ร้อยความฝันพันจินตนาการ

:: บทกลอน-บทกวี-เรื่องสั้น :: => ค่ำคืนของเธอและฉัน => ข้อความที่เริ่มโดย: มันตรา ที่ 01 กุมภาพันธ์ 2010 : 01:47:35



หัวข้อ: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: มันตรา ที่ 01 กุมภาพันธ์ 2010 : 01:47:35


รัตติกาลเยื้องย่างระหว่างโลก      
ดั่งรอยโศกรุมโลกเร้าเงาสวัล
ช่วงเวลาแห่งความคิดอันหวาดกลัว   
สั่นระรัวใจสั่นเพราะพรั่นใจ

ไร้สดับรับยินใดในความคิด      
ใช่ลิขิตประดังมาว่ากาลไหน
สดับโสตโอดครวญคร่ำร่ำเพียงใจ   
อาดูลย์ในความคิดแห่งโศกา

ห้วงเวลาแห่งลมหนาวพราวประดับ   
ให้สมกับราตรีกาลผ่านม่านฟ้า
แห่งกาลนี้จะมีเพียงม่านน้ำตา      
รินรดมาเพื่อปลอบว่าได้ผ่อนคลาย

โลกทั้งหลายสิ้นสุดแล้วกับชีวิต   
ด้วยลิขิตแห่งดาวใดใช่ใจหมาย
ไร้สิ้นแล้วซึ่งเสียงแห่งลมหายใจ   
ประดับไว้มีเพียงแค่ความทรงจำ

ร้อยร่ำอันใดเล่าเจ้าความคิด      
กำหนดจิตใช่ปล่อยใจให้ถลำ
ราตรีนี้ข้าจึงมีเพียงลำนำ      
แทนคำคร่ำแห่งโศกาว่าอาลัย


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: Mam_Mos ที่ 01 กุมภาพันธ์ 2010 : 16:44:51
รัตติกาลเยื้องย่างอย่าเคยเปลี่ยน
ยังหมุนเวียนเป็นนิจไม่ผิดผัน
ความเปลี่ยนแปลงนั่นหรือคือนิรันดร์
เพียงเท่านั้นที่คงอยู่ไม่รู้วาย

ทุกชีวิตก็มีที่บรรจบ
ต้องได้พบทุกข์อยู่ไม่รู้หาย
จะกอบโกยอะไรไปมากมาย
เมื่อสุดท้ายก็สิ้นสุดจุดเดียวกัน

รัตติกาลมืดดำชวนพร่ำคิด
ถึงชีวิตที่ยังอยู่ต้องเปลี่ยนผัน
ยังเวียนว่ายทุกข์สุขสารพัน
กว่าจะถึงวันนั้นอันยาวไกล


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: maya8 ที่ 08 กุมภาพันธ์ 2010 : 22:27:31


ห้วงแห่งราตรีกาลวารแห่งโลก
แรงลมโบกสู่ทิวหญ้าพาสั่นไหว
คิดถึงใครคนหนึ่งกว่าสิ่งใด
ความละไมอยู่ที่ใจได้ผูกพัน

วานผันวันผ่านพ้นวานโศก
ฉันเก็บโลกไว้ในมือเพราะคือฝัน
วางบางสิ่งเพื่ออิงใจไว้นิรันดร์
หากวารผันวันผ่านมิรานใจ

ห้วงแห่งราตรีกาลนานลำลึก
ตริตรองตรึกลึกลง ปลง – สดใส
ในห้วงแห่งขุนเขาลำเนาไพร
ม่านฟ้าใหม่ยังคงฉายทางทิศเดิม


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: มันตรา ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2010 : 02:41:34


ในห้วงใจ ลมหนาวแห่งรัตติกาล
ฝากตำนาน กาลใดให้มาเพิ่ม
จรัสแสงแห่งดวงดาวพราวแต่งเติม
เพียงเพื่อเริ่มเติมต่อ พอพักใจ

จรัสใดแห่งไมตรี จากฟากฟ้า
รังสรรค์มา – เพื่อสถิตนิมิตใหม่
เพื่อเพียงพอแก่กาลก่อนเพื่อผ่อนใจ
ดำเนินไปตามวาระที่ควรเป็น

