 17 ธันวาคม 2008 : 12:25:19
สิ่งที่ทำ คำที่พูด ถ้าไม่ผิด
ก็ไม่คิด ขวยเขิน หรือเกรงขาม
ถึงผู้ใด ใครจะ พยายาม
มากลับความ ถูกเป็นผิด คิดชักจูง

ก็จะร่วม พลัง ตั้งต่อต้าน
โดยกล่าวค้าน ข้อผิด ด้วยจิตสูง
เมื่อนกยาง จะอ้างยก เป็นนกยูง
ก็ผิดฝูง ฟังได้ ไฉนนา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะไฟ ที่ 18 ธันวาคม 2008 : 00:17:40
ยังข้อสี่ มีเหตุผล นุสนธิ์สอน
สิ่งสะท้อนถึงด้านการศึกษา
เกิดเป็นหญิงสิ่งสำคัญคือปัญญา
ต้องเฉียบกล้าโกวิทในกิจการ

อย่าเชื่อง่าย-ดายไป ใช่เรื่องเหมาะ
เชื่อโชคเคราะห์ ของขลัง จงฟังขาน
เสกสะเดาะเสาะหาพวกอาจารย์
ที่เชี่ยวชาญเชิงไสยให้กระทำ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 18 ธันวาคม 2008 : 02:22:29
สิ่งเหล่านี้ชี้ชัดขัดเหตุผล
ใครได้ยลเหยียดว่าปัญญาต่ำ
จะชั่วดีมีทุกข์สุขเพราะกรรม
ยายขอย้ำอย่านิยมเรื่องงมงาย

อันข้อห้า อารมณ์ ต้องข่มบ้าง
เรื่องบางอย่างอย่าได้ไขขยาย
เช่นเคืองเครียดเกลียดใครไม่โวยวาย
เก็บอารมณ์ข่มหายไว้ภายใน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เจ้านาง ที่ 18 ธันวาคม 2008 : 19:36:43
ถึงคราวที่ดีใจใช่ลิงโลด
หรือกลัวโกรธกรีดลั่นเสียงหวั่นไหว
หรือทุกข์ทนหม่นหมองต้องเสียใจ
ใช่ร้องไห้โหยหวนคร่ำครวณเกิน

อนึ่งเล่าแม่เจ้าจะโต้เถียง
อย่าส่งเสียงใส่กันไม่สรรเสริญ
ใช้อารมณ์มิเหมาะสมแก่ผู้เจริญ
เชื่อยายเทอญ เทิดเหตุผล เป็นคนดี


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ทิว..ฯ ที่ 19 ธันวาคม 2008 : 14:30:33
อันข้อหกยกสัมมาคารวะ
อย่าเลยละล้ำเลิศประเสริฐศรี
รู้กราบกรานคลานหมอบให้ชอบที
ไหว้ตามที่ฐานะอย่าละเลย

รู้เคารพนบผู้อาวุโส
ใช่อวดโอ้ อวดหยิ่งหรือนิ่งเฉย
รู้อ่อนน้อมถ่อมตนฝึกจนเคย
อย่าอ้างเอ่ยอวดดีเสียศรีครัน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะไฟ ที่ 20 ธันวาคม 2008 : 07:32:07
อันข้อเจ็ดมีสิทธิ์คิดสละ
รู้ลดละเรื่องตระหนี่ดีขยัน
ให้ปัจจัยให้โอกาสกันและกัน
รู้แบ่งปันประโยชน์ยื่นน่าชื่นชม

แปด "ปิยวาจา" ภาษาเสนาะ
พูดไพเราะร้อยจิตสนิทสนม
เก้า"อัตถจริยา" น่านิยม
ประพฤติสมประโยชน์ช่วยด้วยน้ำใจ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มาณวิกา ที่ 21 ธันวาคม 2008 : 01:45:52
สิบ "สมานัตตตา" คุณาเสนอ
ประพฤติตน สม่ำเสมอ เป็นนิสัย
ถึงได้ดี มีชื่อ เลื่องลือไกล
ก็มิได้ ลืมตน ลืมคนเคย

ข้อสิบเอ็ด ให้ละอาย ในความชั่ว
สิบสองกลัวการบาปทั้งลับเผย
ชื่อว่าชั่ว แล้วไม่ชอบ ไม่ชื่นเชย
ไม่มีผู้ รู้เลย ก็ไม่ทำ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 22 ธันวาคม 2008 : 00:01:05
ข้อสิบสามแหล่งกำเนิดเกิดความชั่ว
คือความเห็นแก่ตัวด้วยจิตต่ำ
โลภโกรธหลงส่งใจให้ก่อกรรม
ยายขอย้ำพยายามห้ามกมล

อย่าเห็นแค่แก่ตัวมัวแต่ได้
ต้องเห็นใจเจือจุนบุญกุศล
ดูแต่ควรส่วนรับสำหรับตน
เหลือให้คนอื่นเขาเอาแต่ควร


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ย่อง ที่ 22 ธันวาคม 2008 : 11:23:19
อนึ่งมักง่ายหมายแต่แค่สะดวก
นับเป็นพวกเห็นแก่ตนคนบางส่วน
หลานจงจำอย่าได้ทำจงทบทวน
แต่แล้วล้วนล้ำเลิศประเสริฐคุณ

ข้อสิบสี่นี้ให้ละอบายมุข
จะเกิดสุขสมสตรีเป็นศรีสุนทร์
สิ่งเสพติดชนิดต่างต่างสร้าง งง-งุน
ในสกุล กันชาสุราเมรัย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 24 ธันวาคม 2008 : 01:16:26
ฝิ่นบุหรี่สารเคมีพวกยาม้า
ล้วนแต่พา สติเพี้ยน เปลี่ยนนิสัย
เที่ยวกลางคืนดื่นดึกนึกถึงภัย
ยิ่งเป็นหญิงยิ่งแล้วใหญ่อย่าได้ริ

ยังเที่ยวงานการเล่นเช่นดูหนัง
ถ้าบ่อยครั้งผิดคลองก็ต้องติ
การพนันน้อยใหญ่ไพ่อาทิ
น่าตำหนิเสียนวลควรจดจำ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 24 ธันวาคม 2008 : 04:39:19
คบคนชั่วมัวเมาเอาเป็นมิตร
ย่อมชักจิตจูงใจให้ตกต่ำ
อีกเกียจคร้านงานใดไม่อยากทำ
ล้วนแล้วนำหายนะอบายมุข

อนึ่งว่าค่านิยมที่สมสมัย
ควรที่ไทยทูนเทิดจะเกิดสุข
คือชอบชิดจิตนิยมให้สมยุค
จะสร่างทุกข์โทษภัยใจสบาย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 25 ธันวาคม 2008 : 01:46:19
จิตนิยมอันอุดมด้วยคุณค่า
คือศีลธรรมจรรยาอย่าให้หาย
สูงกว่านั้นสันติธรรมนำทุกข์คลาย
ล้างสลายกิเลสได้ จิตใจเบา

อย่าได้ลุวัตถุนิยมแสยง
ส่อแสดงสันดานพานจะเขลา
สะสมทรัพย์นับอนันต์ไม่บรรเทา
แข่งขันเอาอันดับทรัพย์ ยอมรับกัน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 27 ธันวาคม 2008 : 00:15:37
จะวัดคนวัดด้วยค่าราคาของ
ผิดครรลองวิปริตโอ้บิดผัน
ถ้าทรัพย์น้อยด้อยค่าราคาครัน
ไม่เท่าทันเทียมสิทธิ์คิดแต่ทรัพย์

เขามองรถยศตำแหน่งแห่งเคหาสน์
ความเก่งกาจกอปรกิจติดอันดับ
ระวังไว้ไทยจะล่มจะจมลับ
หากไม่ปรับปรุงคติ ลัทธินิยม


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: golf37 ที่ 29 ธันวาคม 2008 : 03:46:57
ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปไม่เห็นค่า
คำสอนตาคำสอนยายหายหมดสิ้น
มีแต่คนเห็นแก่ตัวงัวลืมตีน
คงหมดสิ้นแล้วจิตใจที่ใฝ่ดี.....


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มาณวิกา ที่ 29 ธันวาคม 2008 : 10:20:42
จะวัดคนวัดด้วยค่าราคาของ
ผิดครรลองวิปริตโอ้บิดผัน
ถ้าทรัพย์น้อยด้อยค่าราคาครัน
ไม่เท่าทันเทียมสิทธิ์คิดแต่ทรัพย์

เขามองรถยศตำแหน่งแห่งเคหาสน์
ความเก่งกาจกอปรกิจติดอันดับ
ระวังไว้ไทยจะล่มจะจมลับ
หากไม่ปรับปรุงคติ ลัทธินิยม


คนจะมุ่งฟุ้งเฟ้อให้เห่อเหิม
ไม่ส่งสริม สุจริต จิตเหมาะสม
อย่าให้ทรัพย์กลับพิชิตจิตจ่อมจม
ต้องชื่นชมชอบธรรมจึงจำเริญ

ข้อสุดท้ายยายขอย้ำจำไว้เถิด
สิ่งประเสริฐสูงค่าน่าสรรเสริญ
คือภักดีมีค่าหาใดเกิน
ใช่ยอเยินยายจะเล่าให้เข้าใจ



หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 29 ธันวาคม 2008 : 10:24:22

คือใจภักดิ์รักชาติศาสน์กษัตริย์
ประดุจฉัตรสามชั้นอันยิ่งใหญ่
ฉัตรคือชาติเกริกประกาศความเกียงไกร
ไทยเป็นไทเทิดสะท้านทั้งแหลมทอง

ในส่วนศาสน์สิ่งประสิทธิ์ให้จิตสุข
ระงับทุกข์โทษทัณฑ์ฉัตรทั้งสอง
ยังกษัตริย์ป้องพสกทรงปกครอง
ตามลบองแบบอย่างทางโบราณ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 30 ธันวาคม 2008 : 01:45:07
ตกมาในสมัยเป็นประชาธิปัตย์
มีกษัตริย์เป็นประมุขยิ่งสุขศานต์
เพราะทรงเป็นเช่นศูนย์รวมร่วมดวงมาน
ใดจะปานเปรียบฉัตรกษัตริย์ทรง

อันชาติรอบขอบเขตประเทศสยาม
สละความเป็นกษัตริย์อันสูงส่ง
เมื่อไร้ฉัตรรัฐก็ร้อนรอนสุขลง
ไม่คืนคงคึกคักขาดหลักชัย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ลุงตรึม ที่ 31 ธันวาคม 2008 : 02:02:08

เมื่อขุนทัพจับจองครอบครองรัฐ
เกิดวิบัติแบ่งแย่งกันเป็นใหญ่
เพราะไร้รักหลักรวมร่วมฤทัย
คนจึงได้เดือดร้อนไม่หย่อนเย็น

หากมีกษัตริย์รัฐก็เน้นอยู่เป็นหนึ่ง
เป็นที่พึ่งพสกสุขสิ้นทุกเข็ญ
ระบบอื่นพื้นแต่แข่งแย่งกันเป็น
ก็เห็นเป็นหายนะจะตามมา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 02 มกราคม 2009 : 23:23:42
ระบบกษัตริย์จัดว่าเลิศประเสริฐสุด
ไม่เปิดจุดที่จะแตกแยกสาขา
ทั้งอำนวยช่วยรัฐให้พัฒนา
เพราะเหตุว่าไว้ใจในพระองค์

จงภูมิใจในราชามหากษัตริย์
เป็นเช่นฉัตรชั้นสามงามระหง
เยี่ยมพระยศยิ่งครันสุดยรรยง
พระคุณคงครอบฟ้าหล้าสาคร


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มาณวิกา ที่ 05 มกราคม 2009 : 03:28:08
เกริกพระเกียรติปรากฎในทศทิศ
เกริกพระกรณียกิจก้องกระฉ่อน
พระเดชกระเดื่องเลื่องหล้าสถาวร
ลือขจรจบแคว้นทั้งแดนไตร

พระปรีชาสามารถศิลป์ศาสตร์สรรพ์
จะรำพันพจนารถไม่หวาดไหว
เป็นขวัญรัฐขวัญราษฎร์ขวัญชาติไทย
จงภูมิใจจงรักภักดีพระองค์


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 07 มกราคม 2009 : 22:58:10
ขอจบกลอนสอนหลานสารแถลง
มุ่งแสดงสิ่งดีที่ประสงค์
หวังสอนเหล่าเยาวยอดยุพยง
จึงเจาะจงแจกแจงแจ้งความจริง

"แก้ว แกมกาญจน์" กรองคำที่ร่ำขยาย
เป็นเรื่องยายยกกลอนสอนหลานหญิง
แม้นผิดพลาดขาดเกินเชิญติติง
ได้อ้างอิงอบอุ่นพระคุณเอย.


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 10 มกราคม 2009 : 23:45:01
รำพันพิลาป

......................................
สุนทรทำ คำประดิษฐ์ นิมิตฝัน
พึ่งพบเห็นเป็นวิบัติมหัศจรรย์
จึงจดวันเวลาด้วยอาวรณ์

แต่งไว้เหมือนเตือนใจจะได้คิด
ในนิมิตรเมื่อภวังค์วิสังหรณ์
เดือนแปดวันจันทวา เวลานอน
เจริญพรภาวนาตามบาลี




หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 12 มกราคม 2009 : 12:05:05
ระลึกคุณ บุญบวช ตรวจกสิณ
ให้สุขสิ้น ดินฟ้า ทุกราศี
เงียบสงัด วัดวา ในราตรี
เสียงเป็ดผี หวี่หวีด จังหรีดเรียง

หริ่งหริ่งเรื่อย เฉื่อยชื่น สะอื้นอก
สำเนียงนก-แสกแถก แสกแสกเสียง
เสียงแมงมุม อุ้มไข่ มาใต้เตียง
ตีอกเพียง ผึงผึง ตะลึงฟัง


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 14 มกราคม 2009 : 01:16:46

ฝ่ายฝูงหนูมูสิกกิกกิกร้อง
เสียวสยองยามยินถวิลหวัง
อนึ่งผึ้งซึ่งมาทำประจำรัง
ริมบานบังบินร้องสยองเย็น

ยิ่งเย็นทรวงง่วงเหงาซบเซาโศก
ยามวิโยคยากแค้นสุดแสนเข็ญ
ไม่เทียมเพื่อนเหมือนจะพาเลือดตากระเด็น
เที่ยวซ่อนเร้นไร้ญาติหวาดวิญญาณ์ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาณัติ ที่ 15 มกราคม 2009 : 04:17:32

แต่ปีวอกออกขาดราชกิจ
บรรพชิตพิศวาสพระศาสนา
เหมือนลอยล่องท้องทะเลอยู่เอกา
เห็นแต่ฟ้าฟ้าก็เปลี่ยวสุดเหลียวแล

ดูฟากฝั่งหวังจะหยุดก็สุดเนตร
แสนเทวษเวียนว่ายหลายกระแส
เหมือนทรวงเปลี่ยวเที่ยวแสวงทุกแขวงแคว
ได้เห็นแต่ศิษย์หาพยาบาล


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 16 มกราคม 2009 : 13:27:10

ทางบกเรือเหนือใต้เที่ยวไปทั่ว
จังหวัดหัวเมืองสิ้นทุกถิ่นฐาน
เมืองพริบพรี ที่เขาทำ รองน้ำตาล
รับประทานหวานเย็นก็เป็นลม

ไปราชพรี มีแต่พาลจังทานพระ
เหมือนไปปะบระเพ็ดเหลือเข็ดขม
ไปขึ้นเขาเล่าก็ตกอกระบม
ทุกข์ระทมแทบจะตายเสียหลายคราว


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะไฟ ที่ 17 มกราคม 2009 : 01:11:47

ครั้งไปด่านกาญจน์บุรีที่กะเหรี่ยง
ฟังแต่เสียงเสือสีห์ชะนีหนาว
นอนน้ำค้างพร่างพนมพรอยพรมพราว
เพราะเชื่อลาว ลวงว่าแร่ แปรเป็นทอง

ทั้งฝ่ายลูกถูกปอบมันลอบใช้
หาแก้ได้ให้ไปเข้ากินเจ้าของ
เข้าวัสสามาอยู่ที่ สองพี่น้อง
ยามขัดข้องขาดมุ้งริ้นยุงชุม



หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 18 มกราคม 2009 : 04:32:09

ทุกเช้าค่ำลำบากแสนยากยิ่ง
เหลือทนจริงเจ็บแสบใส่แกลบสุม
เสียงฉู่ฉู่ หวู่ว่อน เวียนร่อนรุม
เป็นกลุ่มกลุ่ม กลุ้มกัด นั่งปัดยุง

โอ้ยามยาก อยากใคร่ได้ เหล็กไหลเล่น
ทำนองเป็น ปั้นเตา เผาถลุง
ลองตำรา อาจารย์ ทองบ้านจุง
จดเกลือหุง หายสูญ สิ้นทุนรอน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ทิว..ฯ ที่ 19 มกราคม 2009 : 07:37:28

คราวไปคิดปริศนาตามตาเถร
เขากาเพน พบมหิงส์ ริมสิงขร
มันตามติดขวิดคร่อมอ้อมอุทร
หากมีขอนขวางควายไม่วายชนม์

เดชะบุญคุณพระอนิสงส์
ช่วยดำรงรอดตายมาหลายหน
เหตุด้วยเคราะห์ เพราะว่าไว้ วางใจคน
จึงจำจนใจเปล่าเปลืองข้าวเกลือ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 19 มกราคม 2009 : 14:15:54

โอ้ยามอยู่สุพรรณกินมันเผือก
เคี้ยวแต่เปลือก ไม้หมาก เปรี้ยวปากเหลือ
จนแรงโรยโหยหิวผอมผิวเนื้อ
พริกกับเกลือกลักใหญ่ยังไม่พอ

ทั้งผ้าพาดบาตรเหล็กของเล็กน้อย
ขโมยถอย ไปทั้งเรือ ไม่เหลือหลอ
เหลือแต่ผ้าอาศัยเสียใจคอ
ชาวบ้านทอ ถวายแทน แสนศรัทธา ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 19 มกราคม 2009 : 19:45:36

คิดถึงคราวเจ้านิพพานสงสารโศก
ไปพิศโลก ลายแทง แสวงหา
ลงหนองน้ำ ปล้ำตะเข้ หากเทวดา
ช่วยรักษา จึ่งได้รอด ไม่วอดวาย

วันไปอยู่ ภูผาเ ขาม้าวิ่ง
เหนื่อยนอนพิง เพิงไศล หลับใจหาย
ครั้นดึกดู งูเหลือม เลื้อยเลื่อม ลาย
ล้อมรอบกาย เกี้ยวตัว กันผัวเมีย



หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 19 มกราคม 2009 : 23:47:12

หนีไม่พ้นจนใจได้สติ
สมาธิถอดชีวิตอุทิศเสีย
เสียงฟู่ฟู่ ขู่ฟ่อ เคล้าคลอเคลีย
แลบลิ้นเลียแล้วเลื้อยแลเฟื่อยยาว

ดูใหญ่เท่าเสากระโดงผีโป่งสิง
เป็นรูปหญิง ยืนหลอก ผมหงอกขาว
คิดจะตี หนีไป กลัวไม้เท้า
โอ้เคราะห์คราว ขึ้นไปเหนือ เหมือนเหลือตาย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 20 มกราคม 2009 : 18:41:40

เมื่อขาล่องต้องตอเรือหล่อล่ม
เจียนจะจมน้ำม้วยระหวยระหาย
ปะหาดตื้นขึ้นรอดไม่วอดวาย
แต่ปะตายหลายหนหากทนทาน

แล้วมิหนำซ้ำบุตรสุดที่รัก
ขโมยลักหลายหนผจญผลาญ
ต้องต่ำต้อยย่อยยับอัประมาณ
มาอยู่วิหารวัดเลียบ ยิ่งเยียบเย็น


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 20 มกราคม 2009 : 19:55:55

โอ้ยามจนล้นเหลือสิ้นเสื่อหมอน
สู้ซุ่มซ่อนมิให้ใครใครเห็น
ราหูทับยับเยินเผอิญเป็น
เปรียบเหมือนเช่นพราหมณ์ชีมณีจันทร์

จะสึกหาลาพระอธิษฐาน
โดยกันดารเดือดร้อนสุดผ่อนผัน
พอพวกพระอภัยมณีศรีสุวรรณ
เธอช่วยกันแก้ร้อนค่อยหย่อนเย็น


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 21 มกราคม 2009 : 00:58:01

อยู่มาพระสิงหไตรภพโลก
เห็นเศร้าโศกแสนแค้นสุดแสนเข็ญ
ทุกค่ำคืนฝืนหน้าน้ำตากระเด็น
พระโปรดเป็นที่พึ่งเหมือนหนึ่งนึก

ดังไข้หนักรักษาวางยาทิพย์
ฉันทองหยิบฝอยทองไม่ต้องสึก
ค่าฝ่าฝืนชื่นฉ่ำดังอำมฤก
แต่ตกลึกเหลือที่จะได้สบาย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 21 มกราคม 2009 : 09:41:04

ค่อยเบาบางสร่างโศกเหมือนโรคฟื้น
จะเดินยืนไม่ได้ยังไม่หาย
ได้ห่มสี มีหมอน เสื่ออ่อนลาย
ค่อยคลายอาย อุตส่าห์ครอง ฉลองคุณ

เหมือนพบปะพระสิทธาที่ปรารภ
ชุบบุตรลพเลี้ยงเหลือช่วยเกื้อหนุน
สนอมพักตร์รักษาด้วยการุญ
ทรงสร้างบุญคุณศีลเพิ่มภิญโญ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 21 มกราคม 2009 : 11:45:06

ถึงยากไร้ได้พึ่งเหมือนหนึ่งแก้ว
พาผ่องแผ้วผิวพักตร์ขึ้นอักโข
พระฤาษี ที่ท่านช่วย ชุบเสือโค
ให้เรืองฤทธิ์ อิศโร เดโชชัย

แล้วไม่เลี้ยง เพียงแต่ชุบ ช่วยอุปถัมภ์
พระคุณล้ำโลกาจะหาไหน
ช่วยชี้ทางกลางป่าให้คลาไคล
หลวิชัย คาวี จำลีลา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 21 มกราคม 2009 : 14:32:58

แต่ละองค์ทรงพรตพระยศยิ่ง
เป็นยอดมิ่ง เมืองมนุษย์ นี้สุดหา
จงไพบูลย์ พูนสวัสดิ์ วัฒนา
พระชันษา สืบยืน อยู่หมื่นปี ฯ

เป็นคราวเคราะห์ ก็ต้องพราก จากวิหาร
กลัวพวกพราน ผู้ร้าย จำย้ายหนี
อยู่วัดเทพ ธิดา ด้วยบารมี
ได้ผ้าปี ปัจจัย ไทยทาน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาณัติ ที่ 22 มกราคม 2009 : 00:38:30
ถึงยามเคราะห์ ก็เผอิญ ให้เหินห่าง
ไม่เหมือนอย่าง อยู่ที่ พระวิหาร
โอ้ใจหายกลายกลับอัประมาณ
โดยกันดาร เดือดร้อน ไม่หย่อนเย็น

ได้พึ่งพระ ปะแพร พอแก้หน้า
สองวัสสา สิ้นงาม ถึงยามเข็ญ
คิดขัดขวาง อย่างจะพา เลือดตากระเด็น
บันดาลเป็น ปลวกปล่อง ขึ้นห้องนอน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 22 มกราคม 2009 : 02:28:27
กัดเสื่อสาด ขาดปรุ ทะลุสมุด
เสียดายสุด แสนรัก เรื่องอักษร
เสียแพรผ้า อาศัย ไตรจีวร
ดูพรุนพรอน พลอยพา น้ำตาคลอ

ถึงคราวคลาย ปลายอ้อย บุญน้อยแล้ว
ไม่ผ่องแผ้ว พักตราวาสนาหนอ
นับเดือนปี เหมือนจะหัก ทั้งหลักตอ
แต่รั้งรอ ร้อนรน กระวนกระวาย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 23 มกราคม 2009 : 06:05:20
ถึงเดือนยี่ มีเทศน์ สมเพชพักตร์
เหมือนลงรัก รู้ว่าบุญ สิ้นสูญหาย
สู้ซ่อนหน้า ฝ่าฝืน สะอื้นอาย
จนถึงปลาย ปีฉลู มีธุระ

ไปทางเรือ เหลือสลด ด้วยปลดเปลื้อง
ระคางเคือง ข้องขัด สลัดสละ
ลืมวันเดือน เชือนเฉย แกล้งเลยละ
เห็นแต่ พระอภัย พระทัยดี


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: คือ...* รัก * ที่ 23 มกราคม 2009 : 23:30:04

ช่วยแจวเรือเกื้อหนุนทำบุญด้วย
เหมือนโปรดช่วยชูหน้าเป็นราศี
กลับมาถึง ผึ้งจับอยู่ กับกระฎี
ทำรังที่ทิศประจิมริมประตู

ต้องขัดเคืองเรื่องราวด้วยคราวเคราะห์
จวบจำเพาะสุริยาถึงราหู
ทั้งบ้านทั้งวังวัดเป็นศัตรู
แม้นขืนอยู่ยากเย็นจะเห็นใจ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 24 มกราคม 2009 : 23:50:01
เครื่องกระฎีที่ยังเหลือแต่เสื่อขาด
เข้าไสยาสน์ยุงกัดปัดไม่ไหว
เคยสว่างกลางคืนขาดฟืนไฟ
จะโทษใครเคราะห์กรรม จึงจำจน ฯ

โอ้อายเพื่อนเหมือนเขาว่า กิ่งกาฝาก
มิใช่รากรักเร่ระเหระหน
ที่ทุกข์สุขขุกเข็ญเกิดเป็นคน
ต้องคิดค้นขวนขวายหา รักษากาย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 26 มกราคม 2009 : 17:11:37
ได้พึ่งบ้างอย่างนี้เป็นที่ยิ่ง
สัจจังจริงจงรักสมัครหมาย
ไม่ลืมคุณพูนสวัสดิ์ถึงพลัดพราย
มิได้วายเวลา...คิดอาลัยฯ

จะลับวัดพลัดที่กระฎีตึก
สุดแต่นึกน้ำตามาแต่ไหน
เฝ้านองเนตรเช็ดพักตร์สักเท่าไร
ขืนหลั่งไหลรินร่ำน่ารำคาญ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 27 มกราคม 2009 : 02:12:13
คิดอายเพื่อน เหมือนเขาเล่า แม่เจ้านี่
เร่ไปปีละร้อยเรือน เดือนละร้อยบ้าน
เพราะบุญน้อยย่อยยับอัปมาณ
เหลือที่ท่านอุปถัมภ์ช่วยบำรุง

ต่อเมื่อไรไปทำ ทองสำเร็จ
แก้ปูนเพชร พบทอง สักสองถุง
จะผาสุกทุกสิ่งนอนกลิ้งพุง
กินหมูกุ้งไก่เป็ดจนเข็ดฟัน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 27 มกราคม 2009 : 14:38:49
ขอเดชะพระมหาอานิสงส์
ซึ่งรูปทรงสัจศีล ถวิลสวรรค์
จะเที่ยวรอบขอบประเทศทุกเขตคัน
ขอความฝันวันนี้บอกดีร้ายฯ

แล้วร่ำภาวนาใน พระไตรลักษณ์
ประหารรักหนักหน่วงตัดห่วงหาย
หอมกลิ่นธูปงูบระงับหลับสบาย
ฝันว่าว่าย สายชะเล อยู่เอกา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 28 มกราคม 2009 : 13:09:19

สิ้นกำลังยังมีนารีรุ่น
รูปเหมือนหุ่นเหาะเร่ร่อนเวหา
ช่วยจูงไปไว้ที่วัดได้ทัศนา
พระศิลาขาวล้ำดังสำลี

ทั้งพระทองสององค์ล้วนทรงเครื่อง
แลเลื่อมเหลืองเรืองจำรัสรัศมี
พอเสียงแซ่แลหาเห็นนารี
ล้วนสอดสีสาวน้อยนับร้อยพัน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 28 มกราคม 2009 : 19:44:31
ล้วนใส่ช้องป้องพักตร์ดูลักขณะ
เหมือนนางสะสวยสมล้วนคมสัน
ที่เอกองค์ทรงศรีฉวีวรรณ
ดังดวงจันทร์แจ่มจ้าไม่ราคี

ทั้งคมขำล้ำนางสำอางค์สะอาด
โอษฐ์เหมือนชาดจิ้มเจิมเฉลิมศรี
ใส่เครื่องทรง มงกุฎดังบุตรี
แก้วมณีเนาวรัตน์จำรัสเรือง


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 30 มกราคม 2009 : 13:06:05
รูปจริต พิศไหน วิไลเลิศ
เหมือนหุ่นเชิด โฉมแช่ม แฉล้มเหลือง
พอแลสบ หลบชะม้าย ชายชำเลือง
ดูปลดเปลื้อง เปล่งปลั่ง กำลังโลม

ลำพระกร อ่อนชด ประณตน้อม
แลละม่อม เหมือนหนึ่งเขียน วิเชียรโฉม
หรือชาวสวรรค์ ชั้นฟ้านภาโพยม
มาประโลมโลกาให้อาวรณ์


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาณัติ ที่ 30 มกราคม 2009 : 18:10:56

แปลกมนุษย์ผุดผ่องละอองพักตร์
วิไลลักษณ์ล้ำเลิศประเสริฐสมร
ครั้นปราศรัยไถ่ถามนามกร
ก็เคืองค้อนขามเขินสะเทินที

ขืนถามอีกหลีกเลี่ยงหลบเมียงม่าย
เหมือนอายชายเฉยเมินดำเนินหนี
นางน้อยน้อยพลอยตามงามงามดี
เก็บมาลีเลือกถวายไว้หลายพรรณ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ทิว..ฯ ที่ 01 กุมภาพันธ์ 2009 : 18:07:25
แล้วชวนว่าอย่าอยู่ชมพูทวีป
นิมนต์รีบไปสำราญวิมานสวรรค์
แล้วทรงรถกลดกั้นนางทั้งนั้น
นั่งที่ชั้นลดล้อมน้อมคำนับ

ที่นั่งทิพย์ลิบเลื่อนคล้อยเคลื่อนคล้าย
พรรณรายพรายเรืองเครื่องประดับ
ประเดี๋ยวเดียวเฉียวฉิบแลลิบลับ
จนลมจับวับใจอาลัยลานฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 02 กุมภาพันธ์ 2009 : 05:36:38
ซึ่งสั่งให้ ไปสวรรค์ หรือชันษา
จะมรณา ในปีนี้ เป็นปีขาล
แม้นเหมือนปาก อยากใคร่ตาย  หมายวิมาน
ขอพบพาน ภัคินี ของพี่ยา

ยังนึกเห็น เช่นโฉม ประโลมโลก
ยิ่งเศร้าโศก แสนสวาท ปรารถนา
ได้แนบชม สมคะเน สักเวลา
ถึงชีวา ม้วยไม่ อาลัยเลย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 02 กุมภาพันธ์ 2009 : 18:24:48
อยู่หลัดหลัดพลัดพรากไปฟากฟ้า
ให้ดิ้นโดยโหยหานิจจาเอ๋ย
ถึงชาตินี้พี่มิได้ บุญได้เคย
ขอชื่นเชยชาติหน้าด้วยอาวรณ์

แม้นรู้เหาะก็จะได้ตามไปด้วย
สู้มอดม้วย มิได้ทิ้งมิ่งสมร
เสมอเนตรเชษฐาเวลานอน
จะกล่าวกลอนกล่อมประทับไว้กับทรวง


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 03 กุมภาพันธ์ 2009 : 20:43:04
สายสุดใจไม่หลับจะรับขวัญ
ร้องโอดพัน พัดชา ช้าลูกหลวง
ประโลมแก้วแววตาสุดาดวง
ให้อุ่นทรวงไสยาสน์ไม่คลาดคลาย

ยามกลางวันบรรทมจะชมโฉม
ขับประโลมข้างที่พัดวีถวาย
แม้นไม่ยิ้ม หงิมเหงาจะ เล่านิยาย
เรื่องกระต่ายตื่นตูมเหลือมูมมาม


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 04 กุมภาพันธ์ 2009 : 00:10:09
ไม่รู้เหาะก็มิได้ขึ้นไปเห็น
แม้นเหมือนเช่นชาวสุธาภาษาสยาม
ถ้ารับรักจะอุตส่าห์พยายาม
ไปตามทางคิดคง ได้ปลงทอง

นี่จนใจ ไม่รู้จัก ที่หลักแหล่ง
สุดแสวงสวาทหมายไม่วายหมอง
เมื่อยามฝัน นั้นว่านึก นั่งตรึกตรอง
เดือนหงายส่อง แสงสว่าง ดังกลางวัน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 04 กุมภาพันธ์ 2009 : 10:37:59

เห็นโฉมยงองค์เอกเมขลา
ชูจินดาดวงสว่างมา-กลางสวรรค์
รัศมีสีเปล่งดังเพ็งจันทร์
พระรำพันกรุณาด้วยปราณี

ว่านวลหงส์องค์นี้อยู่ชั้นฟ้า
ชื่อโฉมเทพธิดามิ่งมารศรี
วิมานเรียงเคียงกันทุกวันนี้
เหมือนหนึ่งพี่ น้องสนิท ร่วมจิตใจ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 04 กุมภาพันธ์ 2009 : 15:56:31

จะให้แก้วแล้วก็ว่าไปหาเถิด
มิให้เกิดการระแวงแหนงไฉน
ที่ขัดข้องหมองหมางเป็นอย่างไร
จะผันแปรแก้ไขด้วยใกล้เคียง

สดับคำฉ่ำชื่นจะยื่นแก้ว
แล้วคลาดแคล้วคลับคล้ายเคลิ้มหายเสียง
ทรงปักษาการเวกแฝงเมฆเมียง
จึ่งหมายเสี่ยงวาสนาอุตส่าห์คอย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 06 กุมภาพันธ์ 2009 : 19:55:17

เหมือนบุปผาปาริกชาติชื่น
สุดจะยื่นหยิบได้มีไม้สอย
ด้วยเดชะพระกุศลให้หล่นลอย
ลงมาหน่อยหนึ่งเถิดนะจะประคอง

มิให้เคืองเปลื้องปลดเสียยศศักดิ์
สนอมรักร้อยปีไม่มีหมอง
แม้นมั่งมีพี่จะจ้างพวกช่างทอง
หล่อจำลองรูปวางไว้ข้างเคียง


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 07 กุมภาพันธ์ 2009 : 09:50:41
คิดจนตื่นฟื้นฟังระฆังฆ้อง
กลองหอ-กลอง ทึ้มทึ้ม กระหึ่มเสียง
โกกิลา กาแก แซ่สำเนียง
โอ้นึกเพียง ขวัญหาย ไม่วายวัน

วิสัยเรา เล่าก็ไม่ สู้ใฝ่สูง
นางฟ้าฝูง ไหนเล่า มาเข้าฝัน
ให้เฟือนจิต กิจกรม พรหมจรรย์
ฤาสาวสวรรค์ นั้นใคร่ ลองใจเรา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะไฟ ที่ 08 กุมภาพันธ์ 2009 : 00:43:39

ให้รักรูปซูบผอมตรมตรอมจิต
เสียจริตคิดขยิ่มง่วงหงิมเหงา
จะได้หัวเราะเล่นทุกเย็นเช้า
จึงแกล้งเข้าฝันเห็นเหมือนเช่นนี้

แม้นนางอื่นหมื่นแสนแดนมนุษย์
นึกกลัวสุดแสนกลัวเอาตัวหนี
สู้นิ่งนั่งตั้งมั่นถือขันตี
อยู่กระฎีดั่งสันดานนิพพานพรหม


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาณัติ ที่ 08 กุมภาพันธ์ 2009 : 02:42:24

รักษาพรตปลดปละสละรัก
เพราะน้ำผักต้มหวานน้ำตาลขม
คิดรังเกียจเกลียดรักหักอารมณ์
ไม่นิยมสมสวาทเป็นขาดรอนฯ

แต่ครั้งนี้วิปริตนิมิตฝัน
เฝ้าผูกพันมั่นหมายสายสมร
สาวสวรรค์ชั้นฟ้าจงถาวร
เจริญพรพูนสวัสดิ์กำจัดภัย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 09 กุมภาพันธ์ 2009 : 19:42:08

ซึ่งผูกจิตพิศสวาทหมายมาดมุ่ง
มักนอนสะดุ้งด้วยพระขวัญจะหวั่นไหว
เสวยสวรรค์ชั้นฟ้าสุราลัย
ช่วยเลื่อมใสโสมนัสสวัสดีฯ

ขอเดชะพระอุมารักษาสวาท
ให้ผุดผาดเพียงพักตร์ลักษมี
วิมานแก้วแววฟ้าฝูงนารี
คอยพัดวีแวดล้อมอยู่พร้อมเพรียง


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2009 : 23:50:12

ขอเดชะพระอินทร์ดีดพิณแก้ว
ให้เจื้อยแจ้วจับใจแจ่มใสเสียง
สาวสุรางค์นางรำระบำเรียง
คอยขับกล่อมพร้อมเพรียงเคียงประคอง

ขอพระจันทร์กรุณารักษาศรี
ให้เหมือนมณีนพเก้าอย่าเศร้าหมอง
เหมือนหุ่นเชิดเลิศล้วนนวลละออง
ให้ผุดผ่องผิวพรรณเพียงจันทรา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาณัติ ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2009 : 07:40:48

ขอพระพายชายเชยรำเพยพัด
ให้ศรีสวัสดิ์สว่างจิตขนิษฐา
มอบดอกไม้ในทวีปกลีบผกา
ให้หอมชื่นรื่นวิญญาณ์นิทรารมณ์ ฯ

ขอเดชะพระคงคารักษาสนอม
อย่าให้มอมมีระคายเท่าปลายผม
ให้เย็นเรื่อยเฉื่อยฉ่ำเช่นน้ำลม
กล่อมประทมโสมนัสสวัสดี ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2009 : 04:10:20

ด้วยเดิมฉันฝันได้ยลวิมลพักตร์
สุดแสนรักลักประโลมโฉมฉวี
ถวิลหวังตั้งแต่นั้นจนวันนี้
ขออย่ามี โทษโปรด ยกโทษกรณ์

ด้วยเกิดเป็นมนุษย์บุรุษราช
มาหมายมาดนางสวรรค์ร่วมบรรจถรณ์
ขอษมาการุญพระสุนทร
ให้ถาพรภิญโญเดโชชัย ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ทิว..ฯ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2009 : 23:48:56

อนึ่งโยมโฉมยงพระองค์เอก
มณีเมฆขลามาโปรดปราศรัย
จะให้แก้วแล้วอย่าลืมที่ปลื้มใจ
ขอให้ได้ดั่งประโยชน์โพธิญาณ

จะพ้นทุกข์หมดสิ้นมลทินโทษ
เพราะพระโปรดโปรยปรายสายสนาน
ใบหน้าชื่นรื่นรสพจมาน
เหมือนนิพพานพ้นทุกข์เป็นสุขสบาย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะไฟ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2009 : 03:42:57

บวชตะบึง ถึงตะบัน น้ำฉันชื่น
ยามดึกดื่น ได้สังวร อวยพรถวาย
เหมือนพระจันทร์ กรุณา ให้ตายาย
กับกระต่าย แต้มสว่าง อยู่กลางวง

เหมือนวอนเจ้า สาวสวรรค์ กระสันสวาท
ให้ผุดผาด เพิ่มผลา อานิสงส์
ได้สมบูรณ์ พูนเกิด ประเสริฐทรง
ศีลดำรง ร่วมสร้าง พุทธางกูร


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ติ๋ว ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2009 : 02:55:03

อันโลกีย์วิสัยที่ในโลก
ความสุขโศกสิ้นกายก็หายสูญ
เป็นมนุษย์สุดแต่ขอให้บริบูรณ์
ได้เพิ่มพูนให้ผาสุกสนุกสบาย

ขอบุญพระจะให้อยู่ชมพูทวีป
ช่วยชุบชีพชูเชิดให้เฉิดฉาย
ไม่ชื่นเหมือนมนุษย์ก็สุดอาย
สู้ไปตายตีนเขาลำเนาเนิน ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาณัติ ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2009 : 07:34:40

โอ้ปีนี้ปีขาลบันดาลฝัน
ที่หมายมั่นเหมือนจะหมางระคางเขิน
ก็คิดเห็นเป็นเคราะห์จำเพาะเผอิญ
ให้ห่างเหินโหยหวนรำจวนใจ

จึงแต่งตามความฝันรำพันพิลาป
ให้ศิษย์ทราบสุนทราอัชฌาสัย
จะสั่งสาวชาวบางกอกข้างนอกใน
ก็กลัวภัยให้ขยาดพระอาชญา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ติ๋ว ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2009 : 01:53:36

จงเอื้อมอ้างนางสวรรค์ตามฝันเห็น
ให้อ่านเล่นเป็นเล่ห์เสน่หา
ไม่รักใครในแผ่นดินถิ่นสุธา
รักแต่เทพธิดาสุราลัย ฯ

ได้ครวญคร่ำร่ำเรื่องเป็นเครื่องสูง
พอพยุงยกย่องให้ผ่องใส
ทั้งสาวแก่แม่ลูกอ่อน ลาวมอญไทย
เด็กผู้ใหญ่อย่าเฉลียวว่าเกี้ยวพาน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 02 มีนาคม 2009 : 00:20:17

พระภู่แต่ง แกล้งกล่าว สาวสาวเอ๋ย
อย่าถือเลยเคยเจนเหมือนเหลนหลาน
นักเลงกลอนนอนฝันเป็นสันดาน
เคยเขียนอ่านอดใจมิใคร่ฟัง

จะฝากตี ฝีปาก จะฝากรัก
ด้วยจวนจักจากถิ่นถวิลหวัง
ไว้อาลัยให้ละห้อยจงคอยฟัง
จะร่ำสั่ง สิ้นสุด อยุธยา ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 02 มีนาคม 2009 : 12:27:41

โอ้ยามนี้ปีขาลสงสารวัด
เคยโสมนัสในอารามสามวัสสา
สิ้นกุศลผลบุญการุณา
จะจำลาเลยลับไปนับนาน

เคยเดินเล่นเย็นลมเลียบชมรอบ
ริมแขวงขอบเขตที่เจดีย์ฐาน
พระปรางค์มีสี่ทิศพิสดาร
โบสถ์วิหารการเปรียญล้วนเขียนทอง


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 05 มีนาคม 2009 : 11:46:10

ที่หน้าบัน ปั้นอย่าง เมืองกวางตุ้ง
ดูเรืองรุ่งรูปนกผกผยอง
กระเบื้องเคลือบเหลือบสลับเหลี่ยมรับรอง
ศาลาสองหน้ารอบขอบกำแพง

สิงโตจีนตีนตัวน่ากลัวกลอก
ขยับขยอกแยกเขี้ยวเสียวแสยง
ที่ตึกก่อช่อฟ้าใบระกาแดง
ริมกำแพงตะพานขวางเคียงข้างคลอง


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ทิว..ฯ ที่ 10 มีนาคม 2009 : 00:24:33

เป็นพลับพลาพาไลข้างในเสด็จ
เดือนสิบเอ็ดเคยประทานงานฉลอง
เล่นโขนหนังฟังปี่พาทย์ระนาดฆ้อง
ละครร้องเรื่องแขกฟังแปลกไทย

ประทานรางวัลนั้นไม่ขาดคนดาษดื่น
ทั้งวันคืนครื้นครั่นเสียงหวั่นไหว
จะวายเห็นเย็นเยียบเหงาเงียบใจ
โอ้อาลัยแลเหลียวเปลี่ยววิญญาณ์ ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 11 มีนาคม 2009 : 02:57:30

เคยอยู่กินถิ่นที่กระฎีก่อ
เป็นตึกต่อต่างกำแพงฝากแฝงฝา
เป็นสองฝ่ายท้ายวัดวิปัสสนา
ข้างโบสถ์บาเรียนเรียงเคียงเคียงกัน

เป็นสี่แถวแนวทางเดินหว่างกุฎิ์
มีสระขุดเขื่อนลงพระสงฆ์ฉัน
ข้างทิศใต้ในจงกรมพรหมจรรย์
มีพระคันธกุฎีที่บำเพ็ง


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 16 มีนาคม 2009 : 12:13:21

ศาลากลางทางเดินแลเพลินจิต
ประดับประดิษฐ์ดูดีเป็นที่เก๋ง
จะเริดร้างห่างแหสุดแลเล็ง
ยิ่งพิศเพ่งพาสลดกำสรดทรวง ฯ

หอระฆังดังทำนอง หอกลองใหญ่
ทั้งหอในแกลทองเป็นของหลวง
ปลูกไม้รอบขอบนอกเป็นดอกดวง
บ้างโรยร่วงรสรื่นทุกคืนวัน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มาณวิกา ที่ 20 มีนาคม 2009 : 02:43:01

ชมพู่แลแต่ละต้นมีผลลูก
ดูดั่งผูกพวงระย้านึกน่าฉัน
ทรงบาดาลบานดอกรีบออกทัน
เก็บทุกวันเช้าเย็นไม่เว้นวาย ฯ

เห็นทับทิมริมกระฎีดอกยี่โถ
สะอื้นโอ้อาลัยจิตใจหาย
เห็นต้นชาหน้ากระไดใจเสียดาย
เคยแก้อายหลายครั้งประทังทน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาณัติ ที่ 20 มีนาคม 2009 : 14:55:17

ได้เก็บฉันวันละน้อยอร่อยรส
ด้วยยาม อด อัตคัด แสนขัดสน
จะซื้อหาชาจีนทรัพย์สินจน
จะจากต้น-ชาให้ อาลัยชา ฯ

โอ้ชาตินี้มีกรรมเหลือลำบาก
เหมือนนกพรากพลัดรังไร้ฝั่งฝา
โอ้กระฎีที่จะจากฝากน้ำตา
ไว้คอยลาเหล่านักเลงฟังเพลงยาว


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ทิว..ฯ ที่ 22 มีนาคม 2009 : 10:44:45

เคยเยี่ยมเยือนเพื่อนเก่าเมื่อเราอยู่
มาหาสู่ดูแลทั้งแก่สาว
ยืมหนังสือลือเลื่องถามเรื่องราว
โอ้เป็นคราวเคราะห์แล้วจำแคล้วกัน ฯ

ฤดูร้อนก่อนเก่าทำข้าวแช่
น่าชมแต่เครื่องกับสำรับฉัน
ช่างทำเป็น เช่นดอกจอก เป็นดอกจันทน์
งามจนชั้น กระชายทำ  เหมือนจำปา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: คือ...* รัก * ที่ 22 มีนาคม 2009 : 19:04:12

มะม่วงดิบหยิบดูจึงรู้จัก
ทำน่ารักรูปสัตว์เหมือนมัจฉา
จะแลลับกลับกลายสุดสายตา
เคยไปมามิได้เห็นจะเว้นวาย

ตรุษสงกรานต์ท่านแต่งเครื่องแป้งสด
ระรื่นรสราเชนพุมเสนกระสาย
น้ำกุหลาบอาบอุระแสนสบาย
ถึงเคราะห์ร้ายหายหอมให้ตรอมทรวง


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 23 มีนาคม 2009 : 01:38:06

เหมือนแสนโง่โอ้เสียแรงแต่งหนังสือ
จนมีชื่อลือเลื่องทั้งเมืองหลวง
มามืดเหมือนเดือนแรมไม่แจ่มดวง
ต้องเหงาง่วงทรวงเศร้าเปลี่ยวเปล่าใจ

จำจากเพื่อนเหมือนจะพาน้ำตาตก
ต้องระหกระเหินหา ที่อาศัย
โอ้แสนอายปลายอ้อยเลื่อนลอยไป
เจ็บเจ็บใจ ไม่รู้หาย ซังตายทน ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: กายา ที่ 23 มีนาคม 2009 : 08:58:57

ที่อารีมีคุณการุญรัก
ได้เห็นพักตร์พบปะปีละหน
เข้าวัสสามาทั่วทุกตัวคน
ถวายต้นไม้กระถางต่างต่างกัน

ดูกิ่งใบไม้แซมติดแต้มแต่ง
ลูกดอกแฝง แกล้งประดิษฐ์ คิดขยัน
พุ่มสีผึ้งถึงดีลิ้นจี่จันทน์
ต้นแก้วกรรณิการ์มีสารพัด


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 28 มีนาคม 2009 : 00:27:00

ทำรูปพราหมณ์งามพริ้มแย้มยิ้มเยื้อน
กินนรเหมือนนางกินนรแขนอ่อนหยัด
ดูนางนั่งปลั่งเปล่งดูเคร่งครัด
หน้าเหมือนผัดผ่องผิวกรีดนิ้วนาง

รูปนกหกผกผินกินลูกไม้
บ้างจับไซ้ ขนพลิก พลิ้วปีกหาง
นกยางเจ่าเซาจกเหมือนนกยาง
รูปเสือกวางกบกระต่ายมีหลายพรรณ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มาณวิกา ที่ 29 มีนาคม 2009 : 08:11:47

ทำแปลกแปลกแขกฝาหรั่งทั้งเจ้าเงาะ
หน้าหัวเราะรูปร่างคิ้วคางขัน
สุกรแกะแพะโผน เผ่นโดนกัน
ล้วนรูปปั้นต่างต่างเหมือนอย่างเป็น

จะแลลับนับปีครั้งนี้หนอ
ที่ชอบพอเพื่อนสำราญจะนานเห็น
ด้วยโศกสุมรุมร้อนไม่หย่อนเย็น
จงอยู่เป็น สุขสุข ทุกทุกคน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 29 มีนาคม 2009 : 16:35:03

ขอแบ่งบุญสุนทรถาวรสวัสดิ์
ให้บริบูรณ์พูนสมบัติพิพัฒน์ผล
เกิดกองทองกองนากอย่ายากจน
เจริญพ้นภัยพาลสำราญเริง ฯ

โอ้สงสารหลานสาวเหล่าข้าหลวง
เคยมาลวงหลงเชื่อจนเหลือเหลิง
ไม่รู้เท่าเจ้านั้นเสียชั้นเชิง
เชิญบันเทิงเถิดนะหลานปากหวานดี


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 09 เมษายน 2009 : 07:18:21

ได้ฉันลมชมลิ้นเสียสิ้นแล้ว
ล้วนหลานแก้วหลอกน้าต้องล่าหนี
จะนับเดือนเลื่อนลับไปนับปี
อยู่จงดีได้เป็นหม่อมอย่างพร้อมเพรียง

โอ้เดือนอ้ายไม่ขาดกระจาดหลวง
ใส่เรือพ่วงพวกแห่เซ็งแซ่เสียง
อึกทึกครึกโครมคบโคมเคียง
เรือรายเรียงร้องขับตีทับโทน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 09 เมษายน 2009 : 12:34:49
บ้างเขียนหน้า ทาดำ ยืนรำเต้น
ลางลำเล่นงิ้วหนังมีทั้งโขน
พวกขี้เมาเหล่าประสกตลกโลน
ร้องโยนโหยนโย้นฉับรับชาตรี

ล้วนเรือใหญ่ใส่กระจาดย่ามบาตรพร้อม
ของคุณหม่อมจอมมารดาเจ้าภาษี
ทั้งขุนนางต่างมาด้วยบารมี
ปี่พาทย์ตีเต้นรำทุกลำเรือ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 15 เมษายน 2009 : 11:55:29

ของขนมส้มสูกทั้งลูกไม้
หมูเป็ดไก่กุ้งแห้งแตงมะเขือ
พร้าวอ่อนด้วยกล้วยอ้อยนับร้อยเครือ
จนล้นเหลือเกลือปลาร้าสารพัน

แล้วเราได้ไตรดี แพรสีแสด
สบงแปดคืบจัดเป็นสัตตขันธ์
โอ้แต่นี้มิได้เห็น เหมือนเช่นนั้น
นับคืนวัน ปีเดีอน จะเลื่อนลอย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 16 เมษายน 2009 : 14:07:59

เหลืออาลัยใจเอ๋ยจะเลยลับ
เหลืออาภัพพูดยากเหมือนปากหอย
ให้เขินขวยด้วยว่าวาสนาน้อย
ต้องหน้าจ๋อยน้อยหน้าระอาอาย

ออกวัสสาผ้าสบงกระทงเข้า
พระองค์เจ้าจบพระหัตถ์จัดถวาย
ไม่แหงนเงยเลยกลัวเจ้าขรัวนาย
สำรวมกายก้มหน้าเกรงบารมี


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 17 เมษายน 2009 : 00:48:23

สวดมนต์จบหลบออกข้างนอกเล่า
ปะแต่เหล่าสาวแซ่ห่มแพรสี
สู้หลับตามาจนสุด ถึงกุฎี
เหมือนไม่มีตาตัวด้วยกลัวตาย ฯ

ตั้งแต่นี้มิได้หลบไม่พบแล้ว
จงผ่องแผ้วพักตร์เหมือนดั่งเดือนหงาย
จะเงียบเหงาเช้าเย็นจะเว้นวาย
โอ้ใจหายหมายมาดเคลื่อคลาดคลา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 17 เมษายน 2009 : 15:21:07
เหมือนใบศรีมีงานท่านสนอม
เจิมแป้งหอมน้ำมันจันทน์ให้หรรษา
พอเสร็จการท่านเอาลงทิ้งคงคา
ต้องลอยมาลอยไปเป็นใบตอง

เหมือนตัวเราเล่าก็พลอยเลื่อนลอยลับ
มิได้รับไทยทานดูงานฉลอง
โอ้ทองหยิบลิบลอยทั้งฝอยทอง
มิได้ครองไตรแพรเหมือนแต่เดิม

พระสิงหะพระอภัย พระทัยจืด
ไม่ยาวยืดยกยอชะลอเฉลิม ฯ
เมื่อกระนั้นจันทน์และกระแจะเจิม
ได้พูนเพิ่มเหิมฮึกอยู่ตึกราม


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 19 เมษายน 2009 : 02:09:29

ครั้นเหินห่างร้างเริดก็เกิดทุกข์
ไพรีรุกบุกเบียนเป็นเสี้ยนหนาม
สู้ต่ำต้อยน้อยตัวเกรงกลัวความ
ด้วยเป็นยามยากจนจำทนทานฯ

ขอเดชะพระสยมบรมนาถ
เจ้าไกรลาศโลกามหาสถาน
ทรงงัวเผือกเงือกหงอนสังวรสังวาล
ถึอพัดตาลตาไฟประลัยกัลป์


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ดินเหนียว ที่ 19 เมษายน 2009 : 08:58:44

ประกาศิตอิทธิเวทวิเศษประเสริฐ
ให้ตายเกิดสิ้นสุดมนุษย์สวรรค์
ตรัสอย่างไรไปเป็นเหมือนเช่นนั้น
พระโปรดฉันเชิญช่วยอำนวยพร

เผื่อว่าจักรักใคร่ที่ไหนมั่ง
ให้สมหวังดังจำนงประสงค์สมร
ทรงเวทมนตร์ดลประสิทธิ์ฤทธิรอน
เจริญพรภิญโญ เดโชชัย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 20 เมษายน 2009 : 12:03:43

ที่หวังชื่นกลืนกลั้นกระสันสวาท
อย่าแคล้วคลาดเคลือบแคลงแหนงไฉน
มิตรจิต ขอให้ มิตรใจไป
ที่มืดไม่เห็นห้อง ช่วยส่องเทียน ฯ

ขอเดชะพระนารายณ์ อยู่สายสมุทร
พระโพกภุชงค์เฉลิม เสริมพระเศียร
มังกรกอด สอดประสาน สังวาลเวียน
สถิตเสถียรแท่นมหาวาสุกรี


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 21 เมษายน 2009 : 00:07:06
ทรงจักรสังข์ทั้งคทาเทพาวุธ
เหยียบบ่าครุฑเที่ยวทวา ทศราศี
ขอมหาอนุภาพปราบไพรี
อย่าให้มีมารขวางระคางระคาย

ที่คนคิดริษยานินทาโทษ
พระเปลื้องโปรดปราบประยูร ให้สูญหาย
ศัตรูเงียบเรียบร้อยจะลอยชาย
ไปเชยสายสวาทไม่ขาดวัน ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะไฟ ที่ 21 เมษายน 2009 : 09:36:21

ขอเดชะพระมหาวายุพัด
พิมานอัศวราชเผ่นผาดผัน
ทรงสีเหลืองเครื่องไฟประลัยกัลป์
กุมพระขรรค์กรดกระหวัดพัดโพยม

ขอเดชาวายุเวกจะเสกเวท
พอหลับเนตรพริบหนึ่งไปถึงโฉม
จะสอพลอฉอเลาะปะเหลาะปะโลม
เหมือนกินโสมโศกสร่างสว่างทรวง


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ย่อง ที่ 22 เมษายน 2009 : 10:27:41
สุมามาลย์บานแบ่งแมลงภู่
ขอสิงสู่สมสงวนไม่ควรหวง
จะเหือดสิ้นกลิ่นอายเสียดายดวง
จะหล่นร่วงโรยรสต้องอดออม ฯ