แล้วแต่เห็นเช่นไร ใดสิ่งดี
สำนึกนี้จะยอมรับดั่งเป็นเช่น
ร้อนจากไฟจะดับด้วยไอฉ่ำเย็น
หากเพียงเห็นว่าควรคู่อยู่ที่ใจ

ห้วงหาวยาวนานแห่ง รัตติกาล
ฝากลมผ่านเพื่อโยนจิต พิศสั่นไหว
ลมโอบเอื้อใช่ว่าเถือเนื้อจากใจ
ยามฟ้าใหม่ใจจำจิต คิดจดจำ


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: มันตรา ที่ 05 มีนาคม 2010 : 00:57:37


รัตติกาลผันเวียนมาเพลานี้
ห้วงราตรีนี้บรรเลงเพลงดื่มด่ำ
หนึ่งอักษรสะท้อนน้ำย้ำถ้อยคำ
เงาอาบฉ่ำให้ปรอยโลกลบโศกไกล

ไหวหวาน ... ผ่านม่านฟ้า และธานี
คือสิ่งดีที่บรรเลงเพลงขานไข
ท่วงทำนองน่าลองลิ้มด้วยอิ่มใจ
มาอาบไว้ให้ดับร้อน ... ผ่อนระอา

ปลายฟ้าใช่สุดไกลในความคิด
หากดวงจิตยังบินไกลเพราะใฝ่หา
ตะวันแย้มแก้มอิ่มเพราะพริ้มพา
ห้วงอุราแห่งอักษรสะท้อนใจ

ดีได้ด้วยใจเริ่มจากคิด
ก่อนชีวิตที่สร้างฝันพลันหลับ ไหล
ให้งามกานท์มาแต้มเติมเสริมแรงใจ
งามเพียงไหน ... จริงหรือไม่ให้ตรองคำ


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: มันตรา ที่ 12 มีนาคม 2010 : 22:50:09


รัตติกาลเพียงบอกวันเพื่อพลันตื่น
คือจุดยืน หรือมนต์ใจให้ดื่มด่ำ
ทุกอักษรเพียงย้อนสะท้อนคำ
ให้จดจำช่วงเวลาผ่านพ้นไป

รู้สึกไหมหลายอักษร คือพรรัก
ย้ำตระหนักค่าขอบคุณอันยิ่งใหญ่
หากสิ่งดียังคงเกิดขึ้นกับใจ
เมื่อผู้ให้ – แลผู้รับนั้นรักเป็น

หากได้เห็นคำพรใดผ่านดวงตา
หากฟากฟ้าปราณีให้ได้เห็น
จงเก็บไว้ในรู้สึกอย่างควรเป็น
วางละเว้น – ความรู้สึกบางส่วนไป

สัมผัสใจยังดีอยู่ไหม .. คนดี
ณ ราตรีที่พักวางทุกสิ่งไว้
หลับเสียเถิดแล้วพักวางทุกสิ่งใด
เปิดหัวใจรับสิ่งใหม่ที่ปลายทาง.


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: มันตรา ที่ 20 มีนาคม 2010 : 03:39:48


ณ ราตรีกาลที่ผ่านมาครารู้สึก
คงร้าวลึกในหัวใจ หากไหวหวั่น
ทว่าหากรู้สึกดีให้แก่กัน
ในความฝันหรือความจริงมิเปลี่ยนไป

ในความเงียบคิดถึงสิ่งใดบ้าง ใจเอ๋ย
คำเฉลย มีคำตอบให้ใจบ้างไหม
ละบางสิ่ง หรือ แนบอิงใจสู่ใจ
เหตุผลใด ที่มีให้ ไม่ต้องการ

เดินผ่านเรื่องราวมามากมาย ที่รัก
สิ่งที่ทายทักแม้จะเต็มไปด้วยคำว่า ประหาร
เรื่องราวหลากหลายที่วนเวียนว่าย ตราบนาน
แต่คำว่าก้าวผ่าน ยังคงเติมเต็มอยู่ที่ใจ

โศกเศร้า สอนเราให้เดินต่อ หรือ หยุดพัก
ความรักยังเติมเต็มให้กันได้ อีกไหม
ความกลัวทำให้ทดท้อ หรือว่า หมดใจ
เพราะไม่ว่าราตรีนี้ หรือ ราตรีไหนสิ่งที่มีให้ คือกำลังใจที่ดี


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: มันตรา ที่ 27 เมษายน 2010 : 04:06:18


ในห้วงแห่งคำว่า “ราตรี”
มีสิ่งใดไหนเล่าค่ำคืนนี้
สายลมไหว .. ยังเอนไกวด้วยยินดี
เพื่อได้พักที่ตรงนี้ให้ตราบนาน

ความหวานจากหมู่ดาวที่พราวพร่าง
ดั่งจับวางเนรมิต ลิขิตหวาน
โอบรัดด้วยสายลมไหวแห่งช่วงกาล
อยากพักใจให้ตราบนานจวบสิ้นใจ

เอนกายปรายทอดลงที่พงหญ้า
รออรุณเบิกฟ้า ... คราสดใส
เพื่อรอยยิ้มที่เอมอิ่มเพราะปริ่มใจ
หวานละไมใช่สั่นไหวจากใครนั้น

ดึกดื่น คืนค่ำ พร่ำมินอน
เพียงคำกลอน มาออดอ้อนพรแห่งฝัน
ในคำทักปรายคำ “รัก” ตราบนิรันดร์
ในความฝัน ตื่นพลันสุข ลุกขึ้นยืน


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: มันตรา ที่ 11 มิถุนายน 2010 : 02:29:38


รัตติกาลเยื้องย่างแห่งทางฝัน
คืนแลวัน แห่งความฝันไร้ความฝืน
กับแรงใจ ที่พร้อมก้าวลุกขึ้นยืน
ทั้งหลับตื่น ให้เรียนรู้สู่เรื่องจริง

กำลังใจ ที่ฝันใฝ่ในเบื้องหน้า
ใช่คำท้า คือผ่านไปในบางสิ่ง
เมื่อสองเท้าจักพร้อมก้าว ใช่ประวิง
ในความนิ่ง เพียงเพื่อยิ้มให้กับใจ

ณ ห้วงหาว ดวงดาวอันไกลโพ้น
ความอ่อนโยนจักฝังแฝง แรงหลับ ไหล
เพื่อวันพรุ่ง รุ่งอรุณกรุ่นกลิ่นไอ
รับวันใหม่ ด้วยรอยยิ้มอิ่มไมตรี

ณ ราตรี นี้เพื่อใจในวันพัก
ด้วยความรัก ใช่ร้อยเล่นเช่นศักดิ์ศรี
ในคำถ้อย เพื่อเรียงร้อย พจน์ยินดี
ฝากสิ่งดี เปี่ยมด้วยศรีมีเพื่อเธอ


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: มันตรา ที่ 09 กรกฎาคม 2010 : 00:44:03

ราตรีกาลประดุจม่านวิมานฝัน
ถ้อยรำพันรินรดหลั่นพลันเสนอ
สรรสร้างเอกปัจเจกไว้ใช่ละเมอ
บ้างพร่ำเพ้อเผลอร้องเรียกเพรียกเวลา

พรรณาช่วงเวลาแห่งคราฝัน
ยังจำมั่นดลฤทัยให้ฝันหา
ความมืดมิดนิรมิตจิตเพลา
อันล้ำค่าที่ใฝ่หาคราค่ำคืน

หลับ ฤๅตื่น มิรู้ได้ในภายหน้า
จ้องมองฟ้าในเพลา มิอาจฝืน
ฟ้าช่างกว้าง กับรอยทางบางค่ำคืน
มิรู้ตื่น มิรู้ลับ ดับเวลา

ณ ราตรีหากฟ้านี้เนรมิต
ให้ดวงจิตได้พบใครที่ใฝ่หา
คราเรียงร้อย ดั่งกล่อมกลอยเจ้าแก้วตา
เพียงเพราะว่า เพลานี้มีสุขใจ

อุ่นไอในความมืด จากแสงดาว
วะวิบวาว พราวแห่งแสงแรงหลับ ไหล
ไฟสว่างจะส่องทางไปสุดใจ
ราตรีไหน ณ ที่นี้จะมีกัน


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: มันตรา ที่ 17 กรกฎาคม 2010 : 04:27:21

กระแสคลื่นแห่งใจยังไหลหลั่ง
ยังโถมทั่งประดังซัดยืนหยัดไว้
ลัดเรื่อยเลาะเซาะผ่านซ่านทรวงใน
ดั่งมนต์ใจระรินรดกำหนดมา