โอ้อกเอ๋ยเชยอื่นไม่ชื่นแช่ม
เชยที่แย้มยิ้มพรายไม่หายหอม
แต่หัสนัยน์ตรัยตรึงส์ท่านถึงจอม
ยังแปลงปลอมเปลื้องปลิดไพจิตรา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ทิว..ฯ ที่ 26 เมษายน 2009 : 16:00:46

ได้บุตรีที่รักยักษ์อสูร
สืบประยูรอยู่ถึงดาวดึงสา
เราเป็นมนุษย์สุดรัก ต้องลักพา
เหมือนอินทราตรึงส์ตรัยเป็นไรมีฯ

อย่าประมาทชาติหมู่แมงภู่ผึ้ง
ประสงค์ซึ่งเสน่หาสร้อยส่าหรี
ดูดอกไม้ในจังหวัดปัฐพี
ดวงใดดีมีกลิ่นรวยรินรส


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 27 เมษายน 2009 : 00:52:02
พอบานกลีบรีบถึงลงคลึงเคล้า
ฟุบเฟ้นเฝ้าเฟ้นฟอนเกสรสด
สัจจังจริงมิ่งขวัญอย่ารันทด
ถ้ากลิ่นใกล้ได้รสเหลืออดออม

อันโกสุพุ่มพวงดอกดวงนี้
สร้อยส่าหรีรำเพยระเหยหอม
ภมรมาดปรารถนาจึงมาดอม
ต้องอดออมอกตรมระทมทวี


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ย่อง ที่ 28 เมษายน 2009 : 13:09:33

แม้นรับรักหากว่าเมตตาตอบ
เมื่อคิดชอบภายหน้าจะพาหนี
เหมือนอิเหนาเขาก็รู้ไม่สู้ดี
แต่เพียงพี่นี้ก็ได้ ด้วยง่ายดาย

อย่าลบหลู่ดูถูกแต่ลูกยักษ์
เขายังลักไปเสียได้ดั่งใจหมาย
เหมือนตัวพี่นี้ก็ลือว่าชื่อชาย
รู้จักฝ่ายฟ้าดินชินชำนาญ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: คีตพัสตร์ ที่ 28 เมษายน 2009 : 15:33:58
๐ จึงประจงรําร่ายสยายปีก
หมายหลบหลีกรอยรักเคยหักหาญ
จักล่วงสู่แดนดินหิมพานต์
สู่วงศ์วาน ณ.ถิ่นกินรี

๐ แม้นอยู่ไปใจน้องก็หมองหม่น
จึงเมื่อพ้นลุยไฟจะไกลหนี
ว่าลาแล้วภัสดาขอลาที
ด้วยชาตินี้มิอาจอยู่เป็นคู่ครอง


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 29 เมษายน 2009 : 16:00:05
จริงจริงนะ จะไปอุ้ม เนื้อนุ่มน่วม
ลงนั่งร่วมเรือกลพยนต์ผยอง
อยู่ท้ายพระ จะได้เรียงเคียงประคอง
ครรไลล่องลอยชะเลเหมือนเภตรา

พอลมดีพี่จะให้ใช้ใบแล่น
ไปตามแผนที่ประเทศเพศภาษา
แสนสบายสายสมุทรสุดสายตา
เห็นแต่ฟ้าน้ำเขียวเปล่าเปลี่ยวทรวง

ในสายชล วนลึกโครมครึกคลื่น
สุดจะฝืนฝ่าเหชะเลหลวง
เห็นฝูงปลานาคินสิ้นทั้งปวง
เกิดในห้วงห้องมหา คงคาเค็ม



หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เจ้านาง ที่ 30 เมษายน 2009 : 02:19:33

แขกฝรั่งมังค่าพวกพาณิช
สังเกตทิศถิ่นทางต้องวางเข็ม
เข้าประเทศเขตแดนเลียบแล่นเล็ม
เขาไปเต็มตามทางกลางนัที

ถ้าแม้นว่าปลาวาฬผุดผ่านหน้า
เรือไม่กล้าใกล้เคียงหลีกเลี่ยงหนี
แนวชลาน่าชมน้ำลมดี
ดูเร็วรี่เรือเรื่อยไม่เหนื่อยแรง


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ย่อง ที่ 30 เมษายน 2009 : 17:34:07

เย็นระรื่นคลื่นเรียบเงียบสงบ
มหรณพริบเนตรในเขตแขวง
แม้นควันคลุ้มกลุ่มกลมเป็นลมแดง
เป็นสายแสงเสียงลั่นสนั่นดัง

บัดเดี๋ยวคลื่นครื้นครึกสะทึกโถม
ขึ้นสาดโทรมดาดฟ้าคงคาขัง
เสียงฮือฮืออื้ออึงตูมตึงตัง
ด้วยกำลังลมกล้าสลาตัน ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: กายา ที่ 01 พฤษภาคม 2009 : 10:29:41
แต่เรือเราเบาฟ่องถึงต้องคลื่น
ก็ฝ่าฝืนฟูสบายแล่นผายผัน
แม่เห็นคลื่นครื้นเครงจะเกรงครัน
จะรับขวัญอุ้มน้องประคองเคียง

จะเขียนธงลงยันต์ปักกันคลื่น
ให้หายรื่นราบเรียบเงียบเซียบเสียง
จะแย้มสรวลชวนนั่งที่ตั่งเตียง
ให้เอนเอียงแอบอุ่นละมุนทรวง


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: คือ...* รัก * ที่ 01 พฤษภาคม 2009 : 14:34:51
จะแสนชื่นรื่นรสแป้งสดหอม
เห็นจะยอมหย่อนตามไม่ห้ามหวง
เหมือนได้แก้วแววฟ้าจินดาดวง
ไว้แนบทรวงสมคะเนทุกเวลา ฯ

ออกลึกซึ้งถึงที่ชื่อสะดือสมุทร
เห็นน้ำสุดสูงฟูมดั่งภูมผา
ดูพลุ่งพลุ่งวุ้งวงหว่างคงคา
สูดนาวาเวียนวนไม่พ้นไป


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 02 พฤษภาคม 2009 : 19:28:57
เรือลูกค้าพาณิชไม่ชิดเฉียด
แล่นก้าวเสียดหลีกลำตามน้ำไหล
แลทะเลเภตราบ้างมาไป
เห็นไรไรริ้วริ้วเท่านิ้วมือ

แม้นพรายน้ำทำฤทธิ์นิมิตรรูป
สว่างวูบวงแดงดั่ง แสงกระสือ
ต้องสุมไฟใส่ประโคมให้โหมฮือ
พัดกระพือเผาหนังแก้รังควาน ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 พฤษภาคม 2009 : 00:31:12
แต่ตัวพี่มีอุบายแก้พรายผุด
เสกเพลิงชุดเช่นกับไฟประลัยผลาญ
ทิ้งพรายน้ำทำลายวอดวายปราณ
มิให้พานพักตร์น้องอย่าหมองมัว

ดูปลาใหญ่ในสมุทรผุดพ่นน้ำ
มืดเหมือนคล้ำคลุ้มบดสลดสลัว
พุ่งทะลึ่งถึงฟ้าดูน่ากลัว
แต่ละตัว ตละโขด นับโชน์ยาว


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ดินเหนียว ที่ 05 พฤษภาคม 2009 : 11:14:00

**รำพันพิลาป**

จะหยอกเย้าเฝ้ายั่วให้หัวเราะ
ชวนชมเกาะ กะเปาะกลม ชื่อนมสาว
สาคเรศ เขตแคว้น ทุกแดนดาว
ดูเรือชาว เมืองใช้ ใบไปมา

เรือสลัด ตัดระกำ ร้อยลำหวาย
ทำเรือค่าย รายแล่น ล้วนแน่นหนา
น้าวกรรเชียง เสียงเฮ สุเรสุรา
ใส่เสื้อผ้า โพกนั้น ลงยันต์ราย

เหมือนเรือเปล่า เสากระโดง ลดลงซ่อน
ปลอมเรือจร จับบรรดา ลูกค้าขาย
ตัวคนได้ ไม่ล้าง ให้วางวาย
เจาะตีนหวาย ร้อยส้น ทุกคนไป ฯ

โดยหากว่า ถ้าไปปะ เรือสลัด
ศรีสวัสดิ์ แพรวจะพรั่น ประหวั่นไหว
จะอุ้มวาง กลางตัก สะพักไว้
โบกธงชัย ให้จังงัง  กำบังตา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 06 พฤษภาคม 2009 : 10:38:37
แล้วจะใช้ใบเยื้องไปเมืองเทศ
ชมประเภทพวกแขกแปลกภาษา
ทั้งหนุ่มสาวเกล้ามวยสวยโสภา
แต่งกายาอย่างพราหมณ์ งามงามดี

ล้วนนุ่งห่มโขมพัสตร์ ถือสัจศิล
ใส่เพชรนิลแนมประดับสลับสี
แลพิลึกตึกตั้งล้วนมั่งมี
ชาวบุรีขี่รถบทจร ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 07 พฤษภาคม 2009 : 00:44:34
จะเชิญแก้วแววเนตร ขึ้นเขตแคว้น
จัดซื้อแหวนเพชรรัตน์ประภัสสร
ให้สร่างทรวงดวงสุดาสถาวร
สว่างร้อนรับขวัญทุกวันคืน

จะระวังนั่งประคองเคียงน้องน้อย
ให้ใช้สอยสารพัดไม่ขัดขืน
กลืนไว้ได้ในอุระก็จะกลืน
ให้แช่มชื่นชมชะเล ทุกเวลา ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาณัติ ที่ 07 พฤษภาคม 2009 : 19:18:44
แล้วจะชวนนวลละอองตระกองอุ้ม
ให้ชมเพินเนินมะงุมมะงาหรา
ไปเกาะที่อิเหนา ชาวชวา
วงศ์อสัญแดหวา น่าหัวเราะ

จมูกโด่งโง้งงุ้มทั้งหนุ่มสาว
ไม่เหมือนกล่าวราวเรื่องหูเหืองเจาะ
ไม่เพริศพริ้งหญิงชายคล้ายคล้ายเงาะ
ไม่มีเหมาะหมดจดไม่งดงาม


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 08 พฤษภาคม 2009 : 12:35:35

ไม่แง่งอนอ้อนแอ้นแขนไม่อ่อน
ไม่เหมือนสมรเสมอภา-ษาสยาม
รูปก็งามนามก็เพราะเสนาะนาม
จะพาข้ามเขาละเมาะเกาะ มาลากา

เดิมของแขกแตกฝรั่ง ไปทั้งตึก
แลพิลึก ครึกครื้น ขายปืนผา
เมื่อครั้งนั้น ปั้นหยีอุ้ม วียะดา
ชี้ชมสัตว์ มัจฉา ในสาคร ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะไฟ ที่ 08 พฤษภาคม 2009 : 19:39:13
แม้นเหมือนหมายสายสุดใจไปด้วยพี่
จะช่วยชี้ชมตลิ่งเหล่าสิงขร
ประคองเคียงเอียงเอกเขนกนอน
ร้องละครอิเหนาเข้ามาลากา

แล้วจะใช้ใบบากออกจากฝั่ง
ไปชมละเมาะเกาะวัง กัลพังหา
เกิดในน้ำดำนิลดั่งศิลา
เหมือนรุกขาขึ้นสล้างหว่างคีริน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 09 พฤษภาคม 2009 : 00:11:48

ชะเลรอบขอบเขาเป็นเงาง้ำ
เวลาน้ำขึ้นกระเพื่อมถึงเงื้อมหิน
เห็นหุบห้องปล่องชลาฝูงนาคิน
ขึ้นมากินเกยนอนชะอ้อนเนิน

ภูเขานั้นวันหนึ่งแล่นจึ่งรอบ
เป็นเขตขอบเทพเจ้าจอมเขาเขิน
จะชื่นชวนนวลละอองประคองเดิน
เลียบเหลี่ยมเนินเพลินชมพนมนิล

(ขอบพระคุณทีมงาน dreampoem ที่ปักหมุด กระทู้นี้ให้ผมครับ)


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ลุงตรึม ที่ 10 พฤษภาคม 2009 : 18:35:09

จริงนะจ๊ะ จะเก็บทั้ง กัลพังหา
เม็ดมุกดา คลื่นสาด กลางหาดหิน
เบี้ยอีแก้ แลรอบ ขอบคีริน
ระรื่นกลิ่น ไม้หอม มีพร้อมเพรียง

สะพรั่งต้น ผลดอก ออกไม่ขาด
ศิลาลาด ลดหลั่น ชั้นเฉลียง
จะค่อยเลียบ เหยียบย่อง ประคองเคียง
เป็นพี่เลี้ยง เพียงพี่ ร่วมชีวา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ติ๋ว ที่ 11 พฤษภาคม 2009 : 10:49:27
จำปาดะ องุ่น หอมกรุ่นกลิ่น
ก้าแฝ่ฝิ่น สินธุ ต้นบุหงา
ด้วยเกาะนี้ ที่ทำเล เทวดา
แต่นกกา ก็มิได้ ไปใกล้กราย ฯ

แล้วจะใช้ ใบไปดู เองสุหรัด
ท่าคลื่นซัด ซึ้งวน ชลสาย
ตั้งตึกราม ตามตลิ่ง แขกหญิงชาย
แต้มผ้าลาย กะลาสี พวกตีพิมพ์


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 12 พฤษภาคม 2009 : 13:56:35
พื้นม่วงตองทองช้ำยำมะหวาด
ฉีกวิลาศลายลำยองเขียนทองจิ้ม
ทำที่อยู่พิลึกล้วนตึกทิม
เรียบเรียงริมฝั่งสมุทรแลสุดตา

จะตามใจให้เพลินเจริญเนตร
ชมประเภทพราหมณ์แขกแปลกภาษา
ได้แย้มสรวลชวนใช้ใบลีลา
ไปมังกล่า ฝาหรั่งระวังตระเวน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะไฟ ที่ 13 พฤษภาคม 2009 : 00:30:46
กำปั่นไฟใหญ่น้อยออกลอยเที่ยว
ตลบเลี้ยวแลวิ่งดั่งจิ้งเหลน
ถ้วนเดือนหนึ่งจึงจะผลัดพวกหัศเกน
เวียนตระเวนไปมาทั้งตาปี ฯ

เมืองมังกล่าฝาหรั่งอยู่ทั้งแขก
พวกเจ๊กแทรกแปลกหน้าทำภาษี
แลพิลึกตึกรามงามงามดี
ตึกเศรษฐี มีทรัพย์ ประดับประดา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 13 พฤษภาคม 2009 : 03:18:01
ดูแวววาวแก้วกนกกระจกกระจ่าง
ประตูหน้าต่างติดเครื่อง รอบเฝืองฝา
ล้วนขายเพชรเจ็ดสีมีราคา
วางไว้หน้าตึกร้านใสจานราย

แล้วตัวไปไม่นั่งระวังของ
คนซื้อร้องเรียกหาจึงมาขาย
ด้วยไม่มีตีโบยขโมยขมาย
ทั้งหญิงชายเช้าค่ำเขาสำราญ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 15 พฤษภาคม 2009 : 10:27:22
นอกกำแพง แขวงเขต ประเทศถิ่น
เป็สวนอินทผาลัมทับน้ำหวาน
รองอ่างไว้ใช้ทำแทนน้ำตาล
ห้องแต่งงานขันหมากเหลือหลากจริง

ถึงขวบปีมีจั่นทำขวัญต้น
แต่งเหมืนคนขอสู่นางผู้หญิง
แม้นถึงปีมีลูกใครปลูกทิ้ง
ไม่ออกจริงจั่นหล่นลำต้นตาย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 19 พฤษภาคม 2009 : 16:30:04
บ้านตลาดกวาดเลี่ยนเตียนตะล่ง
ถึงของหลงลืมไว้ก็ไม่หาย
ไปชมเล่นเช่นฉันว่าประสาสบาย
บ้านเมืองรายหลายประเทศต่างเพศพันธุ์

จะพาไปให้สร้างทางกุศล
ขึ้นสิงหลเห็นจะได้ไปสวรรค์
ไหว้เจดีย์ที่ทำเลเวฬุวัน
พระรากขวัญอันเป็นยิ่งเขาสิงคุตร์


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เจ้านาง ที่ 23 พฤษภาคม 2009 : 20:22:17
คิดจะใช้ใบข้ามไปตามเข็ม
เขียนมาเต็มเล่มแล้วจะสิ้นสมุด
เหมือนหมายทางต่างทวีปเรือรีบรุด
พอสิ้นสุดสายมหาอารณพ

เหมือนเรื่องรักจักประเวศประเทศถิ่น
มิทันสิ้นสุดคำก็จำจบ
แม้นขืนเคืองเปลื้องปลิดไม่คิดคบ
จะเศร้าซบโศกสะอื้นทุกคืนวัน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ทิว..ฯ ที่ 24 พฤษภาคม 2009 : 14:12:04
เหมือนยักษีที่สิงขรต้องศรกก
ปักตรึงอกอานภาพซ้ำสาปสรร
อยู่ลพบุรีที่ตรงหว่าง เขานางประจัน
เสียงไก่ขันขึ้นนทรี คอยตีซ้ำ

แสนวิตกอกพระยาอุณาราช
สุดหมายมาดไม่มีที่อุปถัมภ์
ศรสะเทือนเหมือนอุระจะระยำ
ต้องตีซ้ำ ช้ำในฤทัยระทม


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ติ๋ว ที่ 25 พฤษภาคม 2009 : 19:11:37

ถึงกระไร ได้อุตส่าห์ อาสาสมัคร
ขอเห็นรักสักเท่าซีก กระผีกผม
พอชื่นใจ ได้สร่าง สว่างอารมณ์
เหมือนนิยม สมคะเน เถิดเทวัญ

ถวิลหวังสังวาสสวาทแสวง
ให้แจ่มแจ้ง แต่งตาม เรื่องความฝัน
ฝากฝีปาก ฝากคำ ที่สำคัญ
ชื่อรำพันพิลาป ปล้ำกาพย์กลอน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ย่อง ที่ 27 พฤษภาคม 2009 : 02:02:17
เปรียบเหมือนกับ ขับกล่อม ถนอมเสน่ห์
สำเนียงเห่เทวัญ ริมบรรจถรณ์
เสวยสวัสดิ์วัฒนาสถาพร
วานฟังกลอนกลอยแก่ เถิดแม่เอย

จบรำพันพิลาป


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 29 พฤษภาคม 2009 : 10:00:21

**นิราศภูเขาทอง/ เชิญชวน ต่อกลอนคนละบท

...............................................
เดือนสิบเอ็ดเสร็จธุระพระวสา
รับกฐินภิญโญโมทนา
ชุลีลาลงเรือเหลืออาลัย

ออกจากวัดทัศนาดูอาวาส
เมื่อตรุษสารทพระวสาได้อาศัย
สามฤดูอยู่ดีไม่มีภัย
มาจำไกลอารามเมื่อยามเย็น


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 01 มิถุนายน 2009 : 23:31:20

โอ้อาวาสราชบุรณะพระวิหาร
แต่นี้นานนับทิวาจะมาเห็น
เหลือรำลึกนึกน่าน้ำตากระเด็น
เพราะขุกเข็ญคนพาลมารานทาง

จะยกหยิบธิบดีเป็นที่ตั้ง
ก็ใช้ถังแทนสัดเห็นขัดขวาง
จึ่งจำลาอาวาสนิราศร้าง
มาอ้างว้างวิญญาณ์ ในสาคร


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ย่อง ที่ 03 มิถุนายน 2009 : 14:13:37

ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด
คิดถึงบาทบพิตรอดิศร
โอ้ผ่านเกล้า เจ้าประคุณ ของสุนทร
แต่ปางก่อนเคยเฝ้าทุกเช้าเย็น

พระนิพพานปานหนึ่งศีรษะขาด
ด้วยไร้ญาติยากแค้นถึงแสนเข็ญ
ทั้งโรคซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น
ไม่เล็งเห็นที่ซึ่ง จะพึ่งพา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เจ้านาง ที่ 04 มิถุนายน 2009 : 18:56:21

จะสร้างพรต อุตส่าห์ส่งส่วนบุญถวาย
ประพฤติฝ่ายสมถะทั้งวสา
เป็นสิ่งของฉลองคุณมุลิกา
ขอเป็นข้าเคียงบาททุกชาติไป ฯ

ถึงหน้าแพแลเห็นเรือที่นั่ง
คิดถึงครั้งก่อนมาน้ำตาไหล
เคยหมอบรับกับพระจมื่นไวย
แล้วลงในเรือที่นั่งบัลลังก์ทอง


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ย่อง ที่ 04 มิถุนายน 2009 : 18:58:30

เคยทรงแต่งแปลงบทพจนารถ
เคยรับราชโองการอ่านฉลอง
จนกฐินสิ้นแม่น้ำแลลำคลอง
มิได้ข้องเคืองขัดหัทยา

เคยหมอบใกล้ได้กลิ่นสุคนธ์ตลบ
ละอองอบรสรื่นชื่นนาสา
สิ้นแผ่นดินสิ้นรสสุคนธา
วาสนาเราก็สิ้นเหมือนกลิ่นสุคนธ์


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 08 มิถุนายน 2009 : 21:44:54

ดูในวังยังเห็นหอ พระอั-ฐิ
ตั้งสติ เติมถวาย ฝ่ายกุศล
ทั้งปิ่นเกล้าเจ้าพิภพจบสกล
ให่ผ่องพ้นภัยสำราญผ่านบุรินทร์ ฯ

ถึงอารามนามวัดประโคนปัก
ไม่เห็นหลักลือเล่าว่าเสาหิน
เป็นสำคัญปันแดน ในแผ่นดิน
ไม่รู้สิ้นสุดชื่อที่ลือชา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 11 มิถุนายน 2009 : 05:19:54

ขอดเชะพระพุทธคุณช่วย
แม้นมอดม้วยกลับชาติวาสนา
อายุยืนหมื่นเท่าเสาศิลา
อยู่คู่ฟ้าดินได้ดังใจปอง

ไปพ้นวัดทัศนาริมท่าน้ำ
แพประจำจอดรายเขาขายของ
มีแพรผ้าสารพัดสีม่วงตอง
ทั้งสิ่งของขาวเหลืองเครื่องสำเภา ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 12 มิถุนายน 2009 : 15:46:50

ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง
มีคันโพงผูกสายไว้ปลายเสา
โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา
ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย

ทำบุญบวชกรวดน้ำขอสำเร็จ
สรรเพชรโพธิญาณประมาณหมาย
ถึงสุราพารอดไม่วอดวาย
ไม่ใกล้กรายแกล้งเมินก็เกินไป


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 13 มิถุนายน 2009 : 13:36:11

ไม่เมาเหล้าแต่เรายังเมารัก
สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน
ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป
แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน ฯ

ถึงบางจากจากวัดพลัดพี่น้อง
มามัวหมองม้วนหน้าไม่ฝ่าฝืน
เพราะรักใคร่ใจจืดไม่ยืดยืน
จึงต้องขืนใจพรากมาจากเมือง


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะไฟ ที่ 15 มิถุนายน 2009 : 12:40:48

ถึงบางพลูคิดถึงคู่เมื่ออยู่ครอง
เคยใส่ซองส่งให้ล้วนใบเหลือง
ถึงบางพลัดเหมือนพี่พลัดมาขัดเคือง
ทั้งพลัดเมืองพลัดสมรมาร้อนรน

ถึงบางโพธิ์ โอ้พระศรีมหาโพธิ์
ร่มนิโรธรุกขมูลให้พูนผล
ขอเดชะอานุภาพพระทศพล
ให้ผ่องพ้นภัยพาลสำราญกาย ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: คือ...* รัก * ที่ 15 มิถุนายน 2009 : 17:51:58

ถึงบ้านญวนล้วนแต่โรงแลสะพรั่ง
มีข้องขังกุ้งปลาไว้ค้าขาย
ตรงหน้าโรงโพงพางเขาวางราย
พวกหญิงชายพร้อมเพรียงมาเมียงมอง

จะเหลียวกลับลับเขตประเทศสถาน
ทรมานหม่นไหม้ฤทัยหมอง
ถึงเขมาอารามอร่ามทอง
พึ่งฉลองเลิกงานเมื่อวานซืน ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เจ้านาง ที่ 16 มิถุนายน 2009 : 08:55:54

โอ้ปางหลังครั้งสมเด็จบรมโกศ
มาผูกโบสถ์ก็ได้มา บูชาชื่น
ชมพระพิมพ์ริมผนังยังยั่งยืน
ทั้งแปดหมื่นสี่พันได้วันทา

โอ้ครั้งนี้ มิได้เห็นเล่นฉลอง
เพราะตัวต้องตกประดาษวาสนา
เป็นบุญน้อยพลอยนึกโมทนา
พอนาวาติดชลเข้าวนเวียน


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาณัติ ที่ 17 มิถุนายน 2009 : 23:09:28

ดูน้ำวิ่งกลิ้งเชี่ยวเป็นเกลียวกลอก
กลับกระฉอกฉาดฉัดฉวัดเฉวียน
บ้างพลุ่งพลุ่งวุ้งวงเหมือนกงเกวียน
ดูเปลี่ยนเปลี่ยนคว้างคว้างเป็นหว่างวน

ทั้งหัวท้ายกรายแจวกระชากจ้วง
ครรไลล่วงเลยทางมากลางหน
โอ้เรือพ้นวนมาในสาชล
ใจยังวนหวังสวาทไม่คลาดคลาฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 19 มิถุนายน 2009 : 13:29:57

ตลาดแก้ว แล้วไม่เห็น ตลาดตั้ง
สองฟากฝั่ง ก็แต่ล้วน สวนพฤกษา
โอ้รินริน กลิ่นดอกไม้ ใกล้คงคา
เหมือนกลิ่นผ้า แพรดำ ร่ำมะเกลือ

เห็นโศกใหญ่ ใกล้น้ำ ระกำแฝง
ทั้งรักแซง แซมสวาท ประหลาดเหลือ
เหมือนโศกพี่ ที่ระกำ ก็ช้ำเจือ
เพราะรักเรื้อ แรมสวาท มาคลาดคลาย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ลุงตรึม ที่ 21 มิถุนายน 2009 : 07:49:58

ถึงแขวงนนท์ชลมารค ตลาดขวัญ
มีพ่วงแพ แพรพรรณ เขาค้าขาย
ทั้งของสวน ล้วนแต่เรือเรียงราย
พวกหญิงชายชุมกันทุกวันคืน ฯ

มาถึงบางธรณีทวีโศก
ยามวิโยคยากใจให้สะอื้น
โอ้สุธาหนาแน่นเป็นแผ่นพื้น
ถึงสี่หมื่นสองแสนทั้งแดนไตร

เมื่อเคราะห์ร้ายกายเราก็เท่านี้
ไม่มีที่พสุธาจะอาศัย
ล้วนหนามเหน็บเจ็บแสบคับแคบใจ
เหมือนนกไร้รังเร่อยู่เอกา ฯ

ถึงเกร็ดย่านบ้านมอญแต่ก่อนเก่า
ผู้หญิงเกล้ามวยงามตามภาษา
เดี๋ยวนี้มอญถอนไรจุกเหมือนตุ๊กตา
ทั้งผัดหน้าจับเขม่าเหมือชาวไทย




หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ...เท่ห์จัง... ที่ 22 มิถุนายน 2009 : 13:31:44

โอ้สามัญผันแปรไม่แท้เที่ยง
เหมือนอย่างเยี่ยงชายหญิงทิ้งวิสัย
นี่หรือจิตคิดหมายมีหลายใจ
ที่จิตใครจะเป็นหนึ่งอย่าพึงคิด ฯ

ถึงบางพูด พูดดี เป็นศรีศักดิ์
มีคนรัก รสถ้อย อร่อยจิต
แม้พูดชั่ว ตัวตายทำลายมิตร
จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 23 มิถุนายน 2009 : 01:42:17

ถึงบ้านใหม่ ใจจิต ก็คิดอ่าน
จะหาบ้านใหม่มาดเหมือนปรารถนา
ขอให้สมคะเนเถิดเทวา
จะได้ผาสุกสวัสดิ์ กำจัดภัย

ถึงบางเดื่อ โอ้มะเดื่อ เหลือประหลาด
บังเกิดชาติ แมลงหวี่ มีในไส้
เหมือนคนพาลหวานนอกย่อมขมใน
อุปไมยเหมือนมะเดื่อเหลือระอา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 24 มิถุนายน 2009 : 17:58:58

ถึงบางหลวง เชิงราก เหมือนจากรัก
สู้เสียศักดิ์ สังวาสพระศาสนา
เป็นล่วงพ้นรนราคราคา
ถึงนางฟ้าจะมาให้ไม่ไยดี ฯ

ถึงสามโคกโศกถวิลถึงปิ่นเกล้า
พระพุทธเจ้าหลวงบำรุงซึ่งกรุงศรี
ประทานนามสามโคก เป็นเมืองตรี
ชื่อปทุม ธานี เพราะมีบัว


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 26 มิถุนายน 2009 : 19:32:59

โอ้พระคุณสูญลับไม่กลับหลัง
แต่ชื่อตั้งก็ยังอยู่เขารู้ทั่ว
โอ้เรานี้ที่สุนทรประทานตัว
ไม่รอดชั่ว เช่นสามโคก ยิ่งโศกใจ

สิ้นแผ่นดินสิ้นนามตามเสด็จ
ต้องเที่ยวเตร็ดเตร่หาที่อาศัย
แม้นกำเนิดเกิดชาติใดใด
ขอให้ได้ เป็นข้า ฝ่าธุลี


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 29 มิถุนายน 2009 : 19:11:14

สิ้นแผ่นดิน ขอให้สิ้น ชีวิตบ้าง
อย่าอยู่ร้างบงกชบทศรี
เหลืออาลัยใจตรมระทมทวี
ทุกวันนี้ก็ซังตายทรงกายมา ฯ

ถึงบ้านงิ้ว เห็นแต่งิ้ว ละลิ่วสูง
ไม่มีฝูงสัตว์ลิงกิ่งพฤกษา
ด้วยหนามดกรกดาษระดะตา
นึกก็น่ากลัวหนามขามขามใจ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 03 กรกฎาคม 2009 : 23:55:11

งิ้วนรกสิบหกองคุลีแหลม
ดังขวากแซมเสี้ยมแซกแตกไสว
ใครทำชู้คู่ท่านครั้นบรรลัย
ก็ต้องไปปีนต้นน่าขนพอง

เราเกิดมาอายุเพียงนี้แล้ว
ยังคลาดแคล้วครองตัวไม่มัวหมอง
ทุกวันนี้วิปริตผิดทำนอง
เจียนจะต้องปีนบ้างหรืออย่างไร ฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: mrspk2 ที่ 04 กรกฎาคม 2009 : 13:19:23

อันเด็กสาววัยรุ่นให้ครุ่นคิด
ชั่วชีวิตจะหมองมัวยอมหรือไม่
ประพฤติตัวชั่วดีอยู่ที่ใจ
แลดูไชร้พ่อแม่คอยนิยม


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เจ้านาง ที่ 06 กรกฎาคม 2009 : 02:07:30

โอ้คิดมาสารพัดจะตัดขาด
ตัดสวาทตัดรักมิยักไหว
ถวิลหวังนั่งนึกอนาถใจ
ถึงเกาะใหญ่ราชครามพอยามเย็น

ดูห่างย่านบ้านช่องทั้งสองฝั่ง
ระวังทั้งสัตว์จะทำเข็ญ
เป็นที่อยู่ผู้ร้ายไม่วายเว้น
เที่ยวซ่อนเร้นตีเรือเหลือระอา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: detniyom ที่ 07 กรกฎาคม 2009 : 00:51:29
มาแอบอ่านแลละม้ายคล้ายนิราศ
คนต่างถิ่นจึงขาดวาสนา
บ้านช่องก่อนเก่าริมเจ้าพระยา
ไม่เคยมาจะต่อกลอนจึงอ่อนใจ

แต่ชาญเชี่ยวเคี่ยวกรำดำน้ำเก่ง
พอลอยเรือเล่นเพลงไปด้วยได้
ทุกข์ถึงผู้พิศวาสนิราศไกล
ดำน้ำแล้วร้องไห้อาลัยนาง


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 12 กรกฎาคม 2009 : 16:29:55

พระสุริยงลงลับพยับฝน
ดูมัวมนมืดมิดทุกทิศา
ถึงทางลัดตัดทางมากลางนา
ทั้งแฝก คา แขม กก  ขึ้นรกเรี้ยว

เป็นเงาง้ำ น้ำเจิ่ง ดูเวิ้งว้าง
ทั้งกว้างขวาง ขวัญหาย ไม่วายเหลียว
เห็นดุ่มดุ่มหนุ่มสาว เห็นกราวเกรียว
ล้วนเรือเพรียว พร้อมหน้า พวกปลาเลย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: aof13777 ที่ 06 สิงหาคม 2009 : 16:28:25
ใครอยาก..ก็เข้ามา :D
ข้อความ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 12 สิงหาคม 2009 : 04:25:42

เขาถ่อคล่องว่องไวไปเป็นยืด
เรือเราฝืดเฝือมานิจจาเอ๋ย
ต้องถ่อค้ำร่ำไปทั้งไม่เคย
ประเดี๋ยวเลยสวบตรงเข้าพงรก

กลับหลังรั้งรอเฝ้าถ่อถอน
เรือขย้อนโยกโยนกระโถนหก
เงียบสงัดสัตว์ป่าคณานก
น้ำค้างตกพร่างพราย พระพายพัด


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 26 สิงหาคม 2009 : 09:38:09

ไม่เห็นคลองต้องค้างอยู่กลางทุ่ง
พอหยุดยุงฉู่ชุมมารุมกัด
เป็นกลุ่มกลุ่มกลุ้มกลายเหมือนทรายซัด
ต้องนั่งปัดแปะไปมิได้นอน ฯ

แสนวิตกอกเอ๋ยมาอ้างว้าง
ในทุ่งกว้างเห็นแต่แขมแซมสลอน
จนดึกดาวพราวพร่างกลางอัมพร
กาเรียนร่อนร้องก้องเมื่อสองยาม


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 30 สิงหาคม 2009 : 19:44:28

ทั้งกบเขียดเกรียดกรีดจังหรีดเรื่อย
พระพายเฉื่อยฉิวฉิววะหวิวหวาม
วังเวงจิตคิดคำนึงรำพึงความ
ถึงเมื่อยามยังอุดมโสมนัส

สำรวลกับเพื่อนรักสะพรักพร้อม
อยู่แวดล้อมหลายคนปรนนิบัติ
โอ้ยามเข็ญเห็นอยู่แต่หนูพัด
ช่วยนั่งปัดยุงให้ไม่ไกลกาย


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 06 กันยายน 2009 : 11:56:28

จนเดือนเด่นเห็นกอกระจับจอก
ระดะดอกบัวเผื่อนเมื่อเดีอนหงาย
เห็นร่องน้ำลำคลองทั้งสองฝ่าย
ข้างหน้าท้ายถ่อมาในสาคร

จนแจ้งแสงตะวันเห็นพันธุ์ผัก
ดูน่ารักบรรจงส่งเกสร
เหล่าบัวเผื่อนแลสล้างริมทางจร
ก้ามกุ้งซ้อนเสียดสาหร่ายใต้คงคา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาณัติ ที่ 20 กันยายน 2009 : 15:19:53

สายติ่งแกม แซมสลับ ต้นตับเต่า
เป็นเหล่าเหล่า แลราย ทั้งซ้ายขวา
กระจับจอก ดอกบัว บานผกา
ดาษดา ดูขาว ดั่งดาวพราย

โอ้เช่นนี้ สีกา ได้มาเห็น
จะลงเล่น กลางทุ่ง เหมือนมุ่งหมาย
ที่มีเรือ น้อยน้อย จะลอยพาย
เที่ยวถอนสาย-บัวผัน-สันตวา


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 09 ตุลาคม 2009 : 23:30:42

ถึงตัวเรา เล่าถ้ายัง มีโยมหญิง
ไหนจะนิ่งดูดายอายบุปผา
คงจะใช้ให้ศิษย์ที่ติดมา
อุตส่าห์หาเอาไปฝากตามยากจน

นี่จนใจไม่มีเท่าขี้เล็บ
ขี้เกียจเก็บเลยทางมากลางหน
พอรอนรอนอ่อนแสงพระสุริยน
ถึงตำบลกรุงเก่ายิ่งเศร้าใจฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 20 ตุลาคม 2009 : 16:04:57

มาทางท่าหน้าจวนจอมผู้รั้ง
คิดถึงครั้งก่อนมาน้ำตาไหล
จะแวะหาถ้าท่านเหมือนเมื่อเป็นไวย
ก็จะได้รับนิมนต์ขึ้นบนจวน

แต่ยามยากหากว่าถ้าท่านแปลก
อกมิแตกเสียหรือเราเขาจะสรวล
เหมือนเข็ญใจใฝ่สูงไม่สมควร
จะต้องม้วนหน้ากลับอัปมาณฯ


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 20 ตุลาคม 2009 : 16:23:21

มาจอดท่าหน้าวัดพระเมรุข้าม
ริมอารามเรือเรียงเคียงขนาน
บ้างขึ้นล่องร้องรำเล่นสำราญ
ทั้เพลงกานท์เกี้ยวแก้กันแซ่เซ็ง

บ้างฉลองผ้าป่าเสภาขับ
ระนาดรับรัวคล้ายกับนายเส็ง
มีโคมรายแลอร่ามเหมือนสำเพ็ง
เมื่อคราวเคร่งก็มิใคร่จะได้ดู


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: golf37 ที่ 23 ตุลาคม 2009 : 19:33:11
          อันสำนวนอ่านง่ายเขียนไม่ผิด
          แต่มันติดอยู่ที่ใจไช่ว่าสอน
          รู้ถูกผิดคิดเองได้ไช้ลอมชอม
          ใครอย่ายอมชายง่ายๆจะได้ใจ
          บอกสตรีนั้นไม่ควรสนิทชาย
          ทำเหลวไหลอ้อล้อแม่พ่อสอน
          แต่จะทำได้ไหมเล่าเฝ้าเว้าวอน
          บางคนซ่อนสุมนิสัยร้ายในที
          ครูผู้รู้บอกว่าผิดคิดให้ถูก
          แต่ตัวเราไม่เคยจำคำๆนี้
          จงเตรียมใจเตรียมจิตรคิดให้ดี
          ว่าสตรีไม่ควรคิดสนิทชาย.....


หัวข้อ: Re:@ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 มกราคม 2010 : 15:20:59

มาจอดท่าหน้าวัดพระเมรุข้าม
ริมอารามเรือเรียงเคียงขนาน
บ้างขึ้นล่องร้องรำเล่นสำราญ
ทั้เพลงกานท์เกี้ยวแก้กันแซ่เซ็ง

บ้างฉลองผ้าป่าเสภาขับ
ระนาดรับรัวคล้ายกับนายเส็ง
มีโคมรายแลอร่ามเหมือนสำเพ็ง
เมื่อคราวเคร่งก็มิใคร่จะได้ดู


อ้ายลำหนึ่งครึ่งท่อนกลอนมันมาก
ช่างยาวลากเลื้อยเจื้อยจนเหนื่อยหู
ไม่จบบทลดเลี้ยวเหมือนเงี้ยวงู
จนลูกคู่ขอทุเลาว่าหาวนอนฯ

ได้ฟังเล่นต่างต่างที่ข้างวัด
จนสงัดเงียบหลับลงกับหมอน
ประมาณสามยามคล้ำในอัมพร
อ้ายโจรจรจู่จ้วงเข้าล้วงเรือ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 26 มกราคม 2010 : 15:13:49

นาวาเอียงเสียงกุกลุกขึ้นร้อง
มันดำล่องน้ำไปช่างไวเหลือ
ไม่เห็นหน้าสานุศิษย์ที่ชิดเชื้อ
เหมือนเนื้อเบื้อบ้าเคอะดูเซอะซะ

แต่หนูพัดจัดแจงจุดเทียนส่อง
ไม่เสียของขาวเหลืองเครื่องอัฏฐะ
ด้วยเดชะตบะบุญกับคุณพระ
ชัยชนะมารได้ดังใจปองฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 26 มกราคม 2010 : 17:21:22

ครั้นรุ่งเช้าเข้าเป็นวันอุโบสถ
เจริญรสธรรมาบูชาฉลอง
ไปเจดีย์ที่ชื่อภูเขาทอง
ดูสูงล่องลอยฟ้านภาลัย

อยู่กลางทุ่งรุ่งโรจน์สันโดษเด่น
เป็นที่เล่นนาวาคงคาใส
ที่พื้นลานฐานบัทม์ถัดบันได
คงคงลัยล้อมรอบเป็นขอบคัน ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เจ้านาง ที่ 26 มกราคม 2010 : 18:48:19

มีเจดีย์วิหารเป็นลานวัด
ในจังหวัดวงแขวงกำแพงกั้น
ที่องค์ก่อย่อเหลี่ยมสลับกัน
เป็นสามชั้นเชิงชานตระหง่านงาม

บันไดมีสี่ด้านสำราญรื่น
ต่างชมชื่นชวนกันขึ้นชั้นสาม
ประทักษิณจินตนาพยายาม
ได้เสร็จสามรอบคำนับอภิวันท์ ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 27 มกราคม 2010 : 02:49:15

มีห้องถ้ำสำหรับจุดเทียนถวาย
ด้วยพระพายพัดเวียนอยู่เหียนหัน
เป็นลมทักขิณาวัฏน่าอัศจรรย์
แต่ทุกวันนี้ชราหนักหนานัก

ทั้งองค์ฐานราญร้าวถึงเก้าแสก
เผลอแยกยอดสุดก็หลุดหัก
โอ้เจดีย์ที่สร้างยังร้างรัก
เสียดายนักนึกน่าน้ำตากระเด็น ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 28 มกราคม 2010 : 01:45:41
กระนี้หรือชื่อเสียงเกียรติยศ
จะมิหมดล่วงหน้าทันตาเห็น
เป็นผู้ดีมีมากแล้วยากเย็น
คิดก็เป็นอนิจจังเสียทั้งนั้น ฯ
   
ขอเดชะพระเจดีย์คีรีมาศ
บรรจุธาตุที่ตั้งนรังสรรค์
ข้าอุตส่าห์มาเคารพอภิวันท์
เป็นอนันต์อานิสงส์ดำรงกาย ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: คฑา ที่ 28 มกราคม 2010 : 03:52:13
จะเกิดชาติใดใดในมนุษย์
ให้บริสุทธิ์สมจิตที่คิดหมาย
ทั้งทุกข์โศกโรคภัยอย่าใกล้กราย
แสนสบายบริบูรณ์ประยูรวงศ์

ทั้งโลโภโทโสแลโมหะ
ให้ชนะใจได้อย่าใหลหลง
ขอฟุ้งเฟื่องเรืองวิชาปัญญายง
ทั้งให้ทรงศีลขันธ์ในสันดาน ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ย่อง ที่ 28 มกราคม 2010 : 09:44:10
อีกสองสิ่งหญิงร้ายแลชายชั่ว
อย่าเมามัวหมายรักสมัครสมาน
ขอสมหวังตั้งประโยชน์โพธิญาณ
ตราบนิพพานภาคหน้าให้ถาวรฯ

พอกราบพระปะดอกปทุมชาติ
พบพระธาตุสถิตในเกสร
สมถวิลยินดีชุลีกร
ประคองซ้อนเชิญองค์ลงนาวา ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 29 มกราคม 2010 : 23:20:01

กับหนูพัดมัสการสำเร็จแล้ว
ใส่ขวดแก้ววางไว้ใกล้เกศา
มานอนกรุงรุ่งขึ้นจะบูชา
ไม่ปะตาตันอกยิ่งตกใจ

แสนเสียดายหมายจะชมบรมธาตุ
ใจจะขาดคิดมาน้ำตาไหล
โอ้บุญน้อยลอยลับครรไลไกล
เสียน้ำใจเจียนจะดิ้นสิ้นชีวัน ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้แกละ ที่ 01 กุมภาพันธ์ 2010 : 01:11:21
สุดจะอยู่ดูอื่นไม่ฝืนโศก
กำเริบโรคร้อนฤทัยเฝ้าใฝ่ฝัน
พอตรู่ตรู่สุริย์ฉายขึ้นพรายพรรณ
ให้ล่องวันหนึ่งมาถึงธานีฯ

ประทับท่าหน้าอรุณอารามหลวง
ค่อยสร่างทรวงทรงศีลพระชินสีห์
นิราศเรื่องเมืองเก่าของเรานี้
ไว้เป็นที่โสมนัสทัศนา ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 01 กุมภาพันธ์ 2010 : 03:43:12

ด้วยได้ไปเคารพพระพุทธรูป
ทั้งสถูปบรมธาตุพระศาสนา
เป็นนิสัยไว้เหมือนเตือนศรัทธา
ตามภาษาไม่สบายพอคลายใจ

ใช่จะมีที่รักสมัครมาด
แรมนิราศร้างมิตรพิสมัย
ซึ่งครวญคร่ำทำทีพิรี้พิไร
ตามนิสัยกาพย์กลอนแต่ก่อนมา ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มาณวิกา ที่ 06 กุมภาพันธ์ 2010 : 10:03:06

เหมือนแม่ครัวคั่วแกงแพนงผัด
สารพัดเพียรชนังเครื่องมังสา
อันพริกไทยใบผักชีเหมือนสีกา
ต้องโรยน่าเสียสักหน่อยอร่อยใจฯ

จงทราบความตามจริงทุกสิ่งสิ้น
อย่านึกนินทาแกล้งแหนงไฉน
นักเลงกลอนนอนเปล่าก็เศร้าใจ
จึงร่ำไรเรื่องร้างเล่นบ้างเอยฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 08 กุมภาพันธ์ 2010 : 01:42:59

นิราศวัดเจ้าฟ้า

............................................
เณรหนูพัดหัดประดิษฐ์คิดอักษร
เป็นเรื่องความตามติดท่านบิดร
กำจัดจรจากนิเวศเชตุพน

พอออกเรือเมื่อตะวันสายัณห์ย่ำ
ละอองน้ำค้างย้อยเป็นฝอยฝน
ตะลึงเหลียวเปลี่ยวเปล่าเมื่อคราวจน
ไม่มีคนเกื้อหนุนกรุณา ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2010 : 18:38:30

โอ้ธานีศรีอยุธย์มนุษย์แน่น
นับโกฏิแสนสาวแก่แซ่ภาษา
จะหารักสักคนพอปนยา
ไม่เห็นหน้านึกสะอื้นฝืนฤทัย

เสียแรงมีพี่ป้าหม่อมน้าสาว
ล้วนขาวขาวคำหวานน้ำตาลใส
มายามยืดจืดเปรี้ยวไปเจียวใจ
เหลืออาลัยลมปากจะจากจรฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2010 : 03:06:29

ถึงวัดระฆังบังคมบรมธาตุ
แทบพระบาทบุษบงองค์อัปสร
ไม่ทันลับกัปกัลป์พุทธันดร
พระด่วนจรสู่สวรรคครรไล

ละสมบัติขัตติยาทั้งข้าบาท
โอ้อนาถนึกน่าน้ำตาไหล
เป็นสูญลับนับปีแต่นี้ไป
เหลืออาลัยแล้วที่พระมีคุณ ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2010 : 11:37:50

ถึงจนยากบากมาเป็นข้าบาท
ไม่ขัดขาดข้าวเกลือช่วยเกื้อหนุน
ทรงศรัทธากล้าหาญในการบุญ
โอ้พระคุณขาดยศทั้งงดงาม

แม้นตกยากพรากพลัดไปขัดข้อง
พัดกับน้องหนูตาบจะหาบหาม
นี่จนใจในป่าช้าพนาราม
สุดจะตามเสด็จได้ดังใจจง ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2010 : 05:16:33
ขออยู่บวชกรวดน้ำสุรามฤต
อวยอุทิศผลผลาอานิสงส์
สนองคุณพูนสวัสดิ์ขัตติย์วงศ์
เป็นรถทรงสู่สถานวิมานแมน

มีสุรางค์นางขับสำหรับกล่อม
ล้วนเนื้อหอมน้อมเกล้าอยู่เฝ้าแหน
เสวยรมย์โสมนัสไม่ขัดแคลน
เป็นของแทนทานาฝ่าละออง ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ติ๋ว ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2010 : 16:21:13

พระคุณเอ๋ยเคยทำนุอุปถัมภ์
ได้อิ่มหนำค่ำเช้าไม่เศร้าหมอง
แม้นทูลลามากระนี้ทั้งพี่น้อง
ไหนจะต้องตกยากลำบากกาย

นี่สิ้นบุญทูลกระหม่อมจึงตรอมอก
ต้องระหกระเหินไปน่าใจหาย
เห็นที่ปลงทรงสูญยังมูลทราย
แสนเสียดายดังจะดิ้นสิ้นชีวันฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2010 : 08:36:22

ทั้งหนูตาบกราบไหว้ร้องไห้ว่า
จะคมลาลับไปในไพรสัณฑ์
เคยเวียนเฝ้าเกล้าจุกให้ทุกวัน
สารพันพึ่งพาไม่อนาทรฯ

ถึงปากง่ามนามบอกบางกอกน้อย
ยิ่งเศร้าสร้อยทรวงน้องดังต้องศร
เหมือนน้อยทรัพย์ลับหน้านิราจร
ไปแรมรอนราวไพรใจรัญจวนฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้องป๊อบ ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2010 : 20:07:03
เคยชมเมืองเรืองระยับจะลับแล้ว
ไปชมแถวทุ่งนาล้วนป่าสวน
เคยดูดีพี่ป้าหน้านวลนวล
จะว่างเว้นเห็นล้วนแต่มอมแมม

เคยชมชื่นรื่นรสแป้งสดสะอาด
จะชมหาดเห็นแต่จอกกับดอกแขม
โอ้ใจจืดมืดเหมือนเมื่อเดือนแรม
ไม่เยื้อนแย้มกลีบกลิ่นให้ดิ้นโดยฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2010 : 12:33:03
เสียดายดวงพวงผกามณฑาทิพย์
เห็นลิบลิบแลชวนให้หวนโหย
เพราะห่วงพุ่มภุมรินไม่บินโบย
จะร่วงโรยรสสิ้นกลิ่นผกาฯ

ถึงบางพรมพรหมมีอยู่สี่พักตร์
คนรู้จักแจ้งจิตทุกทิศา
ทุกวันนี้มีมนุษย์อยุธยา
เป็นร้อยหน้าพันหน้ายิ่งกว่าพรหมฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ดินเหนียว ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2010 : 00:47:25

โอ้คิดไปใจหายเสียดายรัก
เหมือนเกรียกจักแจกซีกกระผีกผม
จึงเจ็บอกฟกช้ำระกำตรม
เพราะลิ้นลมล่อลวงจะช่วงใช้ฯ

ถึงบางจากน้องไม่มีที่จะจาก
โอ้วิบากกรรมสร้างแต่ปางไหน
เผอิญหญิงชิงชังน่าคลั่งใจ
จะรักใคร่เขาไม่มีปรานีเลย ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2010 : 23:17:34
ถึงบางพลูพลูใบใส่ตะบะ
ถวายพระเพราะกำพร้านิจจาเอ๋ย
แม้นมีใครใจบุญที่คุ้นเคย
จะได้เชยพลูจีบหมากดิบเจียน

นี่จนใจได้แต่ลมมาชมเล่น
เปรียบเหมือนเช่นฉากฉายพอหายเหียน
แม้นเห็นรักจักได้ตามด้วยความเพียร
ฉีกทุเรียนหนามหนักดูสักคราวฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2010 : 11:41:43


ถึงบางอ้อคิดจะใคร่ได้ไม้อ้อ
ทำแพนซอเสียงแจ้วเที่ยวแอ่วสาว
แต่ยังไม่เคยเชยโฉมประโลมลาว
สุดจะกล่าวกล่อมปลอบให้ชอบใจ

ถึงบางซ่อนซ่อนเงื่อนไม่เยื้อนแย้ม
ถึงหนามแหลมเหลือจะบ่งที่ตรงไหน
โอ้บางเขนเวรสร้างไว้ปางใด
จึงเข็ญใจจนไม่มีที่จะรัก ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 04 มีนาคม 2010 : 01:39:18
เมื่อชาติหน้ามาเกิดในเลิศโลก
ประสิทธิโชคชอบฤทัยทั้งไตรจักร
กระจ้อยร่อยกลอยใจวิไลลักษณ์
ให้สาวรักสาวกอดตลอดไปฯ

ตลาดแก้วแล้วแต่ล้วนสวนสล้าง
เป็นชื่ออ้างออกนามตามวิสัย
แม้นขายแก้วแววฟ้าที่อาลัย
จะซื้อใส่บนสำลีประชีรองฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มาณวิกา ที่ 13 มีนาคม 2010 : 00:09:12
ประดับเรือนเหมือนหนึ่งเพชรสำเร็จแล้ว
ถนอมแก้วกลอยใจมิให้หมอง
ไม่เหมือนนึกตรึกตราน้ำตานอง
เห็นแต่น้องหนูแนบแอบอุราฯ

ถึงวัดตั้งฝั่งสมุทรพระพุทธร้าง
ว่าท่านวางไว้ให้คิดปริศนา
แม้นแก้ไขไม่ออกเอาที่ตอกตา
นึกก็น่าใคร่หัวเราะจำเพาะเป็นฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 24 มีนาคม 2010 : 23:21:19

จะคิดมั่งยังคำที่ร่ำบอก
จะไปตอกที่ตรงไหนก็ไม่เห็น
ดูลึกซึ้งถึงจะคิดก็มิดเม้น
พอยามเย็นยอแสงแฝงโพยมฯ

ถึงวัดเขียนเหมือนหนึ่งเพียรเขียนอักษร
กลกลอนกล่าวกล่อมถนอมโฉม
เดชะชักรักลักลอบปลอบประโลม
ขอให้โน้มน้อมจิตสนิทในฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 01 เมษายน 2010 : 23:30:18

ถึงคลองบางขวางบางศรีทองมองเขม้น
ไม่แลเห็นศรีทองที่ผ่องใส
แม้นทองคำธรรมดาจะพาไป
นี่มิใช่ศรีทองเป็นคลองบาง

พอลมโบกโศกสวนมาหวนหอม
เหมือนโศกตรอมตรึกตรองมาหมองหมาง
ถึงบางแวกแยกคลองเป็นสองทาง
เหมือนจืดจางใจแยกไปแตกกัน

สวัสดี ทุกท่านในบ้านนี้ ยายขอมาแจมด้วยคนนะจ๊ะ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 04 เมษายน 2010 : 09:58:42
ตลาดขวัญ ขวัญฉัน-นี้ขวัญหาย
ใครเขาขายขวัญหรือจะซื้อขวัญ
แม้นขวัญฟ้าหน้าอ่อนเหมือนท่อนจันทน์
จะรับขวัญเช้าเย็นไม่เว้นวาง

ถึงบางขวางขวางอื่นสักหมื่นแสน
ถึงต่างแดนดงดอนสิงขรขวาง
จะตามไปให้ถึงห้องประคองคาง
แต่ขัดขวางขวัญความขามระคายฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 19 เมษายน 2010 : 03:52:01
เห็นสวาทขาดทิ้งกิ่งสนัด
เป็นรอยตัดต้นสวาทให้ขาดสาย
สวาทพี่นี้ก็ขาดสวาทวาย
แสนเสียดายสายสวาทที่ขาดลอย

เห็นรักน้ำพร่ำออกทั้งดอกผล
ไม่มีคนรักรักมาหักสอย
เป็นรักเปล่าเศร้าหมองเหมือนน้องน้อย
เที่ยวล่องลอยเรือรักจนหนักเรือฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 20 เมษายน 2010 : 20:02:59
ถึงบ้านบางธรณีแล้วพี่จ๋า
แผ่นสุธาก็ไม่ไร้ไม้มะเขือ
เขากินหมูหนูพัดจะกัดเกลือ
ไม่ถ่อเรือแหหาปลาตำแบ

ถึงปากเกร็ดเตร็ดเตร่มาเร่ร่อน
เที่ยวสัญจรตามระลอกเหมือนจอกแหน
มาถึงเกร็ดเขตมอญสลอนแล
ลูกอ่อนแอ้อุ้มจูงพะรุงพะรังฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 21 เมษายน 2010 : 02:37:05
ดูเรือนไหนไม่เว้นเห็นลูกอ่อน
ไม่หยุดหย่อนอยู่ไฟจนไหม้หลัง
ไม่ยิ่งยอดปลอดเปล่าเหมือนชาววัง
ล้วนเปล่งปลั่งปลื้มใจมาไกลตาฯ

พอออกคลองล่องลำแม่น้ำวก
เห็นนกหกเหินร่อนว่อนเวหา
กระทุงทองล่องเลื่อนค่อยเคลื่อนคลา
ดาษดาดอกบัวขาวคลัวเคลีย ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ย่อง ที่ 24 เมษายน 2010 : 12:53:11
นกกาน้ำดำปลากระสาสูง
เป็นฝูงฝูงเข้าใกล้มันไปเสีย
นกยางขาวเหล่านกยางมีหางเปีย
ล้วนตัวเมียหมดสิ้นทั้งดินแดน

ถึงเดือนไข่ไปลับแลเมืองแม่ม่าย
ขึ้นไข่ชายเขาโขดนับโกฏิแสน
พอบินได้ไปประเทศทุกเขตแคว้น
คนทั้งแผ่นดินมิได้ไข่นกยางฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 24 เมษายน 2010 : 16:01:44

โอ้นึกหวังสังเวชประเภทสัตว์
ต้องขาดขัดคู่ครองจึงหมองหมาง
เหมือนอกชายหมายมิตรคิดระคาง
มาอ้างว้างอาทะวาเอกากายฯ

ถึงบ้านลาวเห็นแต่ลาวพวกชาวบ้าน
ล้วนหูยานอย่างบ่วงเหมือนห่วงหวาย
ไม่เหมือนลาวชาวกรุงที่นุ่งลาย
ล้วนกรีดกรายหยิบหย่งทรงสำอางฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ย่อง ที่ 27 เมษายน 2010 : 08:14:06
ถึงบางพูดพูดมากคนปากหมด
มีแต่ปดเป็นอันมากเขาถากถาง
พี่พูดน้อยค่อยประคิ่นลิ้นลูกคาง
เหมือนหญิงช่างฉอเลาะปะเหลาะชายฯ

ถึงบางกระไนได้เห็นหน้าบรรดาพี่
พวกนารีเรืออ้อยเที่ยวลอยขาย
ดูจริตติดจะงอนเป็นมอญกลาย
ล้วนแต่งกายกันไรเหมือนไทยทำ ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ดินเหนียว ที่ 16 พฤษภาคม 2010 : 00:38:20
แต่ไม่มีกิริยาด้วยผ้าห่ม
กระพือลมแล้วไม่ป้องปิดของขำ
ฉันเตือนว่าผ้าแพรลงแช่น้ำ
อ้อยสองลำนั้นจะเอาสักเท่าไร

เขารู้ตัวหัวร่อว่าพ่อน้อย
มากินอ้อยแอบแฝงแถลงไข
รู้กระนี้มิอยากบอกมิออกไย
น่าเจ็บใจจะต้องจำเป็นตำราฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 19 พฤษภาคม 2010 : 22:28:41
ถึงไผ่รอบขอบเขื่อนดูเหมือนเขียน
ชื่อวัดเทียนถวายอยู่ฝ่ายขวา
ข้างซ้ายมือชื่อบ้านใหม่ทำไร่นา
นางแม่ค้าขายเต่าสาวทึมทึก

ปิดกระหมับจับกระเหม่าเข้ามินหม้อ
ดูมอซอสีสันเป็นมันหมึก
ไม่เหมือนเหล่าชาวสวนหวนรำลึก
เมื่อไม่นึกแล้วก็ใจมิใคร่ฟังฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 20 พฤษภาคม 2010 : 11:08:29
พอฟ้าคล้ำค่ำพลบเสียงกบเขียด
ร้องกรีดเกรียดเกรียวแซ่ดังแตรสังข์
เหมือนเสียงฆ้องกลองโหมประโคมวัง
ไม่เห็นฝั่งฟั่นเฟือนด้วยเดือนแรม

ลำภูรายชายตลิ่งล้วนหิ่งห้อย
สว่างพรอยแพร่งพรายขึ้นปลายแขม
อร่ามเรืองเหลืองงามวามวามแวม
กระจ่างแจ่มจับน้ำเห็นลำเรือฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 20 พฤษภาคม 2010 : 14:40:08
ถึงย่านขวางบางทะแยงเป็นแขวงทุ่ง
ดูเวิ้งวุ้งหว่างละแวกล้วนแฝกเฝือ
เห็นไรไรไม้พุ่มครุมครุมเครือ
เหมือนรูปเสือสิงโตรูปโคควาย

ท่านบิดรสอนหนูให้รู้ว่า
มันผินหน้าออกนั้นกันฉิบหาย
แม้นปากมันผันเข้าข้างเจ้านาย
จะล้มตายพรายพลัดเร่งตัดรอน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 21 พฤษภาคม 2010 : 07:05:40
จารึกไว้ให้เป็นทานทุกบ้านช่อง
ฉันกับน้องนี้ได้จำเอาคำสอน
ดึกกำดัดสัตว์หลับประทับนอน
ที่วัดมอญเชิงรากริมปากคลอง

ต้นไทรครึ้มงึ้มเงียบเซียบสงัด
พระพายพัดแผ้วผ่าวหนาวสยอง
เป็นป่าช้าอาวาสปีศาจคะนอง
ฉันพี่น้องมิได้คลาดบาทบิดา ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 23 พฤษภาคม 2010 : 15:40:29
ท่านนอนหลับตรับเสียงสำเนียงเงียบ
เย็นยะเยียบเยือกสยองพองเกศา
เสียงผีผิวหวิวโหวยโหยวิญญาณ์
ภาวนาหนาวนิ่งไม่ติงกาย

บรรดาศิษย์บิดรที่นอนนอก
ผีมันหลอกลากปล้ำพลิกคว่ำหงาย
ลุกขึ้นบอกกลอกกลัวทุกตัวนาย
มันสาดทรายกรวดโปรยเสียงโกรยกราว ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะไฟ ที่ 24 พฤษภาคม 2010 : 15:43:19

ขึ้นสั่นไทรไหวยวบเสียงสวบสาบ
เป็นเงาวาบหัวหกเห็นอกขาว
หนูกลั่นกล้าคว้าได้รากไทรยาว
หมายว่าสาวผมผีร้องนี่แน

พอพระตื่นฟื้นกายค่อยคลายจิต
บรรดาศิษย์ล้อมข้างไม่ห่างแห
ท่านห่มดองครองเคร่งไม่เล็งแล
ขึ้นบกแต่องค์เดียวดูเปลี่ยวใจ ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 27 พฤษภาคม 2010 : 14:27:56

สำรวมเรียบเลียบรอบขอบป่าช้า
ภาวนาตามสงฆ์ไม่หลงใหล
เห็นศพฝังบังสุกุลส่งบุญไป
เห็นแสงไฟรางรางสว่างเวียน

ระงับเงียบเซียบเสียงสำเนียงสงัด
ปฏิพัทธ์พุทธคุณค่อยอุ่นเศียร
บรรดาศิษย์คิดกล้าต่างหาเทียน
จำเริญเรียนรุกขมูลพูนศรัทธา ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มดดำ ที่ 01 มิถุนายน 2010 : 19:18:29

อสุภธรรมกรรมฐานประหารเหตุ
หวนสังเวชว่าชีวังจะสังขาร์
อันอินทรีย์วิบัติอนัตตา
ที่ป่าช้านี่แลเหมือนกับเรือนตาย

กลับหายกลัวมัวเมาไม่เข้าบ้าน
พระนิพพานเพิ่มพูนเพียงสูญหาย
อันรูปเหมือนเรือนโรคให้โศกสบาย
แล้วต่างตายตามกันไปมั่นคง ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 05 มิถุนายน 2010 : 12:02:09

ค่อยคิดเห็นเย็นเยียบไม่เกรียบกริบ
ประสานสิบนิ้วนั่งดังประสงค์
พยายามตามจริตท่านบิตุรงค์
สำรวมทรงศีลธรรมที่จำเจน

ประจงจดบทบาทค่อยยาตรย่าง
ประพฤติอย่างโยคามหาเถร
ประทับทุกรุกรอบขอบพระเมรุ
จนพระเณรในอารามตื่นจามไอ ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ศรัทธา ที่ 05 มิถุนายน 2010 : 18:58:49
ที่สงบกลับเปรียบไม่เงียบกริบ
มารกระซิบแวดล้อมพร้อมหวั่นไหว
ซึ่งวกวนเวียนว่ายอยู่ภายใน
จะข่มไว้ก็ยากลำบากเกิน

ประพฤติธรรมตามรอยบาทศาสนา
ผู้ศรัทธาทั่วกันคนสรรเสริญ
บรรลุชัดสัจธรรมด้วยจำเริญ
เทพไท้เชิญต่างมาสาธุการ ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 09 มิถุนายน 2010 : 23:02:50

ออกจงกรมสมณาสมาโทษ
ร่มนิโรธน้องไม่เสื่อมที่เลื่อมใส
แผ่กุศลจนจบทั้งภพไตร
จากพระไทรแสงทองผ่องโพยมฯ

เลยบางหลวงล่วงทางมากลางแจ้ง
ถึงบ้านกระแชงหุงจันหันฉันผักโหม
ยังถือมั่นขันตีนี้ประโลม
ถึงรูปโฉมพาหลงไม่งงงวย ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: คือ...* รัก * ที่ 10 มิถุนายน 2010 : 21:11:51

พอเสียงฆ้องกองแซ่เขาแห่นาค
ผู้หญิงมากมอญเก่าสาวสาวสวย
ร้องลำนำรำฟ้อนอ่อนระทวย
พากันช่วยเขาแห่ได้แลดู

ถือขันตีทีนั้นก็ขันแตก
ทั้งศีลแทรกสูดออกกระบอกหู
ฉันนี้เคราะห์เพราะนางห่มสีชมพู
พาความรู้แพ้รักประจักษ์จริง ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 12 มิถุนายน 2010 : 10:02:08

แค้นด้วยใจนัยนานิจจาเอ๋ย
กระไรเลยแล่นไปอยู่กับผู้หญิง
ท่านบิดาว่ามันติดกว่าปลิดปลิง
ถูกจริงจริงจึงจดเป็นบทกลอน

ถึงต้องง้าวหลาวแหลนสักแสนเล่ม
ให้ติดเต็มตัวฉุดพอหลุดถอน
แต่ต้องตาพาใจอาลัยวรณ์
สุดจะถอนทิ้งขว้างเสียกลางคัน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ย่อง ที่ 13 มิถุนายน 2010 : 19:53:25

ทั้งหนูกลั่นนั้นคะนองจะลองทิ้ง
บอกให้หญิงรำรับขยับหัน
ถ้าทิ้งถูกลูกละบาทประกาศกัน
เขารับทันเราก็ให้ใบละเฟื้อง

นางน้อยน้อยพลอยสนุกลุกขึ้นพร้อม
งามละม่อมมีแต่สาวล้วนขาวเหลือง
ใส่จริตกรีดกรายชายชำเลือง
ขยับเยื้องยิ้มแย้มแฉล้มลอย ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 15 มิถุนายน 2010 : 14:23:34

ต่างหมายมุ่งตุ้งติ้งทิ้งหมากดิบ
เขาฉวยฉิบเฉยหน้าไม่ราถอย
ไม่มีถูกลูกดิ่งทั้งทิ้งทอย
พวกเพื่อนพลอยทิ้งบ้างห่างเป็นวา

ฉันลอบลองสองลูกถูกจำหนับ
ถูกปุ่มปับปากกรีดหวีดผวา
ร้องอยู่แล้วแก้วพี่มานี่นา
พวกมอญฮาโห่แห่ออกแซ่ไป ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 19 มิถุนายน 2010 : 20:12:40

พอเลยนาคบากข้ามถึงสามโคก
เป็นคำโลกสมมติสุดสงสัย
ถามบิดาว่าผู้เฒ่าท่านกล่าวไว้
ว่าท้าวไทพระอู่ทองเธอกองทรัพย์

หวังจะไว้ให้ประชาเป็นค่าจ้าง
ด้วยจะสร้างบ้านเมืองเครื่องประดับ
พอห่ากินสิ้นบุญไปสูญลับ
ทองก็กลับกลายสิ้นเป็นดินแดง ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้แกละ ที่ 20 มิถุนายน 2010 : 23:10:11

จึงที่นี่มีนามชื่อสามโคก
เป็นคำโลกสมมติสุดแถลง
ครั้งพระโกศโปรดปรานประทานแปลง
ที่ตำแหน่งมอญมาสามิภักดิ์

ชื่อปทุมธานีที่เสด็จ
เดือนสิบเบ็ดบัวออกทั้งดอกฝัก
มารับส่งตรงนี้ที่สำนัก
พระยาพิทักษ์ทวยหาญผ่านพารา ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: golf37 ที่ 26 มิถุนายน 2010 : 06:37:28
     บทกลอนเก่ากล่นแก้แต่กาลก่อน

     ทิ้งคำสอนสอดรับสดับวิสัย

     สำเนียงเสนาะเพราะพริ้งทุกสิ่งไป

     อ่านชื่นใจความหมายดีตีสำนวน...


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 14 กรกฎาคม 2010 : 23:02:26
ได้รู้เรื่องเมืองปทุมค่อยชุ่มชื่น
ดูภูมิพื้นวัดบ้านขนานหน้า
เห็นพวกชายฝ่ายมอญแต่ก่อนมา
ล้วนสักขาเขียนหมึกจารึกพุง

ฝ่ายสาวสาวเกล้ามวยสวยสะอาด
แต่ขยาดอยู่ว่านุ่งผ้าถุง
ทั้งห่มผ้าตาหรี่เหมือนสีรุ้ง
ทั้งผ้านุ่งนั้นก็อ้อมลงกรอมตีนฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 18 กรกฎาคม 2010 : 19:50:29

เมื่อยกเท้าก้าวย่างสว่างแวบ
เหมือนฟ้าแลบแลผาดแทบขาดศีล
นี่หากเห็นเป็นเด็กแม้นเจ๊กจีน
เจียนจะปีนซุ่มซ่ามไปตามนาง

ชาวบ้านนั้นปั้นอีเลิ้งใส่เพิงพะ
กระโถนกระทะอ่างโอ่งกระโถงกระถาง
เขาวานน้องร้องถามไปตามทาง
ว่าบางขวางหรือไม่ขวางพี่นางมอญฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาณัติ ที่ 20 กรกฎาคม 2010 : 10:17:53

เขาเบือนหน้าว่าไม่รู้ดูเถิดเจ้า
จงถามเขาคนข้างหลังที่นั่งสอน
ไม่ตอบปากบากหน้านาวาจร
คารมมอญมิใช่เบาเหมือนชาวเมืองฯ

ถึงบ้านงิ้วงิ้วต้นแต่พ้นหนาม
ไม่งอกงามเหมือนแม่งิ้วที่ผิวเหลือง
เมื่อแลพบหลบพักตร์ลักชำเลือง
ดูปลดเปลื้องเปล่งปลั่งกำลังโลม ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 21 กรกฎาคม 2010 : 12:53:42

มาลับนวลหวนให้เห็นไม้งิ้ว
เสียดายผิวพักตร์ผ่องจะหมองโฉม
เพราะเสียรักหนักหน่วงน่าทรวงโทรม
ใครจะโลมเลียมรสช่วยชดเจือฯ

ถึงโพแตงคิดถึงแตงที่แจ้งจัก
ดูน่ารักรสชาติประหลาดเหลือ
แม้นลอยฟ้ามาเดี๋ยวนี้ที่ในเรือ
จะฉีกเนื้อนั่งกลืนให้ชื่นใจฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 21 กรกฎาคม 2010 : 20:13:54

ถึงเกาะหาดราชครามรำรามรก
เห็นนกหกหากินบินไสว
เขาถากถางกว้างยาวทั้งลาวไทย
ทำนาไร่ร้านผักรั้วฟักแฟง

สุดละเมาะเกาะกว้างสว่างโว่ง
แลตะโล่งลิบเนตรทุกเขตแขวง
เห็นควันไฟไหม้ป่าจับฟ้าแดง
ฝูงนกแร้งร่อนตัวเท่าถั่วดำฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 22 กรกฎาคม 2010 : 10:22:50

โอ้เช่นนี้มีคู่มาดูด้วย
จะชื่นช่วยชมชิมได้อิ่มหนำ
มายามเย็นเห็นแต่ของที่น้องทำ
เหลือจะรำลึกโฉมประโลมลานฯ

ถึงด่านทางบางไทรไขว่เฉลว
เห็นไพร่เลวหลายคนอยู่บนด่าน
ตุ้งก่าตั้งนั่งชักควักน้ำตาล
คอยว่าขานขู่คนลงค้นเรือฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 28 กรกฎาคม 2010 : 13:40:59

ไม่เห็นของต้องห้ามก็ลามขอ
มะละกอกุ้งแห้งแตงมะเขือ
ขอส้มสูกจุกจิกทั้งพริกเกลือ
จนชาวเรือเหลือระอาด่าในใจ

แต่ลำเราเขาไม่ค้นมาพ้นด่าน
ดูภูมิฐานทิวชลาพฤกษาไสว
ถึงอารามนามอ้างวัดบางไทร
ต้นไทรใหญ่อยู่ที่นั่นน้องวันทา ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้แกละ ที่ 30 กรกฎาคม 2010 : 20:13:51

เทพารักษ์ศักดิ์สิทธิ์สถิตพุ่ม
เพราะเคยอุ้มอุณรุทสมอุษา
ใคร่น่าจูบรูปร่างเหมือนนางฟ้า
ช่วยอุ้มพามาให้เถิดจะเชิดชม

ถนอมแนบแอบอุ้มนุ่มนุ่มนิ่ม
ได้แย้มยิ้มจวนจิตสนิทสนม
นอนเอนหลังนั่งเล่นเย็นเย็นลม
ชมพนมแนวไม้รำไรรายฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 03 สิงหาคม 2010 : 11:39:59

ดูเหย้าเรือนเหมือนเขียนเตียนตลิบ
เห็นลิบลิบแลไปจิตใจหาย
เขาปลูกผักฟักถั่วจูงวัวควาย
ชมสบายบอกแจ้งตำแหน่งนามฯ

ถึงเกาะเกิดเกิดสวัสดิ์พิพัฒน์ผล
อย่าเกิดคนติเตียนเป็นเสี้ยนหนาม
ให้เกิดลาภราบเรียบเงียบเงียบงาม
เหมือนหนึ่งนามเกาะเกิดประเสริฐทรง ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ทิว..ฯ ที่ 03 สิงหาคม 2010 : 18:54:18

ถึงเกาะพระไม่เห็นพระปะแต่เกาะ
แต่ชื่อเพราะชื่อพระสละหลง
พระของน้องนี้ก็นั่งมาทั้งองค์
ทั้งพระสงฆ์เกาะพระมาประชุม

ขอคุณพระอนุเคราะห์ทั้งเกาะพระ
ให้เปิดปะตรุทองสักสองขุม
คงจะมีพี่ป้ามาชุมนุม
ฉะอ้อนอุ้มแอบอุราเป็นอาจิณฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ...เท่ห์จัง... ที่ 10 สิงหาคม 2010 : 22:28:39

ถึงเกาะเรียงเคียงคลองเป็นสองแยก
ป่าละแวกวังราชประพาสสินธุ์
ได้นางห้ามงามพร้อมชื่อหม่อมอิน
จึงตั้งถิ่นที่เพราะเสนาะนาม

หวังถวิลอินน้องละอองเอี่ยม
แสนเสงี่ยมงามพร้อมเหมือนหม่อมห้าม
จะหายศอตส่าห์พยายาม
คงจะงามพักตร์พร้อมเหมือนหม่อมอิน ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 11 สิงหาคม 2010 : 02:11:20

อาลัยน้องตรองตรึกรำลึกถึง
หวังจะพึ่งผูกจิตคิดถวิล
เวลาเย็นเห็นนกวิหคบิน
ไปที่ถิ่นทำรังปะนังนอน

บ้างแนบคู่ชูคอเข้าซ้อแซ้
เสียงจอแจโจนจับสลับสลอน
บ้างคลอเข้าเคล้าเคียงประเอียงอร
เอาปากป้อนปีกปกอกประคอง ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 16 สิงหาคม 2010 : 01:45:21

ที่ไร้คู่อยู่เปลี่ยวเที่ยวเดี่ยวโดด
ไม่เต้นโลดแลเหงาเหมือนเศร้าหมอง
ลูกน้อยน้อยคอยแม่ชะแง้มอง
เหมือนอกน้องตาบน้อยกลอยฤทัย

มาตามติดบิดากำพร้าแม่
สุดจะแลเหลียวหาที่อาศัย
เห็นลูกนกอกน้องนี้หมองใจ
ที่ฝากไข้ฝากผีไม่มีเลย ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 18 สิงหาคม 2010 : 01:16:33

ถึงเกาะเรียนเรียนรักก็หนักอก
แสนวิตกเต็มตรองเจียวน้องเอ๋ย
เมื่อเรียนกันจนจบถึงกบเกย
ไม่ยากเลยเรียนได้ดังใจจง

แต่เรียนรักรักนักก็มักหน่าย
รักละม้ายมิได้ชมสมประสงค์
ยิ่งรักมากพากเพียรยิ่งเวียนวง
มีแต่หลงลมลวงน่าทรวงโทรมฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 18 สิงหาคม 2010 : 13:22:13

มาถึงวัดพนังเชิงเทิงถนัด
ว่าเป็นวัดเจ้าฟ้าพระกลาโหม
ผนังก่อย่อมุมเป็นซุ้มโคม
ลอยโพยมเยี่ยมฟ้านภาลัย

มีศาลาท่าน้ำดูฉ่ำชื่น
ร่มระรื่นรุกขาน่าอาศัย
บิดาพร่ำร่ำเล่าให้เข้าใจ
ว่าพระใหญ่อย่างเยี่ยงที่เสี่ยงทาย ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 19 สิงหาคม 2010 : 00:22:14

ถ้าบ้านเมืองเคืองเข็ญจะเป็นเหตุ
ก็อาเพศพังหลุดทรุดสลาย
แม้พาราผาสุกสนุกสบาย
พระพักตร์พรายเพราพริ้มดูอิ่มองค์

แต่เจ็กย่านบ้านนั้นก็นับถือ
ร้องเรียกชื่อว่าพระเจ้าปูนเถาก๋ง
ด้วยบนบานการได้ดังใจจง
ฉลององค์พุทธคุณกรุณัง ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 20 สิงหาคม 2010 : 05:17:40
แล้วก็ว่าถ้าใครน้ำใจบาป
จะเข้ากราบเกรงจะทับต้องกลับหลัง
ตรงหน้าท่าสาชลเป็นวนวัง
ดูพลั่งพลั่งพลุ่งเชี่ยวน่าเสียวใจ

เข้าจอดเรือเหนือหน้าศาลาวัด
โสมนัสน้องไม่เสื่อมที่เลื่อมใส
ขึ้นเดินเดียวเที่ยวหาสุมาลัย
จำเพาะได้ดอกโศกที่โคกนาฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 22 สิงหาคม 2010 : 03:11:44

กับดอกรักหักเด็ดได้เจ็ดดอก
พอใส่จอกจัดแจงแบ่งบุปผา
ให้กลั่นมั่งทั้งบุนนาคเพื่อนยากมา
ท่านบิดาดีใจกระไรเลย

ว่าโศกรักมักร้ายต้องพรายพลัด
ถวายวัดเสียถูกแล้วลูกเอ๋ย
แล้วห่มดองครองงามเหมือนตามเคย
ลีลาเลยเลียบตะพานขึ้นลานทรายฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 22 สิงหาคม 2010 : 23:50:41

โอ้รินรินกลิ่นพิกุลมาฉุนชื่น
หอมแก้วรื่นเรณูไม่รู้หาย
หอมจำปาหน้าโบสถ์สาโรชราย
ดอกกระจายแจ่มกลีบดังจีบเจียน

ดูกุฎีวิหารสะอ้านสะอาด
รุกขชาติพุ่มไสวเหมือนไม้เขียน
ดูภูมิพื้นรื่นราบด้วยปราบเตียน
แล้วเดินเวียนทักษิณพระชินวรฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: คือ...* รัก * ที่ 25 สิงหาคม 2010 : 03:22:05

ได้สามรอบชอบธรรมท่านนำน้อง
เข้าในห้องเห็นพระเจ้าเท่าสิงขร
ต่างจุดธูปเทียนถวายขจายจร
ท่านบิดรได้ประกาศว่าชาตินี้

ทั้งรูปชั่วตัวดำทั้งต่ำศักดิ์
ถวายรักไว้กับศีลพระชินสีห์
ต่อเมื่อไรใครรักมาภักดี
จะอารีรักตอบด้วยขอบคุณ ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 27 สิงหาคม 2010 : 01:30:59

แต่หนูกลั่นนั้นว่าจะหาสาว
ที่เล็บยาวโง้งโง้งเหมือนโก่งกระสุน
ทั้งเนื้อหอมกล่อมเกลี้ยงเพียงพิกุล
กอดให้อุ่นอ่อนก็ว่าไม่น่าฟัง

ฉันกับน้องมองแลดูแต่พระ
สาธุสะสูงกว่าฝาผนัง
แต่พระเพลาเท่าป้อมที่ล้อมวัง
สำรวมนั่งปลั่งเปล่งเพ่งพินิจฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ทิว..ฯ ที่ 27 สิงหาคม 2010 : 10:19:54

ตัวของหนูดูจิ๋วเท่านิ้วพระหัตถ์
โตถนัดหนักนักจึงศักดิ์สิทธิ์
ศิโรราบกราบก้มบังคมคิด
รำพึงพิษฐานในใจจินดา

ขอเดชะพระกุศลที่ปรนนิบัติ
ที่หนูพัดพิศวาสพระศาสนา
มาเคารพพบพุทธปฏิมา
เป็นมหาอัศจรรย์ในสันดาน ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 28 สิงหาคม 2010 : 15:20:59

ขอผลาอานิสงส์จงสำเร็จ
สรรเพชญ์พ้นหลงในสงสาร
แม้นยังไม่ถึงที่พระนิฤพาน
ขอสำราญราคีอย่าบีฑา

จะพากเพียรเรียนวิสัยแต่ไตรเพท
ให้วิเศษแสนเอกทั้งเลขผา
แม้นรักใครให้คนนั้นกรุณา
ชนมายืนเท่าเขาพระเมรุ ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 30 สิงหาคม 2010 : 00:35:04

ขอรู้ทำคำแปลแก้วิมุติ
เหมือนพระพุทธโฆษามหาเถร
มีกำลังดังมาฆะสามเณร
รู้จัดเจนแจ้งจบทั้งภพไตร

อนึ่งเล่าเจ้านายที่หมายพึ่ง
ให้ทราบซึ่งสุจริตพิสมัย
อย่าหลงลิ้นหินชาติขาดอาลัย
น้ำพระทัยทูลเกล้าให้ยาวยืนฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: กายา ที่ 01 กันยายน 2010 : 03:16:06

แล้วลาพระปฏิมาลีลาล่อง
เข้าในคลองสวนพลูค่อยชูชื่น
ชมแต่ไม้ไผ่พุ่มดูชุ่มชื้น
หอมระรื่นลำดวนรัญจวนใจ

โอ้ยามนี้มิได้พบน้ำอบสด
มาเชยรสบุปผาน้ำตาไหล
ยิ่งเสียวทรวงง่วงเหงาเศร้าฤทัย
มาเหงื่อไคลคล่ำตัวต้องมัวมอม ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาณัติ ที่ 02 กันยายน 2010 : 04:01:51

นิจจาเอ๋ยเคยบำรุงผ้านุ่งห่ม
เคยอบรมร่ำกลิ่นไม่สิ้นหอม
เหมือนหายยศหมดรักมาปลักปลอม
จนซูบผอมผิวคล้ำระกำใจ

จึงมาหายาอายุวัฒนะ
ตามได้ปะลายแทงแถลงไข
เข้าลำคลองล่องเรือมาเหลือไกล
ถึงวัดใหญ่ชายทุ่งดูวุ้งเวิ้ง ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ...เท่ห์จัง... ที่ 02 กันยายน 2010 : 15:28:57

พระเจดีย์ที่ยังอยู่ดูตระหง่าน
เป็นประธานทิวทุ่งดูสูงเทิ่ง
ต้นโพธิ์ไทรไผ่พุ่มเป็นซุ้มเซิง
ขึ้นรอบเชิงชั้นล่างข้างเจดีย์

เสียดายนักหักทรุดชำรุดร้าง
ใครจะสร้างสูงเกินจำเริญศรี
ท่านบิดาว่าถึงให้ใหญ่กว่านี้
ก็ไม่มีผู้ใดว่าใหญ่โต ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาณัติ ที่ 03 กันยายน 2010 : 10:43:11

ผู้หญิงย่านบ้านเราชาวบางกอก
เขาอมกลอกกลืนพระเสียอะโข
แต่พระเจ้าเสาชิงช้าที่ท่าโพธิ์
ก็เต็มโตชาววังเขายังกลืน

ฉันกลัวบาปกราบพระอย่าปะพบ
ไม่ขอคบคนโขมดที่โหดหืน
พอฟ้าคลุ้มพุ่มพฤกษ์ดูครึกครื้น
เงาทะมึนมืดพยับอับโพยม ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะไฟ ที่ 06 กันยายน 2010 : 04:42:14

พายุฝนอนธการสะท้านทุ่ง
เป็นฝุ่นฟุ้งฟ้าฮือกระพือโหม
น้ำค้างชะประเปรยเชยชโลม
ท่านจุดโคมขึ้นอารามต้องตามไป

เที่ยวหลีกรกวกวนอยู่จนดึก
เห็นพุ่มพฤกษ์โพธิ์ทองที่ผ่องใส
ตักน้ำผึ้งครึ่งจอกกับดอกไม้
จุดเทียนใหญ่อย่างตำราบูชาเชิญ ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 08 กันยายน 2010 : 16:04:41

หวังจะปะพระปรอทที่ยอดยิ่ง
คะนึงนิ่งนึกรำพันสรรเสริญ
สำรวมเรียนเทียนอร่ามงามจำเริญ
จนดึกเกินไก่ขันหวั่นวิญญาณ์

ทั้งเทียนดับศัพท์เสียงสำเนียงเงียบ
เย็นยะเยียบน้ำค้างพร่างพฤกษา
เห็นแวววับลับลงตรงนัยนา
ปรอทมาสูบซึ่งน้ำผึ้งรวง ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาณัติ ที่ 10 กันยายน 2010 : 16:27:41

ครั้นคลำได้ในกลางคืนก็ลื่นหลุด
ต้องจัดจุดธูปเทียนเวียนบวงสรวง
ประกายพรึกดึกเด่นขึ้นเห็นดวง
ดังโคมช่วงโชติกว่าบรรดาดาว

จักจั่นแจ้วแว่วหวีดจังหรีดหริ่ง
ปี่แก้วตริ่งตรับเสียงสำเนียงหนาว
ยิ่งเย็นฉ่ำน้ำค้างลงพร่างพราว
พระพายผ่าวพัดไหวทุกใบโพธิ์ ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 19 กันยายน 2010 : 01:15:24

พอรุ่งแรกแปลกกลิ่นระรินรื่น
โอ้หอมชื่นช่อมะกอกดอกโสน
เหมือนอบน้ำร่ำผ้าประสาโซ
สะอื้นโอ้อารมณ์ระทมทวี

หวังจะปะพระปรอทที่ปลอดโปร่ง
ทั้งสามองค์เอามาไว้ก็ไพล่หนี
เชิญพระธาตุราธนาทุกราตรี
อาบวารีทิพรสหมดมลทิน ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ดินเหนียว ที่ 20 กันยายน 2010 : 05:27:38

ที่ธุระปรอทเป็นปลอดเปล่า
ยังดูเลาลายแทงแสวงถวิล
ท่านนอนอ่านลานใหญ่ฉันได้ยิน
ว่ายากินรูปงามอร่ามเรือง

แม้นฟันหักจักงอกผมหงอกหาย
แก่กลับกลายหนุ่มเนื้อนั้นเรื่อเหลือง
ตะวันออกบอกแจ้งเป็นแขวงเมือง
ท่านจัดเครื่องครบครันทั้งจันทน์จวง ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 21 กันยายน 2010 : 16:16:39

กับหนูกลั่นจันมากบุนนาคหนุ่ม
สักสิบทุ่มเดินมุ่งออกทุ่งหลวง
มาตาลายปลายคลองถึงหนองพลวง
แต่ล้วนสวงสาหร่ายเห็นควายนอน

นึกว่าผีตีฆ้องป่องป่องโห่
มันผุดโผล่พลุ่งโครมถีบโถมถอน
เถาสาหร่ายควายกลุ้มตะลุมบอน
ว่าผีหลอนหลบพัลวันเวียน ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 29 กันยายน 2010 : 01:32:45

พอเสียงร้องมองดูจึงรู้แจ้ง
เดินแสวงหาวัดฉวัดเฉวียน
พอเช้าตรู่ดูทางมากลางเตียน
ถึงป่าเกรียนเกรียวแซ่จอแจจริงฯ

กระจาบจับนับหมื่นดูดื่นดาษ
เหมือนตลาดเหลือหูเพราะผู้หญิง
เหมือนโกรธขึ้งหึงหวงด้วยช่วงชิง
ชุมจริงจริงจิกโจดกระโดดโจน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 30 กันยายน 2010 : 02:55:28

จนต้นไม้ใบงอกออกไม่รอด
ดูกรองกรอดเกรียมกร่องกรองกรอยโกร๋น
ลมกระทั่งรังกระจาบระยาบโยน
ตัวมันโหนหวงคู่คอยขู่คน

บ้างคาบแขมแซมรังเหมือนดังสาน
สอดชำนาญเหน็บฝอยเหมือนสร้อยสน
จิกสะบัดจัดแจงสอดแซงซน
เปรียบเหมือนคนช่างสะดึงรู้ตรึงตรอง ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: คือ...* รัก * ที่ 04 ตุลาคม 2010 : 02:42:17

โอ้ว่าอกนกยังมีรังอยู่
ได้เคียงคู่ค่ำเช้าไม่เศร้าหมอง
แม้นร่วมเรือนเหมือนหนึ่งนกกกประคอง
แต่สักห้องหนึ่งก็เห็นจะเย็นใจ

จนพ้นป่ามาถึงโป่งห้วยโข่งคุด
มันหมกมุดเหมือนเขาแจ้งแถลงไข
เห็นตาลโดดโขดคุ่มกับพุ่มไม้
มีทิวไผ่พงรายเหมือนลายแทง ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 08 ตุลาคม 2010 : 11:22:36

ท่านหลีกลัดตัดทางไปกลางทุ่ง
ตั้งแต่รุ่งไปจนแดดก็แผดแสง
ได้พักเพลเอนนอนพอผ่อนแรง
ต่ออ่อนแสงสุริยาจึงคลาไคล

แต่แรกดูครู่หนึ่งจะถึงที่
เหมือนถอยหนีห่างเหินเดินไม่ไหว
เหมือนเรื่องรักชักชิดสนิทใน
มากลับไกลเกรงกระดากต้องลากจูงฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 10 ตุลาคม 2010 : 10:02:58

พอเย็นจวนด่วนเดินขึ้นเนินโขด
ถึงตาลโดดดินพูนเป็นมูลสูง
เที่ยวเลียบชมลมเย็นเห็นนกยูง
เป็นฝูงฝูงฟ้อนหางที่กลางทราย

ทำกรีดปีกหลีกเลี่ยงเข้าเคียงคู่
คอยแฝงดูดังระบำรำถวาย
กระหวัดวาดยาตรเยื้องชำเลืองกราย
เหมือนละม้ายหม่อมละครเมื่อฟ้อนรำ ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 15 ตุลาคม 2010 : 19:46:39

โอ้เคยเห็นเล่นงานสำราญรื่น
ได้แช่มชื่นเชยชมที่คมขำ
มาห่างแหแลลับจับระบำ
เห็นแต่รำแพนนกน่าอกตรม

ออกตรูไล่ไปสิ้นขึ้นบินว่อน
แฉลบร่อนเรียงตามดูงามสม
เห็นเซิงไทรไผ่โพธิ์ตะโกพนม
ระรื่นร่มรุกขชาติดาษเดียร ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 23 ตุลาคม 2010 : 23:02:46
พิกุลออกดอกหอมพะยอมย้อย
นกน้อยน้อยจิกจับเหมือนกับเขียน
ในเขตแคว้นแสนสะอาดดังกวาดเตียน
ตลิบเลี่ยนลมพัดอยู่อัตรา

สารภีที่ริมโบสถ์สาโรชร่วง
มีผึ้งรวงรังสิงกิ่งพฤกษา
รสเร้าเสาวคนธ์สุมณฑา
ภุมราร่อนร้องละอองนวล ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 14 พฤศจิกายน 2010 : 13:56:07

โอ้บุปผาสารภีส่าหรีรื่น
เป็นที่ชื่นเชยถนอมด้วยหอมหวน
เห็นมาลาอาลัยใจรัญจวน
เหมือนจะชวนเชษฐาน้ำตากระเด็นฯ

โอ้ยามนี้ที่ตรงนึกรำลึกถึง
มาเหมือนหนึ่งใจจิตที่คิดเห็น
จะคลอเคียงเรียงตามเมื่อยามเย็น
เที่ยวเลียบเล่นแลเพลินจำเริญตา ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 16 พฤศจิกายน 2010 : 00:20:35

โบสถ์วิหารฐานบัทม์ยังมีมั่ง
เชิงผนังหนาแน่นด้วยแผ่นผา
สงสารสุดพุทธรัตน์ปฏิมา
พระศิลาแลดูเป็นบูราณ

อุโบสถหมดหลังคาฝาผนัง
พระเจ้านั่งอยู่แต่องค์น่าสงสาร
ด้วยเรื้อร้างสร้างสมมานมนาน
แต่โบราณเรื่องพระเจ้าตะเภาทอง ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้แกละ ที่ 18 พฤศจิกายน 2010 : 00:28:19
มาเที่ยวเล่นเห็นหินบนดินโขด
เดี่ยวสันโดษดังสำลีไม่มีหมอง
จึงจัดช่างสร้างอารามตามทำนอง
ทรงจำลองลายหัตถ์เป็นปฏิมา

รูปพระเจ้าเท่าองค์แล้วทรงสาป
ให้อยู่ตราบศักราชพระศาสนา
พอฤๅษีสี่องค์เหาะตรงมา
ถวายยาอายุวัฒนะ ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 20 พฤศจิกายน 2010 : 23:41:56
เธอไม่อยู่รู้ว่าหลงในสงสาร
ซ้ำให้ทานแท่งยาอุตสาหะ
ใส่ตุ่มทองรองไว้ที่ใต้พระ
ใครพบปะเปิดได้เอาไปกิน

ช่วยสร้างโบสถ์โขดเขื่อนให้เหมือนเก่า
นามนั้นเขาเขียนแจ้งที่แท่งหิน
วัดเจ้าฟ้าอากาศนาถนรินทร์
ให้ทราบสิ้นสืบสายเพราะลายแทง ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: คือ...* รัก * ที่ 20 ธันวาคม 2010 : 05:04:27

เป็นตำรามาแต่เหนือท่านเชื่อถือ
ดูหนังสือเสาะหาอุตส่าห์แสวง
มาพบปะจะได้ขุดก็สุดแรง
ด้วยดินแข็งเขาประมูลด้วยปูนเพชร

ถึงสิ่วขวานผลาญพะเนินไม่เยินยู่
เห็นเหลือรู้ที่จะทำให้สำเร็จ
แต่จะต้องลองตำรากาลเม็ด
เผื่อจะเสร็จสมถวิลได้กินยาฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้แกละ ที่ 22 ธันวาคม 2010 : 02:15:33
พอเย็นรอนดอนสูงดูทุ่งกว้าง
วิเวกวางเวงจิตทุกทิศา
ลิงโลดเหลียวเปลี่ยวใจนัยนา
เห็นแต่ฟ้าแฝกแขมขึ้นแซมแซง

ดูกว้างขวางว่างโว่งตะโล่งลิ่ว
ไม่เห็นทิวที่สังเกตในเขตแขวง
สุริยนสนธยาท้องฟ้าแดง
ยิ่งโรยแรงรอนรอนอ่อนกำลัง ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 24 ธันวาคม 2010 : 13:00:57
โอ้แลดูสุริยงจะลงลับ
มิใคร่จะดับดวงได้อาลัยหลัง
สลดแสงแฝงรถเข้าบดบัง
เหมือนจะสั่งโลกาให้อาลัย

แต่คนเราชาววังทั้งทวีป
มาเร็วรีบร้างมิตรพิสมัย
ไม่รอรั้งสั่งสวาทประหลาดใจ
โอ้อาลัยแลลับวับวิญญาณ์ ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: คือ...* รัก * ที่ 05 มกราคม 2011 : 11:58:45
ยิ่งเย็นฉ่ำน้ำค้างว่างวิเวก
เป็นหมอกเมฆมืดมิดทุกทิศา
แสนแสบท้องต้องเก็บตะโกนา
นึกระอาออกนามเมื่อยามโซ

ทั้งหนูกลั่นจันมากบุนนาคน้อย
ช่วยกันสอยเก็บหักไว้อักโข
พอเคี้ยวฝาดชาติชั่วตัวตะโก
แต่ยามโซแสบท้องก็ต้องกลืน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 09 มกราคม 2011 : 11:12:58
พิกุลต้นผลห่ามอร่ามต้น
ครั้นกินผลพาเลี่ยนให้เหียนหืน
ชั่งฝาดเฝื่อนเหมือนจะตายต้องคายคืน
ทั้งขมขื่นแค้นคอไม่ขอกิน

ท่านบิดรสอนสั่งให้ตั้งจิต
โปรดประสิทธิ์สิกขารักษาศิล
เข้าร่มพระมหาโพธิบนโขดดิน
ระรื่นกลิ่นกลางคืนค่อยชื่นใจ ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 14 มกราคม 2011 : 11:37:40
เหมือนกลิ่นกลั่นจันทน์เจือในเนื้อหอม
แนบถนอมสนิทจิตพิสมัย
เสมอหมอนอ่อนอุ่นละมุนละไม
มาจำไกลกลอยสวาทอนาถนอนฯ

โอ้ยามนี้มิได้เชยเหมือนเคยชื่น
ทุกค่ำคืนขาดประทิ่นกลิ่นอัปสร
หอมพิกุลฉุนใจอาลัยวอน
พิกุลร่อนร่วงหล่นลงบนทรวง ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาณัติ ที่ 16 มกราคม 2011 : 00:30:49

ยิ่งเสียวเสียวเฉียวฉุนพิกุลหอม
เคยถนอมเสน่ห์หมายไม่หายหวง
โอ้ดอกแก้วแววฟ้าสุดาดวง
มิหล่นร่วงลงมาเลยใคร่เชยชิม

เย็นระเรื่อยเฉื่อยฉ่ำด้วยน้ำค้าง
ลงพร่างพร่างพรายพร้อยย้อยหยิมหยิม
ยิ่งฟั่นเฟือนเหมือนสมรมานอนริม
ให้เหงาหงิมง่วงเงียบเซียบสำเนียง ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 16 มกราคม 2011 : 01:58:10

เสนาะดังจังหรีดวะหวีดแว่ว
เสียงแจ้วแจ้วจักจั่นสนั่นเสียง
เสียงหริ่งหริ่งกิ่งไทรเรไรเรียง
เสียวสำเนียงนอนแลเห็นแต่ดาว

จนดึกดื่นรื่นเรื่อยเฉื่อยเฉื่อยฉิว
หนาวดอกงิ้วงิ้วต้นให้คนหนาว
แม้นงิ้วงามนามงิ้วเล็บนิ้วยาว
จะอุ่นราวนวมแนบนั่งแอบอิง ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 17 มกราคม 2011 : 10:21:50

ทั้งสี่นายหมายว่ากินยาแล้ว
จะผ่องแผ้วพากันเที่ยวเกี้ยวผู้หญิง
เดชะยาน่ารักประจักษ์จริง
ขอให้วิ่งตามฉาวทั้งด้าวแดน

นากนั้นว่าอายุอยู่ร้อยหมื่น
จะได้ชื่นชมสาวสักราวแสน
ไม่รู้หมดรสชาติไม่ขาดแคลน
ฉันอายแทนที่ครวญถึงนวลนาง ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: บ้านริมโขง ที่ 17 มกราคม 2011 : 18:59:06
อยากจุมพิตชิดเจ้าเฝ้าถนอม
พลางดมดอมรื่นเร้าเจ้าจนสาง
อรุณรุ่งแสงใสอวลไอบาง
เกล็ดน้ำค้างวางสะท้อนอ้อนตะวัน

ช้อนใบหน้ามองนัยน์ด้วยใจรัก
สื่อสมัครลึกซึ้งถึงใจฉัน
สายตานิ่งสิ่งเห็นเป็นสัมพันธ์
สองชีวันมั่นนัก...รักล้นทรวง.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: tipsukon26 ที่ 18 มกราคม 2011 : 00:54:25

ทั้งหนูกลั่นนั้นว่าเมื่อเรือล่องกลับ
จะแวะรับนางสิบสองไม่หมองหมาง
แม่เอวอ่อนมอญรำล้วนสำอาง
จะขวางขวางไปอย่างไรคงได้ดู

สมเพชเพื่อนเหมือนหนึ่งบ้าประสาหนุ่ม
แต่ล้วนลุ่มหลงเหลือจนเบื่อหู
จนพระเมินเดินเวียนถือเทียนชู
เที่ยวส่องดูสีมาบรรดามี ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 มกราคม 2011 : 00:00:39

ที่ผุพังยังแต่ตรุบรรจุธาตุ
ขาวสะอาดอรหัตจำรัสศรี
อาราธนามาไว้สิ้นด้วยยินดี
อัญชลีแล้วก็นั่งระวังภัย

น้ำค้างพรมลมเรื่อยเฉื่อยเฉื่อยฉิว
ใบโพธิ์ปลิวแพลงพลิกริกริกไหว
บ้างร่วงหล่นวนว่อนร่อนไรไร
ด้วยแสงไฟรางรางสว่างตาฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 25 มกราคม 2011 : 00:27:51
จนดึกดื่นรื่นรมย์ลมสงัด
ดึกกำดัดดาวสว่างพร่างพฤกษา
เหมือนเสียงโห่โร่หูข้างบูรพา
กฤษฎาได้ฤกษ์เบิกพระไทร

สายสิญจน์วงลงยันต์กันปีศาจ
ธงกระดาษปักปลิวหวิวหวิวไหว
ข้าวสารทรายปรายปราบกำราบไป
ปักเทียนชัยฉัตรเฉลิมแล้วเจิมจันทน์ ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: คือ...* รัก * ที่ 29 มกราคม 2011 : 02:50:59

จุดเทียนน้อยร้อยแปดนั้นปักรอบ
ล้อมเป็นขอบเขตเหมือนหนึ่งเขื่อนขัณฑ์
มนต์มหาวาหุดีพิธีกรรม์
แก้อาถรรพณ์ถอนฤทธิ์ที่ปิดบัง

แล้วโรยหินดินดำคว่ำหอยโข่ง
จะเปิดโป่งปูนเพชรเป็นเคล็ดขลัง
พอปักธงลงดินได้ยินดัง
สำเนียงตังตึงเปรี้ยงแซ่เสียงคน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ย่อง ที่ 02 กุมภาพันธ์ 2011 : 01:08:08
ข้างเทียนดับกลับกลัวให้มัวมืด
พายุฮึดฮือมาเป็นห่าฝน
ถูกลูกเห็บเจ็บแสบแปลบสกนธ์
เหลือจะทนทานลมลงก้มกราน

เสียงเกรียวกราววาววามโพลงพลามพลุ่ง
สะเทือนทุ่งที่บนโขดโบสถ์วิหาร
กิ่งโพธิ์โผงโกร่งกร่างลงกลางลาน
สาดข้าวสารกรากกรากไม่อยากฟัง ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ทิว..ฯ ที่ 04 กุมภาพันธ์ 2011 : 23:04:23
ทั้งฟ้าร้องก้องกึกพิลึกลั่น
อินทรีย์สั่นซบฟุบเหมือนทุบหลัง
สติสิ้นวิญญาณ์ละล้าละลัง
สู่ภวังค์วุบวับเหมือนหลับไป

เป็นวิบัติอัศจรรย์มหันตเหตุ
ให้อาเพศเพื่อจะห้ามตามวิสัย
ทั้งพระพลอยม่อยหลับระงับไป
แสงอุทัยรุ่งขึ้นจึงฟื้นกาย ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ...เท่ห์จัง... ที่ 09 กุมภาพันธ์ 2011 : 15:23:51

เที่ยวหาย่ามตามหาทั้งผ้าห่ม
มันตามลมลอยไปข้างไหนหาย
ไม่พบเห็นเป็นน่าระอาอาย
จนเบี่ยงบ่ายบิดาจะคลาไคล

ท่านห่มดองครองผ้าอุกาพระ
คารวะวันทาอัชฌาสัย
ถวายวัดตัดตำราไม่อาลัย
ขออภัยพุทธรัตน์ปฏิมา ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: กายา ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2011 : 00:45:50

เหมือนรู้ความยามโศกด้วยโรคร้าย
จึงตามลายลัดแลงแสวงหา
จะใคร่เห็นเช่นเขาบอกดอกจึงมา
มีตำราแล้วก็ต้องทดลองดู

ไม่รื้อร้างง้างงัดไม่คัดขุด
เป็นแต่จุดเทียนเบิกฤกษ์ราหู
ขอคุณพรตทศธรรมช่วยค้ำชู
ไม่เรียนรู้รูปงามไม่ตามลาย ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ลุงตรึม ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2011 : 13:46:50

มาเห็นฤทธิ์กฤษฎาอานุภาพ
ก็เข็ดหลาบลมพาตำราหาย
ได้กรวดน้ำคว่ำขันจนวันตาย
ให้ภูตพรายไพรโขมดที่โขดดิน

ทั้งเจ้าทุ่งกรุงทวาเทพารักษ์
ซึ่งพิทักษ์ที่พระยาคูหาหิน
พระเจ้าฟ้าอากาศนาถนรินทร์
ซึ่งสร้างถิ่นที่วัดพระปฏิมา ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้องป๊อบ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2011 : 02:01:20
จงพ้นทุกข์สุโขอโหสิ
ไปจุติตามชาติปรารถนา
ทั้งเซิงไทรไผ่โพธิ์ตะโกนา
ฉันขอลาแล้วเจ้าคะหม่อมตะโก

ถึงแก่งอมหอมกลิ่นยังกินฝาด
แต่คราวขาดคิดรักเสียอักโข
ทั้งพิกุลฉุนกลิ่นจงภิญโญ
เสียดายโอ้อางขนางจะห่างไกล ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มดดำ ที่ 03 มีนาคม 2011 : 03:12:30

ออกเดินทุ่งมุ่งหมายพอบ่ายคล้อย
ไม่ตามรอยแรกมาหญ้าไสว
จนจวนค่ำย่ำเย็นเห็นไรไร
สังเกตไม้หมายทางมากลางคืน

ต้องบุกรกวกหลงลุยพงแฝก
อุตส่าห์แหวกแขมคาสู้ฝ่าฝืน
มาตามลายหมายจะลุอายุยืน
ผ้าห่มผืนหนึ่งไม่ติดอนิจจัง ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 12 มีนาคม 2011 : 00:20:18

เจ้าหนูกลั่น นั้นว่าเคราะห์-เสียเพราะหอม
เหมือนทิ้งหม่อม เสียทีเดียว เดินเหลียวหลัง
จะรีบไป ให้ถึงเรือ เหลือกำลัง
ครั้นหยุดนั่ง หนาวใจ จำไคลคลา

จนรุ่งราง ทางเฟื่อน ไม่เหมือนเก่า
ต้องเดินเดา ดั้นดัด จนขัดขา
จนเที่ยงจึง ถึงเรือ เหลือระอา
อายตามา ตาแก้ว ที่แจวเรือ ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 13 มีนาคม 2011 : 12:27:32

เขาหัวเราะเยาะว่าสาธุสะ
เครื่องอัฏฐะที่เอาไปช่างไม่เหลือ
พอมืดมนฝนคลุ้มลงครุมเครือ
ให้ออกเรือรีบล่องออกท้องคุ้ง

จะเลยตรงลงไปวัดก็ขัดข้อง
ไม่มีของขบฉันจังหันหุง
ไปพึ่งบุญคุณพระยารักษากรุง
ท่านบำรุงรักพระไม่ละเมิน ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ...เท่ห์จัง... ที่ 15 มีนาคม 2011 : 04:15:12

ทั้งเพลเช้าคาวหวานสำราญรื่น
ต่างชุ่มชื่นชวนกันสรรเสริญ
ทั้งสูงศักดิ์รักใคร่ให้เจริญ
อายุเกินกัปกัลป์พุทธันดร

ให้ครองกรุงฟุ้งเฟื่องเปรื่องปรากฏ
เกียรติยศอยู่ตลอดอย่าถอดถอน
ท่านอารีมีใจอาลัยวอน
ถึงจากจรใจจิตยังคิดคุณ ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 17 มีนาคม 2011 : 04:50:49

มาทีไรได้นิมนต์ปรนนิบัติ
สารพัดแผ่เผื่อช่วยเกื้อหนุน
ต่างชื่นช่วยอวยกุศลผลบุญ
สนองคุณเจ้าพระยารักษากรุงฯ

เมื่อกราบลาคลาเคลื่อนออกเลื่อนล่อง
เห็นหน้าน้องนามหุ่นนั่งชุนถุง
ทั้งผัดหน้าทาขมิ้นส่งกลิ่นฟุ้ง
บำรุบำรุงรูปงามอร่ามเรือง ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 26 มีนาคม 2011 : 23:34:59

ที่แพรายหลายนางสำอางโฉม
งามประโลมเปล่งปลั่งอลั่งเหลือง
ขมิ้นเอ๋ยเคยใช้แต่ในเมือง
มาฟุ้งเฟืองฝ่ายเหนือทั้งเรือแพ

พวกโพงพางนางแม่ค้าขายปลาเต่า
จับกระเหม่ามิได้เหลือชั้นเรือแห
จะล่องลับกลับไปอาลัยแล
มาถึงแพเสียงนกแก้วแจ้วเจรจา ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ทิว..ฯ ที่ 27 มีนาคม 2011 : 04:24:35

เจ้าของขาวสาวสอนชะอ้อนพลอด
แวะมาจอดแพนี้ก่อนพี่จ๋า
น่ารับขวัญฉันนี่ร้องว่าน้องลา
ก็เลยว่าสาวกอดฉอดฉอดไปฯ

โอ้นกเอ๋ยเคยบ้างหรืออย่างพลอด
นางสาวสาวเขาจะกอดให้ที่ไหน
แต่น้องมีพี่ป้าที่อาลัย
ท่านยังไม่ช่วยกอดแกล้งทอดทิ้ง ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 02 เมษายน 2011 : 11:04:00

นึกก็พลอยน้อยใจถึงไม่กอด
หนาวก็ทอดเตาไว้ก่อไฟผิง
ไม่เรียกเป็นเช่นนกแก้วแล้วจริงจริง
จะสู้นิ่งหนาวทนอยู่คนเดียว

ได้เด็ดรักหักใจมาในน้ำ
ถึงพบลำสาวแส้ไม่แลเหลียว
ประหลาดเหลือเรือวิ่งจริงจริงเจียว
มาคืนเดียวก็ได้หยุดถึงอยุธยา ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 15 เมษายน 2011 : 23:23:41
จึงจดหมายรายเรื่องที่เคืองเข็ญ
ไปเที่ยวเล่นลายแทงแสวงหา
เห็นสิ่งไรในจังหวัดรัถยา
ได้จดมาเหมือนหนึ่งมี แผนที่ไว้

ไม่อ่อนหวานขานเพราะเสนาะโสต
ด้วยอายโอษฐ์มิได้อ้างถึงนางไหน
ที่เขามีที่จากฝากอาลัย
ได้ร่ำไรเรื่องหญิงจึงพริ้งเพราะ ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 17 เมษายน 2011 : 02:58:43
นี่กล่าวแกล้งแต่งเล่นเพราะเป็นม่าย
เที่ยวเร่ขายคอนเรือมะเขือเปราะ
คิดคะนึงถึงตัวน่าหัวเราะ
เกือบกะเทาะหน้าแว่นแสนเสียดายฯ

นารีใดไร้รักอย่าหนักหน่วง
จะโรยร่วงรกเรี้ยวแห้งเหี่ยวหาย
ที่เมตตาอยู่ก็อยากจะฝากกาย
อย่าหมิ่นชายเชิญตรึกให้ลึกซึ้ง ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 19 เมษายน 2011 : 01:58:40

เหมือนภุมรินบินหาซึ่งสาโรช
ถึงร้อยโยชน์แย้มกลิ่นคงบินถึง
แต่ดอกไม้ไทท้าวในดาวดึงษ์
ไม่พ้นซึ่งพวกหมู่แมลงภู่ชม

เช่นกระต่ายกายสิทธิ์นั้นผิดเพื่อน
ขึ้นแต้มเดือนได้จนชิดสนิทสนม
เสน่หาอาลัยใจนิยม
จะใคร่ชมเช่นกระต่ายไม่วายตรอม ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 29 เมษายน 2011 : 23:38:07

แต่เกรงเหมือนเดือนแรมไม่แจ่มแจ้ง
สุดจะแฝงฝากเงาเฝ้าถนอม
ขอเดชะจะได้พึ่งให้ถึงจอม
ขอให้น้อมโน้มสวาทอย่าคลาดคลา

ไม่เคลื่อนคลายหน่ายแหนงจะแฝงเฝ้า
ให้เหมือนเงาตามติดขนิษฐา
ทุกค่ำคืนชื่นชุ่มพุ่มผกา
มิให้แก้วแววตาอนาทร ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้แกละ ที่ 10 พฤษภาคม 2011 : 02:59:41

มณฑาทิพย์กลีบบานตระการกลิ่น
ภุมรินหรือจะร้างห่างเกสร
จงทราบความตามใจอาลัยวอน
เดชะกลอนกล่าวปลอบให้ตอบคำ

จะคอยฟังดังคอยสอยสวาท
แม้นเหมือนมาดหมายจะชิมให้อิ่มหนำ
ถ้าครั้งนี้มิได้เยื้อนยังเอื้อนอำ
จะต้องคร่ำคร่าเปล่าแล้วเราเอยฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: zero-one ที่ 27 พฤษภาคม 2011 : 22:26:22

ภุมรินไม่เคยร้างห่างเกสร
                       
                             ดอกพุดซ้อนไม่ซ่อนกลิ่นถวิลหา

                             แมลงภู่บินเวียนซ้อนซอกซอนมา

                             เมียงมองหามาลีที่คลี่บาน

                                   เหมือนโฉมงามยอดหญิงที่พานพบ

                              เธองามสบพร้อมพรั่งในเคหาน

                              ทั้งงามนอกงามในใสตระการ

                              เธอเบ่งบานดังบุปผาน่าเชยชม 




หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 04 สิงหาคม 2011 : 15:49:01

หอมผกา มาลี zero-one
ปรุงความฝัน สรรค์สร้าง อย่างเหมาะสม
ยามอ่านกานท์ หวานไหว ในอารมณ์
มีคำคม ชมซึ้ง ตรึงฤดี

เมื่อยามบ่าย คลายเครียด เจียดความสุข
ท่านปลอบปลุก ทุกข์หาย ระบายสี
หอมกลิ่นกลอน อักษรสวย ด้วยไมตรี
นักกวี zero จ๋า น่ารักจัง
 


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: zero-one ที่ 05 สิงหาคม 2011 : 18:29:55
อุ๊ย!ชักเขินเพลินอ่านกานท์คุณนก

วันฝนตก "นกเต็น" กระเซ็นสาย

ชื่นลำนำในน้ำคำกลับอุ่นกาย

ใจขยายกว่ามาลีที่คลี่บาน

น้อยหรือว่าวาจาช่างปลอบปลุก

ให้ชีวิตแสนสุขสนุกสนาน

ต่ออายุให้มีหวังหลังการงาน

ยิ้มเบิกบานในถ้อยคำชื่นฉ่ำใจ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: zero-one ที่ 20 สิงหาคม 2011 : 23:04:28
มา ล อ ง ต่ อ ก ล อ น ตั ว เ ล ข กั น ห น่ อ ย นะ...นะ

หมายเลขหนึ่งมาเป็นหนึ่งเสมอ

ไม่เคยเจอเป็นเลขสองหรือเลขสาม

ถ้าเลขหนึ่งไม่เป็นหนึ่งจะไม่งาม

คงต้องรอเลขสองสามเลขต่อไป

/๑/๑/๑/๑/๑/๑/๑/๑/๑/๑/


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: zero-one ที่ 28 สิงหาคม 2011 : 17:58:26
หมายเลขสองไม่เป็นรองเลขใดใด

บอกก็ได้เพราะเลขสองไม่เป็นสาม

รักเลขสองชูนิ้วกลางนิ้วชี้ตาม

จึงหมายความว่าใจสู้สู่เส้นชัย

๒/๒/๒/๒/๒/๒/๒/๒/๒/๒/

V/V/V/V/V/V/V/V/V/V/


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาณัติ ที่ 28 สิงหาคม 2011 : 22:56:51

หมายเลขสามงามจริงสิ่งที่พบ
ขอน้อมนบครบชุดวิสุทธิ์ศรี
พระไตรรัตน์สัมผัสจิตคิดทำดี
บารมี ปกป้อง พ้นผองภัย
คุณพระพุทธ พระธรรม แสนล้ำเลิศ
พระสงฆ์เกิด ศรัทธา พาแจ่มใส
ชำระทุกข์ ดับโศก มีโชคชัย
ขจัดใจ ลดกิเลศ เหตุหมองมัว





หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: zero-one ที่ 29 สิงหาคม 2011 : 12:54:01
หมายเลขสี่มีนัยชี้ที่แอบแฝง
คือตัว A นอนตะแคงอยู่ข้างฝา
ผลการเรียนได้เกรดสี่ทุกวิชา
เป็นนักเรียนเพียรศึกษาน่าชื่นใจ

AAAAAAAAAAAAA

๔/๔/๔/๔/๔/๔/๔/๔


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 12 กันยายน 2011 : 00:27:17

http://www.youtube.com/v/yE9iUQNFDC0?version=3

** ศีล 5 **


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: zero-one ที่ 29 กันยายน 2011 : 16:43:54
หมายเลขห้าชูมือมายิ่งน่าขำ
ห้า ห้า ห้า เป็นประจำขำใช่ไหม
อยากหัวเราะให้ท้องแข็งทุกวันไป
ชูมือมาห้านิ้วได้ไม่บ้าเอย

๕/๕/๕/๕/๕/๕/๕/


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: espresso ที่ 09 มิถุนายน 2012 : 13:48:21
 ;Dหมายเลขหกตกกะไดไยพลอยโจน
เทกระโถนอย่าให้หกรกเชียวหนา
พูดอะไรให้จำไว้ให้ดีนา
ถ้าโกหกละก้อหนาน่าดูชม

๖/๖/๖/๖/๖/๖/๖/


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 12 มิถุนายน 2012 : 10:04:26

หมายเลขเจ็ด สำเร็จกิจ มิตรสร้างสรรค์
ทางชีวิต ไม่ติดตัน ฝันไม่ขม
เสียงเพลงร้อง ว่าหนาว ร้าวระทม
"รัก"หายตรม ถมความสุข มาปลุกเธอ

ระทมรัก ผลักไส ให้ไกลห่าง
ทุกสิ่งอย่าง สว่างไสว ไปเสมอ
พร รัก สุข ทุกทิศ ใกล้ชิดเกลอ
ขอเสนอ คำกานท์ ประทานพร








หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 06 กรกฎาคม 2012 : 00:56:30

หมายเลขแปด แวดล้อม พร้อมด้วยรัก
อุปสรรค ห่างไกล ไร้คนหลอน
สิ้นทุกข์โศก โรคภัย ขอให้พร
สุขดั่งกลอน บทนี้ ที่ให้เกลอ

คนนับหน้า ถือตา พาสนุก
โชคลาภฟลุ๊ค ทุกทาง วางเสนอ
บุญรักษา ผาสุก ทุกอย่างเจอ
สิ่งดีดี มีบำเรอ เธอทั้งปี





หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: zero-one ที่ 21 กรกฎาคม 2012 : 16:14:36
หมายเลขเก้าให้เข้าใจอย่าไหวหวั่น

เขาให้ก้าวไปด้วยกัน...นั่นเห็นไหม

ท้องฟ้ากว้างลมยังพัดไม้ผลัดใบ

ก้าวสั้นสั้นก้าวต่อไป...จนสุดทาง

(http://upic.me/i/tp/58103.jpg) (http://upic.me/show/37543986)


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: pinky_59 ที่ 21 กรกฎาคม 2012 : 21:17:44
หมายเลขสิบหยิบมาพร้อมคำตอบ
รางวัลคือขนมที่ชอบตอบได้ไหม
อะไรเอ่ยสีเหลืองทองมีค่ามากกว่าสิ่งใด
หอมหวานมันถูกใจใคร่ลิ้มลอง

เฉลยคำตอบให้ดีกว่าถ้าไม่รู้
ถามกูรูคงไม่รู้คำตอบจอง
ใบ้อีกนิดผิดไปใช่สิ่งของ
สีเหลืองของทองหยิบที่สิบจร้า

 ??? ??? ??? :o ;D :-* :-\ ;) :-X :-*


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 06 สิงหาคม 2012 : 01:50:09

หมายเลขที่ สิบเอ็ด สำเร็จรูป
ต้องจุดธูป บูชา มาบวงสรวง
เทพเทวา มาลัย ไหว้หนึ่งพวง
คนเคยลวง กลับรัก แวะทักทาย

จะสมมาด ปรารถนา มหาโชค
สิ้นทุกข์โศก โรคไม่รุม ความกลุ้มหาย
จะเกษม เปรมปรีดิ์ มิเสื่อมคลาย
มีชีวิต สุขสมหมาย สบายแฮ..... :D ;D



 


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: งง ที่ 15 สิงหาคม 2012 : 23:12:23

เลขสิบสอง สิงหา ราชินี
เป็นวันดี เหล่าประชา พาเลื่อมใส
องค์พระแม่ มิ่งหล้า ประชาไทย
น้อมพรชัย ถวายพระองค์ ทรงพระเจริญ




หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 05 กันยายน 2012 : 22:56:08

กรรมกิเลส / เครื่องเศร้าหมอง

เริ่มกำหนดบทธรรมกรรมกิเลส
อันเป็นเหตุทำใจให้เศร้าหมอง
การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตผิดทำนอง
ระเบียบของสังคมทั่วโลกา

ทั้งนกหนูหมูม้าปลาและคน
ทุกตัวตนกลัวภัยใจผวา
ผู้ถูกฆ่าอาลัยในชีวา
ผูกเวราเกลียดชังกระทั่งตาย ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: กายา ที่ 06 กันยายน 2012 : 00:48:34

ตัวเวรารอเราผู้ก่อไว้
รอชดใช้แทนทดจนหดหาย
ผู้มัวเมาเขลาจิตคิดปองร้าย
เป็นเครือข่ายบาปกรรมครอบงำเรา

ไม่มีสิทธิ์คิดหนีให้พ้นภัย
ถึงจะไปแอบอยู่บนภูเขา
กรรมใกล้ชิดติดตามไปแนบเนา
คอยลวกเผาเข่นฆ่าตามราวี ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 06 กันยายน 2012 : 22:50:52

การฆ่าสัตว์จัดเป็นกรรมกิเลส
เพราะเป็นเหตุเศร้าหมองไม่ผ่องศรี
จะได้สุขสิ้นโศกมีโชคดี
เพราะปราณีเมตตาเป็นอาจิณ

กรรมที่สองรองมาอทินนาทาน
เป็นโทษฐานขโมยเอาทรัพย์สิน
ทุกประเทศเขตแตว้นด้าวแดนดิน
รักทรัพย์สินเงินทองข้าวของตน ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ทิว..ฯ ที่ 07 กันยายน 2012 : 00:23:58

การลักทรัพย์นับเป็น กรรมกิเลส
เพราะเป็นเหตุเลวทรามอกุศล
เพราะผู้ลักมักคิดจิตมืดมน
ไม่เห็นผลความผิดติดตามมา

เหตุเพราะตนคนเกไม่เอาไหน
ไม่สนใจในด้านการศึกษา
ใครจะเตือนเชือนแชไม่นำพา
สร้างปัญหาให้ท่านผู้ปกครอง ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้แกละ ที่ 07 กันยายน 2012 : 01:02:39

เที่ยวฉกชิงวิ่งราวไปทุกแห่ง
เข้ายื้อแย่งไล่ยิงเพื่อชิงของ
เป็นคนเขลาเบาจิตคิดลำพอง
ความเศร้าหมองห่อหุ้มเกาะกุมใจ

โมหะคลุมหุ้มจิตคิดไม่ออก
ใครจะบอกความดีมิเลื่อมใส
เพราะหลงผิดจิตพาลอยู่ด้านใน
บังคับใจให้เห็นเป็นความดี ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 กันยายน 2012 : 17:03:23

ยังปากกล้าว่าร้ายสุภาพชน
ว่าอับจนหลงใหลในวิถี
เพราะเชื่อธรรมคำสอนของมุนี
ว่าจะมีบาปกรรมครอบงำตน

อันที่จริงสิ่งชั่ว นั้นไม่มี
ชั่วหรือดีทำไปไม่มีผล
เพียงดำรงคงกายจนวายชน
ก็หมดผลชั่วดีที่ตนทำ ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 07 กันยายน 2012 : 18:48:05

อย่าไปคิดติดใจในส่วนบุญ
มาอุดหนุนชูชุบอุปถัมภ์
ผลกรรมชั่วตัวก่อรอครอบงำ
ขอจงจำชั่วดีไม่มีเลย

นี้ถ้อยคำสำนวนของคนพาล
นำสันดานความชั่วมาเปิดเผย
เหตุทำชั่วมัวหลงเสียจนเคย
นั่งสังเวยทรัพย์สินอทินนาทาน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 08 กันยายน 2012 : 05:15:25

พวกโกงกินสินทรัพย์นับอนันต์
ก็สำคัญว่าฉลาดคิดอาจหาญ
มองพวกซื่อถือธรรมว่าเป็นพาล
เที่ยวประจานแช่งด่าทั่วธานี

เมื่อวันวานผ่านล่วงเลยลาลับ
โทษลักทรัพย์ปรากฎจึงหมดศรี
ศรีก็หมดยศก็หายไร้ความดี
เงินเคยมีเพื่อนเคยมากก็จากไป

จึงรู้สึกนึกได้ว่าตนชั่ว
โทษติดตัวเศร้าหมองไม่ผ่องใส
สายเกินแก้แน่นอนเดือดร้อนใจ
จะให้ใครช่วยไว้ไม่ได้เลย ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 08 กันยายน 2012 : 17:56:44

ข้อที่สามความเศร้าด้วยกาเม
ใครโลเลปล่อยใจไม่เพิกเฉย
คิดมากชู้ผู้ชายมาชมเชย
ชายแอบเชยชิดชมนอกใจเมีย

เกิดความชั่วมัวหมองดังก้องโลก
มีแต่โศกสิ้นสุขเศร้าเสื่อมเสีย
ราคะมากอยากใหญ่ไปคลอเคลีย
เหมือนดื่มเบียร์รสหวานก็ปานกัน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้แกละ ที่ 09 กันยายน 2012 : 18:42:47

ลืมสนิทคิดไม่ทันจิตมันชั่ว
เชยชิดตัวเกาะกุมปทุมถัน
เรื่องอื้อฉาวข่าวลือประจำวัน
เช่นคลินตันประธานาธิบดี

แอบสัมพันธ์ฉันชู้ในทำเนียบ
ผิดระเบียบผิดกฎลดศักดิ์ศรี
อาจถูกไล่ให้ออกจากหน้าที่
เรื่องบัดสีขายหน้าประชาชาติ

ขอทุกท่านอ่านดูให้รู้จริง
ผิดผู้หญิงควรละเว้นให้เด็ดขาด
จะไกลทุกข์สุขีมีอำนาจ
มีบทบาทยิ่งใหญ่ในโลกา ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 10 กันยายน 2012 : 09:41:55

ข้อที่สี่มีความสำคัญมาก
จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา
พระดำรัสตรัสไว้ให้ประชา
ชนทั่วหล้าเข้าใจไม่พูดเท็จ

ทั้งคำหยาบบาปมากจากวาจา
โทษล้นฟ้าเผาลนจนแสบเผ็ด
พูดหลอกลวงปวงชนเป็นกลเม็ด
ปล่อยทีเด็ดเพื่อตนเป็นคนดี ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 11 กันยายน 2012 : 09:33:27

พูดกลบเกลื่อนเงื่อนงำที่ทำชั่ว
เพื่อยกตัวให้เลิศประเสริฐศรี
ศรีประเสริฐเลิศค่าว่าคนดี
เหมือนมณีสุกใสไม่ราคิน

ข้อเท็จจริงสิ่งแท้เรื่องแก้ตัว
คนลิ้นชั่วทุจริตพูดผิดศีล
ศีลก็ผิดคิดชั่วตัวมลทิน
คนทั้งสิ้นรู้ทันไม่หันมอง ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 13 กันยายน 2012 : 09:02:30

เหมือนลูกศรย้อนรอยถ้อยวาที
เพราะวจีก่อกรรมทำเศร้าหมอง
คำโกหกวกวนตามครรลอง
กลับสนองผู้พูดจนถึงตาย

เพราะผู้พูดพูดดีเป็นยศศักดิ์
คนจะรักชื่นชมไม่ขาดสาย
ถ้าพูดชั่วตัวการระรานนาย
จะอับอายสิ้นยศหมดความดี ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ...เท่ห์จัง... ที่ 14 กันยายน 2012 : 20:23:48

นี้ความชั่วตัวธรรมกรรมกิเลส
เป็นต้นเหตุผู้ทำต่ำศักดิ์ศรี
ผู้ใดเว้นเป็นสุขทุกราตรี
ลาภยศมีโภคาสถาวร

จะปรากฏยศใหม่ในสังคม
คนนิยมยิ่งใหญ่เหมือนไกรสร
หลับสนิทจิตใจไม่อาทร
จะสัญจรทุกที่ไม่มีภัย ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 15 กันยายน 2012 : 09:19:05

กรรมทั้งสี่ที่ประพันธ์ให้ท่านอ่าน
บัณฑิตท่านไม่มีในวิสัย
แต่บอกกล่าวเล่าชี้ที่วิลัย
ผู้ห่างไกลงดเว้นเป็นเมธี

เหตุฉิบหายหมายถึงอบายมุข
ทางเกิดทุกข์ยิ่งใหญ่ในทรวงศรี
ใครมักมากอยากใหญ่ในสัตรี
โชคเคยมีลาภเคยได้ก็หายไป ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 17 กันยายน 2012 : 01:23:12

คนเคยรักมักชมว่าคนดี
ก็หลบหนีกันหมดไม่เลื่อมใส
หมดความเชื่อเบื่อหน่ายไม่ไว้ใจ
เจอที่ไหนหลีกหลบไม่แลมอง

คนเผลอผิดคิดเป็นนักเลงหญิง
พื้นใจจริงของเขาก็เศร้าหมอง
ความฉิบหายย้ายเคลื่อนเข้ามาครอง
ทรัพย์สิ่งของมากมายที่เคยมี

ก็ลดน้อยถอยถดกลับหมดไว
เพราะเอาไปจับจ่ายให้อิตถี
ใครจะเตือนเพื่อนจะด่าว่าไม่ดี
กลับกล่าวชี้แก้ไขไม่ละอาย ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 19 กันยายน 2012 : 01:45:40

ดูคลินตันสั่นคลอนนอนไม่หลับ
จะคิดกลับแก้ไขคงไม่หาย
ชั่วปรากฏหมดศรีความดีคลาย
ความฉิบหายแทนทดในทันที

เป็นนักดื่มลืมตนจนเมามาย
ความฉิบหายติดตามทุกวิถี
คนผู้ดื่มลืมตัวเรื่องชั่วดี
ทำเป็นทีคุยโวโอ้อวดดัง

คุยอวดอ้างว่าตนเป็นคนกล้า
แสดงท่าวางโตคนโอหัง
ทำตัวเด่นเป็นผู้ดีมีสตังค์
เหล้าฝรั่งสั่งซื้อไม่เสียดาย ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 22 กันยายน 2012 : 21:08:50

ความพิบัติจัดคิวเข้ารอคอย
ค่อยทยอยทรัพย์สินให้เหือดหาย
เหล้ากำหนดกฏเกณฑ์ความวอดวาย
ก่อเหตุร้ายยิ่งใหญ่ในสังคม

พวกผู้ใหญ่ใจชั่วเป็นตัวทำ
จนเด็กจำเข้าใจว่าเหมาะสม
คิดว่าโก้โอ่อ่าประชาชม
คนนิยมกินเหล้ากันชุกชุม

จึงมีผับรับรองคนกินเหล้า
คนหนุ่มสาวน้อยใหญ่ไปมั่วสุม
เกิดคดีมีเรื่องถูกจับกุม
ถูกควบคุมหลับใหลในตะราง ฯ




หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 25 กันยายน 2012 : 20:59:27

เมื่อรู้สึกนึกได้อับอายมาก
เป็นการยากที่ใครไปขัดขวาง
เพราะกำหนดกฎหมายได้จัดวาง
เป็นแนวทางปกครองคนทั่วทิศ

เมื่อผู้ใดใครฝืนแก้คืนยาก
ทนลำบากรับผลจนพ้นผิด
ก่อนพ้นโทษโปรดสอนให้ได้คิด
เห็นโทษพิษเศร้าหมองของสุรา ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 26 กันยายน 2012 : 14:55:27

แต่คนเขลาเบาใจไม่ค่อยเชื่อ
ไม่เอื้อเฟื้อต่อผู้ปรารถนา
โทษของตนผลกรรมก่อนเก่ามา
ติดตนนาแนบชิดเตือนจิตใจ

ให้มองเห็นเป็นผลคนมีสุข
กลบเกลื่อนทุกข์เพราะเขลาไม่เอาไหน
คนเช่นนี้มีให้เห็นอยู่ทั่วไป
มีนิสัยโฉงเฉงนักเลงสุรา ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 28 กันยายน 2012 : 01:33:54

ข้อที่สามความว่าการพนัน
โทษของมันทางฉิบหายร้ายหนักหนา
เห็นประจักษ์นักพนันในโลกา
มีฐานามั่นคงนั้นยากนัก

เพราะผู้เล่นเว้นการประกอบกิจ
เป็นชีวิตของคนไม่มีหลัก
ทิ้งครอบครัวผัวเมียและลูกรัก
ไปนอนพักที่อื่นทุกคืนวัน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 28 กันยายน 2012 : 23:02:29

เมื่อแพ้หนักมักขายไร่นาสวน
ควรไม่ควรแก้หน้าคราคับขัน
ตรงนี้โหดโทษหนักนักพนัน
จะเข้าขั้นล่มจมล้มละลาย

วิปริตผิดผันมันอาเพศ
เป็นต้นเหตุความชั่วตัวฉิบหาย
จึงขอเตือนเพื่อนรักมิตรหญิงชาย
จงจำไว้อย่าเป็นนักพนัน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: กายา ที่ 04 ตุลาคม 2012 : 00:08:48

ข้อที่สี่มีการคบมิตรชั่ว
สิ้นเปลืองตัวโทษภัยใหญ่มหันต์
เพราะมิตรชั่วตัวการที่สำคัญ
เข้าปลุกปั่นยุยงให้ตัวเรา

ให้หลงใหลไปตามแนวความคิด
ให้หลงผิดว่างามตามใจเขา
ให้ตีชิงวิ่งราวเข้าย่องเบา
แนะให้เราทำบาปที่หยาบคาย

คอยแนะนำพร่ำสอนให้ทำกิจ
เป็นนิมิตแห่งเหตุความฉิบหาย
ประพันธ์พจน์บทกลอนสอนหญิงชาย
อย่ามักง่ายเชื่อคนจะเสียงาน ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 05 ตุลาคม 2012 : 11:15:11

ประสบการณ์ด้านนี้เรามีน้อย
มิตรก็คอยแอบแฝงเข้าล้างผลาญ
แนวความคิดมิตรชั่วตัวก่อการ
คอยสั่งงานให้หลงในดงพาล

ดื่มสุราฆ่าสัตว์นักเลงหญิง
บ้างตีชิงวิ่งราวอย่างห้าวหาญ
จงสังวรก่อนคบดูสันดาน
ว่ามิตรพาลหรือดีจะมีชัย ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ...เท่ห์จัง... ที่ 08 ตุลาคม 2012 : 14:31:31

ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์
อุฏฐานสมปทา อารกขสมปทา
กลยาณมิตตตา สมชีวิตา

ข้อที่หนึ่งถึงพร้อมด้วยความหมั่น
ควรขยันประกอบกิจทุกสมัย
งานที่หวังตั้งไว้ทั้งใกล้ไกล
เอาใจใส่ดูแลไม่ละวาง

พวกหนูเล็กเด็กน้อยด้อยปัญญา
ควรศึกษาเปิดใจให้สว่าง
สร้างชีวิตปิดอบายได้ทุกทาง
วางแบบอย่างชีวิตเป็นศิษย์ดี ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 08 ตุลาคม 2012 : 23:22:50

นี้เป็นจุดอุฏฐานสัมปทา
เครื่องนำพาชีวิตเจริญศรี
คนขยันหมั่นทำตามหน้าที่
ประโยชน์มีทันใจในปัจจุบัน

การกระทำกรรมดีนี้ไม่ยาก
ถ้าแม้นหากทำตนคนขยัน
อุปสรรคหลักตอรอกีดกัน
เอาขยันเข้ามาทับก็ดับไป ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ...เท่ห์จัง... ที่ 14 ตุลาคม 2012 : 22:58:57

หาเงินทองของใช้และความดี
ตามวิธีโบราณท่านขานไข
ไม่ทำตนคนอื่นให้ร้อนใจ
งานน้อยใหญ่ถูกต้องคลองธรรมา

จึงได้นามตามหลักอุฏฐานา
สัมปทาตามหลักศาสนา
จะอุดมสมบูรณ์ด้วยโภคา
มียศถายิ่งใหญ่ในปัจจุบัน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 24 ตุลาคม 2012 : 23:31:40

อารักขสัมปทาข้อที่สอง
คอยสนองอุฏฐานความขยัน
รักษาทรัพย์นับของให้ครบครัน
ฐานะมั่นมีสุขปลอดทุกข์ภัย

คุณความดีที่ทำประจำวัน
ควรยึดมั่นให้คิดเป็นนิสัย
ควรเตือนจิตคิดหวังหฤทัย
งานน้อยใหญ่ทุกอย่างอย่าร้างรา ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 31 ตุลาคม 2012 : 23:05:43

อย่าปล่อยวางค้างคาให้อากูล
ผลจะพูนสมหวังดังปรารถนา
อันทรัพย์สินชิ้นใหญ่ในใต้ฟ้า
ใช้ปัญญาขุดคุ้ยตะกุยตะกาย

จะได้นับทรัพย์สินอันเนืองนอง
เป็นเจ้าของได้สมอารมณ์หมาย
ปัจจุบันท่านสุขทุกหญิงชาย
เพราะท่านได้ยึดหลักอารักขสัมปทา ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 03 พฤศจิกายน 2012 : 22:54:23

ข้อที่สามความว่าการคบมิตร
คู่ชีวิตมากมายทั้งซ้ายขวา
การมีเพื่อนเหมือนหมายได้โภคา
เพิ่มยศถาศักดิ์ศรีมีคุณา

อันคนดีมีกายวาจาใจ
ตั้งอยู่ในโอวาทศาสนา
ถือตามพุทธสุดที่จะโสภา
กายวาจาสุจริตความคิดดี ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 06 พฤศจิกายน 2012 : 00:26:04

มิตรที่ดีมีความ จำเป็นนัก
ช่วยชี้ชักแนวทางสร้างศักดิ์ศรี
เมื่อเรายากหากเพื่อนเข้าเตือนชี้
บอกวิธีให้เห็นเป็นแนวทาง

เมื่อเราเศร้าเข้าปลอบให้สดชื่น
ทุกค่ำคืนคอยดูอยู่ไม่ห่าง
คอยอุดหนุนจุนเจือไม่จืดจาง
ไม่ปล่อยวางทอดทิ้งเมื่อยามทุกข์ ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ศรีเปรื่อง ที่ 07 พฤศจิกายน 2012 : 12:51:14
กลอนนี้ช่างเขียนยากลำบากนัก
ถูกวางบักด้วยเชิงชั้นของท่านจุก
เจอะคำตายถึงกะให้ไอคุกคุก
แทบหมดมุขร่วมล้อต่อกวี

มีแฟนดีก็จำเป็นใครเห็นด้วย
ถึงไม่สวยเลอเลิศประเสริฐศรี
ให้รักเราด้วยน้ำใสในฤดี
ชื่นชีวีกว่าแฟนสวยรวยความงาม

 ;D  ;D  ;D


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ลุงตรึม ที่ 10 พฤศจิกายน 2012 : 01:21:26

มิตรที่ดีมีความ จำเป็นนัก
ช่วยชี้ชักแนวทางสร้างศักดิ์ศรี
เมื่อเรายากหากเพื่อนเข้าเตือนชี้
บอกวิธีให้เห็นเป็นแนวทาง

เมื่อเราเศร้าเข้าปลอบให้สดชื่น
ทุกค่ำคืนคอยดูอยู่ไม่ห่าง
คอยอุดหนุนจุนเจือไม่จืดจาง
ไม่ปล่อยวางทอดทิ้งเมื่อยามทุกข์ ฯ



เมื่อเราทุกข์ทุกข์ด้วยช่วยแบ่งทุกข์
เมื่อเราสุขโมทนาคราเราสุข
คบเพื่อนดีมีคุณามาทุกยุค
อบายมุขโทษภัยไม่มีมา

ประกอบกรรมทำกิจคิดสิ่งใด
ได้ดังใจสมหวังดังปรารถนา
จะนึกแก้วแก้วกองทองไหลมา
เห็นทันตาข้าวของกองโภคี ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ศิลาสีรุ้ง ที่ 10 พฤศจิกายน 2012 : 12:52:09
กลอนนี้ช่างเขียนยากลำบากนัก
ถูกวางบักด้วยเชิงชั้นของท่านจุก
เจอะคำตายถึงกะให้ไอคุกคุก
แทบหมดมุขร่วมล้อต่อกวี

มีแฟนดีก็จำเป็นใครเห็นด้วย
ถึงไม่สวยเลอเลิศประเสริฐศรี
ให้รักเราด้วยน้ำใสในฤดี
ชื่นชีวีกว่าแฟนสวยรวยความงาม

 ;D  ;D  ;D




เลาะริมรั้ว ลำนำกลอนสะท้อนรัก
ถุกใจนักเดินเข้ามาหาได้ถาม
ให้วิตกอกเต้นเห็นเนื้อความ
ด้วยอารามตกใจ..มีใดกัน

ท่านศรีเปรื่องบอกไว้ ไอคุกคุก
ท่านจะปลุกปลอบจิตสนิทขวัญ
หรือมีขู่เล่าหนาตอบมาพลัน
คุกคุกนั้น ฉันใดได้เผยคำ


 ;D   ;D   ;D

ขอบคุณครับ


ศิลาสีรุ้ง
๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๕


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ศรีเปรื่อง ที่ 11 พฤศจิกายน 2012 : 14:10:36

เลาะริมรั้ว ลำนำกลอนสะท้อนรัก
ถุกใจนักเดินเข้ามาหาได้ถาม
ให้วิตกอกเต้นเห็นเนื้อความ
ด้วยอารามตกใจ..มีใดกัน

ท่านศรีเปรื่องบอกไว้ ไอคุกคุก
ท่านจะปลุกปลอบจิตสนิทขวัญ
หรือมีขู่เล่าหนาตอบมาพลัน
คุกคุกนั้น ฉันใดได้เผยคำ


 ;D   ;D   ;D

ขอบคุณครับ


ศิลาสีรุ้ง
๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

555 ท่าจะโดนท่านหินเจ็ดสีรู้ทัน  ;D  ;D  ;D

อัน "คุกคุก" ในกวีที่ปุจฉา
เป็นมุขฮาแหย่ยวนชวนกันขำ
ทุก ๆ คราวเราปาร์ตี้มีประจำ
เอาไว้อำพวกแฟนใสวัยกระทง

จึงจดจำำมาใช้ในโวหาร
หากรำคาญโปรดอภัยใช่ประสงค์
ด้วยเห็นว่าสัมผัสรัดกันลง
เลยจับชงผสมเล่นเป็นกวี

 ;D  ;D  ;D


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ศิลาสีรุ้ง ที่ 11 พฤศจิกายน 2012 : 21:33:40




แหะ..แหะ ..ท่านศรีเปรื่องขอรับ เวลาไอ ขออย่ามีเสียง..คุก คุก..
เลยนาครับ..เสียว จนสะดุ้งครับ
 
;D   ;D   ;D 



ขอขอบคุณวิสัชนาพาผ่องแผ้ว
เกรงไม่แคล้ว ยิน..คุก คุก..ไม่สุขศรี  ..     (..แหะ..แหะ..)
ได้ยินพลัน ขวัญผวา มาทุกที
ฝันคืนนี้ขอคลาดแคล้วก็แล้วกัน

แรกท่านพูด ดังใจหล่นโดนกระชาก
กระโดดจาก..ลำนำกลอน..ก่อนแล้วนั่น
ไปยืนเลาะเกาะรั้วใจรัวพลัน
ตัวยผมนั้นขวัญอ่อนรอนฤดี

จะไอค้อก ไอแค้ก คั้ก จักไม่ว่า
แต่ท่านอย่า ไอ.คุก คุก.จุกเหลือที่
ฟังทีไรให้สะดุ้งยุ่งทุกที
ด้วยผมนี้..คุกไหนไหน ไม่ชอบเลย..        (..แหะ..แหะ..)


        ;D    ;D   ;D

       ขอบคุณครับ



          ศิลาสีรุ้ง
     ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: pinky_59 ที่ 11 พฤศจิกายน 2012 : 22:12:54
ขอเปลี่ยนบทไม่ไออีกแล้วจ้า
เปลี่ยนวาจาเป็นอย่างอื่นจะดีไหม
ตอนนี้ไม่เป็นหวัดไม่ต้องไอ
จากการเป็นไข้หวัดใหญ่หายทันที


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ลิตเติลเกิร์ล ที่ 13 พฤศจิกายน 2012 : 20:00:35

หากต้องไอ ไอเลิฟยู ดูดีกว่า
มอบศรัทธา ภาษาถ้อย ร้อยวิถี
เป็นบทกลอน อ้อนรัก ทักฤดี
มิตรไมตรี ศรีกานท์ บนลานกลอน
 
 ;D ;D


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 มกราคม 2013 : 01:53:26

มิตรที่ดีมีความ จำเป็นนัก
ช่วยชี้ชักแนวทางสร้างศักดิ์ศรี
เมื่อเรายากหากเพื่อนเข้าเตือนชี้
บอกวิธีให้เห็นเป็นแนวทาง

เมื่อเราเศร้าเข้าปลอบให้สดชื่น
ทุกค่ำคืนคอยดูอยู่ไม่ห่าง
คอยอุดหนุนจุนเจือไม่จืดจาง
ไม่ปล่อยวางทอดทิ้งเมื่อยามทุกข์ ฯ



เมื่อเราทุกข์ทุกข์ด้วยช่วยแบ่งทุกข์
เมื่อเราสุขโมทนาคราเราสุข
คบเพื่อนดีมีคุณามาทุกยุค
อบายมุขโทษภัยไม่มีมา

ประกอบกรรมทำกิจคิดสิ่งใด
ได้ดังใจสมหวังดังปรารถนา
จะนึกแก้วแก้วกองทองไหลมา
เห็นทันตาข้าวของกองโภคี ฯ



สมชีวิตาปัญญาวุธ
บริสุทธิ์สดใสในวิถี
วิถีทางสร้างตนเป็นคนดี
รู้หน้าที่รู้จักหลักประมาณ

เรามีน้อยค่อยจ่ายทีละน้อย
อย่าตะบอยจับจ่ายไร้แก่นสาร
ไม่ฝืดเคืองฟูมฟายไร้วิจารณ์
ทรัพย์ศฤงคารพอควรที่หามา ฯ




หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 มกราคม 2013 : 02:06:04

ผู้อยากได้ใคร่ถึงซึ่งประโยชน์
เว้นจากโทษน้อยใหญ่ในการหา
และขยันหมั่นเพียรทุกเวลา
รู้รักษาสินทรัพย์การจับจ่าย

พร้อมเพื่อนดีชี้ทางสร้างชีวิต
ช่วยลิขิตให้สมอารมณ์หมาย
และรู้จักหักจิตคิดแยบคาย
รู้หลักจ่ายสัดส่วนควรประมาณฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 มกราคม 2013 : 02:12:37

จะสำเร็จเสร็จสมอารมณ์ปอง
จะเนืองนองโภคามหาศาล
ประดิษฐ์ถ้อยร้อยกรองทำนองกานท์
ให้เป็นทานทุกคนที่สนใจ

สัมปรายิกัตถประโยชน์
เด่นไพโรจน์เที่ยงแท้ดังแขไข
ธรรมทั้งสี่ชี้บอกไม่หลอกใคร
แม้ผู้ใดประพฤติประจำวัน ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 มกราคม 2013 : 02:18:42

จะช่วยให้ได้สุขสิ้นทุกข์โทษ
ได้ประโยชน์ยิ่งใหญ่ในสวรรค์
เกิดจากผลตนทำเป็นสำคัญ
ตนก็พลันลุสู่ประตูชัย

เรื่องความสุขทุกคนในโลกา
ปรารถนาได้สุขทุกสมัย
ธรรมทั้งสี่นี้อยู่คู่กับใคร
ประดับใจแนบชิดเข้าติดตรึง ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 มกราคม 2013 : 02:25:27

ผลน้อยใหญ่ไปคอยอยู่ข้างหน้า
วันเวลาที่เราเข้าไปถึง
เรื่องโลกหน้าฟ้าใหม่ใครรำพึง
ควรคำนึงทบทวนให้ควรกาล

ผู้ประพันธ์นั้นมีความรู้น้อย
ไม่พบถ้อยบาลีมีหลักฐาน
ของธานินถิ่นที่เมืองวิมาน
มีอาคารสุกปลั่งดั่งจันทร์เพ็ญ ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 มกราคม 2013 : 02:31:07

คอยสอดส่องมองไปในอากาศ
ปรางค์ปราสาททั้งผองมองไม่เห็น
ดูเวิ้งว้างกลางฟ้าดาราเด่น
สุริเยนส่องฟ้าอ่าอำไพ

ให้อัดอั้นตันจิตคิดไม่ออก
ใครช่วยบอกสวรรค์นั้นอยู่ไหน
แต่นึกเปรียบเทียบตามความเข้าใจ
อยู่ไม่ไกลจากเราเป็นแน่นอน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 มกราคม 2013 : 02:47:19

เพราะสัทธาศีลจา-คะปัญญา
เป็นธรรมาที่พระองค์ทรงสั่งสอน
ไว้ขจัดปัดเป่าความทุกข์ร้อน
ละนิวรณ์ได้ทันไม่กั้นใจ

ใช้ปัญญาอาวุธเข้าขุดราก
ฉุดกระชากรักชังความหลงใหล
ถึงวิมุสสุดสายสบายใจ
ได้เข้าไปถึงสวรรค์ทุกชั้นชน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 มกราคม 2013 : 02:53:11

เมื่อจะกล่าวเล่าความถึงสวรรค์
มีสองชั้นควรรู้ดูเหตุผล
ยกเป็นเรื่องสวรรค์ชั้นเบื้องบน
สามัญชนได้เห็นเป็นพยาน

เป็นตามเหตุเทศนาการสาธก
ได้ทรงยกเป็นบุคคลาธิษฐาน
เพราะผู้ฟังครั้งก่อนยังหย่อนญาณ
ไม่แตกฉานในหลักพระธรรมา ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 มกราคม 2013 : 02:59:26

ทรงยกเรื่องเมืองใหม่ในวิมาน
ว่ามีบ้านเมืองใหญ่ในดึงสา
ผู้ฟังคิดติดใจในธรรมา
เกิดสัทธาสร้างสมบารมี

เพื่อให้ถึงซึ่งประโยชน์ในภพหน้า
เป็นเทวามินโทท้าวโกสีย์
จึงประพฤติศึกษาพระบาลี
สัทธาศีลจาคะและปัญญา ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 มกราคม 2013 : 03:08:24

แต่สรวงสวรรค์ชั้นในใจมนุษย์
บริสุทธิ์ตามหลักศาสนา
เป็นประโยชน์โดดเด่นเห็นทันตา
กายวาจาสงบเย็นเป็นเมธี

ไม่โลภมากอยากได้ปองร้ายใคร
ระงับใจดับทุกข์เป็นสุขี
ชื่อสวรรค์นั้นหมายถึงความดี
บังเกิดมีสดใสในใจคน

สัมปรายิกัตถประโยชน์
จะช่วยโปรดให้ถึงซึ่งมรรคผล
ดับสนิทปิดอบายไร้กังวล
ดำรงตนในสวรรค์ชั้นนิพพาน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 01 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:20:35

คำว่ามิตรคิดให้ดีมีประโยชน์
และเป็นโทษมากมีมหาศาล
คนเทียมมิตรคิดแต่จะหักราญ
เป็นอาการเทียมมิตรคิดไม่ดี

ท่านจำแนกแจกไว้สี่ประเภท
ที่ก่อเหตุมัวหมองไม่ผ่องศรี
มิตรปอกลอกออกถ้อยร้อยวาที
เผยวจีคิดจะได้แต่ฝ่ายเดียว ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 01 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:33:09

เมื่อคราวเสียเสียน้อยไม่ค่อยจ่าย
เมื่อไม่ได้สมคิดจิตแห้งเหี่ยว
เมื่อมีภัยใจคิดไปเกาะเกี่ยว
ไปพูดเกี้ยวช่วยงานการเพื่อนทำ

คิดหวังพึ่งซึ่งหมายช่วยถ่ายเท
ให้หันเหมาช่วยอุปถัมภ์
เพราะถูกภัยใหญ่หลวงมาครอบงำ
จึงช่วยทำการงานประสานมิตร ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 01 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:35:26

หลังจากตนพ้นภัยไม่ช่วยงาน
เป็นอาการเพื่อนผู้ไม่รู้ผิด
เพียงแต่หวังตั้งใจในตัวมิตร
ช่วยปกปิดผองภัยให้ไกลตน

และประจบคบมิตรคิดประโยชน์
ถ้าเห็นโทษราคีไม่มีผล
ก็สลัดตัดใจไม่ไปยล
เพราะกลัวผลความผิดติดตามมา ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 01 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:45:43

ถ้ามีช่องมองเห็นประโยชน์ตน
ก็สู้ทนกัดฟันขันอาสา
ก็ช่วยกิจคิดทำกรรมนานา
ตามประสาเล่ห์กลคนปอกลอก

พวกที่สองของมิตรเทียมมีเหลี่ยมคม
ใช้คารมลิ้นทูตพูดหลอนหลอก
เก็บเอาเรื่องเบื้องหลังมานั่งบอก
พูดย้อนยอกปราศรัยอยู่ไปมา ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 01 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:47:31

ทำพูดดีมีสำนวนชักชวนมิตร
ดัดจริตพลิกแพลงแต่งชิวหา
ใช้ชีวิตชี้ชวนให้สัทธา
เหมือนแม่ค้าเชิญชิมยิ้มละมัย

คิดดัดแปลงแต่งคำทำต่อเนื่อง
นำเอาเรื่องยังไม่มีมาปราศรัย
แม้จะช่วยด้วยของอย่างอื่นใด
ประโยชน์ในสิ่งนั้นมันไม่มี ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 01 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:59:40

หรือเมื่อเพื่อนเอื้อนโอษฐ์ขอพึ่งพา
ทำพูดจาบ่ายเบี่ยงแล้วเลี่ยงหนี
เพื่อนพวกนี้มีถ้อยร้อยวาที
เป็นเพื่อนดีแต่พูดให้ชื่นใจ ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 02 กุมภาพันธ์ 2013 : 00:04:05

พวกที่สามความว่าคนหัวประจบ
ทำเป็นคบด้วยจิตคิดเลื่อมใส
ทำชั่วดีมิห้ามคล้อยตามไป
แกล้งหักใจนิยมชมว่าดี

กล่าวยกยอปอปั้นเป็นมั่นเหมาะ
ชี้จำเพาะว่าเลิศประเสริฐศรี
ความคิดเรื่องเปรื่องปราดชาติเมธี
ความรู้ดีมีปัญญารู้ท่าคน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 02 กุมภาพันธ์ 2013 : 00:05:52

คงมีบุญหนุนช่วยอำนวยชัย
ให้เข้าใจรู้แจ้งแห่งเหตุผล
คนประจบนบไหว้อยู่ใกล้ตน
ทำเป็นคนใกล้ชิดจิตเพลิดเพลิน

อยู่ลับหลังนั่งเฝ้าแต่นินทา
ยามต่อหน้ากล่าวคำพร่ำสรรเสริญ
คนประจบคบไว้ไม่เจริญ
ควรจะเดินเลี่ยงหลบไม่คบพา ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 02 กุมภาพันธ์ 2013 : 00:17:02

พวกที่สี่ชี้ชวนทางฉิบหาย
มีอุบายแหลมหลักเป็นหนักหนา
ใครหลงถ้อยคล้อยตามความพาลา
จะโศกาทุกข์เข็ญไม่เว้นวาย

ชวนให้ลิ้มชิมรสของสุรา
เป็นเหตุพาผู้ดื่มให้ฉิบหาย
ให้ทำผิดคิดบาปของหยาบคาย
ความเมามายหลงใหลไม่รู้จริง ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 02 กุมภาพันธ์ 2013 : 00:18:58

คุกตะรางขวางหน้าว่าไม่กลัว
ให้ทำชั่วเลวร้ายได้ทุกสิ่ง
ใช่จะแกล้งแต่งคำมาท้วงติง
แต่เกรงกริ่งบาปกรรมมากล้ำกราย

จึงประพันธ์กลั่นคำนำสนอง
เพื่อปกป้องมิให้ทำกรรมเสียหาย
ช่วยมวลมิตรคิดชอบทั้งหญิงชาย
สุขสบายไร้เข็ญเป็นเมธี ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 05 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:32:00

อันมิตรแท้แน่มีสี่จำพวก
เป็นแรงบวกเพิ่มพลาสง่าศรี
หนึ่งมิตรดีมีคุณหนุนบารมี
ทำหน้าที่เป็นผู้อุปการะ

เพื่อนประมาทพลาดพลั้งไม่ยั้งคิด
เพราะหลงผิดโมโหและโทสะ
เข้าป้องกันทันใดไม่ปล่อยปละ
ขัดจังหวะโทษผิดและพิษภัย ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 05 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:34:25

ช่วยคุ้มครองป้องทรัพย์ผู้ประมาท
ให้แคล้วคลาดวิบัติตามสมัย
เมื่อไร้สุขทุกข์โศกมีโรคภัย
ก็เข้าไปช่วยไว้ให้พึ่งพัก

เข้าอยู่เรียงเคียงข้างไม่ห่างไกล
ต่อสู้ภัยคู่หูอยู่เป็นหลัก
เพื่อนตกยากหากเห็นเด่นประจักษ์
ก็สมัครช่วยเหลือเอื้ออารี ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 05 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:36:06

จะออกทรัพย์นับให้แก่เพื่อนยาก
เกินออกปากเรียกขอละออศรี
เพราะมิตรดีมีหลักของเมธี
ช่วยมิตรดีด้วยธรรมประจำใจ ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 05 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:37:56

พวกที่สองรองมามิตรร่วมสุข
และร่วมทุกข์ด้วยกันไม่หวั่นไหว
เมื่อความลับคับอยู่ภายในใจ
ก็นำไปขยายให้เพื่อนฟัง

แต่เก็บมิดปิดบังความลับเพื่อน
ไว้ได้เหมือนใส่รูอุดขุดหลุมฝัง
ยามวิบัติจัดการคอยระวัง
แม้กระทั่งชีวิตอาจปลิดแทน ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 05 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:40:11

พวกที่สามนามมิตรแนะประโยชน์
ให้เอมโอษปลอดทุกข์มีสุขแสน
แสนมีสุขทุกข์หนีมีสุขแทน
อยู่ในแดนบัณฑิตความคิดดี

แนะให้ทำกรรมดีหนีความชั่ว
ประคองตัวมีหลักเป็นศักดิ์ศรี
บอกแนวทางสร้างเสริมบารมี
เป็นวิถีสุขสวรรค์สวรรยา ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 05 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:42:12

พวกที่สี่ นี้ว่า มิตรรักใคร่
ยืนอยู่ใกล้เคียงคู่อยู่ซ้ายขวา
เมื่อมีทุกข์ทุกข์ด้วยทุกเวลา
ยามสุขาเคียงคู่อยู่ด้วยกัน

ผู้ใดด่าว่าเพื่อนเหมือนว่าตน
เกิดร้อนรนเถียงแทนอย่างแข็งขัน
จะอย่างไรใครว่าก็รู้ทัน
คอยป้องกันคนด่าว่าล่วงเกิน ฯ





หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 05 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:43:35

เมื่อคนดีมีปัญญามายกย่อง
เรารับรองคนที่สรรเสริญ
อันมิตรดีสี่จำพวกพาเจริญ
ไม่ล่วงเกินคบไว้คงได้ดี ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 05 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:46:15

พุทธองค์ทรงสอนให้ทุกคน
ประพฤติตนถูกต้องไม่หมองศรี
ให้รู้จักหลักความสามัคคี
รู้วิธีสูงสุด "มนุษยสัมพันธ์"

ก่อนจะรู้ผู้อื่นเป็นอย่างไร
ควรสนใจมุ่งมองในกองขันธ์
อันมนุษย์ครุฑนาคและคนธรรพ์
มีเหมือนกันรักสุขเกลียดทุกข์ภัย ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 05 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:48:06

เมื่อสำรวจตรวจดูรู้ความจริง
ประพฤติสิ่งดีงามตามวิสัย
เราก็จิตคิดเอาเขาก็ใจ
ทำอะไรรู้รักสามัคคี

ให้รู้เท่าเข้าใจเขาใจเรา
แล้วยึดเอาธรรมเลิศประเสริฐศรี
ให้สิ่งของของตนเท่าที่มี
แก่คนดีทั้งหลายควรให้ปัน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 05 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:49:46

จะกล่าวถ้อยร้อยรสพจมาน
ก็อ่อนหวานเย็นใจไม่เดียดฉันท์
ช่วยส่งเสริมเพิ่มประโยชน์ให้แก่กัน
งานสำคัญเห็นอยู่ไม่ดูดาย

เข้าบำรุงปรุงแต่งให้เกิดสุข
บำบัดทุกข์น้อยใหญ่ให้เหือดหาย
รู้วางตนคนดีไม่หยาบคาย
เสมอปลายเสมอต้นเป็นคนดี ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 05 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:51:38

เมื่อมีจบครบธรรมสี่ประการ
เป็นหลักฐานความสุขเจริญศรี
ดังมีห่วงบ่วงบาศช่อมณี
คล้องฤดีหญิงชายให้ร่วมรัก

ประกอบกิจคิดงานการสิ่งไร
ก็ยิ่งใหญ่เด่นดีมียศศักดิ์
เพราะมีธรรมนำชนให้ร่วมพรรค
เป็นตามหลักสังคหะสี่ประการ ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2013 : 22:32:13

*สุขของคฤหัสถ์*

อันความสุขทุกคนเป็นคฤหัสถ์
ทั่วทุกรัฐจบสิ้นทุกถิ่นฐาน
จะมีสุขสุขได้เพราะการงาน
ประกอบการทำกินมีสินทรัพย์

คนมีทรัพย์นับได้เหมือนมีแก้ว
ดูพราวแพรวเพชรทองในห้องหับ
ยามจับจ่ายใช้สอยคอยบังคับ
จัดลำดับหน้าหลังระวังการ ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2013 : 22:33:29
ไม่ควรซื้อถือว่าไม่ควรซื้อ
ให้เป็นมื้อเป็นคราวทั้งคาวหวาน
รู้เหตุผลต้นตอพอประมาณ
อย่าเป็นพาลลืมตนเป็นมลทิน

สุขจะเกิดเลิศล้นเป็นคนสุข
ไม่มีทุกข์ย่ำยีเพราะหนี้สิน
คนเป็นหนี้มีทุกข์เป็นอาจิณ
ต้องนอนดิ้นร้อนรนไปจนตาย ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2013 : 22:35:04
ไม่เป็นหนี้มีสุขสิ้นทุกข์ร้อน
เปรียบเหมือนนอนแล้วไม่ฝันท่านทั้งหลาย
ประกอบกรรมทำผิดมิตรหญิงชาย
จะค้าขายหรือรับราชการ

อย่าก่อเรื่องเคืองเข็ญให้เป็นโทษ
ตัดประโยชน์มากมายหลายสถาน
งานมีโทษโคตรชั่วเป็นตัวมาร
คอยล้างผลาญความสุขของทุกคน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2013 : 22:36:16
จะหมดทุกข์สุขได้งานไร้โทษ
มีประโยชน์สมหมายได้กุศล
ไม่ยากแสนแค้นคับถึงอับจน
เพราะว่าผลความดีมีสุขแทน

การมีทรัพย์จับจ่ายไม่เป็นหนี้
งานไม่มีโทษทุกข์เป็นสุขแสน
จะสุขโขโสภิณทั่วดินแดน
สุขทดแทนคฤหัสถ์สวัสดี ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2013 : 22:37:39
อันความคิดจิตใจใครทุกคน
เพื่อหวังผลดีเลิศประเสริฐศรี
ให้สมหวังดังหมายได้โชคดี
สมบัติที่ประเสริฐเกิดแก่เรา

ขอเพชรนิลจินดาสารพัด
ปรากฎชัดกองอยู่เท่าภูเขา
ขอยศเลิศเกิดมีแต่ตัวเรา
ตลอดเหล่าพวกพ้องเป็นของตน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2013 : 22:39:00
ยศโด่งเด่นเป็นที่คนเลื่องลือ
โลกนับถือเลื่อนไหลไปทุกหน
ขอให้เราเนานานสำราญชนม์
อายุตนไม่น้อยกว่าร้อยปี

ถึงกำหนดปลดปลิดชีวิตคน
ปรากฏผลเป็นเจ้าท้าวโกสีย์
ผิวเปล่งปลั่งดั่งดวงเพชรมณี
สลับสีเขียวขาวแพรวพราวพรรณ ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2013 : 22:40:24
ให้อยู่เย็นเป็นสุขสิ้นทุกข์ร้อน
อยู่หลับนอนยิ่งใหญ่ในสวรรค์
ความมุ่งหมายชายหญิงสิ่งสำคัญ
ต่างมุ่งมั่นให้สมเจตนา

ความมุ่งมาดปรารถนาของมนุษย์
ยากที่สุดได้สมปรารถนา
แต่เมื่อจิตคิดหวังตั้งสัจจา
คงได้มาตามส่วนควรแก่การ ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2013 : 22:42:00
ผู้มีจิตคิดหมายได้สมบัติ
ไม่ข้องขัดมากมีมหาศาล
ประพฤติงามตามองค์พระทรงญาณ
สมาทานวิรัติวาจากาย

ปรารถนาสารพัดในปฐพี
ประพฤติดีก็สมอารมณ์หมาย
หมายประสบพบรักมาทักทาย
บำรุงกายสุขสวัสดิ์มนัสใน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2013 : 22:43:24
นำศรัทธามาประจำแนะนำจิต
ปรุงความคิดบริสุทธิ์ผุดผ่องใส
เป็นกำลังสั่งการด้านจิตใจ
อยู่ภายในเป็นพลังคอยสั่งการ

มนัสในในมนัสมีศรัทธา
เจรจาสุนทรถ้อยอ่อนหวาน
เพราะได้ฝึกศึกษาศีลาจารย์
ประกอบการทางกายไร้มลทิน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2013 : 22:45:35
เว้นการฆ่าสารพัดอบายมุข
อยู่เป็นสุขสวัสดีเพราะมีศีล
ปฏิบัติขัดเกลาเป็นอาจิณ
มีโภคินพอกพูนเป็นมูลนาย

จาคะธรรมนำปัญญามาประกอบ
ประพฤติชอบเป็นเหตุให้สมหมาย
กรรมทั้งสี่นี้เป็นเหตุให้หญิงชาย
ได้สมหมายสมใจไปทุกคน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2013 : 17:34:31

ตระกูลอันมั่งคั่งจะตั้งอยู่นานไม่ได้...เพราะเหตุ ๔ สถาน

อันตระกูลพูนทวีมีทรัพย์สิน
จะหมดสิ้นสูญหายมาไร้ผล
คนมีทรัพย์นับวันจะอับจน
เป็นพราะคนดูแลไม่มั่นคง

เมื่อสูญไปไม่หามาไว้แทน
ย่อมผิดแผนตามหลักพุทธประสงค์
ทรัพย์ทวีมีอยู่ค่อยลดลง
ความมั่นคงตั้งอยู่ไม่ได้นาน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2013 : 17:37:23
เป็นเศรษฐีมีทรัพย์นับอนันต์
ก็ถึงวันเวลาอวสาน
พัสดุผุพังไปตามกาล
ใช้มานานคร่ำคร่าไม่ซ่อมแซม

ไม่ดูแลแก้ไขวัสดุ
หาวัตถุของใหม่มาใส่แถม
เหมือนหน้าตาอากูลดูมอมแมม
ไม่แต่งแต้มตัวตนสกนธ์กาย ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2013 : 17:38:51
ดังของเก่าเราไม่บูรณะ
ทิ้งปล่อยปละเป็นเหตุความฉิบหาย
อีกข้อหนึ่งซึ่งมวลมิตรหญิงชาย
อันตรายยิ่งใหญ่ของตระกูล

ไม่รู้จักหลักประมาณในการกิน
ถึงทรัพย์สินมากมายก็หายสูญ
กินจนเกินเพลินกินสิ้นตระกูล
ความสมบูรณ์มั่งคั่งก็พังภินท์ ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2013 : 17:40:27
ตั้งหญิงชายให้เป็นพ่อแม่เรือน
คนแปดเปื้อนมุทะลุและทุศีล
คนโง่เขลาเผามือและเผาตีน
แขกหรือจีนเป็นใหญ่ในตระกูล

ย่อมตั้งอยู่ฟูเฟื่องไม่ได้นาน
ก็ถึงกาลย่อยยับและดับสูญ
ญาติวงศ์พงศ์เผ่าเหล่าประยูร
ญาติสกุลหมดสิ้นสกุลวงศ์ ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2013 : 17:41:51
ขอผู้หวังตั้งใจจะดำรง
ตระกูลวงศ์ให้นานดังปรสงค์
ธรรมทั้งสี่ที่ตัดให้ขาดลง
ตระกูลวงศ์มั่นคงดำรงนาน

ควรระวังตั้งใจไม่พลั้งพลาด
เว้นเด็ดขาดธรรมนี้สี่สถาน
จะชื่นชมสมหวังดังต้องการ
ตั้งอยู่นานตระกูลวงศ์จงเจริญ ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2013 : 17:44:06
ธรรมของผู้ครองเรือน
สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ


ครองเรือนดีมีธรรมประจำจิต
คนทั่วทิศในหล้ามาสรรเสริญ
ธรรมทั้งสี่นี้ต้องไม่ล่วงเกิน
ท่านควรเชิญยกใส่ในมนา

สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ
เป็นธรรมะของคนครองเคหา
ควรสัตย์ซื่อถือสัตย์มีสัจจา
มีทมะข่มใจไม่โกรธา ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2013 : 17:45:15
เรื่องไม่ดีมีมากระทบจิต
ไม่ควรคิดโทโสด้วยโมหา
ผู้ครองเรือนร่วมอยู่คู่วิวาห์
บุตรธิดาร่วมกันนั้นหลายคน

ต่างความคิดจิตใจไม่เหมือนกัน
บางคนรั้นบางคนดีมีเหตุผล
บ้างเกเรเฉไฉไปซุกซน
ประพฤติตนผิดกฎกติกา ฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2013 : 17:47:01
เมียหรือผัวชั่วโฉดไปมีชู้
อีกฝ่ายรู้เรื่องราวเศร้านักหนา
เป็นรอยแยกแตกร้าวเรื่องกามา
ขาดสัจจาเผลอใจไม่ระวัง

ธรรมดาว่าหนามตอกเล็บเห็บเข้าหู
คู่เล่นชู้เจ็บเหลือเหมือนเถือหนัง
เหตุเพราะคู่อยู่ด้วยขาดสัจจัง
จึงพลาดพลั้งนอกใจจากคู่ครอง ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2013 : 17:48:47
เพียงตัวอย่างอ้างรสบทประพันธ์
เป็นกำนันบำเรอเสนอสนอง
ไว้เป็นเพื่อนเตือนใจไม่ลำพอง
ตามทำนองกลอนสดบทกวี

หญิงชายใดไม่ว่าครามีคู่
ต้องต่อสู้เรื่องภัยหลายวิถี
ควรปกป้องครองคู่อยู่ให้ดี
โดยต้องมีคุณธรรมสี่ประการ ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2013 : 17:50:14
ธรรมทั้งสี่ที่กล่าวในเบื้องต้น
ให้ทุกคนถือไว้เป็นพื้นฐาน
จะปรองดองครองเรือนอยู่ได้นาน
ช่วยประสานรอยแยกไม่แตกกัน

พร้อมทั้งเพื่อนเรือนใกล้ได้พึ่งพา
ถึงเวลาตกอับยามคับขัน
ควรข่มจิตคิดทนไม่ดุดัน
ควรแบ่งปันจุนเจือเอื้ออาทร ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2013 : 17:51:34
คนโบราณท่านกล่าวไว้ดีนัก
ยังเป็นหลักคงอยู่อนุสรณ์
ขอยกคำนำกล่าวเป็นบทกลอน
ไว้เป็นพรหญิงชายได้ระวัง

ว่าผู้ใดใครผูกอสรพิษ
ต้องผูกติดด้วยมนตราวิชาขลัง
ผูกช้างใหญ่ไอยรากล้าพลัง
ให้ผูกรั้งเหนี่ยวหน่วยด้วยบ่วงบาศ ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2013 : 17:52:50
คชจะดิ้นสิ้นแรงกำลังคช
จนแรงหมดดึงหน่วงบ่วงไม่ขาด
ต้องนอนดิ้นสิ้นสุดความสามารถ
แรงบ่วงบาศผูกคชไอยรา

ถ้าผูกคนบนพื้นปฐพี
ด้วยไมตรีสายใยอันแน่นหนา
การแจกจ่ายแบ่งปันด้วยเมตตา
อุปมาโซ่ทองคล้องใจกัน ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2013 : 17:54:15

ธรรมทั้งสี่นี้ผู้อยู่ครองเรือน
อย่าบิดเบือนหลีกหลบให้ผิดผัน
จะอยู่ดีมีสุขทุกชนชั้น
โชคอนันต์กระเดื่องยศปรากฎไกล ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:42:34

ประโยชน์เกิดแต่การถือโภคทรัพย์ ๕ อย่าง

เมื่อหาทรัพย์จับจ่ายไร้มลทิน
ดังสายสินธุ์ขาวผ่องละอองใส
มีสินทรัพย์นับเนืองนองกองโภไคย
แล้วตั้งใจจุนเจือเอื้ออารี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:44:56

เรียกตัวตนคนที่เราบูชา
คุณบิดามารดาให้สุขี
เฝ้าเลี้ยงบุตรสุดรักปานชีวี
และเลี้ยงศรีภรรยาด้วยอาทร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:46:19
อีกครูบาอาจารย์ทุกท่านนี้
ควรเคารพภักดีดั่งคำสอน
ทั้งไพร่ฟ้าข้าทาสกรรมกร
เอื้ออาทรเลี้ยงดูให้อยู่ดี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:47:32
ใช้บำบัดปัดเป่าอันตราย
และเหตุร้ายมัวหมองไม่ผ่องศรี
น้อมรำลึกนึกถึงบุพการี
แล้วทำพลีอุทิศให้เป็นทาน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:48:57
ตามบาลีมีมาที่ปรากฏ
ท่านกำหนดทำพลีห้าสถาน
หนี่งญาติพลีมีทรัพย์ควรเจือจาน
สงเคราะห์ท่านตามควรญาติพลี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:50:28
สองอติถีพลีควรจ่ายแจก
ต้อนรับแขกนิยมสมศักดิ์ศรี
แขกที่มาอาศัยมีไมตรี
เรายินดีต้อนรับก็เจริญ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:51:54
เขานิยมชมชื่นระรื่นใจ
แล้วนำไปยกย่องสรรเสริญ
สามราชพลีนี้เราอย่าล่วงเกิน
ควรยกเทินเชิดชูขึ้นบูชา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:53:22
ประพฤติตัวกลัวภัยไม่ทำบาป
กรรมชั่วหยาบปล้นฆ่ามนุสสา
เราโชคดีมีองค์กษัตรา
ทรงรักษาหวงแหนแผ่นดินไทย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:54:30
ชนชาติไทยใหญ่กว้างสร้างประเทศ
มีขอบเขตแว่นแคว้นแผ่นดินใหญ่
เพราะราชาสามารถอันเกรียงไกร
ทรงสู้ภัยศัตรูผู้ทำลาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:55:32
ทรงหยิบยื่นคืนสุขให้แผ่นดิน
ดังสลิลไหลเย็นลงเป็นสาย
ทรงดับร้อนผ่อนทุกข์ให้หญิงชาย
อยู่สบายร่มเย็นทั้งกายใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 00:14:38
ควรตอบองค์ทรงคุณด้วยทำพลี
เสียภาษีอากรเป็นข้อใหญ่
หรือถวายให้องค์ผู้ทรงไชย
เพื่อนำไปบำรุงปรับปรุงเมือง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 00:16:04
ข้อที่สี่มีว่าเทวดาพลี
สถิตย์ที่ปรางรัตน์มีฉัตรเหลือง
เป็นประจำทำบุญอยู่เนืองเนือง
ผลต่อเนื่องทั่วถึงเทวดา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 00:17:31
ผู้ทำดีที่ถือโภคทรัพย์
ย่อมได้รับดังใจปรารถนา
ฝ่ายโกสินทร์อินโทโมทนา
แผ่เมตตาเป็นพรให้เจริญ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 00:19:12
ข้อที่ห้าว่าบริจาคทาน
ให้ในท่านสมณะควรสรรเสริญ
ผู้ถือทรัพย์จับจ่ายไม่มากเกิน
ควรประเมินสินทรัพย์พอประมาณ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 00:20:41
จึงสมหมายได้ประโยชน์จากถือทรัพย์
ย่อมได้รับความดีมีแก่นสาร
จะได้ดีมีสุขตลอดกาล
เพราะผลทานให้ในสมณพราหมณ์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:20:04
ศีล ๕

การไม่ฆ่าปรานีมีเมตตา
มีปัญญาผ่องใสไม่หยาบหยาม
อกุศลมลพิษไม่ติดตาม
มาก่อความเศร้าหมองให้มากมาย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:21:40
ประกอบกรรมทำงานสุจริต
เลี้ยงชีวิตปลอดภัยไม่เสียหาย
อทินนาทานาอย่ามักง่าย
เมื่ออยากได้กอบกรรมจงทำงาน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:22:52
ควรมีจิตคิดซื่อไม่ถือเอา
ของของเขาด้วยจิตคิดหักหาญ
จงเว้นกาเมสุมิจฉาจาร
เว้นสำราญเรื่องชู้อย่าดูเบา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:24:01
อย่าหลงใหลไปชมจนผิดคู่
ไปเล่นชู้ผิดตัวเมียผัวเขา
วาจาชั่วตัวการสังหารเรา
ให้อับเฉามัวหมองไม่ผ่องพรรณ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:25:10
การพูดเท็จเผ็ดร้อนจะนอนทุกข์
ขจัดสุขใหญ่กว้างไม่สร้างสรรค์
ดื่มสุรายาเมาโทษฉกรรจ์
อาจฆ่าฟันลักทรัพย์นับอนันต์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:27:01
หรือพูดเท็จเด็ดตัดความรักเขา
เพราะคนเมาดวงจิตคิดผิดผัน
ศีลทั้งห้าอย่าคิดว่าไม่สำคัญ
เพราะศีลนั้นเป็นบันไดไปนิพพาน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:29:55
การค้าขายไม่ชอบธรรม
ขาย อาวุธ มนุษย์ สัตว์  เพื่อฆ่าเป็นอาหาร น้ำเมา ยาพิษ


เกิดเป็นคนวนเวียนเปลี่ยนตายเกิด
ตายแล้วเกิดเวียนวงในสงสาร
เป็นคนดีมีทรัพย์นับประมาณ
ประกอบการอาชีพสุจริต



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:32:13
ให้เว้นขาดการค้าห้าสถาน
ใครทำการไม่เว้นเป็นความผิด
หนึ่งจำหน่ายขายเครื่องประหารชีวิตฯ
ประกอบกิจเลวร้ายขายมนุษย์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:33:30
ค้าขายสัตว์จัดไว้สำหรับฆ่า
ขายสุรายาพิษผิดที่สุด
อุบาสกสิกาศาสนาพุทธ
บริสุทธิ์ไม่ค้า ห้าประการ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:35:00
จะสุชินภิญโญมีโภไคย
อยู่ที่ไหนเป็นสุขทุกสถาน
ผิวเปล่งปลั่งดังดวงทินการ
จิตเบิกบานโสภาสถาพร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:36:14
สมบัติอุบาสก

คุณสมบัติจัดเป็นสิ่งสำคัญ
เพื่อตั้งมั่นจีรังดังสิงขร
อุบาสกสิกาเป็นอากร
ความถาวรมั่นคงทรงพลา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:37:24
ผู้นับถือคือผู้ที่สืบสาย
ดำรงไว้คำสอนพุทธศาสนา
ให้ดำรงคงอยู่คู่โลกา
เพราะศรัทธาตั้งมั่นไม่สั่นคลอน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:44:52
ผู้มีศีลสงบวาจากาย
ทรงวางไว้เป็นหลักของคำสอน
ไว้เป็นเครื่องเปลื้องปลดลดความร้อน
และไว้ถอนเรื่องราวเป็นข่าวลือ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:45:56
มงคลข่าวเล่าขานทุกบ้านเมือง
เราฟังเรื่องแล้วตัดใจไม่เชื่อถือ
ควรเชื่อกรรมทำไว้ด้วยน้ำมือ
จะเป็นสื่อนำสุขทุกเวลา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:47:01
ไม่ควรไปไขว่ค้าหาต้นทุน
บำเพ็ญบุญนอกเขตพุทธศาสนา
ควรปลูกฝังตั้งใจด้วยศรัทธา
แล้วบูชาบำเพ็ญให้เป็นไป



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:48:26
บำเพ็ญบุญคุณธรรมแต่ในเขต
โลกเชฏฐสัมพุทธพิสุทธิ์ใส
จะได้ชื่อลือขานไปนานไกล
ทั่วเทศไทยนับถือชื่อไม่ตก



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:49:33
เป็นตราชูรู้เห็นเด่นถนัด
คุณสมบัติของผู้อุบาสก
เป็นผู้หวังตั้งใจเพื่อชูยก
เป็นดิลกสูงสุดพุทธบูชา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:50:50
จัดเฉลิมเพิ่มคุณบุญญศิริ
เป็นนิธิบุคคลในศาสนา
เป็นโฉลกโชคดีมีโภคา
วัฒนาสดใสทั้งใจกาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:52:41
ทิศ ๖
ทิศเบื้องหน้า มารดาบิดา


รักของใครไหนเล่าเท่าแม่รัก
ผูกสมัครสายเลือดไม่เหือดหาย
รักทั่วไปไม่นานนักรักก็คลาย
จืดจางหายไม่จีรังดังมารดร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:53:46
เมื่อลูกรักพักกายภายในครรภ์
จิตแม่หวั่นเป็นห่วงดวงสมร
เกรงว่าบุตรสุดรักจักทุกข์ร้อน
ลูกแม่นอนในครรภ์อันตราย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:54:56
ทุกทุกครั้งนั่งหรือยืนเดินนอน
จะพักผ่อนกินข้าวเช้าหรือสาย
ก็ระลึกนึกถึงอันตราย
ของเจ้าสายสุดใจที่ในครรภ์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:56:00
รสเผ็ดจัดตัดใจแม่ไม่กิน
กลัวลูกดิ้นร้อนกายไร้สุขสันต์
นับถอยหลังนั่งนับอยู่ทุกวัน
วันจอมขวัญลูกรักจักคลอดมา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:57:16
จุดธูปเทียนเวียนไหว้พระสัมพุทธ
จุดสูงสุดแม่ตั้งปรารถนา
ให้ลูกน้อยกลอยใจนัยนา
ไกลโรคามีสุขทุกคืนวัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:58:23
เตรียมที่นอนหมอนน้อยเอาไว้พร้อม
ทั้งผ้าอ้อมเข้มงวดแม่กวดขัน
ซักรีดพับจับวางอย่างครบครัน
ทุกทุกวันแม่นึกนั่งตรึกตรอง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 12:59:26
แม่คิดหวังตั้งใจให้ลูกแม่
สมบูรณ์แท้อาการสามสิบสอง
ระวังโกรธโทษทุกข์เข้าครอบครอง
ให้มัวหมองลูกรักในอุทร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 13:00:23
พูดความจริงสิ่งสัจจ์ไม่บิดเบือน
กลัวกระเทือนลูกรักดวงสมร
ทั้งถ้อยคำทำคิดของมารดร
จะแทรกซ้อนซึมซับอยู่กับใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 13:01:22
พฤติกรรมทำคิดผิดหรือถูก
กระทบลูกก่อติดเป็นนิสัย
กลัวลูกรักจักติดเป็นพิษภัย
ระวังใจคิดทำแต่กรรมดี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 13:02:41
ถึงลำบากยากจนก็ทนได้
เพื่อหวังให้ลูกรักเจริญศรี
เมื่อห้าเดือนเคลื่อนผ่านมาด้วยดี
จึงได้มีการทำอุลตร้าซาวด์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 13:03:52
เพื่อให้ดูรู้แน่เสียแก่ใจ
ตามวิสัยท้องแรกของสาวสาว
หวังทราบผลคนทำอุลตร้าซาวด์
คุณแม่เฝ้ารอคอยวันเวลา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 13:04:49
ถึงกำหนดหมดวันในครรภ์แม่
ลูกก็แปรกลับตัวหัวแขนขา
กลับหัวลงตรงช่องคลองมารดา
ตามเวลากำหนดทศมาส



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 13:07:23
อันความเจ็บเหน็บเนื้อแม่เหลือทน
ทั่วสกนธ์กายใจแทบจะขาด
เกิดระดมลมกัมมัชวาส
เพิ่มอำนาจแรงเบ่งของมารดา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 13:08:44
ลมช่วยหมุนดุลดันทารกน้อย
ให้หลุดลอยจากครรภ์ดันถลา
แม่เห็นนบุตรหลุดพ้นจากครรภา
เปรมปรีดาชื่นชมลูกหญิงชาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 13:09:47
ลืมความเจ็บเก็บกดให้หมดไป
ความดีใจแทนทดปวดหดหาย
ปวดหมดไปใจรักไม่เสื่อมคลาย
ประคองกายคลึงเคล้าเฝ้าชมเชย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 13:11:04
กล่อมให้นอนป้อนข้าวคราวลูกตื่น
แม่ชมชื่นรักบุตรสุดเฉลย
เห็นลูกอ้อนร้อนใจไม่เสบย
ไม่ละเลยปลุกปลอบให้ชอบใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 13:12:15
เมื่อลูกหายคลายโศกหมดโรคร้าย
มีผิวกายเปล่งปลั่งดังแขไข
ถึงกำหนดกฎเกณฑ์ปฐมวัย
แม่เกรงภัยโทษทุกข์จะรุกรบ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 13:13:17
จึงวางแผนแน่นหนาบัญชาการ
วางรากฐานสรรสร้างทางสงบ
ให้เว้นชั่วกลัวโทษมากระทบ
สอนให้คบคนดีมีปัญญา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 13:14:46
ให้ศึกษาหางานท่านหาคู่
ให้ลูกอยู่ร่มเย็นเป็นฝั่งฝา
และมอบทรัพย์นับให้ตามเวลา
ลูกรักษาทรัพย์รอดให้ปลอดภัย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2013 : 13:16:11
จึงมอบหมายย้ายโอนให้ทำกิน
ครองทรัพย์สินดีงามตามสมัย
นี่พ่อแม่แท้จริงของชาวไทย
เป็นสายใยสืบสานมานานปี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:03:55

หน้าที่บุตรบำรุงมารดา บิดา

เมื่อแม่พ่อก่อกายให้กำเนิด
จนลูกเกิดกายใจเจริญศรี
นิราศทุกข์สุโขมีโภคี
เราควรที่บำรุงให้รุ่งเรือง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:04:49
ไม่ปล่อยปละละเลยท่านทั้งสอง
ให้เศร้าหมองทุกข์โศกโรคผอมเหลือง
คอยดูแลแก้ไขและปลดเปลื้อง
ความแค้นเคืองกำสรดให้หมดไป



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:06:39
ช่วยทำคิดกิจการงานของท่าน
ให้เสร็จทันรวดเร็วไม่เหลวไหล
ต้องดำรงวงศ์สกุลให้นานไกล
ทำตนให้ควรรับมรดก



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:07:33
เมื่อครอบครองครอบครัวคฤหัสถ์
มีสมบัติขอผู้อุบาสก
นึกถึงบุญคุณท่านการหยิบยก
มรดกให้เราด้วยปราณี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:08:44
เมื่อถึงกาลท่านดับล่วงลับแล้ว
ให้ผ่องแผ้วสดใสในเมืองผี
ควรทำบุญจุนเจือเอื้ออารี
เปตพลีเป็นทานให้ท่านกิน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:10:06
สมควรกับรับไว้มรดก
ท่านหยิบยกให้เราครองทรัพย์สิน
เราพ้นทุกข์สุขใจไม่ราคิน
ดุจสายสินธุ์ซึมซับไม่อับจน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:11:00
ลูกน้อมจิตคิดถึงพระคุณท่าน
ถวายทานตั้งจิตอุทิศผล
เป็นหน้าที่ที่ลูกทุกทุกคน
บำเพ็ญตนตอบสนองด้วยกองทาน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:11:56
ดวงวิญญาณท่านรับสนองตอบ
ทั่วฟ้าครอบกว้างไกลอันไพศาล
โลกของคนปนอยู่คู่วิญญาณ
บนพื้นฐานปฐพีนี้ด้วยกัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:12:46
ดวงวิญญาณท่านผู้เป็นพ่อแม่
คอยดูแลเข้มงวดและกวดขัน
เห็นลูกดีมีสุขทุกคืนวัน
วิญญาณท่านโมทนาให้ถาวร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:14:02
ทิศเบื้องขวา อาจารย์

อันอาจารย์ท่านว่าต้องหนักแน่น
ไม่คลอนแคลนจีรังดังสิงขร
เพราะคุณครูผู้มีความอาทร
เฝ้าสั่งสอนประจำแนะนำดี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:14:59
ให้เรียนดีชี้ทางสร้างประโยชน์
ให้เว้นโทษมัวหมองไม่ผ่องศรี
ท่านแนะนำพร่ำสอนด้วยปราณี
วิชามีเท่าไรไม่อำพราง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:16:47
แนะนำเล่ห์เพทุบายฝ่ายวิชา
ใช้ปัญญาตรึกตรองเข้าสะสาง
อาจารย์ดีมีจิตคิดเป็นกลาง
เห็นนอกทางผิดหลักเข้าชักจูง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:17:52
คอยส่งเสริมเพิ่มค่าให้ลูกศิษย์
ทั่วทุกทิศปรากฏในเพื่อนฝูง
ให้โด่งเด่นเป็นวิหกเช่นนกยูง
ถึงจากฝูงขนสวยด้วยมีลาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:18:57
ครูเป็นบ่วงห่วงศิษย์คิดหมายปอง
คอยปกป้องลูกศิษย์ในทิศทั้งหลาย
คืออยู่ไหนไม่อดอยากลำบากกาย
สุขสบายมีกินไม่ดิ้นรน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:20:19
ศิษย์พึงบำรุงอาจารย์สถาน ๕

เมื่อลูกศิษย์คิดรู้บูชาคุณ
บำเพ็ญบุญคิดดีมีเหตุผล
เจอที่ไหนในการงานมงคล
แสดงตนแช่มชื่นยืนรับครู



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:22:48
อยู่ไม่ไกลไปยืนคอยรับใช้
งานไกลใกล้ทำหมดไม่อดสู
คอยเชื่อฟังตั้งใจไม่ลบหลู่
คิดเชิดชูชื่นชมเมื่อยามจาก



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:23:55
เมื่ออยู่ใกล้ให้คอยดูครูอาจารย์
ด้วยอาหารแกงซุบอุปฐาก
รู้สำนึกศึกษาวิทยามาก
ก่อนจะจากคุณครูโดยเคารพ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:25:07
ให้รู้แจ้งแห่งศิลปศาสตร์
จนสามารถแท้เที่ยงไม่เลี่ยงหลบ
จนได้ชื่อลือไกลในสามภพ
เพื่อนสมคบรวมหมู่อยู่ด้วยกัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:26:13
ศิษย์บำรุงมุ่งหมายไหว้คุณครู
เปิดประตูกว้างใหญ่ไปสวรรค์
ผู้ใดดีมีทรัพย์นับอนันต์
เพราะผู้นั้นไหว้ครูอยู่ประจำ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:27:41
ศิษย์คนใดไม่รู้บูชาคุณ
จะสิ้นบุญชูชุบอุปถัมภ์
เมื่อสิ้นบุญหนุนยกก็ตกต่ำ
ศิษย์ควรจำคุณครูยกบูชา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:29:16
ทิศเบื้องหลัง  สามีบำรุงภรรยาด้วย ๕ สถาน

บ่าวรู้จักหลักฐานงานน้อยใหญ่
มีน้ำใจต่อนายได้เกื้อหนุน
พ้นลำเค็ญเย็นกายใต้ใบบุญ
ของพระคุณเจ้านายให้พึ่งพา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:30:48
ควรตื่นนอนก่อนนายได้ทำการ
และเลิกงานกลับหลังยังเคหา
ควรหลังนายให้กลับยังคามา
ต้องรักษาความสัตย์กัตเวที



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:35:16
ต้องสัตย์ซื่อถือเอาของที่นายให้
ยอมรับใช้เต็มใจไม่เลี่ยงหนี
ประกอบกรรมทำงานให้ดีดี
ผลทวีมีค่าเป็นส่วนเกิน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:36:16
นำคุณงามความดีของเจ้านาย
ไปแพร่หลายด้วยจิตคิดสรรเสริญ
บ่าวเช่นนี้มีแต่ความเจริญ
เพราะเทอดเทินพระคุณของเจ้านาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:37:26
จะอยู่ดีมีสุขสิ้นทุกข์ร้อน
จะหลับนอนก็ไม่ฝันท่านทั้งหลาย
ใต้พระคุณบุญญาของเจ้านาย
บ่าวทั้งหลายมีสุขกันทุกคน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:39:04
ทิศเบื้องต่ำ บ่าว นายพึงบำรุงด้วยสถาน ๕

มวลมนุษย์สุดประเสริฐได้เกิดมา
มีปัญญาสมบัติหรือขัดสน
เพราะบุญกรรมทำมาแต่ละคน
ย่อมส่งผลจำแนกแตกต่างกัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:40:27
ผลกรรมดีชี้ทางสร้างอำนาจ
บางคนขาดสินทรัพย์ถึงคับขัน
หมดปัญญาหาทางสร้างชีวัน
เพราะโทษทัณฑ์กรรมชั่วติดตัวมา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:41:52
ถึงลำบากยากแค้นก็ต้องทน
ต้องยอมตนเป็นบ่าวเข้าอาสา
นายเมตตาปรานีมีคุณค่า
เลี้ยงรักษาบ่าวไพร่ให้อยู่ดี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:44:10
บ่าวทั้งหลายนายสั่งให้ทำงาน
ต้องประมาณกำลังให้ถ้วนถี่
ให้อาหารการกินถูกวิธี
และยังมีใจช่วยด้วยรางวัล



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:45:34
ยามเจ็บไข้นายรักษาพยาบาล
ดูอาการด้วยใจไม่เดียดฉันท์
ได้ของดีมีรสแปลกแจกทั่วกัน
สื่อสัมพันธ์นายบ่าวให้เข้าใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:46:53
สิ้นเดือนสี่มีตรุษให้หยุดพัก
นายถือหลักปลดปล่อยในสมัย
เมื่อทำกิจผิดพลาดก็อภัย
เป็นน้ำใจของนายใช้พระคุณ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:50:03
มิตรได้รับบำรุงแล้ว อนุเคราะห์ตอบ ๕ สถาน

กุลบุตรสุดดีมีพระคุณ
คอยอุดหนุนมวลมิตรจิตประสาร
ให้อยู่ดีมีสุขทุกวันวาร
ประกอบการช่วยเหลือเอื้ออาทร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:52:28
มิตรระลึกนึกถึงพึงทำตอบ
ตามระบอบบรมครูอนุสรณ์
นึกถึงองค์ทรงพุทธบิดร
ทรงสั่งสอนให้มิตรคิดตอบแทน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:55:07
คือรู้จักรักษามิตรผู้ประมาท-
 -แล้วแคล้วคลาดทุกข์ มีสุขแสน
คอยพิทักษ์รักษาโภคาแทน
คิดวางแผนแทนมิตรผู้ผิดพลาด



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:56:39
มิตรจ่ายทรัพย์ยับเยินจนย่อยยับ
จึงเข้ารับแก้ถ่ายให้ฉลาด
เมื่อมีภัยใหญ่กล้ามาพิฆาต
ให้โอกาสมวลมิตรมาพึ่งพา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2013 : 23:58:45
เมื่อวิบัติจัดช่วยไม่ทอดทิ้ง
นับถือจริงตลอดถึงวงศา
นี้คือธรรมคำสอนพระสัมมา
ควรศึกษาคิดดูให้รู้ตาม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2013 : 00:00:19
เพราะคนไทยในถิ่นแผ่นดินทอง
มีชื่อก้องยิ่งใหญ่ในสยาม
ธรรมเข้าแซงแต่งไทยให้ใจงาม
ให้ล่วงข้ามห้วงเหวอันตราย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2013 : 00:01:39
ให้ประสบคบมิตรมิ่งมงคล
ได้รับผลความสุขสมใจหมาย
มิตรรักมิตรมิตรช่วยไม่ปองร้าย
สุขสบายทั่วกันทุกชั้นชน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2013 : 00:03:52
ทิศเบื้องบน พึงบำรุงสมณพราหมณ์โดย ๕ สถาน

กุลบุตรสุดประเสริฐเกิดเป็นคน
ประพฤติตนทำดีมีเหตุผล
ควรอุทิศจิตใจไปเบื้องบน
ทำกุศลบูชาสมณพราหมณ์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2013 : 01:22:08
พูด ทำ คิด จิตดี มีเมตตา
ตั้งสัจจากว้างใหญ่ในโลกสาม
กายวาจาปราศรัยไมตรีงาม
ไม่ห้ามปรามพระคุณเจ้าเข้าบ้านเรือน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2013 : 01:23:58
ควรถวายให้อามิสเป็นทาน
จะเบิกบานสดใสใครจะเหมือน
อันต้นทุนบุญญามาคอยเตือน
อยู่เป็นเพื่อนสดใสในโลกี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2013 : 01:25:15
จะใกล้ชิดติดตามไปโลกหน้า
เมื่อวันวาร์หญิงชายตายเป็นผี
อาศัยผลตนทำเป็นกรรมดี
บารมีบูชาสมณพราหมณ์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2013 : 01:28:22

สมณพราหมณ์อนุเคราะห์กุลบุตรสถาน ๖

สมณะสะสมอบรมจิต
ทำพูดคิดสงบครบทั้งสาม
การเคลื่อนไหวไปมาสง่างาม
เป็นตามพุทธพจน์พระบาลี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2013 : 01:30:07
เป็นนาบุญจุนเจือเอื้ออาทร
เป็นอากรบุญญาสง่าศรี
ห้ามทำชั่วตัวทุกข์โทษทวี
ให้ทำดีอนุเคราะห์ด้วยใจงาม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2013 : 01:31:26
ให้ได้ฟังฟังสิ่งไม่เคยฟัง
หากพลาดพลั้งสงสัยให้ไต่ถาม
ที่เคยฟังตั้งใจไขเนื้อความ
ให้รู้ตามแจ่มแจ้งโดยฉับพลัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2013 : 01:32:57
คอยบอกทางสร้างสรรค์กุลบุตร
บริสุทธิ์สดใสในสวรรค์
ที่พำนักหลักใจอันสำคัญ
ทุกชนชั้นทั่วไปในโลกา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 08 มีนาคม 2013 : 00:43:26
พุทธองค์ทรงหวังให้ทุกคน
เร่งฝึกฝนเรียนหลักศาสนา
ชั่วหรือดีมีจนคนเกิดมา
ต้องสร้างค่าความดีมีในตน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 08 มีนาคม 2013 : 00:44:49
ต้องกำหนดงดเว้นอบายมุข
จะมีสุขมากมายให้เป็นผล
ดื่มน้ำเมาเมามัวทั่วทุกคน
จะมีผลเสียทรัพย์อัปมาณ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 08 มีนาคม 2013 : 00:46:07
จะทะเลาะเบาะแว้งแข่งวาทะ
ไฟโทสะเผาลนจนร้าวฉาน
เกิดโรคภัยใหญ่น้อยคอยรุกราน
ชนชาวบ้านทั้งหลายไม่ไว้ใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 08 มีนาคม 2013 : 00:47:16
คนมัวเมาเขลาจิตไม่คิดอาย
ญาติทั้งหลายแช่งชักคอยผลักไส
ฤทธิ์น้ำเมาเผาผลาญอยู่ด้านใน
และเข้าไปตัดรอนทอนปัญญา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 08 มีนาคม 2013 : 00:48:22
เที่ยวกลางคืนฝืนกฏธรรมชาติ
คนฉลาดทั่วไปไม่ปรารถนา
ไม่รักษาตัวตนจนปัญญา
ไม่รักษาลูกเมียเสียภาพพจน์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 13 มีนาคม 2013 : 02:15:42
ไม่รักษาอาลัยในสมบัติ
เหมือนคลื่นซัดทำลายเสียหายหมด
คนระแวงแคลงใจว่าทรยศ
ความรันทดยิ่งใหญ่ถูกใส่ความ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 13 มีนาคม 2013 : 02:16:17
ได้ลำบากยากแค้นในชีวิต
คนทั่วทิศห่างไกลใครเกรงขาม
ต่างโจษจันกันว่าคนเลวทราม
เกิดจากความเที่ยวไปในกลางคืน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 13 มีนาคม 2013 : 02:19:12
การเที่ยวดูการละเล่นก็เช่นกัน
จะผูกพันจิตใจผู้ไม่ฝืน
จะครอบงำนำใจให้ไหลลื่น
ให้แช่มชื่นติดใจไปทุกงาน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 13 มีนาคม 2013 : 02:20:03
รำที่ไหนไปที่มีการรำ
จะชอกช้ำโสกาน่าสงสาร
เสียงขับร้องก้องไกลจากในงาน
โสตประสานจิตผสมนิยมไป


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 13 มีนาคม 2013 : 02:20:54
มีดีดสีลีลาเสภาขับ
เพลงประดับเถิดเทิงอยู่ที่ไหน
มากระทบรบเร้าในดวงใจ
ก็เที่ยวไปดูเล่นไม่เว้นเลย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 13 มีนาคม 2013 : 02:22:14
ขาดประโยชน์โทษทุกข์จะตามมา
ต่างปัญหาต่างจุดสุดเฉลย
นี้คือโทษโปรดจำนะท่านเอย
กวีเผยนำขยายไว้เตือนใจ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 13 มีนาคม 2013 : 02:23:11
เล่นการพนันท่านว่ามีโทษหก
ขอหยิบยกภิปรายเฉลยไข
ชนะเขาเราก่อกรรมเวรภัย
ยามแพ้ไปเสียดายทรัพย์และอับจน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 13 มีนาคม 2013 : 02:24:17
ถึงมีทรัพย์นับโภคามหาศาล
ก็ถึงกาลฉิบหายมาให้ผล
จะพูดดีชี้อ้างกลางฝูงชน
ก็มีคนเชื่อน้อยในถ้อยคำ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 21 มีนาคม 2013 : 23:07:04
อาจหมดคนสนใจไม่ชื่อถือ
พวกคนลือล้อเล่นเป็นข้อขำ
เพื่อนดูหมิ่นนินทาว่าระยำ
ต้องชอกช้ำว้าเหว่เอกากาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 21 มีนาคม 2013 : 23:07:48
ไม่มีใครใยดีแต่งงานด้วย
ชีวิตซวยรันทดหมดความหมาย
นี้คือโทษโปรดจำท่านหญิงชาย
อย่ามักง่ายเหลวไหลไม่เป็นการ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 21 มีนาคม 2013 : 23:08:47
ทั้งเรือกสวนมวลทรัพย์นับไร่นา
ก็พลอยมาปี้ป่นคนล้างผลาญ
เมื่อหมดทรัพย์อับจนพวกคนพาล
ก็ซมซานขัดสนไปจนตาย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 21 มีนาคม 2013 : 23:09:38
คบคนชั่วเป็นมิตรมีโทษหก
ท่านหยิบยกกล่าวอ้างทางฉิบหาย
จะเกลี้ยกล่อมย้อมใจความเป็นชาย
สุขสบายตามหลักเป็นนักเลง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 21 มีนาคม 2013 : 23:10:44
การพนันขันต่อคอสุรา
เป็นเจ้าชู้ซู่ซ่าท่าโฉงเฉง
เต็มระบบครบครันชั้นนักเลง
ไม่กลัวเกรงลวงเขาด้วยของปลอม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 21 มีนาคม 2013 : 23:11:29
แนะเหตุผลกลลวงเขาซึ่งหน้า
ชาวประชารู้ทันมันก็ผอม
ต้องโศกซึมซบเซาและตรมตรอม
ความสุกงอมกรรมชั่วติดตัวมา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 21 มีนาคม 2013 : 23:12:46
ทำให้กล้าท้าผจญคนหัวไม้
ความชั่วร้ายติดตัวทั่ววงศา
เพราะมิตรชั่วตัวการพาลพาลา
มันคอยมาแนะนำให้ทำตาม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 21 มีนาคม 2013 : 23:13:30
พุทธองค์ทรงแนะการคบมิตร
คบคนผิดชั่วร้ายให้เกรงขาม
จะสูญสิ้นสินทรัพย์ความดีงาม
คบมิตรทรามแพ้ภัยในสังคม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 21 มีนาคม 2013 : 23:14:27
ถึงคราวยากบากหน้าไปหาใคร
คนทั่วไปไม่รับพร้อมทับถม
เหมือนโคถึกคึกคักรักโคลนตม
ทุกข์ระทมเศร้าใจไปจนตาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 21 มีนาคม 2013 : 23:15:22
คนเกียจคร้านท่านว่ามีโทษหก
ท่านหยิบยกชี้ทางข้างฉิบหาย
อ้างหนาวเหน็บเจ็บปวดไปทั้งกาย
ทำยักย้ายเหลวไหลไม่ทำงาน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 21 มีนาคม 2013 : 23:16:23
อ้างร้อนหนักพักผ่อนไม่ทำงาน
ความเกียจคร้านกดใจไม่อาจหาญ
อ้างเวลาว่าเย็นไม่ทำงาน
รับประทานแล้วนอนพักผ่อนกาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 21 มีนาคม 2013 : 23:17:13
ตะวันแดงแสงทองส่องนภา
โผล่ขอบฟ้าเริ่มวันไม่ทันสาย
อ้างว่าเช้าหนาวนอนหลับสบาย
พลิกกลับกายหลับนอนจนหมอนกิ่ว



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 21 มีนาคม 2013 : 23:18:01
ในบางครั้งนั่งพักอยู่กับบ้าน
ไม่ทำงานนั่งร้องจนท้องหิว
จนลำไส้ภายในเป็นตะคริว
ทำบิดพริ้วเหลวไหลไม่ทำงาน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 21 มีนาคม 2013 : 23:19:01
ในบางครั้งนั่งอ้างว่ากระหาย
ภายในกายขาดน้ำตัวประสาน
จึงเกเรเฉไฉไม่ทำงาน
คนเกียจคร้านอ้างเหตุหกประการ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 21 มีนาคม 2013 : 23:19:51
คนเช่นนี้มีแต่จะย่อยยับ
ทนทุกข์ท้นโศกาน่าสงสาร
ผู้หวังดีมีทรัพย์อันโอฬาร
เว้นเหตุการณ์ทั้งหกที่ยกมา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 21 มีนาคม 2013 : 23:20:41
พุทธองค์ทรงตรัสไว้เป็นหลัก
เด่นประจักษ์ในพุทธศาสนา
ผู้ประพฤติฝึกฝนอาตมา
จะโสภาสุขีมีเงินทอง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 23 เมษายน 2013 : 00:35:54
บัวสี่เหล่า

ดอกบัวงามนำไปถวายพระ
ประดับสระแหล่งน้ำงามนักหนา
เสริมค่าคือซื้อขายได้ราคา
ใส่แจกันพานบูชาพระบารมี

พุทธองค์สอนว่าเหล่าเราทั้งหลาย
ผู้เกิดแก่เจ็บตายหลายวิถี
เสมือนบัวสี่เหล่าเคล้าวารี
บัวทั้งสี่มีที่มาว่ากระไร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 25 เมษายน 2013 : 11:10:30
หนึ่งคือบัวชูดอกใบไหวสะพรั่ง
บัวใบบังบึงน้ำงามไสว
ดั่งผู้มีปรีชาปัญญาไว
เรียนรู้ได้ดีเลิศเกิดปัญญา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 25 เมษายน 2013 : 11:12:16
สองคือบัวใบดอกงอกปริ่มน้ำ
ดั่งผู้เริ่มเห็นธรรมล้ำเลอค่า
โอกาสเรียนรู้ได้ชัยปรีชา
จักก้าวหน้าต่อไปในชีวี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 25 เมษายน 2013 : 11:47:59
สามคือบัวอยู่ในใต้ผิวน้ำ
ยังไม่ล้ำงามเด่นเห็นแสงสี
ดั่งคนผู้พยายามทำความดี
โอกาสมีให้เห็นเป็นธรรมดา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 25 เมษายน 2013 : 11:49:03
สี่คือบัวหมกในใต้โคลนตม
ถูกทับถมทุกทางอย่างไร้ค่า
ย่อมเป็นเหยื่อแก่เหล่าเต่าปูปลา
ดั่งคนตามืดมิดปิดแสงธรรม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 25 เมษายน 2013 : 11:50:18
พุทธพจน์จดใส่ใจมนุษย์
ไว้ช่วยฉุดจิตไว้ไม่ใฝ่ต่ำ
พึงระลึกนึกไว้ใส่ใจจำ
ไว้น้อมนำแสงสว่างทางปัญญา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: Chalome_Pue ที่ 26 เมษายน 2013 : 12:43:22
อีกงานบ้านการเรือนอย่าเคลื่อนคล้อย
จงอย่าปล่อยเรือนรกทั้งที่เห็น
ปัดกวาดเช็ดถูอย่างใจเย็น
สมัยใหม่นี้อาจเป็นทุกสัปดาห์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 09 พฤษภาคม 2013 : 03:47:31
ปลุกชีวิตนิทรายามฟ้าหลับ
ตื่นขึ้นรับสายแสงแห่งอุษา
สว่างภพอบอวลมวลมาลา
กลั่นกลิ่นกล้ามารับกับตะวัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 09 พฤษภาคม 2013 : 03:49:25
แม้วันหมองครองภพกลบม่านฝน
มืดมัวมนสลายแสงฉายฉัน
ฟ้ามืดครึ้มคลุมระลอกเมฆหมอกควัน
บังแสงจันทร์อันเจิดจ้าแห่งอาทิตย์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ทิว..ฯ ที่ 15 พฤษภาคม 2013 : 01:19:06
ใช่เมฆลบกลบมัวไปทั่วฟ้า
ตราบทิวาเวียนวันไม่ผันผิด
ตะวันส่องก่องกระจ่างล้างมืดมิด
ฝนเพียงปิดม่านบังชั่วครั้งครา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ทิว..ฯ ที่ 15 พฤษภาคม 2013 : 01:21:44
ม่านฝนยังบังฟ้าซ่าสายฝน
ชีวิตคนดีชั่วทุกทั่วหน้า
มีมืดมนดลสว่างบางเวลา
แต่ฝนซาฟ้าสว่างทุกทางเดิน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 23 พฤษภาคม 2013 : 22:02:27

เพื่อนพร้อมพรักรักใคร่กันใกล้ชิด
จึงเป็นมิตรร่วมทางไม่ห่างเหิน
ร่วมแก้กันปัญหากล้าเผชิญ
ความหมางเมินเคียดขึ้งจึงไม่มี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 23 พฤษภาคม 2013 : 22:03:26

ผิดใดหนอก่อเหตุอาเพศหนัก
เพื่อนเคยรักกลับกลายมาหน่ายหนี
เคยเป็นห่วงห่างไปไม่ไยดี
ตัดไมตรีเยื่อใยไม่ร่วมทาง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 23 พฤษภาคม 2013 : 22:05:59

เห็นแต่หลักหนักแน่นเป็นแกนยุด
เพื่อนมนุษย์มองเมินอย่างเหินห่าง
สายน้ำใจใยเยื่อจึงเจือจาง
ไม่เหลือร่างเพื่อนรักแต่สักคน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 23 พฤษภาคม 2013 : 22:08:00

ดินอุดมสมบูรณ์มากมูลธาตุ
เมื่อน้ำขาดดินระแหงทุกแห่งหน
มีแต่ตึงไม่หย่อนรู้ผ่อนปรน
จึงเดินบนทางเปลี่ยวแต่เดียวดาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 07 มิถุนายน 2013 : 00:09:51
โลกธาตุแปรเปลี่ยนเวียนผกผัน
แต่ละวันเรื่องมากราวหลากหลาย
มีชีวิตกำเนิดก่อเกิดกาย
และล้มตายต้องจากพลัดพรากไป



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 07 มิถุนายน 2013 : 00:10:52
วันนี้พรั่งพร้อมทรัพย์ศฤงคาร
อีกวันอันตรธานหมดมอดไหม้
มีฤทธิ์เดชยศถาเหนือกว่าใคร
กลับต้องหลบหนีไกลจากพารา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 07 มิถุนายน 2013 : 00:11:59
เคยเอื้อนเอ่ยอ้างอิงคนเชื่อถือ
และหารือให้คิดร่วมปรึกษา
พอพ้นผ่านล่วงเลยกลับโรยรา
พูดแล้วมีคนด่าว่าโง่งม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 07 มิถุนายน 2013 : 00:13:08
เมื่อสูงสุดย่อมคืนสู่สามัญ
ไม่เที่ยงแท้ทั้งนั้นสิ่งสุขสม
อย่าติดยึดมัวเมาหลงชื่นชม
เฝ้าเพาะบ่มฝีกใจไกลราคี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 07 มิถุนายน 2013 : 00:15:29
หมั่นเพียรสร้างคุณธรรมนำซื่อสัตย์
ปฏิบัติหน้าที่ตามวิถี
หลักศาสนาจรรยาคุณความดี
สะสมบารมีให้เพียงพอ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 07 มิถุนายน 2013 : 00:17:25
เพื่อให้หลุดพ้นข้ามสังสารวัฎ
มิจรจัดเกิดแก่ตายแล้วหนอ
ตัดกิเลสปล่อยวางไม่รีรอ
และไม่ท้อทุ่มทำอย่างแท้จริง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำมนต์ ที่ 07 มิถุนายน 2013 : 00:19:04
ความใฝ่ฝันของมนุษย์คือนิพพาน
ปณิธานสูงสุดอันใหญ่ยิ่ง
แหล่งสงบสุขศานต์พึ่งพักพิง
เป็นที่สิงสถิตนิรันดร


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 10 มิถุนายน 2013 : 04:27:42
ขอเชิญชวนไหว้พระครบ ๙ วัด
เพื่อขจัดสิ่งเลวทรามความเศร้าหมอง
เริ่มจากวัดสระเกศ (ภูเขาทอง)
แล้วเที่ยวท่องวัดบวรพักผ่อนใจ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 10 มิถุนายน 2013 : 04:28:45
ต่อกันที่วัดชนะสงคราม
คนครั่นคร้ามทุกสังคมก้มหัวให้
วัดพระแก้วกราบพระแก้วอันอำไพ
พระวัดโพธิ์กราบไหว้ให้ใจเย็น


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 10 มิถุนายน 2013 : 04:29:35
ต้องอย่าลืมไหว้พระ วัดสุทัศน์
ธรรมะวัดจะเปิดกว้างสว่างเห็น
วัดระฆังโฆสิตาราม อร่ามเพ็ญ
ชื่อเสียงเด่นเป็นยอดตลอดกาล


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 10 มิถุนายน 2013 : 04:30:33
ไหว้พระวัดอรุณให้อุ่นจิต
วัดกัลยาณมิตรสมัครสมาน
มีมากมวลหมู่มิตรเมินหมู่มาร
ผองภัยพาลมิหาญกล้ามากล้ำกราย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 10 มิถุนายน 2013 : 04:31:36
ไหว้จนครบ ๙ วัดแล้วใช่ไหม
จงรู้ไว้มีวัดอีกมากหลาย
ถ้าท่านมีเวลาอย่าดูดาย
เร่งผันผายไหว้ต่อไม่รอรี


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 10 มิถุนายน 2013 : 04:32:20
วัดโคกสูงวัดดอนหวายวัดชายเขา
วัดหนองเต่าวัดวังน้อยวัดดอยหมี
วัดบึงหล่มวัดคลองขวางวัดบางพลี
วัดที่ปัตตานี-ยโสธร


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 10 มิถุนายน 2013 : 04:33:04
ทั้งวัดเล็กวัดน้อยยังคอยท่า
รอผ้าป่ารอกฐินจนเข่าอ่อน
รอญาติโยมไป "โปรดพระ" เอื้ออาทร
โบสถ์ยังรอถ่ายถอนจากนายทุน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 10 มิถุนายน 2013 : 04:33:59
ทีตักบาตรไยปราม "ห้ามถามพระ"
แล้วไยจะเลือกวัดไหว้กันให้วุ่น
วัดเล็กเล็กก็ก่อเกื้อเนื้อนาบุญ
รอคุณคุณไปกราบไหว้ไม่เว้นวัน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 17 มิถุนายน 2013 : 04:20:41
ได้เวลาเลิกขัดแย้งเลิกแบ่งข้าง
ต่างปล่อยวางความเกลียดความเดียดฉันท์
ส่องกระจกเห็นอย่างไรไม่ต่างกัน
เอ๊ะ! ใครนั่นฉันนี่หว่านึกว่าใคร


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 17 มิถุนายน 2013 : 04:21:18
พุทโธ่เอ๋ยเคยด่าแกฉันแย่กว่า
ดิ้นไขว่คว้าทำอย่างแกแท้เฉไฉ
ที่แท้ฉันคืออิเหนาเพิ่งเข้าใจ
พูกน้ำไหลไฟดับแล้วกลับคำ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 17 มิถุนายน 2013 : 04:22:20
ส่องกระจกนิ่งนานบานเก่าเก่า
พลันก็เศร้าจริงหวาหน้าแดงก่ำ
นึกระอายขายหน้าบ้าระยำ
กล้ากระทำเหลือรับน่าอับอาย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 17 มิถุนายน 2013 : 04:23:06
หลงทะเลตัณหาบ้ากิเลส
สำแดงเดชประเทศแทบฉิบหาย
นำเอากฎกติกามาทำลาย
ด้วยอุบายสารพัดซัดฟืนไฟ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 17 มิถุนายน 2013 : 04:23:57
ด่าด่าด่าแล้วมาทำตามคำด่า
ถ้าจะบ้าแล้วฉันแสนหวั่นไหว
ได้สติเลิกงมงายละอายใจ
อยากจะใตร่ขอโทษโปรดเออออ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 17 มิถุนายน 2013 : 04:24:54
เอ๊ะ! กระจกบานนี้ดีจริงหนา
ขอซื้อมาแจกเหลืองแดงไม่แพงหนอ
รัฐบาลนักการเมืองอย่ารีรอ
ส่องให้พอเห็นตนบ้า...เลิกด่ากัน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้แกละ ที่ 26 มิถุนายน 2013 : 21:51:12

ปลูกเรือนงามตามใจผู้ได้อยู่
ปลูกตึกหรูตามจิตผู้คิดสรรค์
ปลูกความรู้คู่ศีลธรรมถือสำคัญ
ปลูกความหมั่นมิตรภาพทาบสัจจา





หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้แกละ ที่ 26 มิถุนายน 2013 : 21:52:18
ไทยมีชาติศาสน์กษัตริย์ยืนหยัดยิ่ง
ทั้งสามสิ่งครบส่วนควรรักษา
เอกราชสัญลักษณ์ประจักษ์ตา
เอกสมยา "ปิตุรงค์วงศ์จักรี"



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้แกละ ที่ 26 มิถุนายน 2013 : 21:53:46
ไทยเรามี "วัฒนธรรม" ประจำถิ่น
ที่ทำกินที่อาศัยได้ศักดิ์ศรี
ความเป็นไทยไว้เสน่ห์ "ประเพณี"
ด้วยสักขี "ถิ่นฐานรูปขวานไทย"



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้แกละ ที่ 26 มิถุนายน 2013 : 21:55:12
ในอดีตสงครามสนามรบ
ไทยสยบผู้รุกรานด้วยการไล่
"อนุสาวรีย์" วีรชนคนถือชัย
จึงตราไว้ "ศักดิ์ศรีวีรชน"



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้แกละ ที่ 26 มิถุนายน 2013 : 22:01:13
สามัคคี "ที่เป็นไทยได้เป็นชาติ
สืบสามารถมรดกไม่ตกหล่น
ความเป็นทาสขาดธรรมต้องจำนน
เหมือนกับคน "ติดคุก" ทุกข์ประจำ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้แกละ ที่ 26 มิถุนายน 2013 : 22:02:10
ปลูกความรัก "สามัคคี" ดีขอบเขต
ปลูกประเทศ "สามัคคี" ที่ไม่ต่ำ
ปลูกแน่นหนัก "สามัคคี" วีรกรรม
ปลูกด้วยทำ พูด คิดดี ศักดิ์ศรีไทย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 30 มิถุนายน 2013 : 23:57:42
ถ้านักเรียนเพียรรู้ทุกหมู่ศาสตร์
จะสามารถสอบได้ในภายหน้า
เขาชื่นชมสมถวิลรับปริญญา
เป็นปราชญ์หางานทำประจำตน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 30 มิถุนายน 2013 : 23:58:54
เพียรทำการงานดีย่อมมีทรัพย์
งานเสร็จรับเงินไปอย่างได้ผล
เลื่อนตำแหน่งมากมายหลายร้อยคน
สู้งานจนสูงเข้าเป็นเจ้ากรม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 30 มิถุนายน 2013 : 23:59:58
เก็บเงินเดือนเหมือนทรายรวยภายหน้า
ฝากธนาคารประหยัดหัดสะสม
จะชนะหากมีทรัพย์นับอุดม
คนนิยมสงวนเงินเจริญดี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 01 กรกฎาคม 2013 : 00:01:04
นักกีฬากล้าเพียรไม่เปลี่ยนจิต
หวังพิชิตเหรียญทองปองศักดิ์ศรี
เขาฝึกฝนจนแกร่งแรงทวี
ผู้ชนะมีเหรียญทองฉลองชัย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 01 กรกฎาคม 2013 : 00:02:10
นายทหารท่านคุมกลุ่มพลรบ
สงครามสงบเลื่อนยศปรากฎได้
ทำงานทนจนแก่ไม่แพ้ใคร
เลื่อนลำดับจนได้เป็นนายพล



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 01 กรกฎาคม 2013 : 00:03:37
ชาวนาไทยได้กลับมาปลูกข้าว
จนถึงคราวขายได้ไม่หมองหม่น
เงินกำไรได้จากความอดทน
หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ฝนจนมีชัย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: โรแมนติค ที่ 01 กรกฎาคม 2013 : 00:04:46
นักบินไทยได้เพียรเรียนรู้ศาสตร์
เขาสามารถขับเครื่องบิน บินสูงได้
รับค่าจ้างรางวัลนั้นสมใจ
ทุกอาชีพมีชัยด้วยพากเพียร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: กัษษากร ที่ 01 กรกฎาคม 2013 : 08:14:44
หยาดน้ำตาเต็มตัวทั่วเรือนร่าง
เพื่อสาดส่องความสว่างอย่างมิเปลี่ยน
ขจัดมืดมัวหม่นที่วนเวียน
ร่างจวนเจียนมลาย..กายดับลง

อุทิศเพื่อพระธรรมนำความสว่าง
ชีพวายวางดับสลายใจประสงค์
เคียงคู่ธูปทุกเมื่อเพื่อดำรง
สาดแสงส่งความดีพลีเพื่อธรรม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 10 กรกฎาคม 2013 : 00:49:43
ตุ๊กตาเด็กผู้หญิงคือสิ่งของ
คือเพื่อนนอนของน้องทุกคืนค่ำ
คอยกล่อมขวัญให้หลับขับลำนำ
ร่ายระบำเริงร่าจินตนาการ

เมื่อเยาว์วัยใจงามด้วยความรัก
ครูสอนให้รู้จักการคิดอ่าน
ตุ๊กตาค่อยกล่อมเกลาเยาวมาลย์
ให้รักงานคุณสมบัติของสตรี ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 11 กรกฎาคม 2013 : 03:40:04
ตุ๊กตาแก้มอิ่มคอยยิ้มหัว
น้องแต่งตัวสวมชุดให้คล้ายยิ้มปรี่
ให้ยืนนั่งนอนกินเจ้ายินดี
เหมือนเปรมปรีดิ์รักน้องน้อยจึงคล้อยตาม

คอยรับฟังปลอบน้องยามร้องไห้
ยามน้องไม่มีใครคอยถ่ายถาม
ตุ๊กตาตัวนี้ช่างดีงาม
ทุกโมงยามเป็นมิตรจิตอารี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 17 กรกฎาคม 2013 : 01:13:07
ตุ๊กตาเพื่อนเก่าเมื่อเยาว์โลก
เหมือนจะโบกมือลาในหน้าที่
น้องเรียนรู้เป็นผู้ใหญ่มาหลายปี
โลกใบนี้สำหรับเจ้าต้องก้าวเอง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 14 สิงหาคม 2013 : 04:42:35
แว่วหวานเพียงเสียงทิพย์ลิบลอยสรวง
ลอยผ่านห้วงเวหามาปลอบขวัญ
กล่อมแดนดินถิ่นไกลกลางไพรวัน
ยอดบรรพตลดหลั่นปันธารา




หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 14 สิงหาคม 2013 : 04:43:46
โอ้ลำนำเขาเขินเนินไศล
ท้องฟ้าใสเมฆขาวพราวเวหา
รุ้งหลากสีเชื่อมโยงโค้งขอบฟ้า
วันเวลาล่วงไปไม่กลับคืน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 14 สิงหาคม 2013 : 04:44:35
บนหนทางข้างหน้าสายตาบอก
เหมือนถูกหลอกจนอิ่มยังยิ้มชื่น
สามัญชนคนหวังสุขยั่งยืน
ยามขมขื่นกลืนกล้ำช้ำกมล



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 14 สิงหาคม 2013 : 04:45:50
แค่คุณงามความดีที่เอ่ยอ้าง
แสงสว่างห่างไกลไม่เห็นหน
อยากไร้ทุกข์สุขครองต้องพึ่งตน
ทั้งคนจนคนรวยต้องช่วยกัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 15 สิงหาคม 2013 : 23:32:36
รวมพลังมั่นไว้ไม่ร้าวฉาน
ร่วมประสานกันไว้มิใช่ฝัน
ร่วมมือกันกอบกู้รู้แบ่งปัน
ทั้งมือสั้นมือมือยาวสาวพองาม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 15 สิงหาคม 2013 : 23:34:13
อุปสรรคปัญหาฝ่าฟันสู้
ช่วยกันกู้ช่วยกันแก้แด่สยาม
เพลงปลอบขวัญปลอบปลุกทุกเขตคาม
อยู่ด้วยความรู้รักสามัคคี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 26 สิงหาคม 2013 : 01:31:06
ระรอกริ้วพลิ้วคลื่นในคืนค่อน
จันทร์สะท้อนย้อนภาพเงาทาบฉาย
เหนือแผ่นพื้นผืนน้ำงามประกาย
ดาวพร่าพรายรายล้อมในอ้อมเดือน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 26 สิงหาคม 2013 : 01:33:32
ประมงแก่แลฝั่งยังลิบลิ่ว
เส้นขอบคิ้วโค้งฟ้ามาลับเลื่อน
ม่านราตรีคลี่อาบด้วยภาพเลือน
ลอยลำเคลื่อนเบือนหน้าน้ำตาริน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 26 สิงหาคม 2013 : 01:34:26
เรือสำเภาเปล่าเปลี่ยวท่องเกลียวคลื่น
ฝ่าลมฝืนคืนวันอันโหดหิน
เรือชีวิตเหนื่อยล้าโศกชาชิน
คราบความเศร้าเกาะกินจวนสิ้นเรือ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 26 สิงหาคม 2013 : 01:35:25
ฝ่าทะเลเร่ร้างหลงทางทิศ
ฝั่งชีวิตเลือนแล้งแฝงหยาดเหงื่อ
เศษม่านหมอกมรสุมคลี่คลุมเครือ
กลางออกเหนือตกใต้ยังไกลเกิน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: แปลก ที่ 26 สิงหาคม 2013 : 01:36:23
ประมงแก่แลฝั่งยังคงโศก
ผจญโชคเวียนวกระหกเหิน
ฝ่าคลื่นลมใหญ่น้อยคอยเผชิญ
ทิ้งรอยเดินให้เรือใหม่ไว้ลอยลำ.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 26 สิงหาคม 2013 : 23:47:31
อุปสรรคมักมาก่อนเสมอ
ถ้าหากเผลอก้าวผิดจิตถลำ
ใครทำดีได้ดีมีศีลธรรม
ใครทำชั่ว รับกรรม ตามประชิด



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 26 สิงหาคม 2013 : 23:48:33
ทำอะไรทำให้สุดอย่าหยุดยั้ง
ทำอะไรอย่าให้คั่งค้างในจิต
ทำอะไรทำให้เต็มกำลังคิด
ทำให้เต็มเพื่อพิชิตสิ่งตั้งใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 26 สิงหาคม 2013 : 23:49:54
ถ้าตรองแล้วสิ่งที่ทำนี้ถูกต้อง
ทั้งเป้าหมายและครรลองต้องสดใส
เป็นสิ่งดีที่งอกงามเผื่อแผ่ไกล
ก็ลุยเลยมุ่งมั่นไปจนสุดทาง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 26 สิงหาคม 2013 : 23:52:21
ถึงมันยากลำบาก-มากเหนื่อยหนัก
เหงื่อทะลักขวากหนามตามขัดขวาง
ยิ่งต้องทุ่มเทใจไม่ปล่อยวาง
เดิมพันชีวิตบ้าง สนุกดี ฯ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 26 สิงหาคม 2013 : 23:55:24
ทำอะไรทำด้วยใจบริสุทธิ์
เพื่อดอกผลก้าวหน้ารุดในวิถี
ปราศจากโลภกอบโกยในฤดี
ปล่อยหน้าที่ของความจริงงอกงามเอง.


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 31 สิงหาคม 2013 : 01:21:17
เกิดมาเป็นมนุษย์สุดประเสริฐ
ปัญญาเลิศกว่าสัตว์โลกทั้งหลาย
มนุษย์สร้างสิ่งต่างต่างอย่างมากมาย
มนุษย์ต้องขวนขวายหลายวิธี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 31 สิงหาคม 2013 : 01:22:14
สร้างบ้านเรือนตึกรามงามสง่า
สร้างวัดวาเวียงวังพร่างพรายสี
วิชาการนานาค่ามากมี
มนุษย์นี้สามารถพัฒนา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 31 สิงหาคม 2013 : 01:23:35
มากมายหลายประการด้านวัตถุ
ล้วนบรรลุผลล้ำนำก้าวหน้า
ความสะดวกความสบายได้ผลมา
จากปัญญามนุษย์ตาม กรรมวิธี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 31 สิงหาคม 2013 : 01:25:43
ความเจริญหลายประการด้านวัตถุ
ที่บรรลุผลล้ำตามวิถี
เอื้อมนุษย์ได้เท่าใดในโลกนี้
ให้อยู่ดีกินดีมีเท่าใด



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 31 สิงหาคม 2013 : 01:26:52
ยังอดอยากยากแค้นหลายแดนดิน
ยังแย่งกันหากินถิ่นน้อยใหญ่
ยังรบราฆ่าฟันกันบรรลัย
ยังเบียดเบียนกันไปในโลกา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 31 สิงหาคม 2013 : 01:28:10
ชาญฉลาดยังขาดความเฉลียว
ยังขับเคี่ยวข่มขวัญกันทั่วหล้า
ยังระเริงเหลิงใจในปัญญา
อนิจจาขาดสติ ตริตรองเอย.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 01 กันยายน 2013 : 21:36:24
ใบยางร่วงควงพลิ้วทั่วทิวป่า
ดาษดื่นตาแดงสะพรั่งดั่งภาพฝัน
ร่อนระริกพลิกพลิ้วร่ายเรียงกัน
สายลมผันกวาดคลื่นใบหวนไปมา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 01 กันยายน 2013 : 21:37:28
ลมบนโบกลอยละลิ่วปลิวไสว
เหินฟ้าไกลแลลิบลิบทุกแหล่งหล้า
ดั่งโปรยปรายริ้วทองทั่วนภา
อ่อนแรงช้าลู่ลมลงห่มไพร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 01 กันยายน 2013 : 21:38:44
บินหลาดงคงร้องทำนองเศร้า
นั่งจับเจ่ามิเริงร่าไร้เสียงใส
คู่บินหลาโฉบมาหลบหายไป
เตือนคู่ให้ระวังตัวกลัวภัยพาล



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 01 กันยายน 2013 : 21:40:45
ไก่เถื่อนเขี่ยเรี่ยรายหยุด สดับเสียง
คุ้ยหาเลี้ยงลูกเล็กเล็กสนุกสนาน
จิกมดปลวกแมลงดินกินริมธาร
ฟังขับขานอกหวั่นไหวในทำนอง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 01 กันยายน 2013 : 21:42:29
ใบยางร่วงควงพลิ้วทั่วทิวป่า
ดาษดื่นตายังตรึงไว้ไร้ความหมอง
ถึงชาวใต้น้ำตาจะนืองนอง
เราจะป้องปกปักษ์ถิ่นจนสิ้นใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 01 กันยายน 2013 : 21:44:57
จะเทิดแด่ล้นเกล้าฯที่เฝ้าห่วง
ซึ่งในหลวงทรงตรากตรำย่ำพรุใส
ทรงดั้นด้นทนทุกข์บุกพงไพร
ฟื้นดินให้พรุเปรี้ยวหายได้ทำกิน.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 03 กันยายน 2013 : 01:15:31
ก้อนหินหาก วางอยู่ ไม่รู้เคลื่อน
ผ่านวันเดือน ปีไป ตะไคร่จับ
ยิ่งเนิ่นนาน ผ่านไป ตะไคร่ทับ
มากมายนับ หุ้มหิน สิ้นงดงาม
 


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 03 กันยายน 2013 : 01:16:48
ก้อนหินหากกลิ้งไปในน้ำเชี่ยว
ตะไตร่เขียวไม่จับทับล้นหลาม
บางก้อนดูกลมขาวเป็นวาววาม
มองเห็นตามลำห้วยสวยจับใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 03 กันยายน 2013 : 01:18:07
เปรียบสมองสองมือนั้นคือหิน
ตราบชีวินยังอยู่รู้เคลื่อนไหว
เราเป็นเจ้าของมันทุกวันไป
ต้องหมั่นใช้สมองและสองมือ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 03 กันยายน 2013 : 01:19:41
ต้องหมั่นคิดหมั่นเขียนพากเพียรยิ่ง
ไม่ทอดทิ้งมานะขยันถือ
กอปรกิจยากอุปสรรคมาดักฮือ
ล่าถอยคือพ่ายแพ้ให้แก่มัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 03 กันยายน 2013 : 01:20:54
พบปัญหาหลายปัญหาหาทางแก้
มุ่งดวงแดมานะสู้ขยัน
ไม่ปล่อยเลยตามเลยเฉยเฉยกัน
เหมือนหินนั้นไม่เคลื่อนไหวตะไคร่มี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 03 กันยายน 2013 : 01:22:06
หินกลิ้งย่อมห่างไกลตะไคร่จับ
หมั่นเคลื่อนขับสมองสองมือนี่
จะปราดเปรื่องเรืองวิทย์รู้วิธี
อยู่โลกนี้อย่างผู้รู้ชนะ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 05 กันยายน 2013 : 00:41:23
บันลือลั่นบรรเลงเพลงปี่พาทย์
รัวระนาดกราดเกรี้ยวเกรียวกราวก้อง
ตุ้มตุ้มตุ้ม ตึงตึง อึงอลกลอง
มงมงฆ้อง หม่งหม่ง วงดนตรี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 05 กันยายน 2013 : 00:43:07
อ้อยอี๋อ้อยสอดสร้อยร้อยเรียงเสียง
อ้อยอี๋อ้อยร้อยเรียงเสียงเพลงปี่
ฉิ่งฉาบฉับ ฉิ่งฉับ ฉิ่งฉาบตี
ร่ายวลีบรรเลงเพลงลีลา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 05 กันยายน 2013 : 00:45:02
ลิเกรายร่ายรำงามลีลาศ
ยุรยาตรย่างยามงามสง่า
องค์อ่อนช้อยลอยเลื่อนเคลื่อนกายา
ราวเสน่ห์เทวายามคลาไคล



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 05 กันยายน 2013 : 00:46:24
ลิเกร้อง พิณพาทย์รับ ฉิ่งฉับฉิ่ง
ไพเราะพริ้งลีลาพาหลงใหล
พิณพาทย์รับ ลิเกร้อง พ้องเพลงไทย
เพลินใจในลีลานาฎดนตรี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 05 กันยายน 2013 : 00:47:54
ร่ายรำทำนองพ้องเพลงเสียง
แซ่สำเนียงฆ้องกลองพ้องเพลงปี่
งานสรรเสกเอกลักษณ์สามัคคี
ลิเกดีปีพาทย์เด่นเล่นเพลินใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 05 กันยายน 2013 : 00:49:42
ความสมัครพรักพร้อมย่อมมีผล
เช่นฟันเฟืองเครื่องยนต์หมุนวนได้
เช่นลิเกสามัคคีมีวินัย
การใดใดย่อมสำเร็จดังเจตนา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 09 กันยายน 2013 : 03:53:08
หลวงตาเอ๋ยเคยเห็นคนเป็นทุกข์
ก็ช่วยปลุกปลอบให้ได้ยิ้มร่า
ไม่เห็นแล้วภาพห่วงของหลวงตา
แต่นี้หนาหลานคงเศร้าหงอยเหงาทรวง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 09 กันยายน 2013 : 03:54:08
ไม่มีแล้วรอยยิ้มอาบอิ่มหน้า
ไม่เห็นแล้วภาพหลวงตาคอยเป็นห่วง
มวลศิษย์ต่างร่ำไห้กว่าใดปวง
เมื่อหลวงตาลาล่วงปวงศิษย์ไป



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 09 กันยายน 2013 : 03:55:23
ทิ้งกุฎีที่อาศัยไปล่วงลับ
ไม่หวนกลับมายิ้มร่าแววตาใส
หลานยังจำภาพหลวงตาแจ่มจ้าใจ
ยังละไมใสสว่างกระจ่างจริง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 09 กันยายน 2013 : 03:56:49
หลวงตานอนแน่นิ่งไม่ติงไหว
คล้ายบอกว่าหลวงตาลาทุกสิ่ง
มิห่วงหาอาลัยใจประวิง
นอนแน่นิ่งทิ้งร่างอยู่กลางเมรุ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 09 กันยายน 2013 : 03:58:12
ขอวิญญาณหลวงตาผู้ลาล่วง
จงหมดห่วงหมดหาบรรดาเห็น
จงสู่ทิพย์สรวงสวรรค์ชั้นร่มเย็น
ผุดผ่องเพ็ญบนสวรรค์ชั้นวิมาน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 10 กันยายน 2013 : 22:20:18
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า "สัตว์โลก"
ต้องวิโยคภินท์พังทุกสังขาร
พืช-วัตถุ-ทรัพย์สิน-และวิญญาณ
ย่อมวายปราณแปรผัน "เป็นอันตา"



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 10 กันยายน 2013 : 22:23:35
แม้จะมีกำเนิดประเสริฐศักดิ์
มากผู้ภักดีนบซบเกศา
ถึงร่างกายสูงใหญ่ยิ่งไอยรา
มีมหาสิงคารบันดาลดล



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 10 กันยายน 2013 : 22:24:20
ความโสภีสรรพางค์อย่างชาวฟ้า
เป็นดาราปลั่งแสงทุกแห่งหน
เป็นปราดเปรื่องเรืองวิทย์พิสิฐชน
ประสบผลเกรียงไกรในแดนดิน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 10 กันยายน 2013 : 22:25:28
หรือวาสนาอาภัพอัปภาคย์
กรรมวิบากจะตามติดชีวิตสิ้น
หรือสุขสันต์ยรรยงดั่งองค์อินทร์
แม้มีถิ่นพำนักอัครโอฬาร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เฒ่าทารก ที่ 10 กันยายน 2013 : 22:26:41
ถึงอาวรณ์กรกุมรุมรึงรัด
แสนสมบัติอัครโขปริโยสาน
จะสูงต่ำล้ำค่าหรือสามานย์
เมื่อถึงกาล-วาระ-อนิจจัง!



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 12 กันยายน 2013 : 19:41:55
ธงช้างเผือกคู่ไทยในยุคก่อน
อนุสรณ์ย้อนใจไทยรุ่นหลัง
ช้างไชโยเอเชี่ยนเกมส์เครื่องหมายดัง
ทั้งช้างพังช้างพลายใช้ลากซุง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 12 กันยายน 2013 : 19:43:02
เห็นช้างน้อยเดินมุ่งมากรุงใหญ่
แสนห่วงใยแรงงานเจ้าถูกเขาถลุง
สงสารช้างร้างป่ามาอยู่กรุง
ทั้งอดอยากยากยุ่งสารพัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 12 กันยายน 2013 : 19:44:01
ช้างคู่ป่างาคู่ช้างเป็นของแน่
ช้างย่ำแย่ป่ารกร้างช้างเสียขวัญ
โดนระเบิดขาพิการสงสารครัน
คนไทยนั้นลืมคุณช้างอย่างเคยมา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 12 กันยายน 2013 : 19:45:01
ถึงวันนี้ต่อไปเตือนใจคิด
อย่าหลงผิดเอางาช้างเก็บรักษา
งาคู่ช้าง ช้างคู่ชาติไทยพัฒนา
อย่าคิดฆ่าชีวิตช้างโปรดชั่งใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 12 กันยายน 2013 : 19:46:06
กลัวอนาคตเด็กไทยไม่รู้จัก
ช้างน่ารักแสนรู้เป็นไฉน
หวังว่าช้างจะคงอยู่คู่ชาติไทย
ขอวอนไหว้ช่วยกันดูเป็นหูเป็นตา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 12 กันยายน 2013 : 19:47:38
อยากขอร้องเชิญคนไทยให้รักช้าง
อย่าให้ร้างพงไพรไกลจากป่า
ใครฆ่าช้างขอกรรมนั้นเห็นทันตา
ก่อนอำลาขอเตือนย้ำ "กรรมมีจริง"



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 17 กันยายน 2013 : 23:06:21
คนฆ่าช้างช้างฆ่าคนชวนค้นคิด
ว่าใครถูกใครผิดคิดสงสัย
มีเหตุผลให้ค้นหาว่าเหตุใด
ฆ่ามำไม ทำไมฆ่าไม่ปราณี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 17 กันยายน 2013 : 23:07:15
ช้างป่าคู่ป่าดงพงพีไพร
ช้างรักษาป่าไม้ไพศาลศรี
ช้างป่าหนุนคุณค่าวนาลี
ช้างป่ามีคุณค่าวนาลัย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 17 กันยายน 2013 : 23:08:25
คนคล้องช้างจากป่าเอามาฝึก
ออกทำศึกสงครามสนามใหญ่
ช่วยทำงานยากลำบากชักลากไม้
ทำรายได้มาไม่น้อยนับร้อยปี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 17 กันยายน 2013 : 23:09:45
ช้างป่าบุกบ้านเมืองบ้างหรือไม่
ช้างป่าจับคนไปบ้างไหมนี่
ช้างวางแผนฆ่าคนกลวิธี
ช้างหรือมีแผนการสังหารคน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 17 กันยายน 2013 : 23:11:24
มีแต่คนไปตัดไม้ทำลายป่า
มีแต่คนไปผลาญพร่าป่าปี้ป่น
คนฆ่าช้างฉกฉวยด้วยเล่ห์กล
คนฉ้อฉลโฉดชาติอนาถใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: มะดัน ที่ 17 กันยายน 2013 : 23:12:43
คนฆ่าช้างช้างฆ่าคนชวนค้นคิด
ว่าใครถูกใครผิดคิดดูได้
ใครรุกรานฐานถิ่นดินแดนใคร
ใครเป็นพิษเป็นภัยใครกันเอย.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 19 กันยายน 2013 : 19:49:46
ช้างไทยยิ่งใหญ่ในปฐพี
แต่ก่อนนี้นำหน้าสู้ข้าศึก
สร้างชื่อเสียงกอบกู้ไทยได้สำนึก
ติดผนึกรูปไว้ในไตรรงค์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 19 กันยายน 2013 : 19:50:52
ช้างไทยยิ่งใหญ่ในปฐพี
งานก็หนักเต็มที่ลากซุงส่ง
ในป่าลึกนอนกลางดินกินกลางดง
สืบเผ่าพงศ์คู่บ้านมานานปี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 19 กันยายน 2013 : 19:52:03
ช้างไทยงามเลิศประเสริฐสุด
ให้มนุษย์ฝึกหัดถนัดถนี่
ช้างแสดงแต่งกายรายได้ดี
ประเพณีช้างแห่นำ-อำนวยชัย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 19 กันยายน 2013 : 19:53:29
โขลงช้างป่าอยู่ป่าผาสุกนัก
อนุรักษ์ดูแลเอาใจใส่
ช้างคู่บ้านคู่เมืองเรืองวิไล
น่าเสียใจพวกคนบ้าเข่นฆ่าช้าง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 19 กันยายน 2013 : 19:54:36
ตัดเอางาค้าขายชายผีสิง
ตัดหางทิ้งปวดระบมไม่สมร่าง
ส่วนเนื้อหนังใจคนถ่อยปล่อยทิ้งวาง
สงสารช้างไยมนุษย์สุดโหดร้าย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 19 กันยายน 2013 : 19:55:38
ตัดอวัยวะเพศเหตุทำยา
เพิ่มกำลังวังชาจะมากหลาย
มนุษย์หนอทำได้ไม่ละอาย
พรากลูกช้างไปขายเป็นสินค้า



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 19 กันยายน 2013 : 19:56:57
ช.ช้างช่างโชคร้ายไม่เหลือร่าง
รักชีวิตสัตว์บ้างคนเจ้าขา
ช้างคู่คนคู่พฤกษ์ไพรให้เมตตา
หยุดเข่นฆ่าช้างเสียทีพี่น้องไทย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 23 กันยายน 2013 : 12:13:53
อยากรู้ช้างทำอะไรให้คนแค้น
ช้างอยู่แดนพงไพรไกลสับสน
คมกระสุนตามราวีฝีมือคน
กระสันจนขาดสำนึกคิดตรึกตรอง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 23 กันยายน 2013 : 12:14:47
งาย่อมงามยามคู่ช้างสร้างวิจิตร
วิปริตคนตัดงามาสนอง
งาสิ้นงามความทรามปอง
เมื่อคนมองมุมต่ำหวังทำลาย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 23 กันยายน 2013 : 12:15:37
อยากรูช้างทำอะไรให้เคืองขุ่น
ฤาสมดุลกลายเป็น ของซื้อขาย
จนเกิดค่านิยมใหม่ไร้ยางอาย
เป็นนิยามความตายของช้างไทย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 23 กันยายน 2013 : 12:16:28
เห็นเป็นเรื่องเป็นราวมายาวนาน
สมัยผ่านเหมือนลมผ่านการแก้ไข
ตกเป็ข่าวผ่อนแผ่วแล้วเลือนไป
ลมไม่พัดใบไม้ไหววิสัยคน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 23 กันยายน 2013 : 12:17:21
อยากรู้ช้างต้องล้มอีกกี่เชือก
ถึงจะเกิดทางเลือกสมเหตุผล
อยากเห็นคนสำนึกดีมีในตน
ก่อนไม่มีช้างให้ยลบนแผ่นดิน.


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 23 กันยายน 2013 : 23:29:43
อ่านรื่องราวข่าวล่าพาสลด
คนใจโฉดโหดร้ายทำลายถิ่น
ฆ่าช้างเอางา พล่าชีวิน
คนไร้ศีล กรรมสนอง ต้องประณาม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 23 กันยายน 2013 : 23:30:38
ชีวิตเคยยิ่งใหญ่อยู่ในป่า
สะบัดงวงชูงาน่าเกรงขาม
ร้อยร่มป่าผาภูยังดูงาม
จึงอยู่ตามประสาไม่อาทร


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 23 กันยายน 2013 : 23:31:44
ยามบ้านเมืองต้องการใช้งานหนัก
ก็พร้อมพรักสุดกำลังตามสั่งสอน
แม้ศัตรูรอบบ้านมารานรอน
ก็ต่อกรเพื่อชาติอย่างอาจ-อง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 23 กันยายน 2013 : 23:32:36
เป็นผู้ใช้แรงานชาญฉลาด
เป็นนักรบเก่งฉกาจเกียรติสูงส่ง
ผู้คนต่างชมชื่นชื่อยืนยง
โบกทิวธงต้อนรับเมื่อกลับมา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 23 กันยายน 2013 : 23:33:41
แต่บัดนี้ป่าร้างต้องห่างถิ่น
ถูกต้อนมาหากินจนไกลป่า
สารพัดหัดแสดงแต่งหน้าตา
คนเฮฮาชอบใจต่างให้ทาน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 23 กันยายน 2013 : 23:34:42
บ้างเดินย่ำตามถนนร้อนรนหนัก
ไม่เคยได้ผ่อนพักน่าสงสาร
บ้างตกบ่อถูกรถชนจนพิการ
ที่ต้องตายทรมานก็มากมี


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: หนึ่งบุญ ที่ 23 กันยายน 2013 : 23:35:45
เคยยิ่งใหญ่ในเมืองเขื่องในป่า
กลับต้องมาขอเขากินสิ้นศักดิ์ศรี
ใช้งวงงามตามไหว้ขอไปที
โอ้วันนี้ช้างไทยไยอับจน.


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 24 กันยายน 2013 : 02:48:27
ฅ. คนขึงขังมานานนัก
กลายเป็น ย. ยักษ์ เขี้ยวใหญ่
เที่ยวกระทำกำแหงแกร่งไกร
เหยียบโลกไว้ใต้ตีนแต่เพียงตน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 24 กันยายน 2013 : 02:49:37
อึกทึกคึกคักเขี้ยวขย้ำ
มหกรรม ฆ ฆ่า อันเข้มข้น
รุกรานไปทั่วทั้งมณฑล
เร่าร้อนฤทธิรณแห่งปัญญา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 24 กันยายน 2013 : 02:50:37
ล่วงหลายศตวรรษ บ บัดซบ
โลก คือ สนามรบ ต ตัณหา
ล โลก เลื้อยผ่านกาลเวลา
กัดกินภักษาพนาพนม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 24 กันยายน 2013 : 02:51:31
ฌ เฌอ ชอกช้ำมิฉ่ำชื่น
บ ใบไม้ สะอึกสะอื้นขื่นขม
ป ปลา สะทกสะท้าน ธ ธาร ระทม
น นกผกลมนภาดูร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 24 กันยายน 2013 : 02:52:30
ช ช้าง ค ควาย ก็ถูกฆ่า
ม ม้า ก็ถูกฆาตปลาตสูญ
สรรพสัตว์น้อยใหญ่ไพรประยูร
เคยอุดมสมบูรณ์ก็บรรลัย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 24 กันยายน 2013 : 02:53:28
ล โลก ยังหมุนไปไม่หยุดกลับ
ย ยับ ยังระยับยุคสมัย
บ บาป ทั้งสิ้นยังกินใจ
ผ แผล ยังบาดในห้วงตำนาน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 24 กันยายน 2013 : 02:54:48
รอคอย จ ใจ มนุษย์ชาติ
จะกลับมาสามารถสมัครสมาน
กู่ร้องก้องแผ่นดินและวิญญาณ
ไถ่บาปหยาบกร้านด้วยสุนทรีย์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 24 กันยายน 2013 : 02:55:49
ใช้ ว วันเวลา ที่เหลืออยู่
ฟื้นฟู ม มนุษย์ พิสุทธิ์ศรี
เช็ดน้ำตาฟ้าดินถวิลทวี
จนกว่าชีพนี้จะวางวาย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 24 กันยายน 2013 : 02:57:34
ขับไล่ ย ยักษ์ ไปจากหล้า
คืน ค คุณค่า คำนึงหมาย
ค คน ไม่คุกคาม ไม่ทำลาย
เริ่มใหม่...ก่อนจะสายไปกว่านี้



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 26 กันยายน 2013 : 13:10:20
ค่อยพินิจคิดหาถึงสาเหตุ
ในขอบเขตพองามตามหน้าที่
แล้วจึงพิจารณาหาวิธี
จักต้องมีทางแก้อย่างแน่นอน





หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 26 กันยายน 2013 : 13:11:26
อย่าหวังแก้ที่ใครเสียให้ยาก
ควรเริ่มจากต้องยลตนเองก่อน
ว่าบกพร่องที่ใดให้สังวร
อย่ารีบร้อนวู่วามเอาตามใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 26 กันยายน 2013 : 13:12:15
หมั่นฝึกฝนพัฒนาหาความรู้
เพื่อเข้าสู่เทคโนโลยีใหม่
ต้องยอมรับวิทยาการอันกว้างไกล
หาประสบการณ์ไว้ให้ชีวิต



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 26 กันยายน 2013 : 13:13:06
ให้ความไว้วางใจในผู้อื่น
ทั้งหยิบยื่นไมตรีมีน้ำจิต
หมั่นปรึกษาผู้รู้อยู่เป็นนิจ
ปรับความคิดทั้งหลายให้ตรงกัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 26 กันยายน 2013 : 13:14:01
เจอปัญหาคราใดอย่าได้ถือ
ปัญหาคือสิ่งท้าทายอย่าได้หวั่น
ค่อยค่อยคิดค่อยค่อยแก้อย่าแพ้มัน
ย่อมมีวันชนะได้ไม่ยากเลย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 29 กันยายน 2013 : 22:25:39
เมื่อความโลภสิงสุมร้อนรุมเร้า
เกิดความเขลาครอบงำทำให้เขว
ไม่หนักแน่นผันผวนพารวนเร
คิดหันเหเข้าหาแต่อบาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 29 กันยายน 2013 : 22:26:43
ผู้ประกอบความดีมีผลตอบ
คนข้างเคียงไม่ชอบเริ่มแหนงหน่าย
เราเป็นหนึ่งคอยขอดค่อนบ่อนทำลาย
คอยคิดหมายด้วยเล่ห์เพื่อลิดรอน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 29 กันยายน 2013 : 22:27:44
เคยเที่ยงตรงคงเป็นคดเข้าข่มขี่
สารพัดที่ไม่ดีแสร้งเสี้ยมสอน
เคยจริงใจจุนเจือเอื้ออาทร
กลับเล่นลิ้นปลิ้นปล้อนตนเด่นดี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 29 กันยายน 2013 : 22:29:01
งานที่บ่นเกือบตายว่าแสนยาก
แต่ถ้าหากใครไม่เห็นก็เผ่นหนี
ต้องต่อหน้าฉุกละหุกเข้าคลุกคลี
ชอบป้ายสีทุกเวลาเป็นอาจิณ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 29 กันยายน 2013 : 22:29:56
ส่วนรวมเลิกมองตนดีไม่มีชั่ว
หน้าก็มืดตาพร่ามัวคนติฉิน
ขอเพียงได้ให้ตัวสุขชีวิน
ถ้าไม่สมถวิลยิ่งวุ่นวาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 29 กันยายน 2013 : 22:31:12
โลภ โกรธ หลง ปลงเถิดประเสริฐศรี
สิ่งใดดีไม่ก่อกวนควรขวนขวาย
ทำถูกต้องครองตนเยี่ยมเปี่ยมใจกาย
เลิกคิดร้ายจงหยุดยั้งเพื่อสังคม.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 30 กันยายน 2013 : 11:37:16
ทรชนหรือจะรับรู้ศีลห้า
ไหนศรัทธามาสดับรับกุศล
มีแต่หลบหลีกศีลสิ้นมงคล
ทรชนหรือจะทำคุณความดี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 30 กันยายน 2013 : 11:38:19
หนึ่งฆ่าคนฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
เป็นเวรกรรมตามติดผิดศีลศรี
คนและสัตว์มากมายวายชีวี
เป็นวิถีแสนเศร้าถึงคราวตาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 30 กันยายน 2013 : 11:39:17
สองคือชอบลักทรัพย์สรรพสิ่ง
โทษมีจริงตามกรรมความเสียหาย
แค่ติดคุกจำขังเพียงร่างกาย
ใจเสือหรือจะทิ้งลายให้โรยรา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 30 กันยายน 2013 : 11:40:41
สามผิดลูกผิดผัวมั่วเมียเขา
เป็นเรื่องเต่าล้านปีมีปัญหา
แถมยังเผยพันธุ์แผ่แพร่โรคา
เอดส์เข่นฆ่าหญิงชายวายชีวี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 30 กันยายน 2013 : 11:41:50
สี่มุสาวาทะไม่ละลด
เรื่องพูดปดปลิ้นปล้อนกะล่อนนี่
หลายเล่ห์เพทุบายหลายท่าที
ตามวิถีทรชนทุกหนไป


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 30 กันยายน 2013 : 11:44:36
ห้าสุราเมรัยนั้นไปโลด
ผลประโยชน์ยืนยงอสงไขย
คนอยากขายอยากกินทั่วถิ่นไทย
เจ็บป่วยใช้สิทธิ์รักษาหลายท่าที
.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 30 กันยายน 2013 : 12:24:43
ทรชนถอยหลังห่างศีลห้า
สาธุชนเดินหน้าหาศีลศรี
เดินหน้าแล้วถอยหลังก็ยังมี
ชนะใจตนเองนี้ดีนักแล.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 30 กันยายน 2013 : 19:46:45
วันเวลาผ่านไปไม่เคยกลับ
ถ้าจะนับชั่วและดีมีกี่หน
ทั้งชั่วดี มีผลเน้น เห็นทุกคน
คละเคล้าปน ชั่วหรือดี มีต่างกัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 30 กันยายน 2013 : 19:47:48
ผลดีชั่วลองทบทวนล้วนนับได้
ดีชั่วให้ผลย้ำรับกรรมนั้น
สัจธรรมย้ำดลผลผูกพัน
คอยจัดสรรฉาบฉายให้ขาวดำ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 30 กันยายน 2013 : 19:48:59
ทำความดีต้องให้ฟูอยู่พันพัว
แต่ความชั่วต้องขยี้ตีให้ช้ำ
ความชั่วร้ายอยู่ที่ไหนใครชอบนำ?
หลายคนทำชั่วไว้ไม่ยอมรับ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 30 กันยายน 2013 : 19:50:10
ทุกคนเลือกไม่ได้ในการเกิด
ครั้นกำเนิดเรื่องอะไรก่อนตายดับ?
เลือกทำชั่วกี่หนคนด่ายับ!
ทำดีนับกี่หนคนบูชา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 30 กันยายน 2013 : 19:51:24
เกิดก่อนตายเวลาน้อยคอยอะไร?
ทำดีไว้ชาตินี้ย่อมมีค่า
เลิกทำชั่วมีศีลสัตย์คนศรัทธา
เอาธรรมมาชูสุขลูกหลานตาม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 30 กันยายน 2013 : 19:52:35
รักษาความดีไว้เอาใส่ลิ้น
ดีเหมือนหินไม่ยับย่นคนไม่หยาม
ใครทำชั่วต้องถอนหมุดหยุดทำทราม
ใจต้องงามด้วย "หิริ" มิหมองมัว



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเชี่ยว ที่ 30 กันยายน 2013 : 19:53:49
ทำความดีทำไม่หยุด-เหมือนมีราก
ที่ไม่อยากต้องหยุด คือขุดชั่ว
"โอตตัปปะ" กำกับใจไว้กับตัว
ถ้าอายกลัว...ชั่วไม่มีนี่แหละคน!



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 02 ตุลาคม 2013 : 10:56:28
ข้าวก้นบาตรคือชีวิตของศิษย์วัด
สารพัดเผ่าพงศ์ธำรงผล
ข้าวก้นบาตรสร้างค่าปัญญาชน
สร้างบุคคลสรรค์สร้างทางสังคม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 02 ตุลาคม 2013 : 10:57:14
คราแสงเงินแสงทองส่องขอบฟ้า
เสียงปักษาแซ่เสียงสำเนียงขรม
ใบโพธิ์โบกโบยใบส่ายล้อลม
เสียงระงมกระดิ่งน้อยห้อยช่อฟ้า



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 02 ตุลาคม 2013 : 10:58:15
ผู้ทรงศีลบิณฑบาตรโปรดสัตว์โลก
ผู้ร่วมสุขร่วมโศกแหล่งโลกหล้า
ญาติโยมได้ใส่บาตรตามศรัทธา
กุศโลโมทนาสาธุการ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 02 ตุลาคม 2013 : 10:59:05
ข้าวก้นบาตรเลี้ยงชีวิตของศิษย์วัด
ปฏิบัติถูกวิถีมีแก่นสาร
อาศัยวัดกินอยู่สู้การงาน
วิชาชาญไปโรงเรียนเพียรวิชา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 02 ตุลาคม 2013 : 10:59:55
บ้านวัดร่วมโรงเรียนเพียรสร้างผล
สร้างคนให้เป็นคนพันธุ์ต้นกล้า
คนดีศรีสังคมสมราคา
คือคาถาทางประเทืองบ้านเมืองไทย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 02 ตุลาคม 2013 : 11:03:47
พระสงฆ์ผู้ทรงวิทย์สอนศิษย์วัด
ปฏิบัติทางธรรมตามวิสัย
กินนอนวัดไปโรงเรียนพากเพียรไป
บ้างเป็นใหญ่ในบ้านเมืองเลื่องลือชา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 02 ตุลาคม 2013 : 11:05:14
เดี๋ยวนี้ศิษย์วัดวามาสูญหาย
ข้าวก้นบาตรหลากหลายราวไร้ค่า
เด็กวัดกลายเป็นเด็กหอพักต่อมา
อนิจจาเด็กวัดหายไม่มาแจม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 02 ตุลาคม 2013 : 20:37:10
มองฟ้าไม่-เห็นฟ้า-เป็นสีฟ้า
มองบุปผาไม่เห็นดอกออกแอร่ม
มองน้ำค้างไม่เห็นพราวความวาวแวม
มองแก้มไม่เห็นแก้มแต้มน้ำตา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 02 ตุลาคม 2013 : 20:38:16
มองความรักไม่เห็นรักปักดวงจิต
มองเข็มทิศไม่เห็นทิศอยู่เบื้องหน้า
มองหานกไม่เห็นนกผกฟากฟ้า
มองเวลาไม่เห็นเป็นนาที



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 02 ตุลาคม 2013 : 20:39:15
มองปลาไม่เห็นปลาอยู่ในน้ำ
มองรอยช้ำไม่เห็นช้ำเป็นจ้ำสี
มองกลางคืนไม่เห็นว่าเป็นราตรี
มองสุรีย์ไม่เห็นแสงอยู่แห่งใด



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 02 ตุลาคม 2013 : 20:40:31
มองดาวไม่เห็นดาวพริบพราวพร่าง
มองช้างไม่เห็นช้างรูปร่างใหญ่
มองหนังสือไม่เห็นหนังสือคืออะไร
มองความไกลไม่เห็นไกลแค่ไหนกัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 02 ตุลาคม 2013 : 20:41:30
ดวงตาของฉันนั้นบอดสนิท
อยู่ในโลกมืดมิดไร้สีสัน
ไม่รู้ว่ากลางคืนหรือกลางวัน
อยู่ในโลกความฝันอันโหดร้าย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุ้ง ที่ 02 ตุลาคม 2013 : 20:42:43
อยากจะรู้อยากจะเห็นเช่นคนอื่น
ทั้งที่ตื่นเหมือนไม่ตื่นตะวันฉาย
จึงยกมือถามไถ่ไม่ละอาย
หากฉันตายตาต้องหลับหรือลืมตา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 00:40:07
สุดแต่กรรมนำชักสุดจักฝืน
ลืมตาตื่นชื่นขวัญสุขหรรษา
หมดทุกข์โศกโรคภัยไกลชีวา
ซาบซึ้งค่า "สามสิบสอง" ตามต้องการ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 00:41:07
เมื่อชีวิตไม่สิ้นมีกินใช้
เอาอะไร? อีกเล่าคนเฝ้าขาน
อนาถจิตอนิจจา "อุปาทาน"
เพียงพ้นผ่านวารคืนน่าชื่นใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 00:42:40
อยู่มานานป่านนี้หนอก็บุญแล้ว
เพราะคลาดแคล้วแววหมองยิ้มผ่องใส
ตกเป็นทาส "ตัณหา" หรือว่าไง?
เพียงอาศัยโลกชั่วคราว-บอกกล่าวกัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 00:43:51
แค่ "สมบัติ ผลัดกันชม" ทับถมกอง
ที่สุดต้องทิ้งขว้างเหมือนร้างขวัญ
เมื่อพลัดพรากจากโลกนี้สิ้นชีวัน
อย่ายึดมั่นถือมั่นนับวันปลง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 00:44:58
เสบียงบุญหนุนนำเลิศล้ำค่า
จิตเมตตาอย่ากลุ้มหรือลุ่มหลง
เพื่อส่วนรวมร่วมทำเจตจำนง
จะเสริมส่งตรงธรรมพระสัมมา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 00:46:02
แล้วแต่กรรมนำสร้างสุดอ้างเอ่ย
มนุษย์เลยลืมเสก "อุเบกขา"
เสียงพระสวด "อนิจจํ สํขารา"
สำนึกค่า "อนิจจัง" ทุกครั้งไป



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 00:49:42
สาม ตุลามาบรรจบคำรบหนึ่ง
เป็นวันซึ่งชาวพุทธพิสุทธิ์ใส
กราบสมเด็จพระสังฆราชปราชญ์เมืองไทย
สำนึกในเมตตาธรรมเอ่ยคำพร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 00:51:07
ครบหนึ่งร้อยพรรษามหากุศล
พุทธศาสนิกชนคนรุ่นก่อน
ล้วนได้ฟังเรื่องราวกล่าวสุนทร
จากคำสอนของพระองค์ผู้ทรงคุณ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 00:52:21
นาม "เจริญ คชวัตร" ดุจฉัตรแก้ว
ช่างเพริศแพร้วเจตจำนงทรงเกื้อหนุน
พระศาสนารุ่งเรืองเป็นเมืองบุญ
พระการุณย์อุ่นทรวงปวงประชา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 00:53:31
อัญเชิญคุณไตรรัตน์พิพัฒน์ผล
บันดาลดลพรขวัญพระชันษา
พระพลานามัยไร้โรคา
สืบฉายา "สุวัฑฺตโน" ร่มโพธิ์ทอง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 15:55:08
คนจนถากถางป่าเข้าอาศัย
เผาป่าไม้ไหม้ลามรุกตามต่อ
เมื่อหมดไฟไหม้เชื้อไม่เหลือตอ
เตียนโล่งรอวันรับเข้าจับจอง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 15:56:05
ไม่นานเป็นเปลี่ยนมือคนถือสิทธิ์
และปกปิดชื่อเข้าเป็นเจ้าของ
อิทธิพลคนใหม่ได้ครอบครอง
อย่างถูกต้องเป็นตามความต้องการ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 15:57:04
เหมือนถูกหลอกออกลายบอกขายต่อ
เหมือนเป็นข้อคิดล้างเหมือนทางผ่าน
คนรุกป่าเป็นคนจนเหมือนคนงาน
ยังรุกรานป่ารอขายต่อไป



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 15:58:06
ยังเป็นอยู่อย่างนี่ไม่มีหยุด
ไม่สิ้นสุดเสาะหารุกป่าใหม่
เป็นเครื่องมือคนมีศักดิ์ศรีใด
ทำลายป่าเพื่อให้ได้ครอบครอง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 15:59:13
คนรุกล้ำธรรมชาติขาดยั้งคิด
ทำความผิดเพื่อเข้าเป็นเจ้าของ
หวังเพียงแต่แค่ได้มิไตร่ตรอง
ป่าไม้ต้องหมดเตียนความเปลี่ยนไป



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 16:00:14
เมื่อคนเบียดเบียนป่าหาประโยชน์
ธรรมชาติอาจโกรธลงโทษให้
หน้าแล้งโลกร้อนเห็นร้อนเป็นไฟ
พอหน้าน้ำน้ำได้ท่วมไหลนอง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 16:01:21
เมื่อคนยังถางป่าทำลายป่า
เมื่อคนมารุกเอาเป็นเจ้าของ
เมื่อต้นน้ำลำธาร...ผลาญเข้าครอง
คนก็ต้องรับกรรมน้ำท่วม...แล้ง!!



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 23:20:29
ต้นกร่างเป็นต้นไม้สูงใหญ่ยิ่ง
งอกงามกิ่งก้านใบให้เงาร่ม
นกกามาอาศัยได้รื่นรมย์
ต่างสนุกสุขสมรมณีย์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 23:22:01
แต่คนกร่างอย่างอึ่งอ่างช่างผยอง
ที่ท้องป่องพองลมข่มราศี
อย่างคางคกขึ้นวอส่อท่าที
เป็นผู้ดีแท้ขี้ข้าวางท่าไป



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 23:23:06
อยู่ดีดีได้ดีมียศศักดิ์
ลืมแหล่งหลักฐานเดิมเหิมเกริมใหญ่
เช่นเป็นรัฐมนตรีมีโชคชัย
ทำเกรียงไกรกร่างกล้าท่าใหญ่โต



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 23:24:17
ศัพท์สมัยวัยรุ่นเรียกว่า "ซ่าส์"
มองหน้าข้าทำไมให้โมโห
รู้ไหมว่าข้าเป็นใครใช่คุยโว
แล้วกร่างโก้เก๋เป็นหงส์แท้วงศ์กา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 23:25:31
ทำงานรัฐราชการงานทั้งหลาย
อวดลวดลายใหญ่กว้างกร่างทีท่า
เป็นเช่นนายใช้กับบ่าวชาวประชา
ใช้วาทีกิริยาไม่น่าชม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 23:26:53
มีสามล้อถูกหวยรวยเงินล้าน
กร่างคับบ้านคับเมืองเขื่องคุยขรม
พอเงินหมดอดอยากชักล่มจม
ต้องตรอมตรมขี่สามล้อกินต่อไป



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: อาคม ที่ 03 ตุลาคม 2013 : 23:28:15
ต้นกร่างใหญ่ร่มเย็นเด่นนักหนา
ดูดื่นดกนกกามาอาศัย
เป็นคนกร่างไม่ดีเด่นเป็นทำไม
เป็นต้นไม้ "กร่าง" อย่างนี้ดีกว่าเอย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 09 ตุลาคม 2013 : 00:43:46
ฉันอยู่อย่างอ้างว้างกลางป่าใหญ่
อุดมการหิวไฟในป่ากว้าง
อนาคตคำว่าเพื่อนดูเลือนราง
ใจยังคว้างเคว้งขวัญไม่มั่นใจ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 09 ตุลาคม 2013 : 00:44:44
ดอกจานป่าคลี่บานเหนือลานป่า
ทุกเวลาพาชีวิตจิตหวั่นไหว
คิดถึงคนอยู่ห่างหนทางไกล
อีกเมื่อใดจะได้พบประสบกัน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 09 ตุลาคม 2013 : 00:45:55
สมัครมาเป็นครูอยู่ที่นี่
ทุกวันนี้สอนเด็กไทยได้สร้างสรรค์
ชีวิตคู่ต่อไปไม่สำคัญ
เธอกับฉันดูมืดมนไร้หนทาง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 09 ตุลาคม 2013 : 00:46:48
มาเป็นความเรียกร้องของชีวิต
ล้วนไพสิฐหลบเร้นความเห็นต่าง
บ้านนอกกับในเมืองทุกเรื่องวาง
และทุกอย่างไม่เข้าใจให้ทุกข์ทน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 09 ตุลาคม 2013 : 00:47:37
ฉันยังมองยังรับรู้อยู่ห่างห่าง
แม้อ้างว้างเหน็บหนาวเหงาหมองหม่น
เรื่องจะฉุดเธอมาอย่ากังวล
เธอสุขล้นฉันยินดีเปรมปรีดา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 09 ตุลาคม 2013 : 00:48:51
ฉันไม่ว่าเธอจะมาหาหรือเปล่า
ทุกเรื่องเล่าความเจ็บช้ำพร่ำเพรียกหา
ภาพอดีตสวยงามติดตามมา
กับคำว่า "ฉันเข้าใจ" อภัยเธอ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 10 ตุลาคม 2013 : 23:40:04
สรรพสิ่งทั้งมวลล้วนสมมุติ
มวลมนุษย์ทั้งหลายยังไม่รู้
จักรวาลที่เห็นที่เป็นอยู่
ยังไม่รู้แน่ชัดในอัตรา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 10 ตุลาคม 2013 : 23:41:11
เก่งที่สุดในโลกมีสองคน
คนหนึ่งกำลังดั้นด้นเสาะหา
สวรรค์พึ่งประทานมา
กำลังสอดส่องหาหนทางลง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 10 ตุลาคม 2013 : 23:41:57
อีกคนหนึ่งตายแล้ว
ก่อนจะทำหลายแนวให้เตียนโล่ง
กอบโกยยื้อยุดฉุดโลกลง
ด้วยประสงค์ให้มืดดับไหม้อับปาง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 10 ตุลาคม 2013 : 23:42:50
สมมุติว่าเป็นนายกรัฐมนตรี
ทำหน้าที่ปกครองสนองสร้าง
นำผู้คนผ่องผลบนเส้นทาง
ในร่องรางเอื้ออวยอำนวยชัย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 10 ตุลาคม 2013 : 23:44:19
สมมุติเป็นเจ้าคนนายคน
ต้องยกตนกำแหงสำแดงใส่
เดินนั่งนอนต้องภิรมย์สมเป็นนาย
ซึ่งใครใครจะต้องกลัวจนตัวลาน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 10 ตุลาคม 2013 : 23:45:13
สมมุติเป็นรัฐมนตรี
รัศมีสีเข้มส่องเต็มบ้าน
ผู้คนทั้งผองต้องกราบกราน
รู้ประมาณตัวตนคนของใคร


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 10 ตุลาคม 2013 : 23:46:10
สมมุติเป็นเศรษฐี
ผู้มั่งมีเงินทองเก็บกองไว้
ลูกเมียญาติมิตรคิดทำอะไร
จ่ายเท่าใดไม่ว่าขอให้ข้าชนะ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 10 ตุลาคม 2013 : 23:46:58
สมมุติเป็นคุณหญิงคุณนาย
รายรอบกายล้วนเพชรทองของโมหะ
สำอางสำออยร้อยนัยยะ
แขยงขยะช่างมันฉันภูมิใจ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 10 ตุลาคม 2013 : 23:47:48
เป็นดารานักการเมืองเรื่องสมมุติ
จะสิ้นสุดตรงกลางแพร่งที่แบ่งไว้
สรรพสัตว์สรรพสิ่งทั้งหญิงชาย
ถึงวันใดค่าสมมุติต้องหยุดลง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 10 ตุลาคม 2013 : 23:48:53
โลกทั้งมวลล้วนอัตราค่าสมมุติ
ต่างยื้อยุดซ่องสุ่มเพราะลุ่มหลง
แย่งเอายื้อไว้ใจพะวง
สุดท้ายคงอัตราค่าสมมุติ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 10 ตุลาคม 2013 : 23:49:49
สรรพสิ่งล้วนสับสนปลอมปนเปื้อน
แม้นเลอะเลือนยังมีส่วนบริสุทธิ์
ทำไมต้องขันแข่งแย่งยื้อยุด
ถึงที่สุดสิ่งสมมุติก็หยุดลง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 10 ตุลาคม 2013 : 23:50:40
แล้วก็สมมุติถึงวันตาย
ฉากสุดท้ายที่โลกจะฉายส่ง
สรรพสิ่งทั้งหลายทลายลง
ตามประสงค์แห่งเทพธรรมดา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 10 ตุลาคม 2013 : 23:51:36
ลูกเมียญาติมิตรทั้งผองจะร้องไห้
เสียใจฟูมฟายเสียดายค่า
เขาร่ำไห้โศกโศกีไม่กี่เพลา
วันต่อมาก็ลืมขานตำนานคุณ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 10 ตุลาคม 2013 : 23:52:31
เป็นเพียงปุ๋ยอินทรีย์ของต้นหญ้า
คุณมีค่าเพียงเท่าละอองฝุ่น
รอยเท้าที่เดินไปด้วยใบบุญ
จะเป็นศูนย์นาฏกรรมล้ำโอฬาร


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 10 ตุลาคม 2013 : 23:53:26
ให้หยุดนิ่งทบทวนกระบวนใหม่
ที่ผ่านไปรวมไว้ใฝ่คิดสรร
ใดงดงามให้โดดเด่นเป็นประธาน
ส่วนที่พาลให้ฝังกลบลบจากใจ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 10 ตุลาคม 2013 : 23:54:07
อย่ายึดมั่นถือมั่น
นี่ของฉันนั่นของเธอจนเผลอไผล
จะอับเฉาหรือเด่นดีอยู่ที่ใจ
โลกวิไลทั้งมวลล้วนสมมุติ.


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 14 ตุลาคม 2013 : 01:08:45
ปฏิรูปเศรษฐกิจทุกทิศา
เพื่อพารารุ่งเรืองเฟื่องขยาย
เพื่อทำกินสิ้นทุกข์สุขสบาย
เพื่อมีจ่ายทุกเมื่อเพื่อครอบครัว



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 14 ตุลาคม 2013 : 01:09:37
ปฏิรูปจิตใจไม่ฉ้อฉล
เพื่อทุกคนก้าวหน้าละไกลชั่ว
เพื่อยาเสพติดหมดไปไม่เมามัว
เพื่อมีหัวสมองคล่องความรู้



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 14 ตุลาคม 2013 : 01:10:33
ปฏิรูปศึกษาทุกแขนง
เพื่อตำแหน่งงดงามทำงานอยู่
เพื่อวัดวาอารามงามน่าดู
เพื่อพระผู้มีศีลธรรมงามวินัย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 14 ตุลาคม 2013 : 01:13:06
ปฏิรูปวาจาพูดเสนาะ
เพื่อไพเราะผู้ฟังทั้งไกลใกล้
เพื่อมิตรฝันฉันทาจิตประไพ
เพื่อดวงใจใฝ่ดีมีต่อกัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 14 ตุลาคม 2013 : 01:14:03
ปฏิรูปทุกอย่างมุ่งสร้างเสริม
เพื่อมาเพิ่มสุขสู่หมู่สร้างสรรค์
เพื่อทุกหน่วยงานนี้ดีอนันต์
เพื่อมีขวัญทางใจไม่เกรงกลัว



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 14 ตุลาคม 2013 : 01:15:37
ปฏิรูปมากหลายจงได้รู้
แล้วเราผู้มีไหมห่างไกลชั่ว
ปฏิรูปงานได้ไม่เมามัว
อย่าลืมตัวตรวจตราป-ฏิรูปตน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 16 ตุลาคม 2013 : 19:54:59
สุจริตมิคิดโกงและโปร่งใส
มีวินัยใจมั่นชนสรรเสริญ
เมื่อจิตใจใสสะอาดชาติเจริญ
อย่าเพลิดเพลินกับเงินตราพาหมองมัว



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 16 ตุลาคม 2013 : 19:56:26
ถ้าอยากได้ให้ทำงานการค้าขาย
ผิดกฎหมายอายคนเป็นเห็นทางชั่ว
ถ้าทำดีมีคนชมสมใจตัว
มิต้องกลัวคนยั่วเย้าหรือเง้างอน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 16 ตุลาคม 2013 : 19:57:50
ตั้งใจจริงทุกอย่างวางกฎเกณฑ์
รู้จัดเจน จดจำต่อ ตามข้อสอน
มุมานะ พยายาม ตามขั้นตอน
มิหลอกหลอน หรือซ่อนเร้น เน้นแนะนำ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 16 ตุลาคม 2013 : 19:59:34
สุจริตจิตแจ่มใสเชื่อไหมครับ
หากเปลี่ยนปรับไม่จับจดลดถลำ
อย่าวิ่งเต้นข้าเส้นดีจะมีกรรม
จิตใจต่ำย้ำบรรยายอายบ้างดี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 16 ตุลาคม 2013 : 20:00:51
บริบท กฎเกณฑ์หลัก รู้จักใช้
มิเสือกไส ให้เสริมส่ง คงศักดิ์ศรี
อย่ามุ่งมากอยากเป็นใหญไม่เข้าที
ผิดหลีกลี้หนีห่างไกลใจเบิกบาน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 16 ตุลาคม 2013 : 20:02:40
ทุจริตจงคิดหลบจะพบสุข
ไม่คิดปลุกทุกกระแสแห่ล้างผลาญ
จะยิ่งใหญ่อย่างเยี่ยมยอดตลอกาล
เรื่องต่อต้านทุจริตโปรดติดตาม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 19 ตุลาคม 2013 : 21:56:14
นโยบายสวยหรูแค่เหยื่อล่อ
พูดสอพลอลวงหลอกออกบังหน้า
เพื่อประโยชน์ของชาติปวงประชา
ลดราคาแลกแจกแถมแกมซื้อใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 19 ตุลาคม 2013 : 21:57:05
ทุ่มหว่านเงินจัดตั้งพวกร่วมก๊วน
ชักชี้ชวนดึงคะแนนมากยิ่งใหญ่
ขบวนการลากตั้งชักโยงใย
ยิ่งลงทุนทุ่มเท่าไหร่เสียงมากมี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 19 ตุลาคม 2013 : 21:58:08
วิธีการหลากหลายสารพัด
โปรยสะบัดเนืองแน่นทุกท้องที่
ช่วงเลือกตั้งชาวบ้านล้วนอิ่มอ้วนพี
อยู่กินดีแสนสบายสุขสำราญ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 19 ตุลาคม 2013 : 21:59:20
ต่างเดินหน้าเข้าหาขอให้ช่วย
ไหว้อย่างสวยกราบอย่างงามร้องเรียกขาน
มีเรื่องใดรับปากได้ทุกงาน
หน้าชื่นบานนอบน้อมทั่วแดนดิน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 19 ตุลาคม 2013 : 22:00:19
เป้าหมายหลักคืออำนาจมีตำแหน่ง
มุ่งยื้อแย่งครอบครองขุมทรัพย์สิน
นำมาแบ่งจัดสรรทางหากิน
คิดถวิลผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 19 ตุลาคม 2013 : 22:01:32
ชูประชานิยมเป็นกับดัก
แยบยลนักเล่ห์ร้ายน่าหวาดเสียว
ผลาญภาษีงบประมาณมากเลยเชียว
หากปล่อยไว้ไม่เฉลียวบ้านเมืองพัง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 19 ตุลาคม 2013 : 22:03:00
เงินไหลออกรายได้ไม่มีเพิ่ม
กลลวงชนเหิมเกริมด้วยความหวัง
ทุ่มใช้จ่ายเต็มที่หนี้รุงรัง
ไม่ยับยั้งขาดสติหลงลืมตัว



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 19 ตุลาคม 2013 : 22:04:09
ประชาธิปไตยแบบน้ำเน่า
มุ่งมอมเมาแข่งกันให้ กระจายทั่ว
ทับซ้อนซ่อนธุรกิจเข้าพันตัว
ผูกขาดให้ครอบครัวเข้าครอบครอง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 21 ตุลาคม 2013 : 21:37:27
แย้มยิ้มพิมพ์ภาพยิ่งลักษณ์
ประจักษ์ประชันขันแข่ง
กระแส-กระสุนมาแรง
ดำแดงเลือดลิ่มทิ่มทวง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 21 ตุลาคม 2013 : 21:38:32
ทิ่มแทงใจย้ำตำตา
ที่มาที่ไปเลยล่วง
เลยเห่เทเสียงเคียงควง
เป็นห่วงหมายเหตุประเทศไทย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 21 ตุลาคม 2013 : 21:39:55
หวนหาประชานิยม
คือคมน้ำลายเหลวไหล
จริงหรือประชาธิปไตย
เสียงมากลากไปวันวาน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 21 ตุลาคม 2013 : 21:41:07
รับรู้ว่าผู้ชนะ
วาทะตีกรอบสอบผ่าน
เราขอรอเขาเอางาน
ดอกเบี้ยเบ่งบานระวัง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 21 ตุลาคม 2013 : 21:42:18
อัตราค่าแรง-เงินเดือน
ฟังสัญญาณเตือนหน้า-หลัง
กองทุนเงินส่งคงคลัง
ตัวตั้งบวกลบดูแล



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 21 ตุลาคม 2013 : 21:43:06
ผู้ชนะตอบโจทย์ทุกเรื่อง
โจทย์บ้านการเมืองต้องแก้
กิเลสต้นเหตุตัวแปร
ผู้แพ้ตรวจสอบเท็จ-จริง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 21 ตุลาคม 2013 : 21:44:14
อย่าลืมชนะพระว่า
เหนือกว่าชนะทุกสิ่ง
ใช่เสียงเพียงข้างอ้างอิง
คือนิ่งชนะใน-กิเลสตน.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 23 ตุลาคม 2013 : 02:08:39
เพื่อนเอ๋ย
อย่ายืนเฉยมองทางข้างหน้าโน่น
ถนนสายแห่งชีวิตเบื้องหน้าโน้น
ร้องตะโกนเรียกเราให้ก้าวไป



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 23 ตุลาคม 2013 : 02:09:37
ก้าวไปอย่างช้าช้าระแวดระวัง
หากเพลี่ยงพลั้งก็จะได้แก้ไข
ทางอาจมีอุปสรรคขวากหนามใด
ถ้าหากใช้สติก้าวย่อมเข้าที



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 23 ตุลาคม 2013 : 02:10:30
อาจได้พบเพื่อนกินคอยรุมเร้า
อาจได้พบเพื่อนเก่าสมศักดิ์ศรี
อาจได้พบเพื่อนใหม่น่ายินดี
อาจได้พบเพื่อนที่เป็นศัตรู



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 23 ตุลาคม 2013 : 02:11:30
ต้องรู้แก้รู้กลรู้ทนได้
ต้องรู้เท่าทันใครที่ต่อสู้
ต้องรู้มิตรรู้เขารู้เท่ารู้
ต้องรู้อยู่รู้เป็นเห็นทางทอง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 23 ตุลาคม 2013 : 02:12:31
รู้ว่ามิตรคนไหนใจเป็นมิตร
รู้ว่าจิตคนไหนให้แสงส่อง
รู้ว่ามิตรคนไหนใครปรองดอง
รู้ว่าน้องรู้ว่าพี่จึงคลี่คลาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 23 ตุลาคม 2013 : 02:13:49
เพื่อนเอ๋ยเพื่อน
ยามหนุ่มเราย่อมเหมือนรถกระหาย
จะแหกโค้งฝ่าฟันอันตราย
กว่าถึงปลายทางพ้นทนสารพัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 23 ตุลาคม 2013 : 02:15:08
มายามนี้สุดสายปลายทางคด
เราก็หมดเขี้ยวเล็บเก็บแต่ฝัน
มาเล่าบอกความหลังวันต่อวัน
ผ่านดวงตาคู่นั้น...อันรู้รส



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 23 ตุลาคม 2013 : 20:25:09
คลังสมองของบ้านเมือง
นั้นเป็นเรื่องของทุกคน
มีชีพมีตัวตน
ต้องเป็นคนรักแผ่นดิน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 23 ตุลาคม 2013 : 20:27:15
เกิดมาใช่ตัวเปล่า
ทุกรากเหง้าคือทรัพย์สิน
มีที่อยู่มีของกิน
เพราะแผ่นดินท้องถิ่นไทย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 23 ตุลาคม 2013 : 20:29:01
เกิดที่ไหนไม่สำคัญ
ตั้งใจมั่นอย่าหวั่นไหว
ทำดีทุกที่ไป
แหล่งอาศัยให้ชีวา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 23 ตุลาคม 2013 : 20:30:08
แทนคุณถิ่นที่อยู่
หลอมความรู้ที่เรียนมา
รวมกลุ่มรวมปัญญา
พัฒนายั่งยืนนาน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 23 ตุลาคม 2013 : 20:31:39
หน้าที่ของมนุษย์
สำคัญสุดสามสถาน
หนึ่ง คือ ผู้ทำการ
ในเหตุการณ์ปัจจุบัน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 23 ตุลาคม 2013 : 20:33:02
สอง คือ สานอดีต
ทุกจารีตอย่างสร้างสรรค์
สุดท้ายค่าอนันต์
ของกำนัลลูกหลานไทย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 23 ตุลาคม 2013 : 20:34:34
"เปลวเทียนละลายแท่ง       เพื่อเปล่งแสงอันอำไพ
ชีวิตมลายไป                     เหลือสิ่งใดไว้ทดแทน"



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 25 ตุลาคม 2013 : 02:38:40
มองย้อนหลังช่างโง่พุทโธ่เอ๋ย
หลงละเลยเคยพลาดทั้งขลาดเขลา
เสียพลังทางจิตชีวิตเรา
พิษแผดเผาดวงจิตหลงทิศทาง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 25 ตุลาคม 2013 : 02:39:37
ใช้เพียงความรู้สึกติดกึกกัก
โลภหลงรักโกรธขึ้งดื้อดึงต่าง
มุ่งจริงจังใจเจ็บเหน็บไม่วาง
ค่อยเจือจางตามกาลที่ผ่านไป



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 25 ตุลาคม 2013 : 02:40:30
ล่วงมัชฌิมวัยจึงได้คิด
แลหลงผิดจิตเพี้ยนเกิดเสี้ยนใส
เจ็บระบมตลอดห้วงดวงหทัย
วันนี้ใจหลุดจากเสี้ยนคิดเปลี่ยนแปร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 25 ตุลาคม 2013 : 02:41:22
บัดนี้ได้รู้คิดจิตสงบ
น้อมเคารพกาลเวลาฝ่ากระแส
เปิดโลกและชีวิตจิตลับแล
ด้วยกุญแจใจตนดลบันดาล



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 25 ตุลาคม 2013 : 02:42:47
เปิดดวงใจใช้ปัญญาพาสว่าง
เดินถูกทางย่างก้าวได้กล่าวขาน
สร้างประโยชน์แก่ตนดลการงาน
ประโยชน์ท่านก็เอื้อเหลือร่องรอย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 25 ตุลาคม 2013 : 02:43:58
ชีวิตนี้ไม่มีอะไรดอก
นอกจากหลอกล่อเราหลงเศร้าสร้อย
ไม่มีใครควรค่าน่ารอคอย
ค่อยค่อยปล่อยปลดแอกที่แบกมา.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 25 ตุลาคม 2013 : 23:48:18
ทุกทุกวันเวลามีค่ามาก
สิ่งยากกลับง่ายหายกังขา
หากรู้จักทุ่มเทแบ่งเวลา
ชีวิตย่อมมีค่ากว่าสิ่งใด



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 25 ตุลาคม 2013 : 23:49:27
มีวิชาเหมือนมีทรัพย์นับแสนล้าน
ทำการบ้านฝึกฝนจนเติบใหญ่
เมื่อยามเด็กเล่าเรียนเขียนอ่านไว้
อนาคตสดใสไม่ยากเย็น



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 25 ตุลาคม 2013 : 23:50:23
แต่ละวันเวลาอย่าปล่อยว่าง
ขยันสร้างงานไว้ไร้ทุกข์เข็ญ
สุจริตยึดธรรมนำประเด็น
ความรู้เป็นแนวทางสร้างปัญญา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 25 ตุลาคม 2013 : 23:51:21
อดีตคือบทเรียนเพียรจำมั่น
ปัจจุบันวันนี้ต้องดีกว่า
ยามน้ำขึ้นรีบตักไม่ชักช้า
โอกาสหน้าไม่มีให้รีรอ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 25 ตุลาคม 2013 : 23:52:26
วันเวลาผ่านไปไม่หยุดนิ่ง
โลกความจริงหมุนเวียนเปลี่ยน พ.ศ.
เฉกต้นไม้ไม่หยุดแยกแตกกิ่งกอ
ผลิดอกช่องดงามตามฤดู



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 25 ตุลาคม 2013 : 23:53:36
ทุกชีวิตพัฒนาอย่าเว้นว่าง
ช่วยสรรค์สร้างสังคมไทยให้น่าอยู่
หลีกหนีห่างอบายมุขทุกประตู
นำความรู้คู่คุณธรรมก่อกรรมดี.


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 27 ตุลาคม 2013 : 23:41:02
สยามเอยอุโฆษครื้น          คุณขจร
สุขสถิตสถาพร                 ผ่านฟ้า
ไตรรงค์ลิ่วลมสลอน           อวดโลก
ตราบเมื่อนี้เมื่อหน้า           เมื่อโน้นนิรันดร์เกษม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 27 ตุลาคม 2013 : 23:42:26
สยามเอย สยามรัฐ
งามร่มฉัตรทัดเทียมโพยม
กิตติศัพท์ขับประโคม
โครมครืนครั่นลั่นหน้าคง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 27 ตุลาคม 2013 : 23:43:42
สุโขทัยไกลสุด
ถึงอยุธยายง
ธนบุรีลอยฟ้าลง
ทรงศักดิ์ฟื้นคืนคุณขจร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 27 ตุลาคม 2013 : 23:44:53
รัตนโกสินทร์ศิลป์
สืบระบิลอันบวร
แม่นแม้นแดนอมร
ถอนจากฟ้ามาเมืองดิน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 27 ตุลาคม 2013 : 23:46:27
เจ้าเอย เจ้าพระยา
ถั่งธารามาเรื่อยริน
ทวยไทยได้อาบกิน
ลินลาศลุ่มขุมกำลัง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 27 ตุลาคม 2013 : 23:47:37
งามเอย งามระยับ
แวววาววับวัดเวียงวัง
ย่ำค่ำย่ำระฆัง
วังเวงหวานซ่านซึ้งเสียง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 27 ตุลาคม 2013 : 23:50:42
เจดีย์ศรีสูงเหยียด
เสียดยอดท้าฟ้ารายเรียง
ปรางค์ยืนทอดเงาเคียง
เลี้ยงตาเมืองเรื้องเรืองรมย์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 27 ตุลาคม 2013 : 23:51:55
พืชพันธุ์ธัญญาผล
เลี้ยงชีพชนดลอุดม
นาสวนชวนชื่นชม
ร่มรื่นไม้ไพรพฤกษ์มี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 27 ตุลาคม 2013 : 23:53:11
รอยยิ้มพิมพ์ใจสวย
ชนรุ่มรวยด้วยไมตรี
เสน่ห์ประเพณี
ศรีสง่ามานิรันดร์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 27 ตุลาคม 2013 : 23:54:40
น้ำใจไม่เคยจืด
อยู่ยาวยืดยิ้มยืนยัน
ต่างเพศต่างผิวพรรณ
แต่ใจนั้นไม่ต่างใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 27 ตุลาคม 2013 : 23:55:48
แขกบ้านแขกเมืองมา
ไทยทั่วหน้าพาสดใส
ท่านมาจากฟ้าไกล
อยู่เมืองไทยไร้กังวล



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 27 ตุลาคม 2013 : 23:56:58
เทคโนอาจน้อยหน้า
แต่ข้าวปลาไม่ขัดสน
สินทรัพย์อาจอับจน
แต่ใจคนไม่จนใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 27 ตุลาคม 2013 : 23:58:30
บ้านเรือนไม่หรูหรา
แต่สูงค่าปัญญาไทย
หนทางอาจห่างไกล
แต่หัวใจใกล้ชิดกัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 28 ตุลาคม 2013 : 00:00:24
ศาสนาสถาพร
ประชากรเกษมสันต์
ร่มธรรมฉ่ำชีวัน
ฟื้นฝึกใจใฝ่ทำดี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 28 ตุลาคม 2013 : 00:01:39
ราชันขวัญสยาม
ปิ่นเพชรงามปักธานี
ร่มพระบารมี
ศรีผไทฉัตรชัยชน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 28 ตุลาคม 2013 : 00:03:06
ไตรรงค์ธงชัยโชค
ลอยอวดโลกโบกลมบน
ขวัญฟ้าขวัญตายล
ล้นเลิศหล้าศักดิ์ศรีสยาม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 28 ตุลาคม 2013 : 00:04:20
เมื่อนี้ตราบเมื่อหน้า
คงคู่หล้ากล้าเกียรติงาม
ใครบุกรุกเขตคาม
ตามหาญหักรักษ์แผ่นดิน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นู๋หิ่น ที่ 28 ตุลาคม 2013 : 00:05:37
ฟ้าเอย ฟ้าสยาม
งามกว่าฟ้าทุกธานินทร์
เพลงสยามทุกยามยิน
วิญญาณปลื้มดื่มด่ำเอย.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 29 ตุลาคม 2013 : 01:47:27
ขอเชิญชวนต่อกลอนคนละบท
แต่งสดสดทดลองไม่มองเฉย
คนสยามเมืองยิ้มอิ่มจังเลย
แอบกินไข่ลูกเขย..มาเอ่ยคำ




หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 29 ตุลาคม 2013 : 01:58:25
จะแต่งให้งามหรูดูแบบอย่าง
ร้อยคำวาง ด่างพร้อย ไม่ค่อยขำ
จะยกเรื่อง เงื่องหงอย ค่อยค่อยคลำ
แอบจดจำ หงุบหงับ นั่งหลับตา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 29 ตุลาคม 2013 : 01:59:44
รัฐนาวาของไทยสมัยนี้
ช่างโอบเอื้ออารีคนรากหญ้า
ทุกคำถามมีคำตอบตลอดมา
ไยเหมือนปลาตัวใหญ่ตายน้ำตื้น



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 29 ตุลาคม 2013 : 02:01:22
วิธีป้องกันภัยไข้หวัดนก
แก้ปัญหาไม่ตกหวัดนกตื่น
ฝังวิถีผู้คนจนล้มครืน
เป็ดไล่ทุ่งดาษดื่นถูกฆ่าทิ้ง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 29 ตุลาคม 2013 : 02:02:34
ไข้หวัดนกนับวันอันตราย
ติดต่อเสือ-คนล้มตายร้ายแรงยิ่ง
ระบาดใหม่เที่ยวนี้ชี้ความจริง
เศรษฐกิจแน่นิ่งนอนหลับนาน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 29 ตุลาคม 2013 : 02:03:58
น้ำมันแพง-ไฟใต้-ไข้หวัดนก
นักลงหุ้นตื่นตระหนกทุกสถาน
เทขายทำกำไรหลายหมื่นล้าน
เผ่นกลับปานแมลงเม่าเข้ากองไฟ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 29 ตุลาคม 2013 : 02:05:00
ผลกระทบบานปลายขยายวง
นักท่องเที่ยวลดลงรู้บ้างไหม
ประชาชนหนี้อานบานตะไท
มาตรการแก้ไข ห่างไกลกัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 29 ตุลาคม 2013 : 02:06:19
หน่วยงานรัฐขัดขาน่ารำคาญ
บอดประสานงานฝ่อ ส่อเป็นหมัน
อวดฆ่าไก่ทีไฟใต้ฆ่ารายวัน
เสียงไก่ขันตอนนี้ไม่มีแล้ว



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 29 ตุลาคม 2013 : 02:07:38
ให้กังขาวิธีหนีวิกฤติ
หนทางมิดมองไหนให้ใจแป้ว
คอยนับวันฟ้าใสไร้วี่แวว
เบื่อเรือแจว เวียนวน คนนั่งเซ็ง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 29 ตุลาคม 2013 : 02:20:02
อยากมีผู้นำดีมีศรีศักดิ์
ให้คึกคัก หยิบจับ กระฉับกระเฉง
ไม่ใช่นั่งเก๊กท่า หน้าเส็งเคร็ง
เป็นนักเลง เก่งกาจ ขาดครรลอง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 29 ตุลาคม 2013 : 02:22:20
ขออวยพรปีนี้ศรีสวัสดิ์
อยู่บริษัทท่านรวยด้วยเงินสนอง
ค้าขายได้กำไรท่านได้ครอง
อยู่กรมกองราชการสำราญดี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 29 ตุลาคม 2013 : 02:23:34
รักษางานท่านนี้เหมือนชีวิต
ใช้ความคิดเพียรเลิศประเสริฐศรี
ทนทำงานท่านปลอดภัยตลอดปี
ท่านไม่มีโรคร้ายหญิงชายเพลิน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 29 ตุลาคม 2013 : 02:26:46
ตักบาตรพระจะมีบุญดีแท้
เลี้ยงพ่อแม่ทุกวันญาติสรรเสริญ
เพิ่มกุศลผลบุญบุตรเจริญ
เก็บทรัพย์เกินแสนบาทเป็นปราชญ์ทะนง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 29 ตุลาคม 2013 : 02:27:42
ใช้วิชามาทำ-งานนำทรัพย์
ท่านได้รับเงินตาม-ความประสงค์
เลื่อนตำแหน่งแข่งกัน-อยู่มั่นคง
ทำงานตรงเวลา-เก่งน่าชม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 29 ตุลาคม 2013 : 02:28:47
ประหยัดทรัพย์-นับไว-ไม่ประมาท
ทุกท่านอาจ-รับเงิน-เพลินสุขสม
ฝากธนาคาร-สถานดี-ที่นิยม
เงินอุดม-ช่วยท่าน-ทำงานสบาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 29 ตุลาคม 2013 : 02:30:52
กายท่านแข็งแรงอยู่กล้าสู้กิจ
ท่านพิชิตงานแน่ไม่แพ้พ่าย
บุญท่านทำนำตนพ้นอันตราย
ทั้งหญิงชายตลอดปีโชคดีเทอญ.


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 30 ตุลาคม 2013 : 11:04:51
ถ้ามีเชื้อคอรัปชั่นอยู่เต็มบ้าน
เหมือนอุทยานดอกไม้ที่ไร้สี
เหมือนต้นไผ่หนอนเจาะเกาะกินฟรี
เหมือนกำพี้ติดเนื้อไม้...ภัยมะเร็ง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 30 ตุลาคม 2013 : 11:06:25
คนทำชั่วดังคำชี้มีอยู่ทั่ว
ที่ยังชั่วไม่ยั้งยังนอนเพ่ง
มาช่วยกันปรามคนชั่วให้กลัวเกรง
อย่าให้เบ่งเต็มบ้านช่วยกันเขี่ย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 30 ตุลาคม 2013 : 11:07:31
มีส.ส.สอพลอต้องต่อต้าน
เป็นฝ่ายค้าน..ค้านให้ฟูอย่าซูเอี๋ย
เป็นรัฐบาล..สร้างสรรค์ให้คนเชียร์
อย่าใส่เกียร์ถอยหลังให้กังขา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 30 ตุลาคม 2013 : 11:08:34
อย่าส่งเสริมคนชั่วเป็นผู้แทน
ลงคะแนนเลือกเฟ้นผล คนมีค่า
ให้คนดีไปช่วยชาติพัฒนา
อย่าให้ภาษีหล่นโจรลักไป



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 30 ตุลาคม 2013 : 11:09:54
เกิดเป็นไทยต้องช่วยกันอย่าผลาญชาติ
มีอำนาจแล้วอย่าโกงอย่าหลงใหล
เป็นผู้แทนปวงชนอยู่หนใด
ต้องซื่อในหน้าที่ด้วยศรัทธา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 30 ตุลาคม 2013 : 11:11:15
พวกคดโกงแผ่นดินลิ้นกระหาย
ไม่ละอายขายตัวชั่วอาสา
พวกหน้าวัว ตระบัดสัตย์ ลืมสัจจา
อย่าเข้ามาทำกระเพื่อมให้เสื่อมเลย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 30 ตุลาคม 2013 : 19:30:52
วงเวียนชีวิตมนุษย์ไม่สุดสิ้น
ทั่วแว่นแคว้นแดนดินถิ่นน้อยใหญ่
ตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจ
ขอจงได้ทำความดีศรีสัมพันธ์


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 30 ตุลาคม 2013 : 19:31:50
แม้ต่างชาติศาสนาต่างฐานะ
ต่างวาระต่างวิถีต่างสีสัน
ต่างหมู่เหล่าเผ่าพงศ์ต่างวงศ์วรรณ
จงยึดมั่นคุณธรรมมีน้ำใจ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 30 ตุลาคม 2013 : 19:32:50
ขออย่าได้ใจดำน้ำใจแล้ง
จนเหือดแห้งธารเมตตาพาหมองไหม้
หวังชนะแต่ผู้เดียวเที่ยวชิงชัย
ผู้พ่ายแพ้แพ้ไปใครเหลียวแล


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 30 ตุลาคม 2013 : 19:33:53
หากวงเวียนชีวิตผิดวิถี
เมื่อไม่มีความเมตตาพาย่ำแย่
คนลำบากยากจนคนอ่อนแอ
จักเซ็งแซ่ประจานผลคนใจดำ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 30 ตุลาคม 2013 : 19:34:50
หากสภาพของสังคมยังขมขื่น
ใครจักฟื้นแก้ไขความใจต่ำ
ใครจักฟื้นฝอยหาเมตตาธรรม
ใครจักย้ำยึดมั่นในครรลอง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 30 ตุลาคม 2013 : 19:35:43
ตามระบอบปลอบโยนยามคนเศร้า
ให้คลายเหงาเศร้าโศกโลกคลายหมอง
มอบความรักจากใจใฝ่ปรองดอง
คนทั้งผองจักสุขสมโลกร่มเย็น


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 30 ตุลาคม 2013 : 19:36:52
เป็นผู้รู้จักการให้ใจกายสุข
ผ่อนความทุกข์ความลำบากความยากเข็ญ
ผ่อนภัยพาลมารผจญคนลำเค็ญ
โลกย่อมเห็นความงดงามความสำราญ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 30 ตุลาคม 2013 : 19:38:16
เมตตาธรรมค้ำจุนหนุนนำโลก
คลายทุกข์โศกสรรค์สร้างทางสุขศานต์
เลิกรบราฆ่าฟันอันธพาล
มาสมานสมัครหาเมตตาธรรม.


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 00:06:41
ผู้หลงผิดก่อจุดสมุฎฐาน
สมาจารเหนือใจไร้เหตุผล
อานุภาพความหลงทะนงตน
สร้างบ่วงกลอบายค้านฝ่ายดี


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 00:08:22
มโนธรรมอยู่น้อยมิยอมรับ
กิเลสจับดวงจินต์ก็สิ้นศรี
อำนาจเกินสิทธิ์มากยิ่งอยากมี
ไม่พอที่ใฝ่หาเอามาครอง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 00:09:50
"พอ"- หายากในหมู่คนผู้-โลภ
ราคะโอบรอบตัวความมัวหมอง
ความอยากอยู่อยากใหญ่ขาดไตร่ตรอง
สิ่งที่มองไม่เห็นยังเป็นภัย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 00:11:04
"นิ่ง"-หายากในกมลเหล่าคน-โกรธ
ความเหี้ยมโหดอธรรมโลกหวั่นไหว
ดีหรือชั่วย่อมรู้อยู่กับใจ
ชิดกับไกลมองรู้อยู่กับตา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 00:12:08
"หยุด"-หายากในกลุ่มคนลุ่ม-หลง
การทะนงโง่หยิ่งเป็นหิงสา
ธรรมที่เกิดผลแรงแห่งปัญญา
ดีสมค่าคือ "ละ" จากอบาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 00:13:21
สุขที่ธรรมนำทางสร้างชีวิต
สุขเป็นสิทธิ์แห่งธรรมนำจิตหมาย
ทุกข์คือทางสร้างกรรมทั้งใจกาย
จิตคนร้ายด้วยไม่ซึ้งถึงพระธรรม.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 00:16:22
กิจใดพลั้งพลาดเพลียเสียหายหนัก
อุปสรรคหักเฉห่างเหหัน
ท้อแท้ถอยพลอยพักชะงักงัน
ใฝ่สู่ฝันฉันใดไม่สมคิด



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 00:17:27
สุดแรงกายแรงใจทุ่มให้หมด
ศึกษาบทบริหารเชี่ยวชาญจิต
ลงทุนทรัพย์นับไปใช่น้อยนิด
ผลพวงพิษติดขัดยากปัดปวง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 00:18:34
ใครอื่นรุ่งเรืองกิจเราผิดหวัง
มองหาฝั่งยังไกลทุกข์ใหญ่หลวง
ขมขื่นเข็ดเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทรวง
ดูดู๋ดวงหน่วงอับอาภัพพา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 00:19:36
โปรดปล่อยวางว่างกิจจิตสงบ
ไตร่ตรองขบทบทวนมวลปัญหา
ทางพอดีชี้ชัดมัชฌิมา
หวังมากถ้าผิดหวังเครียดคลั่งครวญ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 00:20:41
เมื่อไม่หวังตั้งไว้ไม่ผิดหวัง
รู้ยับยั้งชั่งใจไม่เร่งด่วน
รู้จักพอละก่อโลภละโมบมวล
สิ่งก่อกวนกร่อนหวังประทังลง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: พริก ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 00:21:54
เมื่อทำดีที่หวังตั้งใจรับ
สู่ระดับสรรพบ่มสมประสงค์
ธรรมะย้ำสำคัญยึดมั่นคง
ละโลภหลงปลงได้ใจสบาย.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 23:12:55
ธรณินถิ่นไทยอันไพศาล
หลายปีผ่านอดีตจารีตหรือ
ประวัติศาสตร์ชาติไทยดาบในมือ
คนไทยถือฟาดฟันป้องกันภัย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 23:13:56
ใครล้ำรุกบุกถิ่นแผ่นดินอยู่
พร้อมต่อสู้บังคับเข้าขับใส
เลือดหลั่งนองกองศพนักรบไทย
ตัวตายไปแต่ชื่อเลื่องลือนาน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 23:15:06
ผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ไทยอยู่รอด
ได้ตกทอดพันผูกถึงลูกหลาน
ทั้งนี้เพราะบรรพชนคนโบราณ
สู้ภัยพาลพร้อมพลีด้วยชีวัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 23:16:17
จึงมีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ยังยืนหยัดยาวยิ่งเป็นมิ่งขวัญ
เป็นความภาคภูมิใจในเผ่าพันธุ์
เมืองไทยนั้นไม่เป็นทาสของชาติใด



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 23:17:17
ทำให้ชนชาวไทยสมัยนี้
ได้มีที่พำนักพักอาศัย
ต่างอยู่เย็นเป็นสุขสบายใจ
ทำอะไรได้ทุกทางอย่างเสรี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 23:18:36
เกิดเป็นไทยต้องรักพิทักษ์ชาติ
บำรุงศาสน์ส่งเสริมเฉลิมศรี
เทิดบูชาพระมหากษัตริย์ฉัตรธานี
สามสิ่งนี้อยู่กลางใจชาวไทยเอย.


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 23:33:16
จากสภาพเศรษฐกิจจึงคิดหนัก
รายได้หลักไม่เพียงพอต่อรายจ่าย
ปัญหาจึงหลายหลากมีมากมาย
เกิดผลร้ายต่อจิตใจไม่เหมือนเดิม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 23:34:16
ความเครียดจึงรานรุกบุกมาพบ
จะหลีกหลบก็ไม่พ้นมีแต่เพิ่ม
ป่วยทั้งจิตป่วยทั้งกายมาต่อเติม
โรคร้ายเสริมไม่ลดละทรมาน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 23:35:15
เราจึงเร่งกำจัดความเครียดทิ้ง
โดยจัดสิ่งแวดล้อมภายในบ้าน
ภูมิทัศน์งามตาพาเบิกบาน
ที่ทำงานก็น่าอยู่น่าดูชม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 23:36:12
การพักผ่อนนอนหลับต้องพอเพียง
ควรหลีกเลี่ยงดื่มสุราพาขื่นขม
มองโลกในแง่ดีคนนิยม
ไม่สร้างปมปัญหาพาร้อนรน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 23:37:14
ทำจิตใจให้ร่าเริงและแจ่มใส
เราควรไปทำบุญบ้างสร้างกุศล
ไปวัดทำสังฆทานไม่กังวล
เกิดเป็นคนทำดีไว้สุขใจเรา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 01 พฤศจิกายน 2013 : 23:38:30
จากสภาพเศรษฐกิจอย่าคิดหนัก
ใจเป็นหลักเข้มแข็งไว้ไม่ขลาดเขลา
ความเครียดก็แปรผันให้บรรเทา
จิตไม่เศร้าสุขได้ด้วยใจตน.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 00:48:21
ลอยลำคว้างกลางใจคนทุกหนแห่ง
แล่นจากแหล่งลึกลับแสนสับสน
ใต้ธาราชีวิตจากจิตตน
ตามครรลองของคนทุรนทุราย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 00:49:19
สายลมอ่อนร่อนไหลไปเรื่อยเรื่อย
รอลมเฉื่อยช่วยฉุดสู่จุดหมาย
มิรีบร้อนเร่งรั้นค่อยผันกาย
แล้วแต่สายลมพาถลาตาม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 00:50:34
ยามพายุกระหน่ำลอยลำบาก
ลมกระชากลากไปดวงใจหวาม
ต้องประคองให้ตรงราวสงคราม
หากผลีผลามเร่งรุดอาจทรุดจม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 00:51:34
สัมภาระบนเรือคือเนื้อแท้
หลากข้อแม้ทั้งปวงลวงผสม
อยู่บนลำนาวาฝ่าคลื่นลม
ฝ่าคลื่นคมลมแผดและแดดแรง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 00:52:50
สัมภาระทั้งหลายท้ายที่สุด
หากถึงจุดพอดีเปล่งสีแสง
หากมากล้นเกินไปเหมือนไฟแดง
ย่อมเผาแหล่งที่มาจนราคิน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 00:54:32
แล่นลอยลำในนามเรือกิเลส
บรรทุกเหตุแห่งฝันพร้อมผันผิน
ลอยลำตามวิถีแห่งชีวิน
กระแสสินธุ์คือวิญญาณ-สันดานตน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 00:59:08
เห็นแผ่นดินสิ้นป่าอย่างน่าเศร้า
ความซบเซาความแล้งแสดงผล
พืชข้าวกล้าป่าสวนไร่ไทยมืดมน
ป่าแหล่งต้นลำธารแหลกลาญแล้ว



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:00:32
ไม้ทุกต้นฝนทุกเม็ดเผล็ดเลี้ยงถิ่น
คุณแผ่นดินผลิตเสบียงเลี้ยงเชื้อแถว
ประโยชน์คุ้มอุ้มหล้าป่าปกแนว
ยิ่งคลาดแคล้วเขื่อนน้ำกำแพงภัย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:01:33
สัตว์อาศัยไม้แผ่ร่มอุดมผอง
ป่าคุ้มครองสัตว์ป่ากว่าที่ไหน
แหล่งอาหารย่านที่สัตว์ครบปัจจัย
ขาดต้นไม้พร่องทุกเมื่อเกื้อกูลกัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:02:48
ทรัพย์แผ่นดินสิ้นมนต์เพราะคนโลภ
แล้งจึงโอบป่าจึงร้างอย่างคับขัน
ฝนกระหน่ำแรงพายุมาดุดัน
น้ำท่วมพลันสวนไร่นาพาล้มครืน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:04:03
ร่วมรักสัตว์ร่วมปลูกป่ารักษาถิ่น
ปลอบแผ่นดินซับน้ำตาหล้าสะอื้น
สัตว์จะอยู่ป่าจะยังไทยยั่งยืน
ร่วมพลิกฟื้นร่มหล้าให้ป่ายัง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:05:20
พลิกแผ่นดินสินทรัพย์กลับมาสู่
สัตว์เพิ่มหมู่ไม้เพิ่มมนต์คนมีหวัง
พายุโถมฝนกระหน่ำต้านกำลัง
กันน้ำถั่งท่วมไทยได้ผลดี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:10:40
มาลอยรูปเหนือธาราเมื่อฟ้าสาง
ให้ธารกว้างน้ำปริ่มอิ่มราศรี
มาแต้มภาพให้นภาตัดวารี
ฟ้ากับน้ำแดงรวีเหลืองจีวร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:11:45
เรือและรูปหลอมรวมเป็นหนึ่งร่าง
แทนบาทย่างพายย้ำจ้ำจ้วงถอน
วิถีธารแทนที่วิถีจร
กระเพื่อมภาพทาบสะท้อนธารยิ่งเย็น



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:12:48
ธารเช้าเย็น-ยิ่งเย็นภาพ-ทาบประทับ
ฝั่งเช้าซับสะอาดสงบเมื่อพบเห็น
ให้เรือนเหย้าไสวสว่างอย่างเคยเป็น
พร่องก็เพ็ญเผือดก็ผ่องเลียบท้องธาร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:13:45
สวยข้าวสุกพนมพริ้มอยู่ริมท่า
หวานของหวานวันทาอยู่ท้ายบ้าน
ผลไม้เอิบอิ่มอยู่ริมชาน
บาตรเก่าปลงสังขารอยู่หัวเรือ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:14:58
เลียบเลาะหว่านบุญใบจนรายร่ม
มือพนมน้อยนั้นวรรณะเอื้อ
พับเพียบเคียงสุขะครองทั้งครัวเครือ
พละเกื้อสาธุสั่นนิรันดร์ไป



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:16:19
ประคองภาพงามนั้นหวั่นจะล่ม
อานิสงส์จะจมลงต่ำได้
ประคองธรรมชำระมานฟอกธารใจ
ธารชีวิตจะได้ไหลรื่นเย็น.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:19:44
โอ้ชีวันสั้นนักใครจักเถียง
นานชั่วเพียงพริบตาทุกคราเห็น
"กฎแห่งกรรม" นำทางทุกอย่างเป็น
สัจจะเน้นอนิจจังไม่ยั่งยืน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:20:44
ชีพล่วงลับดับขันธ์เหมือนกันหมด
ไร้กำหนดกฎเกณฑ์หลีกเร้นฝืน
ทั้งเช้าสายบ่ายบ้างหรือกลางคืน
หลับหรือตื่นชื่นหรือเหงาคลุกเคล้าไป



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:21:42
"พรหมลิขิต" ขีดเส้นให้เห็นชัด
ปฏิบัติสัตย์จริงคุณยิ่งใหญ่
ประกอบกรรมนำชนรอดพ้นภัย
รู้จักใช้ "กาลเวลา" คุ้มค่ากัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:22:42
รีบเร่งสร้างทางดีเพิ่มชีวิต
พร้อมอุทิศชีพบ้างเพื่อสร้างสรรค์
ชนส่วนใหญ่ใฝ่จำสิ่งสำคัญ
เลิกยึดมั่นถือมั่นเข้าขั้นปลง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:23:41
สร้างประโยชน์โภชน์ผลปวงชนเห็น
สุขร่มเย็นปกคลุมคลายลุ่มหลง
สัจธรรมนำชื่นอยู่ยืนยง
ชีพก็คงคุ้มค่าสง่างาม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:25:08
เมื่อชีวันสั้นนักรู้จักใช้
สั่งสมไว้ให้ดีมิมีหยาม
สร้างความดีมีเกียรติทุกรูปนาม
ชนจะถามหาอยู่ไม่รู้คลาย.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:33:46
ประวัติศาสตร์ชาติไทยสมัยเก่า
ทุกคนเข้ารวมกันใจมั่นหมาย
สามัคคีดีจริงทั้งหญิงชาย
อยู่นานหลายร้อยปีอย่างมีชัย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:34:52
บางระจันนั้นคือชื่อหมู่บ้าน
ชาวไทยหาญสู้พม่าบุกมาได้
คนเล่าลือชื่อเสียงท่านเกรียงไกร
ชาวบ้านไทยตายหมดปรากฎนาม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:36:21
ปัจจุบันนั้นมีคนดีเพิ่ม
ร่วมกันเสริมสร้างเขตประเทศสยาม
สละชีวิตคิดทะนงในสงคราม
กล้าหาญตามวีรชนคนโบราณ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:37:21
ทุกคนไทยได้มีความดีเด่น
รวมใจเป็นหนึ่งชาติอาจไพศาล
กล้าต่อสู้ศัตรูร้ายจนวายปราณ
หกสิบล้านคนไทยรวมใจเดียว



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:38:32
วีรชนคนไทยกล้าไปรบ
ตายเป็นศพช่วยชาติไม่หวาดเสียว
ชวนสหายชายหญิงวิ่งกรูเกรียว
ถือดาบเคียวปืนสู้ศัตรูมา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:39:56
เป็นคนไทยไม่คิดอิจฉาเพื่อน
รักกันเหมือนน้องพี่เป็นศรีสง่า
มีศีลธรรมนำจิตคิดเมตตา
คนไทยอย่าเกลียดญาติ-มิตรชาติไทย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:47:53
ชีวิตคนเกิดมากล้าต่อสู้
การเรียนรู้ทางชีวิตจิตผ่องใส
วิถีทางประสบการณ์ประสานไป
ลมหายใจยังมีอยู่สู้อดทน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:49:00
สองมือจับงานกล้าสองขามั่น
ความขยันบริหารงานเกิดผล
กายกับใจอุทิศสุจริตชน
ประพฤติตนดีจริงทำสิ่งดี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:49:57
เกิดเป็นคนจนหรือมีก็ชีวิต
สุจริตจริงใจในหน้าที่
สิ่งสัมฤทธิ์กิจจาบารมี
สุขชีวีพบเห็นความเป็นมา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:51:07
เพียงสองมือแข็งขันสร้างสรรค์โลก
มือนำโชคด้วยแรงแสวงหา
ความพากเพียรกายใจตนผลดีพา
ให้เกิดค่าคุณงามความเป็นจริง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:52:53
ที่ผิดพลาดแก้ไขในสิ่งผิด
ใช้ความคิดตรึกตรองมองทุกสิ่ง
ถึงที่หมายประจักษ์ที่พักพิง
มือหยุดนิ่งเมื่อชีวินสิ้นลมปราณ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 07 พฤศจิกายน 2013 : 01:54:13
เมื่อมีมือมั่นใจอยู่ในจิต
เมื่อชีวิตยังมีอยู่สู้ประสาน
เมื่อหมดแรงโลกยังสวยด้วยผลงาน
เมื่อลูกหลานรู้ชื่นชอบประกอบธรรม.


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 08 พฤศจิกายน 2013 : 11:50:30
คำซื่อตรงจงใจไม่เสแสร้ง
อาจเสียดแทงใจคนจนปวดปร่า
คำพูดอ้อมอ่อนหวานเคลือบมารยา
ก่อปัญหากรรมเวรไม่เว้นวาย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 08 พฤศจิกายน 2013 : 11:51:16
คำโบราณท่านว่าเป็นภาษิต
พูดให้คิดตรองตามหาความหมาย
"หวานเป็นลมขมเป็นยา" อย่าดูดาย
หาอุบายใช้ตามงามคำคม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 08 พฤศจิกายน 2013 : 11:51:57
"คำยกยอปอปั้นสรรเสริญ"
สอพลอเอิ้นเอ่ยเพราะฟังเหมาะสม
เป็นคำเท็จผลิพล่ามตามอารมณ์
หมายนิยมยินยลจากคนฟัง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 08 พฤศจิกายน 2013 : 11:52:54
คำพูดเท็จสารพันนั้นพูดง่าย
เพียงไม่อายบาปกรรมตามติดหลัง
พูดสับปลับกลับถ้อยเสียงค่อย-ดัง
เพื่อมุ่งหวังแต่ได้ "ขอไปที"


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 08 พฤศจิกายน 2013 : 11:54:11
คำพูดจริงบริสุทธ์นั้นพูดยาก
เพราะพูดจากจริงใจไม่ใส่สี
ขูดกิเลสขัดใจคล้ายชวนตี
เป็นคำดีแต่ไม่ถูกใจคน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 08 พฤศจิกายน 2013 : 11:55:15
พูดตรงตรงจงใจไม่เสแสร้ง
แม้เสียดแทงใจบ้างในบางหน
ดีกว่าพูดเท็จเส ซ่อนเล่ห์กล
ควรหลีกพ้นคำพาลพูดมารยา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 08 พฤศจิกายน 2013 : 12:03:26
ลาภยศสรรเสริญนินทาข้าเข้าใจแล้ว
เพียงพุทธะคือดวงแก้วอันปรารถนา
วอนประกายดาวอันงดงามตามลีลา
ขอทางเข้าผ่านธาตุทิพย์พระนิพพาน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 08 พฤศจิกายน 2013 : 12:04:21
จึงคิดถึงแต่เรื่องตายสบายนัก
มันหักรัก โลภ โกรธ หลง ในสงสาร
รู้สึกบกพร่องคิดจิตวิญญาณ
กันกิเลสมารมิให้มาฆ่าตนตาย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 08 พฤศจิกายน 2013 : 12:05:21
ละอุปาทานรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส
หนีปัญหาเข้าวัดศีลสัตย์หลาย
เรียนรู้บัญชีบาปทราบใจกาย
ตามพระเจ้าไม่เดียวดายคลายรมณีย์


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 08 พฤศจิกายน 2013 : 12:06:10
ฝึกสมาธิตั้งมั่นไม่หวั่นกลัว
ละความชั่วจิตผ่องใสไม่หน่ายหนี
ยึดมั่นในคุณงามและความดี
ไกลอเวจีนรกตกจักรวาล


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 08 พฤศจิกายน 2013 : 12:07:06
เพ่งอสุภะละตัณหาแห่งอารมณ์
ไขปมอนิจจังแห่งสังขาร
กำหนดรู้จิตใจให้ชำนาญ
"หมั่นวิจารณ์ขันธ์ห้าอย่านอนใจ"


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 08 พฤศจิกายน 2013 : 12:07:54
สวดมนต์มหัศจรรย์ปรับรับม่านฟ้า
ด้วยศรัทธาและเชื่อมั่นไม่หวั่นไหว
ภัยต่างต่างได้หลุดพ้นไม่วนไป
ดับไฟสงครามชีวิตด้วยกิจกรรม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 08 พฤศจิกายน 2013 : 12:12:25
ทำดีทำได้ง่าย
ทั้งหญิงชายจงร่วมทำ
ทำดีช่วยชี้นำ
ทางสว่างกระจ่างใจ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 08 พฤศจิกายน 2013 : 12:13:21
ทำชั่วทำแสนยาก
ต้องลำบากปรุงแต่งไป
วางแผนล้ำลึกไว้
เพื่อไม่ให้เขาตามทัน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 08 พฤศจิกายน 2013 : 12:14:01
ทำดีสบายใจ
อยู่ถิ่นใดก็ไม่หวั่น
ปลอดทุกข์มีสุขพลัน
ด้วยผลดีที่ตอบแทน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 08 พฤศจิกายน 2013 : 12:14:48
ผลดีมีเบื้องต้น
ใจกายตนเป็นสุขแสน
ไม่กังวลไม่ขุ่นแค้น
ไม่ติดแน่นกับอบาย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: cantaloop ที่ 08 พฤศจิกายน 2013 : 12:15:39
เริ่มติที่ตัวเรา
ความหมองเศร้าพลันเหือดหาย
ทำดีทำได้ง่าย
ทั้งหญิงชายจงร่วมทำ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 09 พฤศจิกายน 2013 : 00:08:28
กว่าจะรู้คุณค่าว่าต้นไม้
ทั้งดอกใบให้ชีวิตนิมิตฝน
ก่ออากาศเย็นสบายสายลมวน
ป้องกันความทุกข์ทนอุทกภัย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 09 พฤศจิกายน 2013 : 00:09:30
กว่าจะรู้คุณค่าว่าสายน้ำ
คือหัวใจกสิกรรมทำนาไร่
ให้ผักปลาอาหารบานตะไท
แหล่งท่องเที่ยวตื่นใจคลายอารมณ์


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 09 พฤศจิกายน 2013 : 00:10:18
กว่าจะรู้คุณค่าของน้ำมัน
ยิ่งนับวันราคาน่าขื่นขม
เศรษฐกิจตกต่ำทำซานซม
พาชาติให้ล่มจมล้มละลาย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 09 พฤศจิกายน 2013 : 00:11:12
กว่าเราจะรู้ในคุณไฟฟ้า
ก็ล่วงเลยเวลาตะวันบ่าย
กระแสธารถ่านหินเคยมากมาย
น้ำกลับกลายเน่าจนปลาชีวาปลง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 09 พฤศจิกายน 2013 : 00:12:11
กว่าเราจะคิดรักษาผืนป่าไว้
ก็ยินเสียงสัตว์ไพรร้องเสียงหลง
หลังเสียงปืนพรานลั่นอย่างบรรจง
ดับสัตว์พงตัวสุดท้ายให้วายปราณ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 09 พฤศจิกายน 2013 : 00:13:05
กว่าจะรู้คุณค่าว่าเหล่านี้
สำคัญต่อชีวีมีแก่นสาร
ทุกอย่างก็สายเกินแก้แค่วันวาน
เป็นเรื่องเก่าไว้เล่าขานว่านานมา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 09 พฤศจิกายน 2013 : 00:15:52
ท่ามกลิ่นอายแสงสีราตรีหนึ่ง
คาดไม่ถึงภาพบ่งอยู่ตรงหน้า
วัยเยาว์ที่บริสุทธิ์จุดมายา
ไยเธอมาหลงเล่ห์เพทุบาย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 09 พฤศจิกายน 2013 : 00:16:56
กร้านโลกีย์ด้วยชายหมายพิชิต
ตีสนิทเชยชมสมมาดหมาย
ค่าความสาวถึงขั้นอันตราย
ต่างกอดก่ายกามาพร่าพรหมจรรย์


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 09 พฤศจิกายน 2013 : 00:17:51
สังคมทรุดหยุดตรองให้ถ่องแท้
ไยพ่อแม่ปล่อยปละละเลยขวัญ
เมื่อสร้างเขาเกิดค่าอนันต์
หลักประกันของชีวิตสิทธิ์เสรี


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 09 พฤศจิกายน 2013 : 00:18:46
ความอบอุ่นมีไหมที่ให้ลูก
ความพันผูกแม่พ่อก่อศักดิ์ศรี
คำสั่งสอนส่งผลเป็นคนดี
สายไมตรีศรัทธาพาเรืองรอง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 09 พฤศจิกายน 2013 : 00:19:42
ภาพชีวิตปรากฎเผยพจน์แจ้ง
สิ่งแสดงทอดเงาเกินเศร้าหมอง
ด้วยความหลงคงไม่มีฟ้าสีทอง
น้ำตานองชีวิตอนิจจัง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 09 พฤศจิกายน 2013 : 00:21:12
วอนน้ำใจแบ่งปันกันบ้างเถิด
ผลบังเกิดโลกนี้มีความหวัง
สังคมสุขร่มเย็นเป็นพลัง
เมตตาตั้งแก้ปัญหาอย่าละเลย.


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 09 พฤศจิกายน 2013 : 00:25:37
ไทยแลนด์...แดนรุ่งเรืองแห่งเมืองพุทธ
วัดวาผุดสำนักสงฆ์ส่งเสริมศรี
มากมายนับเพิ่มพูนสมบูรณ์ทวี
สำนักชีศูนย์ปฏิบัติธรรมนำผู้คน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 09 พฤศจิกายน 2013 : 00:26:41
ทุกแหล่งย่านบ้านนาจนป่าเขา
แผ่ร่มเงาพุทธศาสน์วาดหวังผล
ทั้งอารามโบสถ์วิหารนั้นมากล้น
เพื่อชาวชนศึกษาธรรมนำจิตใจ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 09 พฤศจิกายน 2013 : 00:27:38
ศรัทธาธรรมศีลปัญญาสมาธิ
กุศลมูลเหตุผลิสิ่งสุกใส
อกุศลสื่อรุมเหมือนสุมไฟ
ย่อมเผาไหม้ชีวิตคนจากผลกรรม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 09 พฤศจิกายน 2013 : 00:28:28
ดับกิเลสเหตุนิวรณ์ซึ่งหลอนจิต
บริหารชีวิตให้ชื่นฉ่ำ
สร้างกุศลทานบุญเกื้อหนุนนำ
เพื่อการชำระใจให้ร่มเย็น


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 09 พฤศจิกายน 2013 : 00:29:21
อย่าสร้างวัดด้วยใจใฝ่ตัณหา
หลงวัตถุนานาว่าสวยเด่น
ยึดสถานอาคารงามว่าจำเป็น
จนมองเห็นศาสนกิจเพียงอิฐปูน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 09 พฤศจิกายน 2013 : 00:30:30
อยากเห็นไทยรุ่งเรืองอย่างเมืองพุทธ
คงศีลธรรมวิสุทธิ์ไม่สิ้นสูญ
ใช้ธรรมะละกิเลสเหตุพอกพูน
ชาติจำรูญเมื่อจิตใจ...ไทยดีงาม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 10 พฤศจิกายน 2013 : 23:11:00
มาจากแดนแสนไกล...ซึ่งไม่รู้
ระหว่างอยู่กลั่นกรอง...ของดีชั่ว
มี "บาปบุญ" หนุนนำประจำตัว
ผู้ไม่กลัว "บาป" หลง...ลงอบาย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 10 พฤศจิกายน 2013 : 23:12:04
ความสุขแท้ไม่มีในชีวิต
ผู้หลงผิดมากหน้า...ติดตาข่าย
ไฟความโลภคุก่อทอประกาย
แท้...ความหายนะ จะตามมา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 10 พฤศจิกายน 2013 : 23:13:23
"ขาดภูมิธรรม" คุ้มครอง...จึงหมองหม่น
มากดิ้นรนแก่งแย่งแสวงหา
อยู่บนตะแกรงกรองของอัตรา
จึงคุณค่าดีชั่วคือตัวตน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 10 พฤศจิกายน 2013 : 23:14:34
มีปัญญาพาตัวไม่มัวหมอง
มีแสงทองส่องธรรมชี้นำผล
มีภูมิคุ้มกันภัยไม่อับจน
เมื่อทุกคนความตายใช่ปลายทาง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 10 พฤศจิกายน 2013 : 23:15:34
จึ่งนรกสวรรค์ต้องฟันฝ่า
ภพภูมิหน้านั้นแยกความแตกต่าง
ขาดศีลห้าล่วงต่ำไม่อำพราง
ทุกก้าวย่างอย่าเหลิงระเริงใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 10 พฤศจิกายน 2013 : 23:17:51
การเดินทางอย่างผู้รู้ดีชั่ว
เปรียบดอกบัวพ้นน้ำงามผ่องใส
มีแสงธรรมนำทางสว่างไกล
อยู่ภพไหนสุขสันต์นิรันดร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 10 พฤศจิกายน 2013 : 23:23:10
โอ้สยามบ้านเมืองนี้เคยมีสุข
เกิดกลียุคปัญหามีที่ต้องเน้น
ปัญหาใหญ่ยังยุ่งยากมากประเด็น
ใครสร้างเวรก่อปัญหาอย่าหัวเราะ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 10 พฤศจิกายน 2013 : 23:24:07
เรื่องรบราคาซังยังเหม็นหึ่ง
เป็นเรื่องซึ่งอายทั้งโลกโศกยังเกาะ
คนไทยแท้ฆ่ากันตายให้ใครเยาะ
เหตุจำเพาะ...คนไทยตาย...ใครได้ดี?



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 10 พฤศจิกายน 2013 : 23:25:13
แผลเก่าคลายแผลใหม่เกิดเปิดเลือดหยด
อัปยศเพราะคนตาย...ใครแบ่งสี?
ไทยฆ่าไทยประวัติย้ำช้ำทุกที
คนตายฟรีเต็มถนน...เพราะคนบ้า!



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 10 พฤศจิกายน 2013 : 23:26:19
หลอกชาวบ้านค้านกันใหญ่ใครผิดถูก
แต่หลานลูกคนตายเกลื่อนเหมือนเมืองป่า
เลือดไทยแท้ไม่ศักดิ์สิทธิ์อนิจจา
สงครามฆ่าสับสนคนตายดิ้น



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 10 พฤศจิกายน 2013 : 23:27:12
ประชาธิปไตยต้องสดใสไม่หมองหม่น
ประชาชนมีปัญญาอย่าหมายหมิ่น
เป็นมารเป็นกระสือหรือพระอินทร์
ต้องไม่สิ้นปรองดอง ใจครองธรรม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 10 พฤศจิกายน 2013 : 23:28:14
นั่งมองดูบ้านเก่าเงายังหมอง
ไม่เรืองรองยังหวั่นไหวภายในช้ำ
อยู่บ้านร้อนคอยฝนฟ้า...มาพรมพรำ
แต่เมฆดำยังเกาะสายไม่คลายเลย.


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 10 พฤศจิกายน 2013 : 23:30:49
ยิ้มสยาม...นามนี้ชี้ถึงถิ่น
ผืนแผ่นดินรูปขวานทองงามผ่องใส
เมืองผู้คนอารมณ์ดีมีน้ำใจ
"ศิวิไลซ์ไทยแลนด์" แดนแหลมทอง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 10 พฤศจิกายน 2013 : 23:32:12
เหนือจดใต้อุดมยิ่งสิ่งท่องเที่ยว
ภูเขาเขียวชายหาดยาวทรายขาวผ่อง
ตลาดน้ำค้าขายริมชายคลอง
ประเพณีชวนมองท้องถิ่นไทย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 10 พฤศจิกายน 2013 : 23:33:18
สถาปัตยกรรมไทย วิไลลักษณ์
การทอถัก...ลออตาเด่นผ้าไหม
งามเพชรพลอยอัญมณีที่เจียระไน
มากศิลปกรรมล้ำสมัยให้ชื่นตา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 10 พฤศจิกายน 2013 : 23:34:24
แพทย์เชี่ยวชาญชั้นฝีมือก็ลือเลื่อง
ไม่สิ้นเปลืองถูกนัก...ค่ารักษา
บริบูรณ์แหล่งอาหารการโภชนา
ต่างอยากมาเที่ยวชมนิยมเรา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 10 พฤศจิกายน 2013 : 23:35:37
แต่วันนี้รอยยิ้มไทยไปไหนสิ้น
ถ้วนทุกถิ่นประชาชนล้วนหม่นเศร้า
จากริษยาพยาบาทเกินคาดเดา
แบ่งภาคเผ่าให้ร้ายทำลายกัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 10 พฤศจิกายน 2013 : 23:37:14
เพราะหลงใหลในอำนาจทำชาติป่น
ปล่อยผู้คนเรรวนจนป่วนปั่น
สร้างสงครามเลือกข้างล้างเผ่าพันธุ์
อาจถึงวันล่มสลาย...ของไทยแลนด์.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:04:00
อนันต์คุณอเนกล้ำ          ปรีชา ชาญแฮ
คืนชีพสัตว์สู่พนา           โอบเอื้อ
สรรพสัตว์ร่มเย็นผา-       สุกสวัสดิ์
บุญพระก่อพระเกื้อ          เกีรยติก้องกำจาย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:05:01
สัตว์ป่างามตามธรรมชาตินี้
เป็นเครื่องชี้นิเวศน์งามตามมุ่งหมาย
พืชพันธุ์เขียวชอุ่มชุ่มใจกาย
สัตว์ทั้งหลายมีสุขห่างทุกข์ภัย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:06:07
กล้วยไม้งามสดสล้าง  กลางไพร
มือมนุษย์ยื้อยุดไกล  ดั่งแกล้ง
สีสันสดสวยใน  ราวป่า
แปรเปลี่ยนหมองหม่นแล้ง  ป่าร้างงามสลาย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:07:02
กล้วยไม้ วายป่าแล้ว  ทำไฉน
ธรรมชาติงดงามใน  ป่าร้าง
สีสันประดับป่าไกล  ห่างป่า
คุณค่ามิคืนสร้าง  ป่าสิ้นสิ่งงาม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:07:50
โปรดให้ตามดอกต้น  คืนคง
พระราชทานพระประสงค์  เลิศแท้
กล้วยไม้ป่ายืนยง  คาคบ ไม้แฮ
ขยายเพาะพันธุ์มากแท้  พระเกื้อการุณย์


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:08:32
บุญพฤกษ์คงชีพได้  บารมี พระแฮ
คืนป่างามสดสี  เอกอ้าง
โดยพระราชเสาวนีย์  อนุรักษ์ พิทักษ์แล
พระเมตตาสืบสร้าง  มิ่งไม้ตระการดง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:09:36
ทรงพระอารีย์โอบ  ชีวิต ถ้วนนา
มิเฉพาะพืชพันธุ์สถิต  คู่ด้าว
สัตว์ป่ามากมวลมิตร  แห่งป่า
นิเวศน์ป่าหลายหลากก้าว  พระเอื้ออนุกูล


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:10:28
พูนภักดีจิตน้อม  นำถวาย พระเอย
สัตว์ป่าล้วนหลากหลาย  แด่ไท้
กวาง นก ไก่ฟ้า หมาย  พระชื่น ชอบแฮ
ทรงก่อตั้งศูนย์ให้  เพาะเลี้ยงขยายพันธุ์


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:11:23
ทรงสรรค์สืบชีพให้  สัตว์คู่ ป่าแฮ
เก้ง นก ไก่ฟ้าอยู่   เถื่อนถ้วน
ธรรมชาติ ช้างป่า ชู   ป่างด งามนา
พระโปรดคืนสัตว์ล้วน   อยู่ห้องไพรพนม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:12:15
ชมพระปรีชเยศพร้อม   พระกรุณา
คนสัตว์พืชอยูป่า  ร่วมได้
ดำรงชีพพึ่งพา  กันและ กันนา
ทรงรักษาป่าให้   คู่พื้นไผทสยาม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:13:28
งามพระทรงก่อตั้ง         สถานี
ขยายเพาะพันธุ์สัตว์มี    หลากล้วน
กวาง เก้ง นก เพิ่มทวี    ไก่ป่า
หลายแห่งแจ้งจิตถ้วน    สืบสร้างพระประสงค์


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:15:00
พระทรงวิริยะแท้           ทำนุก ป่าแล
เพื่อพสกประสบสุข       แน่แท้
อุตสาหะพระทรงปลุก    ปลอบชีพ ชนแฮ
รักป่าผดุงป่าแล้            ป่าล้ำค่าคุณ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:16:49
บุญไผทมีแม่เจ้า           ทรงเจริญ ชนม์แล
โลกแซ่ซ้องสรรเสริญ    เพริศพร้อม
ราชกิจพระงามเกิน        พจน์พากย์ พร้องแฮ
พสกนิกรนบน้อม           เทิดแท้น้ำพระทัย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:19:50
สมเด็พระบรมราชินีนาถ
ทรงประสาทชีวาค่าสดใส
เพาะเลี้ยงปล่อยสัตว์คืนชื่นพงไพร
สัตว์อาศัยป่ายั่งยืนชีพรื่นรมย์


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:20:36
ขยายพันธุ์สัตว์ป่าทรงค่าคุณ
สมดุลนิเวศน์งามตามเหมาะสม
สัตว์ในป่าชี้ค่าความอุดม
น้อมบังคมพระคุณบุญชีวี


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:21:44
น้ำพระราชหฤทัยใสสะอาด
ประสาทสุขชีวินทุกถิ่นที่
มวลมนุษย์สัตว์ซึ้งพึ่งบารมี
สมเด็จพระราชินีศรีไผท


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:23:21
ป่าเขาพืชพันธุ์อุดมคืนสมบูรณ์
พระเกื้อกูลชีวาป่าสดใส
ชีวิตป่าคืนคงสู่พงไพร
งดงามนิเวศน์ในไพรพนม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:24:22
พระมหากรุณาล้ำค่าคุณ
ดาลอดุลย์ชีวาป่าสุขสม
นิกรชนภักดิ์พร้อมน้อมนิยม
ถวายบังคมขอพระองค์ทรงพระเจริญ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:25:33
หิ่งห้อย งามวามวับระยับระยิบ
เหมือนแสงทิพย์เทวดามาสร้างเสริม
กระพริบแสงกระจ่างพร่างพราวเติม
ค่ำคืนเริ่มแสงงามอร่ามตา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:26:15
บอกนิเวศน์อันอุดมสมบูรณ์มาก
หิ่งห้อย หลากหลายถ้วนล้วนทรงค่า
แตนับวันหิ่งห้อยลับดับชีวา
พระกรุณารักษาอยู่คู่แดนดิน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:28:00
พระปรีชาเลิศล้ำ            ลือตระการ โลกแล
ก่อเกิด ธนาคาร             ปกป้อง
อาหาร อยู่กินดาล           สุขพสก
ทวยราษฎร์ล้วนแซ่ซ้อง   เทิดไว้เหนือเศียร


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:28:56
พระเพียรสานสืบสร้าง    เกษตรกรรม
เพาะปลูกพืชผลนำ        หลากล้วน
กุ้งปลาเป็ดไก่ดำ-         ริเพิ่ม พูนแฮ
พืชผักฟักแฟงถ้วน        ปลูกไว้ได้กิน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:30:32
ยินพระปรีชเยศน้อม       ชีพชน
ชนบททุกแห่งหน          เพาะพ้อง
ทั่วผืนแผ่นดินดล          อุดมสุข
รอยบาทยาตรเยี่ยมซ้อง  ศัพท์ล้วนภักดี


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:32:05
ราชินีนาถสร้าง         วิถีสุข ชนแฮ
ทรงปฏิบัติขจัดทุกข์  ยากไร้
คุณภาพชีพทำนุก     เนาเนื่อง
หมั่นมุ่งผดุงสุขให้     ชีพสร้างสุขศรี


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:34:11
มีพืชมีสัตว์เลี้ยง            ชีวิน
ไผ่แตกหน่อจากดิน        ค่าล้ำ
ดอก ใบ ฝัก เห็ด กิน       ก่อประโยชน์ ยิ่งแล
กบ เขียด ปลา สัตว์น้ำ    โปรดให้ขยายพันธุ์


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:37:41
ทรงสรรค์สร้างสิ่งสร้าง    ชีพรมย์
ผืนแผ่นไผทอุดม           เอกอ้าง
ทรงคุณประโยชน์สม      พระยศ
นาไร้แล้งร้อนร้าง           พระฟื้นผืนดิน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:38:54
พระถวิลราษฎร์อยู่ด้วย     คุณภาพ ชีพแฮ
กินอยู่พอเพียงทราบ        ทั่วถ้วน
แหล่งน้ำบริโภคอาบ        เย็นชื่น กายแล
ทรงส่งเสริมหลากล้วน      ประโยชน์เลี้ยงชุมชน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:40:26
ไม้ผล ขนุน มะม่วงแม้     อาศัย ป่าแล
ขี้เหล็กป่ากินใบ              อร่อยล้ำ
พืชอื่นอื่นดื่นใน              ไพรพฤกษ์
พระราชดำริทรงย้ำ          อยู่ยั้งไพรพนม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:42:20
เมื่ออุดมพืชสัตว์เลี้ยง        ชุมชน
คงชีพสุขกายกมล             อุ่นเกล้า
เป็นพลังพัฒนาผล            สู่ประเทศ ชาติแล
ปรีชเยศพระแม่เจ้า            หล่อเลี้ยงประชารมย์


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:43:38
อุดมแหล่งสัตว์น้ำ             ทะเลหลาย หลากแล
หากทรัพยากรวาย            วอดแล้ว
ปลิดชีพปะการังตาย          เหี้ยนหัก
สูญถิ่นปลากุ้งแก้ว             ลดล้างเผ่าพันธุ์


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:44:49
สรรค์สร้างท่องเที่ยวท้อง     ทะเลงาม
เรือท่องเที่ยวหยาบหยาม     ถิ่นน้ำ     
วางทุ่นเกาะเรือตาม            ใต้อุทก
ชีพปะการังช้ำ                    แตกล้มล่มสลาย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:46:05
ประมงชายทะเลผิดเพี้ยน       วิธีการ
ปลาลดหมดพันธุ์ลาญ           ผิดร้าย
ทรงทราบพิษภัยพาล            ทรงห่วง
ทรงขจัดปัญหาผ้าย              ผ่อนพ้นทะเลไทย


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:47:37
ในท้องถิ่นภาคใต้              อุดมปลา กุ้งแฮ
ประมงทะเลเป็นอา-           ชีพเอื้อ
ร้างไร้สัตว์ทะเลพา            ตรมจิต ราษฎร์นอ
จึงพระก่อเกื้อ                    ราษฎร์พ้นทุกข์เข็ญ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:48:59
เย็นบารมีพระแจ้ง              ประจักษ์ทุกข์ ราษฎร์เฮย
พระกรุณาปลอบปลุก         ทุกข์ร้าง
พัฒนาแหล่งทะเลยุค         ทะเลหม่น หมองแฮ
ทำปะการังเทียมสร้าง         สัตว์น้ำคืนอุดม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:50:08
ชมชื่นหน่วยเกี่ยวข้อง        ดำเนิน การนา
ใช้ท่อคอนกรีตเกิน            ช่วงใช้
รถไฟเก่าประเมิน               อายุ ใช้แล
หมดประโยชน์รถถังให้        ทุ่มทิ้งฝั่งชล


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:51:40
เป็นผลเป็นแหล่งสร้าง         สัตว์น้ำ ทะเลแฮ
วนว่ายอาศัยค้ำ                   ชีพด้วย
ขยายพันธุ์เพาะมากจำ-        สฤษฎ์ ผลแล
อาชีพประมงช่วย                 พสกได้ร่มเย็น


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:53:19
มลายเข็ญดุจประทีปแก้ว      กระจ่างแสง
ส่องสว่างสร้างสุขแสดง       เด่นด้าว
ปะการังเจิดแจรง                 ผลเพริศ แพร้วแฮ
พระราชทานสุขแกร่งก้าว      ก่อเกื้อพัฒนา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:54:49
โลมาอิรวดี สัตว์น้ำ             ทะเลสง- ขลาแฮ
ใกล้หมดโดยประมง            ถิ่นจ้อง
อวนข่ายดักปลดปลง          ปลิดชีพ มลายแล
พระเมตตาปกป้อง              เจิดแจ้งจารคุณ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 11 พฤศจิกายน 2013 : 23:56:05
บุญประชาเกิดได้               สมภาร พระเอย
เคียงคู่พระภูบาล                เลื่องหล้า
ถวัลยราชพระเนื่องนาน       ในโลก
ราชกิจเพื่อพสกกล้า            แกร่งเกื้อร่มเย็น


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 01:54:57
ดุจเพ็ญจันทร์แจ่มรัตติกาล    แจ่มปรีชาชาญ
ขจัดปัดทุกข์ภัย

เย็นหยาดน้ำพระราชหฤทัย     มืดหมอง...ผ่องใส
ด้วยเดชะพระการุณย์


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 01:55:52
บุญหล้าพระก่อเกื้อ            ชีพสัตว์ ทะเลแฮ
หอยตลับเพาะเลี้ยงจัด        มากล้น
ขยายพันธุ์เพื่อวิวัฒน์          หลายหลาก
ผดุงชีพสัตว์ทะเลพ้น          สุดสิ้นสูญพันธุ์


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 01:57:10
พระสรรค์ประโยชน์สร้าง       งานศิลป์
หอยตลับแกะเนื้อกิน            ชอบใช้
เปลือกประดับสรรพสมถวิล   ชนชื่น ชมแฮ
โปรดคิดประดิษฐ์ให้             เฟื่องฟื้นศิลป์ตระการ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 01:58:00
หอยมุกจานเจิดแจ้ง         ผลิตมุก งามแล
ชนนิยมทุกยุค                 เนื่องน้อม
งดงามมุกเลี้ยงทุก            ถิ่นประเทศ
ชนอนุรักษ์พรักพร้อม        โปรดเกล้าส่งเสริม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 01:59:24
เติมแต่งเศรษฐกิจเกื้อ        การุณย์
หอยทับทิมทรงหนุน          ราษฎร์ล้วน
เลี้ยงรักเอกอดุลย์              ดำริ พระแล
พระก่อพระเกื้อถ้วน            โอบเอื้ออาทร


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 02:00:31
ขจรพระเกียรติเกริกก้อง     ราชินี นาถเฮย
คืนชีพสัตว์มากมี              อยู่ยั้ง
เพื่อธรรมชาติคงดี            ดาลสุข ชนแล
บนบกและน้ำทั้ง               แหล่งหล้าเลื่องลือ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 02:01:33
หอยมือเสือหลากล้วน       ใกล้สูญ พันธุ์แฮ
พระโปรดเกล้าอนุกูล         สืบสร้าง
อนุรักษ์เพาะเลี้ยงพูน         เพิ่มปริ-มาณแล
พระราชกิจเอกอ้าง            อุ่นเกล้าประชาชี           


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 02:03:18
กรณียกิจภาคพื้น              ทะเลไทย
ทรงอนุรักษ์เต่าใน             น่านน้ำ
สงวนชีพห่างเภทภัย         เพื่อเพิ่ม พันธุ์แฮ
กองทัพเรือเลิศล้ำ             สืบสร้างพระประสงค์


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 02:04:20
ดำรงชีพใต้ร่ม                  บารมี พระเอย
คนสัตว์สุขชีวี                  เนื่องน้อม
ธรรมชาติพระทรงศรี         อนุรักษ์
เพื่อชาติชนสุขพร้อม         ภาคพื้นไผทสยาม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 02:05:34
งามทรงสาวภาพพร้อม       ปรีชา ชาญแฮ
หฤทัยเปี่ยมเมตตา             ก่อเกื้อ
มิเลือกชาติศาสนา             ทรงโอบ อุ้มแล
ประดุจแสงสุรีย์เอื้อ             ส่องให้ชีพคง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 02:07:39
ทรงกอปรราชกิจล้ำ             ลือไกล
พิรัชเทศเขตใดใด               แซ่ซ้อง
เทิดพระเกียรติขจรใน           แหล่งโลก
งามพระเกียรติชาติเกริกก้อง  แผ่เกื้อเขตคาม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 02:09:46
พระนาม "สิริกิติ์" สร้าง        สุขศรี
ในพระอภิไธยมาลี               รุ่งหล้า
ชมชื่นพระบารมี                  โลกชื่น ชมแฮ
โฉมพระฉายเฉิดฟ้า             เลิศล้ำลือสยาม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 02:10:50
"กุหลาบ" งามเจิดแจ้ง         จารจิต
เทิดพระนาม "ควีนสิริกิติ์"     เอกเอื้อ
"ดอนญ่า" ชื่อชวนพิศ          ชมพูเพริศ พริ้งแฮ
งาม "แคทลียา" เกื้อ            เกียรติก้องสากล


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 02:12:08
ยลสวนพฤกษศาสตร์ล้ำ       เลอศรี
เดชะพระบารมี                    ปกเกล้า
สมเด็จพระราชินี                  สิริกิติ์ เลิศแล
พระราชทานนามผ่องเผ้า       ประเสริฐแท้ถิ่นสถาน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 02:13:25
ดุจอุทยานเทพไท้                 ประทานพันธุ์ ไม้นา 
อนุรักษ์หลายหลากสรรค์        เสกสร้าง
ประกาศเกียรติไผทอัน           โดดเด่น
คือแหล่งวิชาอ้าง                   เอกเอื้อปวงชน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 02:14:51
ดอกหญ้าดอกประดู่แม้           นำถวาย
พระแม่เจ้าจักหมาย                มุ่งพร้อม
ยกคุณค่าสืบสาย                   สูงส่ง
ชมชื่นทัดเกศน้อม                  ซาบซึ้งใจชน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 02:16:25
ดวงกมลพิสุทธิ์ล้ำ                  คำขาน
บุปผชาติดาษดื่นลาน             ต่ำต้อย
โปรดเกล้าพระราชทาน           นามเลิศ ล้ำแล
พูนเพิ่มคุณค่าน้อย                  มากล้วนแลตระการ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 02:17:35
ยลสุมามาลย์เลิศล้ำ               มหาพรหม
ราชินีสุดสวยสม                    เด่นด้าว
ประทับจิตทุกยามชม              หทัยเปี่ยม สุขแฮ
นามโมกราชินีอะคร้าว             กลีบแย้มยวนใจ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 02:19:46
ในป่าดอกไม้ป่า                    เทพสรรค์
พระราชทานนามหลากพันธุ์    เพราะพร้อง
ดุสิตา สรัสจัน-                    ทรม่วง
สร้อยสุวรรณา ซ้อง              ศัพท์ล้ำมาลี


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 02:22:40
มณีเทวา สะอาดล้วน            แลตระการ ตาแล
ลมพัดเพริศพลิ้วปาน             เทพสร้าง
นิมมานนรดี หวาน               วงเนตร วิเศษแฮ
ประเสริฐทิพย์เกสร สล้าง      อวดโอ้อิงสวรรค์


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 14 พฤศจิกายน 2013 : 02:25:08
ฤาเทพสรรค์เสกให้                 โลกภิรมย์ ชมแล
งามสัตตบงกชสม                  ชื่อชี้
บัวฉัตรชมพูชม                        ชื่นจิต
สัตตบุษย์บัวขาวนี้                   ฉัตรชั้นพันธุ์สยาม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 00:10:41
เมื่อเผ่าพันธุ์สัตว์ป่าเริ่มหายาก
ด้วยถูกพรากจากพนาถิ่นอาศัย
แรด กระซู่ กูปรี ที่เกลื่อนไพร
ถูกล่าไล่คล้ายชีวีเป็นกีฬา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 00:11:56
ผลกระทบจากพงพีเริ่มชี้ชัด
สิ้นส่ำสัตว์อุ้มชูอยู่คู่ป่า
เกิดอาเพศแห่งนิเวศวิทยา
ที่เกื้อกูลกันมาแต่ปางบรรพ์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 00:13:11
กว่าสำเหนียกแล้วเรียกร้องคุ้มครองสัตว์
ห่วงโซ่แห่งวิวัฒน์ถูกตัดหั่น
มนุษย์เปิดประตูป่าล่าล้างพันธุ์
ซากชีวันสัตว์บอกเล่าช่างเปล่าดาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 00:14:11
ภายใต้การรักชีวิตหากคิดกลับ
มนุษย์อาจถึงจุดดับแตกสลาย
ผู้ขึ้นชื่อเป็นผู้ล่าถูกฆ่าตาย
เหยื่อเคราะห์ร้ายกลายร่างล้างเผ่าพันธุ์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 00:15:31
ชีวิตสัตว์หายากหากถูกล่า
ลมหายใจแห่งป่าคงอาสัญ
ธรรมชาติไม่โอบอุ้มคุ้มครองกัน
คงถึงวันล่มสลายเมื่อปลายมือ.


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 00:18:08
แต่ละคนล้วนมีวิถีต่าง
เป็นหนทางแห่งตนด้นคว้าไขว่
ต่างทางเลือกต่างเปลือกและต่างใจ
ต่างกันไปวิถีชีวิตคน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 00:19:05
ต่างมุ่งแย่งแข่งขันเหยียดหยันหยาม
ต่างป่ายปีนฝันงาม ณ แห่งหน
ต่างกระแสต่างรุกปลุกชีพชน
และต่างคนต่างคิดต่างสิทธิ์กัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 00:20:16
จะแตกต่างอย่างไรใจต่างเลือก
จิบหนึ่งน้ำฉ่ำเหยือกระยิบฝัน
เป็นน้ำหนึ่งหลอมรวมใจเดียวกัน
รู้แบ่งปันรู้ทุกข์-สุขแห่งตน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 00:21:07
เมื่อสังคมยังสั่งสมสันติสุข
ต่างคนล้วนต่างปลุกรุก เหตุ-ผล
สงบแห่งวิถีที่ร้อนรน
ก็จะพ้นวิโยคโศกที่มี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 00:22:04
แต่เมื่อต่างรอนราญต่างผลาญพร่า
ต่างมุ่งเน้นเข่นฆ่าน่าบัดสี
สันติธรรมแห่งโลกโบกจรลี
ความต่างนี้จะสร้างโลกทุกข์ สุขจากจร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 00:23:07
ผนึกรวมกำลังเมื่อหวังสุข
และถ่ายเทความทุกข์ที่หลอกหลอน
ภัยอะไรไม่เท่าใจตกตะกอน
ริษยารุมร้อนรอนชีพตน.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 00:46:52
หมู่บ้านละหนึ่งล้านสะท้านจิต
ฟังไม่ผิดนโยบายขยายผล
ว่า "คิดใหม่ทำใหม่" ไทยทุกคน
แก้ความจนยาก "รากหญ้า" เหมือนท้าทาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 00:48:01
แผนกระจายการปกครองสู่ท้องถิ่น
ได้ยลยินทีไรก็ใจหาย
"ผลประโชน์" แย่งกันอันตราย
เป็นข่าวร้ายถึงเข่นฆาตอนาถใจ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 00:49:04
"ศูนย์อำนาจ" ส่วนกลางแต่ปางก่อน
ชาวภูธรรอรับปรับส่งให้
งบเป็นหมื่นเป็นแสนสู่แดนไกล
เพื่อนำไปเร่งรัดพัฒนา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 00:50:42
มา "คิดใหม่ทำใหม่" ให้หนึ่งล้าน
"หนึ่งหมู่บ้าน" ยืมลงทุนเสริมคุณค่า
สร้างผลผลิตส่งขายหลายราคา
เป็นปัญหาถ้าผิดพลาดถึงขาดทุน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 00:51:51
เกิดน้ำท่วมวาตภัยไร้ผลผลิต
มารลิขิตชีวิตร้ายกล้ำกลายหนุน
เงินเป็นล้านแห้งหายกลายเป็นจุณ
หมายสร้างคุณกลับเป็นโทษร้องโอดครวญ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 00:53:22
นักการเมืองทุกระดับโปดรับทราบ
อย่าสร้างบาปคอรัปชั่นให้ปั่นป่วน
เงินกองทุนมีระบบช่วยทบทวน
เสริมสัดส่วนสร้างผลิตภัณฑ์ให้ลั่นลือ.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 08:27:25
ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ ไม่ขาดเป็นธาตุสี่
พร้อมอินทรีย์ก่อตั้งเป็นสังขาร
พร้อมรับรู้ทั้งสิ้นเป็นวิญญาณ
พร้อมลมปราณบ่งชี้เป็นชีวิต



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 08:28:16
ทุกขณะเป็นมนุษย์นั้นสุดยาก
แต่ถ้าหากเป็นคนดีก็มีสิทธิ์
สังคมแยก มี-จน คนละทิศ
แต่ความคิดนั้นเล่าเท่าเทียมกัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 08:29:00
คิดขายบ้านขายเมืองเป็นเรื่องใหญ่
ใครก็ได้มีสิทธิ์จะคิดฝัน
ลงมือทำจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน
ความคิดนั้นเราเห็นอาจเป็นจริง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 08:30:05
เปล่าประโยชน์จะห้ามใครไม่ให้คิด
เพราะมีสิทธิ์คิดได้ในทุกสิ่ง
ก็เมื่อความแตกต่างเกินอ้างอิง
จึงยากยิ่งจะรั้งรอและขอร้อง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 08:30:51
ห้ามความคิดไม่ได้ก็ไม่ว่า
แต่ขออย่าทำชั่วให้มัวหมอง
"ผืนดินไทยทั่วถิ่นแผ่นดินทอง"
อย่าแตะต้องคิดร้ายขายให้ใคร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 18 พฤศจิกายน 2013 : 08:32:08
จากดิน-น้ำ-ลม-ไฟ ใช่ธาตุสี่
สูงสุดที่เป็นมนุษย์ผุดผ่องใส
บทสรุปสู่พื้นดินหลังสิ้นใจ
เราจะให้คนเขาด่าหรือว่าชม.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:21:25
ประวัติศาสตร์ชาติไทยได้จารึก
หยดเลือดแทนหยดหมึกมหาศาล
น้ำตาแทนน้ำใจไวเจือจาน
ลั่นทมแทนลั่นดาลตระหง่านงาม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:22:35
ผืนธงชาติเปื้อนเลือดฤาจะลบ
คลุมธาตุศพมวลลูกหลานสยาม
ที่กล้าสู้ชูเชิดเทิดทูลนาม
ขจัดหนามแผ่นดินสิ้นอธรรม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:23:34
แม้ "สิทธิเสรีภาพ" มีคราบเลือด
แต่มิเหือดเหมือนเสียงปืนครืนเสียงคร่ำ
เรามวลชนสดุดีวีรกรรม
จักจดจำสดุดีวีรชน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:24:57
เพราะกฎหมาย "รัฐธรรมนูญ" ค้ำจุนชาติ
ใครบังอาจทิ้งฉีกอีกสักหน
คลื่นมหานักสู้ทุกผู้คน
จักหยัดตนขับไล่ให้พังภินท์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:26:04
เมื่อตระหนักหลักมั่นสำคัญยิ่ง
ยุคความจริงสูงค่ากว่ายุคหิน
ปลูก "ประชาธิปไตย" ไว้ยลยิน
บนแผ่นดินเพื่อสืบสายขยายพันธุ์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:27:07
เป็นมรดกตกต่อ-รุ่นต่อรุ่น
เป็นผลบุญยิ่งใหญ่อย่าไหวหวั่น
เป็นภาระหน้าที่ดีทั่วกัน
เป็นเงื่อนไขขวางกั้นแบ่งชั้นชน!


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:30:44
เมื่อสายตาสะดุดหยุดตรงหน้า
เห็นตัวปลาทาเมือกกระเสือกกระสน
คงค่ำวานผ่านมาฟ้าบันดล
ทุกแห่งหนฝนซัดกระจัดกระจาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:32:13
ดินเคยแล้งแห้งน้ำก็ฉ่ำชุ่ม
เจ้าปลาหนุ่มรุ่มร้อนคงผ่อนหาย
หลังเตรียมตัวตื่นตนจนลืมกาย
รีบแหวกว่ายลืมแลกระแสธาร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:33:30
จนติดขลักน้ำลดจึงหมดค่า
เกล็ดถลอกกลอกตาน่าสงสาร
เมื่อน้ำมาฟ้าใหม่ใจเบิกบาน
ลืมตรวจทานการเป็นไปไม่ตรึกตรอง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:34:35
หลงในรสสัมผัสมิขัดขืน
ลืมตาตื่นแต่ใจปล่อยให้หมอง
เมื่อต้นเหตุกิเลสนั้นเปิดครรลอง
ปัญญาส่องสว่างจึงห่างไกล



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:35:41
โศกสลดกับภาพอย่างซาบซึ้ง
เมื่อคำนึงจึงจะเห็นเป็นไปได้
ความรกร้างถางกวาดสะอาดใจ
เคยวุ่นไหวก็สงบพบตนเอง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:36:47
เมื่อดวงตาจับต้องทั้งสองข้าง
เด็กผ่านทางจับปลามาใส่เข่ง
อาหารค่ำต้มยำปลามาครื้นเครง
ได้แต่เปล่งวาจาว่าสมควร.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:40:35
ต้องกลุ้มใจ...อีกสักทีหนีไม่พ้น
เรื่องของคนวุ่นวายหลายปัญหา
กับเรื่องปากเรื่องท้องของธรรมดา
เรื่องประสาผัวเมียละเหี่ยใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:41:43
เรื่องอยากมีอยากรวยอยากสวยหล่อ
เรื่องเพียงพอไม่เพียงพอก่อเรื่องใหญ่
มุ่งลาภยศสรรเสริญเกินกว่าใคร
ส่งเภทภัยทางความคิด...สุมจิตเรา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:43:01
ทั้งปวดหัวปวดขมับหลับไม่ได้
เมื่อจิตใจเป็นกังวลจึงหม่นเศร้า
ครุ่นคำนึงหาหนทางมิบางเบา
หลงมัวเมาใน "สงครามความคิด" ตน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:44:17
เมื่อตัณหาพาใจให้ใหลหลง
อยากปลดปลงปมปัญหาพาสับสน
ใช้ธรรมะละกิเลสเหตุทุกข์ทน
สู้ภาวะความเป็นคนที่วนเวียน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:45:48
แค่คิดได้...คิดทันเมื่อวันก่อน
วันนี้กลับยอกย้อนมาปวดเศียร
สู้ระงับความอยากอย่างพากเพียร
เพียงจวนเจียนจวนเจียนดับทุกข์ภัย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:47:34
คงต้องกลุ้ม...อีกสักครั้งตั้งจิตมั่น
อาจมีวันพบทางสว่างไสว
ดับกิเลสเหตุระทึกศึกในใจ
วิถีธรรมนำฤทัย...ให้ผ่องพรรณ.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:57:32
วีรชนต่อสู้กอบกู้ชาติ
ทวงอำนาจเกิดสงครามแห่งความหวัง
เพื่อปลดบ่วงให้ปวงชนจนเด่นดัง
ด้วยพลังมือเปล่าเข้าต่อตี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:58:28
ปลุกศรัทธาต่อศรัทธาเป็นอาวุธ
บริสุทธิ์ต่อจุดหมายไม่หน่ายหนี
เมื่อผู้นำถือมั่นสันติวิธี
ใช้ความดีต่อสู้มิรู้เลือน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 20 พฤศจิกายน 2013 : 23:59:25
จึงปรากฎตำนานผู้ผ่านศึก
ทุกห้วงแห่งสำนึกรู้สึกเหมือน
โลกปลอดภัยในศรัทธาผู้มาเยือน
พร้อมขับเคลื่อนลึกล้ำเหนือธรรมดา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 21 พฤศจิกายน 2013 : 00:00:32
วีรชนเปลี่ยนนิยามไปตามยุค
เลี่ยงการบุกรุกเร้าเข้าเข่นฆ่า
ประชาชนแห่งตำนานสืบผ่านมา
คือผู้กล้าไร้อาวุธสุดห้ามปราม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 21 พฤศจิกายน 2013 : 00:01:33
หวังชนะอหิงสามามือเปล่า
ระดมเหล่ามวลชนร่วมล้นหลาม
อารยะขัดขืนเริ่มลุกลาม
แต่อาวุธสงครามกลับครบมือ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จุก ที่ 21 พฤศจิกายน 2013 : 00:02:38
วีรชนแห่งยุคก็ปรากฎ
เสียงสบถกดทับแทนนับถือ
พร้อมคำถามตามกันจนร่ำลือ
ว่าคุณคือผู้กล้าหรือว่าโจร.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 21 พฤศจิกายน 2013 : 23:40:44
เมื่อแผ่นดินสิ้นป่าภูผาโล่ง
ผลร้ายย่อมเชื่อมโยงไปทุกถิ่น
ยามฟ้าฝนหล่นหลั่งประดังดิน
บ้านที่อยู่ที่กินจึงทลาย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 21 พฤศจิกายน 2013 : 23:42:02
ชั่วพริบตาโคลนตมถล่มราบ
ชีวิตเหมือนต้องบาปสาบสูญหาย
เห็นกันอยู่หลัดหลัดมาพลัดกาย
ต้องจากตายเพราะน้ำป่าจากผาภู


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 21 พฤศจิกายน 2013 : 23:43:08
เมืองต้องล่มจมแช่กระแสน้ำ
ความระส่ำระสายย่างกรายสู่
ความพินาศยับเยินเกินฟื้นฟู
ความเป็นอยู่แสนยากลำบากใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 21 พฤศจิกายน 2013 : 23:44:20
เพราะสิ้นป่าซับน้ำเป็นทำนบ
จึงต้องพบกรรมซัดวิบัติใหญ่
นับวันยิ่งเสียหายร้ายแรงไป
เหตุป่าไม้ถูกโค่นจนโล้นเตียน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 21 พฤศจิกายน 2013 : 23:45:20
ไยจึงเห็นแก่ตัวคิดชั่วช้า
ทำลายป่าค้าไม้ไม่เคยเปลี่ยน
แผ่นดินต้องชอกช้ำซ้ำวนเวียน
นับว่าเป็นบทเรียนราคาแพง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 21 พฤศจิกายน 2013 : 23:46:38
โอ้แผ่นดินสิ้นป่าภูผาโล่ง
วิบัติจึงเชื่อมโยงไปทุกแห่ง
ธรรมชาติผิดเพี้ยนเกิดเปลี่ยนแปลง
มีแต่ "แล้ง" กับ "ล่ม" ถล่มทลาย.


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 21 พฤศจิกายน 2013 : 23:51:30
ดุจเครื่องค้ำนำชีวิตให้คิดชอบ
เดินตามกรอบดีงามตามความหมาย
วิญญูชนแท้จริงทั้งหญิงชาย
ละเลวร้ายโง่งมจมชีวิน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 21 พฤศจิกายน 2013 : 23:53:37
ยุคสมัยแปรเปลี่ยนจนเพี้ยนพร่า
ม่านมายาคลี่ตัวทั่วทุกถิ่น
กลายเป็นคำอ้างกล่าวคาวมลทิน
ระรัวลิ้นปลิ้นปล้อนกะล่อนเปลือง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 21 พฤศจิกายน 2013 : 23:54:36
เมื่อวิถีชีวิตคิดเฟื่องฟุ้ง
ก็มาดหมายมั่นมุ่งความฟุ้งเฟื่อง
ลมหายใจเข้าออกบอกเนืองเนือง
ร่านรุ่งเรืองโภคทรัพย์ทับทวี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 21 พฤศจิกายน 2013 : 23:55:43
จึงเพียงแผ่วแว่วยินไม่ยี่หระ
แรกปะทะท้าทายแพ้พ่ายหนี
ย่อมน้ำน้อยยากกำราบปราบอัคคี
ย่อมความดีแพ้ละโมบโลภเกรอะกรัง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 21 พฤศจิกายน 2013 : 23:57:04
เปรียบเสมือนนิทานเก่าอันเล่าสืบ
ซึ่งซุกไว้ในซอกหลืบแห่งความหลัง
เสมือนสถานโบราณคดีที่ภินท์พัง
ซากเวียงวังปราสาทเกลื่อนกลาดตา.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 23 พฤศจิกายน 2013 : 22:59:37
มนุษย์มุ่งค้นหาอวกาศ
อวดฉลาดถึงดาวพร่างพราวแสง
โพยมยานล่องฟ้ามาสำแดง
ด้วยฤทธิ์แห่งความอยากยากคิดค้น



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 23 พฤศจิกายน 2013 : 23:01:15
เหยียบดวงจันทร์ห่างไกลได้ครั้งหนึ่ง
จะไปถึงดวงดาวพราวเวหน
ดาวอังคารถูกย่ำด้วยหุ่นยนต์
ขยะกลเกลื่อนฟ้าเพื่ออะไร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 23 พฤศจิกายน 2013 : 23:02:18
จักรวาลเวิ้งว้างคิดย่างก้าว
ค้นหาดาวที่มีผู้อยู่อาศัย
วิทยาการสูงส่งคงก้าวไกล
พากันไปไม่หยุดในจุดยืน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 23 พฤศจิกายน 2013 : 23:03:24
จะไปกันทำไมให้ไกลนัก
เพียงรู้จักใจคนยังทนฝืน
ใจมนุษย์เปลี่ยนตามเพียงข้ามคืน
ลืมตาตื่นสิ่งใหม่ได้เข้ามา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 23 พฤศจิกายน 2013 : 23:04:34
เรียนรู้ใจมนุษย์สุดเรียนได้
เรียนรู้ในจักรวาลนั้นง่ายกว่า
สิ่งใกล้ตัวหมางเมินเกินนำพา
แสวงหาอะไรที่ไกลเกิน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: รุจ ที่ 23 พฤศจิกายน 2013 : 23:05:45
ยังไม่รู้ข้างในใจมนุษย์
อย่ารีบจุดความฝันอันห่างเหิน
ใจตัวเองยังไม่ได้เผชิญ
แล้วจะเดินทางหา-ฟ้าทำไม.


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 24 พฤศจิกายน 2013 : 22:22:48
คมดาบที่ฟาดฟันมันใกล้ทื่อ
จะให้ถือฟันต่อก็ไม่ไหว
ปืนหมดเกลียวลำกล้องจ้องอย่างไร
ยิงออกไปไม่แม่นแม้นเหมือนเดิม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 24 พฤศจิกายน 2013 : 22:23:34
อวัยวะทั้งผองของเรือนร่าง
ทุกคนต่างใช้มันนั้นฮึกเหิม
ใช้มากครั้นสึกหรออยากต่อเติม
ไม่อาจเสริมสร้างได้ดั่งก่อนมา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 24 พฤศจิกายน 2013 : 22:24:27
ความไม่เที่ยงทั้งหลายได้ปรากฎ
ล้วนเป็นบทเรียนให้ได้ศึกษา
เกิด ดับไป ตามกาลวันเวลา
เปลี่ยนแปลงหาอะไรใดแน่นอน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 24 พฤศจิกายน 2013 : 22:25:49
ลุกจากเก้าอี้เถิด...เปิดโอกาส
มอบอำนาจเราที่มีมาก่อน
มอบหัวโขน บท ฉาก จากละคร
ให้เขาเล่นต่อกร ตอนต่อไป


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 24 พฤศจิกายน 2013 : 22:27:01
เป็นนางเอกเสียงหวานมานานแล้ว
ลองเปลี่ยนแนวเปลี่ยนบทรสชาติใหม่
มาเป็นคนดูบ้างเป็นอย่างไร
เผื่อจะได้เห็นเงาของเราเอง


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 24 พฤศจิกายน 2013 : 22:28:01
หากบทบาทเราดี...มีความหมาย
คนทั้งหลายศรัทธา...ชมว่าเก่ง
เกษียณนานเท่าใด...ไม่วังเวง
คนยำเกรงกราบไหว้...ไปนิรันดร์


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 24 พฤศจิกายน 2013 : 22:33:10
หมู่ปักษินบินเวียนว่อน ร่อนเต็มฟ้า
บ้างเลี้ยวไล่โฉบเฉี่ยวมา งามกว่าฝัน
นานาสัตว์เพรียกก้องซ้องไพรวัน
สารพันสัตว์ป่าออกหากิน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 24 พฤศจิกายน 2013 : 22:34:26
โน่นนกยูงรำแพนแอ่นอกหน้า
ตื่นกลัวฉันพลันถลาแล้วโผผิน
กระโต้งโฮ่งกระโต้งโฮ่งให้เพื่อนยิน
รีบโบยบินลับหายห่างภัยพาล


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 24 พฤศจิกายน 2013 : 22:35:43
ครอบครัวกวางย่างเยื้องและเล็มหญ้า
กระดิกหางวางท่านัยน์ตาหวาน
พอเจอฉันชูคอผลึ่งตะลึงนาน
คล้ายพบพานเพื่อนแท้แลเยือกเย็น


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 24 พฤศจิกายน 2013 : 22:36:31
คนมองกวางกวางจ้องคนดั่งมนตร์สะกด
ดูสวยสดบุญตาได้มาเห็น
แต่แล้วโอ้สัตว์ป่าเศร้า สุดลำเค็ญ
ป่าร่มเย็นเราถางยับหายลับไป


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: kaipoo ที่ 24 พฤศจิกายน 2013 : 22:37:29
ฝูงสัตว์ป่านานานก เคยผกผิน
เหลือเพียงดินไร้พนาจะอาศัย
สัตว์ขาดบ้านคนเพิ่มมาร ผลาญบรรลัย
นี่หรือไทยจ้องแต่ล้าง สร้างไม่เป็น!


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 27 พฤศจิกายน 2013 : 17:19:39
ศึกสงครามช่วยให้ได้คนกล้า
ความเมตตาปลอบปลุกความทุกข์เข็ญ
ความกราดเกรี้ยวส่งนิยามความใจเย็น
สิ่งดังเด่นต้องพึ่งพิงสิ่งชืดชา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 27 พฤศจิกายน 2013 : 17:21:35
เหล็กจะหลอมละลาย-ได้เพราะร้อน
กองไฟฟอนร้อนจี๋จึงมีค่า
พิษเปลวเพลิงลามไหม้ในพริบตา
มีธาราเย็นระงับช่วยดับไฟ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 27 พฤศจิกายน 2013 : 17:22:40
ก่อนร่ำรวยเป็นเศรษฐีมีเงินมาก
เคยจนยากเกือบสิ้นหวังมาครั้งใหญ่
ที่เด่นโดดโชติช่วงร่วงดับไป
เป็นวิสัย...อนิจจังไม่ยั่งยืน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 27 พฤศจิกายน 2013 : 17:23:46
อย่ายึดมั่นถือมั่นให้มันมาก
เมื่อยุ่งยากอย่าให้อยากเป็นขวากฝืน
ยามจนตรอกชอกช้ำต้องกล้ำกลืน
จะคงคืนสุขได้อีกไม่นาน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 27 พฤศจิกายน 2013 : 17:24:47
ทุกสิ่งมีคุณค่าอย่ามองข้าม
ทุกผู้นามควรพึ่งพิงอิงประสาน
มีน้ำใจเอื้อเฟื้อคอยเจือจาน
โลกสะคราญน่าอยู่หากรู้ธรรม



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ไอ้จ่อย ที่ 27 พฤศจิกายน 2013 : 17:25:49
สถานการณ์สร้างคนส่งผลช่วย
ทั้งร่ำรวย...ยาจกผู้ตกต่ำ
จากผลผลิตผลงานการกระทำ
สิ่งควรจำกตัญญู...รู้คุณคน.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 28 พฤศจิกายน 2013 : 00:01:08
คนกินข้าวมีถึงครึ่งค่อนหล้า
แต่ราคากลับตกเสียปี้ป่น
ชาวนาจึงหมดค่าราคาคน
คือวังวนราคาข้าวของชาวนา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 28 พฤศจิกายน 2013 : 00:02:09
จากเจ้าทุยถึงรถไถในท้องทุ่ง
เรื่องยุ่งยุ่งของข้าวไทยยังถามหา
หนีไม่พ้นกลกรรมเรื่องราคา
รัฐนาวาที่ว่าแน่แก้ไม่เป็น



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 28 พฤศจิกายน 2013 : 00:03:16
หยุดทำนาเพื่อหยุด...คนกินข้าว
ได้หรือเปล่าหนอนั่นฉันอยากเห็น
กินน้ำมันทดแทนข้าวทั้งเช้าเย็น
โลกยากเข็ญอย่างไรฉันไม่รู้


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 28 พฤศจิกายน 2013 : 00:04:36
คนคอยแก้แท้สิ้นคนกินข้าว
จึงสิ้นเปล่าไปคิดแทน แสนหดหู่
นั่งห้องเย็นคอยแก้ไขไม่น่าดู
คนที่อยู่กับปัญหาไม่มามอง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นิลจ้น ที่ 28 พฤศจิกายน 2013 : 00:05:39
คิดอย่างเดียวทำอย่างเดิมไม่เริ่มเปลี่ยน
ว่าคิดใหม่จวนเจียนจะจองหอง
อย่าแก้ทางอย่างเก่าเข้าทำนอง
ราคาของราคาข้าวยังเท่าเดิม.


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 พฤศจิกายน 2013 : 11:49:42
บนกระดาษสีขาวพร่างพราวสวย
ยังว่างด้วยเรื่องราวจากคราวไหน
ความเปลี่ยวเปล่าปรากฎจารจดใน
รอยเส้นใยสะอาด..กระดาษบาง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 พฤศจิกายน 2013 : 11:50:44
ต่อเมื่อเธอแต้มสีที่เธอเขียน
จึงแปรเปลี่ยนวูบไหวในโครงร่าง
แต่ละสีกำหนดจากหยดจาง
ค่อยซึมซับแผ่กว้าง...ระหว่างแนว



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 พฤศจิกายน 2013 : 11:51:47
เกิดเป็นภาพเป็นลายหลากหลายสี
ปะปนถมทบทวีคลี่เป็นแถว
จินตนาผ่องพราวด้วยวาวแวว
งดงามแล้วบรรเจิดเกิดแต่ใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 พฤศจิกายน 2013 : 11:52:33
บนกระดาษสีขาวพร่างพราวสวย
จึงงามด้วยเส้นสีที่อ่อนไหว
ฝากเรื่องราวหนาวร้อนซ่อนภายใน
บนกระดาษบางใสเส้นใยเนียน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 พฤศจิกายน 2013 : 11:53:31
เก็บเกี่ยวรอยสุขโศกที่โลกสร้าง
ซ่อนอำพรางด้วยสีที่เธอเขียน
ภาพซ้อนภาพต่างภาพฉาบวนเวียน
เธอต้องเรียนรู้โลกโชคชะตา.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 พฤศจิกายน 2013 : 11:56:36
เส้นทางเดินชีวิตฉัน เลือกไม่ได้
กรรมทำไว้ตามทันสุดฟันฝ่า
ความจนคอยติดตามแต่เกิดมา
อนาถาทนอยู่สู้ชีวิต



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 พฤศจิกายน 2013 : 11:57:53
โดดเดียวและเดียวดายในโลกกว้าง
ทุกก้าวย่างทางเดินมืดสนิท
ฟ้าไร้ดาวรอบกายดูมืดมิด
ไฟนำทางถูกปิดทั่วทิศทาง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 พฤศจิกายน 2013 : 11:58:49
เหลือเพียงแต่ความทรงจำที่จำได้
ทุกทุกลมหายใจมิไกลห่าง
กับความรู้สึกปวดร้าวมิเบาบาง
ฝากฝังลึกระหว่างกลางหัวใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 พฤศจิกายน 2013 : 12:00:01
หาความรักจริงจากเธอไม่มีแน่
ฉันยอมแพ้ยอมช้ำน้ำตาไหล
ถูกเหยียดหยามถากถางบ้างเป็นไร
ฝืนยิ้มยอมรับได้กับความจริง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 พฤศจิกายน 2013 : 12:01:09
ต่อนี้ไปจะทนจนตายจาก
คงแสนยากหากคิดลืมทุกสิ่ง
ใช่..ใช่..ใช่ผู้ชายที่ถูกทิ้ง
สมใจหญิงแล้วก็ เลิกร้างลา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 พฤศจิกายน 2013 : 12:02:57
เธอไม่ผิดแน่นอนถึงตอนนี้
ฉันผิดที่ไม่เจียมตัวเสียมากกว่า
เธอคือหงส์ฉันหรือก็คือกา
ต่างวงศาไม่อาจร่วมอยู่ด้วยกัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 พฤศจิกายน 2013 : 12:03:56
คิดถึงคำเธอย้ำเอ่ยพร่ำขาน
ตราบวายปราณหัวใจไม่แปรผัน
แค่ลมปากพูดผ่านไปวันวัน
สงสารกันสักนิดก็ไม่มี


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นกกระจอก ที่ 30 พฤศจิกายน 2013 : 12:05:02
ก็เพราะฉันเชื่อเธอไปทุกอย่าง
ติดตารางไม่ขาด-เยี่ยมถึงที่
สักนิดเธอไม่เห็นเป็นความดี
พี่รู้ซึ้งวันนี้ก็สายเกิน.


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 02 ธันวาคม 2013 : 13:59:29
ชีวิตคนเกิดก่อมาต่อสู้
การเรียนรู้ด้วยแรงแสวงหา
มรดกความดีที่ศรัทธา
พัฒนาชีวิตผิดอย่าพราง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 02 ธันวาคม 2013 : 14:00:29
ความเพียรเป็นแรงใจความใฝ่ฝัน
ใจบากบั่นบำบัดสิ่งขัดขวาง
ความสำเร็จที่หมายอยู่ปลายทาง
แสงสว่างมองเห็นเกิดเป็นคน


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 02 ธันวาคม 2013 : 14:01:26
ความรักเกิดความดีมีอำนาจ
ความสามารถประดับไม่สับสน
มีมานะในกิจนำกระทำตน
มลทินพ้นเกิดคุณงามความเจริญ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 02 ธันวาคม 2013 : 14:02:14
ผู้มีใจพยายามเป็นความหวัง
กิจทุกครั้งมีสัมพันธ์น่าสรรเสริญ
แสงส่องสินทรัพย์สว่างในทางเดิน
งานคือเงินอำนวยด้วยความเพียร



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 02 ธันวาคม 2013 : 14:03:12
ใจสู้งานการดีที่คงมั่น
ใจผูกพันดำริมิแปรเปลี่ยน
ผิดเป็นครูรู้กฎเป็นบทเรียน
แนบจำเนียรชีวิตเห็นเป็นไมตรี


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: เกลือ ที่ 02 ธันวาคม 2013 : 14:04:20
สังคมกับชีวิตปริศนา
คนมีค่าอยู่สังคมสมศักดิ์ศรี
ประพฤติธรรมก้าวไปในชีวี
ทำหน้าที่สมนามความเป็นไทย.


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 03 ธันวาคม 2013 : 00:22:50
เหตุแห่งความเป็นมาความกล้าหาญ
ร่วมปกบ้านป้องเมืองเรืองศักดิ์ศรี
ผืนไตรรงค์ธงไทยไร้ราคี
สืบความดีเอกราชชาติก้าวไกล



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 03 ธันวาคม 2013 : 00:24:26
จำหลักเลือดจำหลักเนื้อแห่งเชื้อชาติ
จำหลักความองอาจอย่าหวาดไหว
ขณะเห็นทุกยามความเป็นไทย
หลอมดวงใจให้ดำรงคงความงาม


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 03 ธันวาคม 2013 : 00:25:29
งามน้ำใจให้ทานบ้านเป็นสุข
ผ่านพ้นทุกข์ยุคสมัยไร้คนหยาม
พุทธศาสน์ปราศกิเลสทุกเขตคาม
ระบือนามขวานทองผ่องไพบูลย์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 03 ธันวาคม 2013 : 00:27:00
งามทั้งศาสน์กษัตริย์รัฐและราษฏร์
จึงองอาจชาติไทยไม่สิ้นสูญ
มอบไมตรีโอบเอื้อพร้อมเกื้อกูล
ยิ่งเพิ่มพูนเสริมค่าคำว่า "ไท"



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 03 ธันวาคม 2013 : 00:28:02
เป็นหมายเหตุประเทศชาติประกาศก้อง
ชนทั้งผองคลายทุกข์สุขสดใส
แผ่นดินธรรมแผ่นดินทองเรืองรองไกล
ทุกสมัยยังไม่คลายสายสัมพันธ์



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: ยอด~ ที่ 03 ธันวาคม 2013 : 00:30:08

เป็นอู่ข้าวอู่น้ำอู่ชีวิต
ตราบขวานทองยังศักดิ์สิทธิ์จิตสุขสันต์
ไทยเป็นไทไทยเป็นธรรมย้ำยืนยัน
อวยชัยขวัญมั่นตระหนักรักษ์เมืองไทย



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 05 ธันวาคม 2013 : 00:50:59
มดปลวกเดินทำงานไปไม่เกียจคร้าน
มุ่งทำงานทั้งวันที่มั่นหมาย
มุมานะพยายามตามแรงกาย
ไม่วุ่นวายขัดแย้งกันอย่างชั้นชน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 05 ธันวาคม 2013 : 00:52:05
ชีวิตมีแบบยืนเป็นพื้นฐาน
สู้กับงานตามยุคทุกแห่งหน
มีความเพียรเหมือนปลวกมดรู้อดทน
ความเป็นคนต้องขยันอย่างมั่นใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 05 ธันวาคม 2013 : 00:52:53
วิถีทางแห่งกรรมนำชีวิต
มีความคิดเป็นแนวสร้างทางแก้ไข
ชีวิตดีอยู่รอดตลอดไป
ถึงหลักชัยสัมพันธ์อย่างมั่นคง



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 05 ธันวาคม 2013 : 00:53:53
ความเพียรเป็นชีวิตคิดสมหวัง
เป็นกำลังแรงใจในประสงค์
ด้วยหน้าที่ยึดถือความซื่อตรง
ใจดำรงสุขได้ในทางดี



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 05 ธันวาคม 2013 : 00:54:42
ปัจจัยสร้างชีวิตคิดสร้างสรรค์
ความขยันพร้อมไว้ปัจจัยสี่
สังคมรับนับถือคือชีวี
คนนั้นมีปัญญามาใช้กัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: yaicholou ที่ 05 ธันวาคม 2013 : 00:55:44
ชีวิตคนมีปัญญามากกว่ามด
สู้ออมอดเตรียมการรู้อยู่ขยัน
มีความเพียรทำงานจริงสิ่งสำคัญ
เป็นคนนั้นทำอย่างมดไม่อดตาย.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้องป๊อบ ที่ 14 ธันวาคม 2013 : 14:51:45
ตลาดหุ้นวุ่นวายกลายเป็นหวย
คนหวังรวยมีแยะเช้าและบ่าย
เศรษฐกิจเงินร้อนขจรขจาย
ผลสุดท้ายใครรวยเล่าก็เจ้ามือ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้องป๊อบ ที่ 14 ธันวาคม 2013 : 14:53:00
บางคนยังงมงายหมายเลขเด็ด
หลงกลเม็ดมิจฉาชนคนไม่ซื่อ
อาจารย์เด่นคนทรงเจ้าเขาร่ำลือ
นั่นแหละคือปาหี่ที่หลอกตา



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้องป๊อบ ที่ 14 ธันวาคม 2013 : 14:53:58
สิ่งแปลกแปลกแน่นขนัดคนขัดถู
แสนอดสูผู้เพ้อฝันแหล่งตัณหา
เดินเส้นทางอบายมุขทุกเวลา
มีปัญญาแต่อนาถเป็นทาสใจ



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้องป๊อบ ที่ 14 ธันวาคม 2013 : 14:55:00
อยู่ในความเพ้อฝันอันย่อยยับ
หมดสิ้นทรัพย์ยังค้นคว้ามาเล่นใหม่
ทั้งกู้หนี้ยืมสินดิ้นกันไป
เหมือนก่อไฟนรกสุมอกตน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้องป๊อบ ที่ 14 ธันวาคม 2013 : 14:55:51
บางครั้งถูกนิดหน่อยพลอยสดชื่น
คิดจะถอนทุนคืนหวังฟื้นต้น
ยิ่งทุ่มเทก็จมดิ่งและยิ่งจน
คือวังวนอบายมุขทุกข์ตามทัน



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: น้องป๊อบ ที่ 14 ธันวาคม 2013 : 14:57:26
อะไรหนอบังตาน่าอนาถ
ใช้ชีวิตประมาทวาดความฝัน
น้ำบ่อหน้าหรือโชคช่วยหวังรวยกัน
การพนัน...ทำให้ใครฤารวย.



หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 29 พฤษภาคม 2014 : 01:45:44
เป็นนกต้องรักนก
คอยป้องปกซึ่งเผ่าพันธุ์
อยู่ป่าพนาสัณฑ์
มิทิ้งกันยามใดใด

ถูกจับเป็นนกต่อ
หา ยอมจ้อส่งเสียงไม่
เพื่อนรักจักบรรลัย
สู้ตายเดี่ยวเปลี่ยวเอกา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 29 พฤษภาคม 2014 : 01:47:01
นักกลอนกับนักกลอน
สโมสรเสมอมา
ทั้งปวงต่างห่วงหา
สมานมิตรสถิตเสถียร

บทกวีนั้นมีมาก
รูปหลายหลากนับเล่ม-เกวียน
เลือกคิดเลือกขีดเชียน
ประจงจัดค่อยขัดเกลา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 29 พฤษภาคม 2014 : 01:48:23
ชอบฉันท์บรรเลงฉันท์
เสนาะกรรณเสียงหนักเบา
ถึงยากก็ทนเอา
ดุจ "ท่านชิต บูรทัต"

ชอบกลอน "สุนทรภู่"
บรมครูสร้างประวัติ
ลูกเล่นแสนเด่นชัด
แพรวสัมผัสพึงศึกษา


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 29 พฤษภาคม 2014 : 01:49:34
ชอบกาพย์ "เจ้าฟ้ากุ้ง"
ก็หมายมุ่งจับลีลา
อิ่มเอมเปรมนักหนา
อ่านซ้ำซ้ำดื่มด่ำเพลิน

ลิขิตวิจิตรพจน์
รู้ออมอดมิล่วงเกิน
ใครยอดร่วมยอเยิน
อย่าเหยียบย่ำให้ช้ำเลย.


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 04 มิถุนายน 2014 : 23:57:31
ภาษาไทยไขชี้วิถีชาติ
รวมศิลป์ศาสตร์ปราดเปรื่องรุ่งเรืองสมัย
เอกราชเอกลักษณ์ประจักษ์ไกล
ลายสือไซร้ให้หลักฐานนานนิยม

ประดิษฐ์อักษรก่อนปรับรับเติมต่อ
แรกยุคพ่อขุนรามงามเหมาะสม
พยัญชนะสระแยกจากเกอยกม
ตัวเลขชมชื่นสมัครพิทักษ์คงฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 04 มิถุนายน 2014 : 23:59:29
วรรณยุกต์สนุกเสียงสำเนียงเสนาะ
ฟังไพเราะเพราะพริ้งยิ่งพิศวง
เอกโทตรีมีสูงต่ำตามจำนง
จัตวาส่งตรงผันจำนรรจา

วรรณคดีสุนทรีย์พจน์จดบันทึก
แบบอย่างฝึกสำนึกถ้วนควรศึกษา
ประเพณีดีพร้อมน้อมนำพา
ผูกศรัทธาสถาบันอนันต์ประการฯ


หัวข้อ: Re: @ เชิญชวนต่อกลอนกันคนละบท @
เริ่มหัวข้อโดย: นก ที่ 05 มิถุนายน 2014 : 00:00:52
ราชาศัพท์ระดับชั้นนั้นแตกต่าง
สื่อสรรค์สร้างมรดกตกลูกหลาน
อีกสำนวนสุภาษิตจิตเบิกบาน
เลือกเขียนอ่านขานคล่องทำนองตน