ถาโถม...รุกโรมแห่งเกลียวคลื่น
หลับ ฤๅ ตื่นจักฟื้นใจในภายหน้า
สายลมพลิ้วยังลิ่วเลาะเกาะดารา
เทียมภูผา...ท่าผืนน้ำให้ด่ำใจ

ในลมไหวผ่านพงไพรไหวระบัด
มาจารจัดว่าแสงสีมณีใส
ดั่งเพชรแท้หากรู้แน่แท้แก่ใจ
สรรสิ่งดีจักนำพาค่านิยม

ให้ลมห่มระทมทุกข์ที่รุกเร้า
ดั่งดาวเฝ้าธรณีที่ขืนข่ม
ค่าหนักแน่นแม้เกินแก่นแท่นอารมณ์
ไร้ลมชมตรมแห่งโศกเมื่อโลกพา

หากทว่าปล่อยหัวใจให้ลอยคว้าง
เมื่อหนทางช่างมืดดำใช่ด่ำค่า
คำครวญคิดจักตามติดแทนวาจา
อักษราจักมีค่าเพียงแค่กานท์

ด่ำเงาหวานละลานใจในเงาฝัน
แลคืนวันมีเพียงถ้อยร้อยฉ่ำหวาน
หากคำถ้อยจักรักร้อยให้ตราบนาน
แม้วันผ่านกานต์จักอยู่คู่เงาใจ

พรอันใดในวลีที่สดับ
จงเปิดรับแลลองตรองมองเสียใหม่
เมื่อสุข – ทุกข์ ยังรุกเร้าดั่งเงาใจ
นานเพียงไหนอยู่ที่ใจจักใฝ่ปอง



หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: Ryuu ที่ 18 กรกฎาคม 2010 : 01:08:56
ณ ราตรีกาล ผ่านฟ้ามืด
แสงอาจจืดรอบตัวดูมัวหมอง
แต่ปลายทางสว่างดังที่หวังปอง
อยู่ที่ลองก้าวให้ถึงซึ่งปลายทาง


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: b e r r y ที่ 03 ตุลาคม 2010 : 23:12:55


ณ ราตรีกาลผ่านฟ้าในคราหนึ่ง
ในที่ซึ่งแสงไฟ นั้นเมินหมาง
รายรอบด้วยความมืดมิด ระยะทาง
ความสว่างเพียงน้อยนิด กลับคือใจ

รายรอบทางเต็มไปด้วยความมืดมิด
หนึ่งชีวิตจึงต้องการเอาใจใส่
เพื่อก้าวต่อ เพื่ออยู่รอดอย่างปลอดภัย
ใต้ฟ้าใหม่ สีฟ้าพางดงาม

เมื่อข้างทางไม่มีแม้แสงไฟ
ภายในใจล้วนแล้วแต่คำถาม
ว่าจริงหรือ หรือว่าคือ ไม่ได้ความ
เกิดคำถามยามลัดลอบมองออกไป

ชีวิต กับการเอาใจใส่นับเรื่องดี
เรื่องดีดี ในความคิด เธอว่าไหม
ไม่เคยยอมจำนน คงเพราะใจ
ที่รักษา ชีวิตให้อยู่ยืนนาน

แต่ฉันชอบ ความมืด ณ ราตรี
หากบางที มองแสงสีให้ข้ามผ่าน
ไฟดวงเล็กอาจเปี่ยมด้วยจินตนาการ
กับวันผ่าน คืนค่ำ ย่ำราตรี


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: มันตรา ที่ 06 ตุลาคม 2010 : 02:59:26


ณ ราตรีกาลผ่านม่านฟ้าอีกคราครั้ง
เสียงเพลงยังก้องกังวานผ่านคืนนี้
ในม่านฝันพลันบรรเลงเพลงที่มี
บทกวี แห่งลมหนาวอีกคราวครา

ก่อนอุษา จะมาเยือน ในเรือนถิ่น
ก่อนจะยลไอดิน ที่ล้ำค่า
ก่อนท้องฟ้า จบอบอุ่นอีกคราวครา
ใครสักคนจะกลับมาสู่อ้อมใจ

อิ่มบ้างไหม อุ่นบ้างไหมในลมหนาว
สักครั้งคราวที่ห่วงหาคราหวั่นไหว
กลอนโอบกอดดั่งคำพรอด จากหัวใจ
แทนกลิ่นไอ แห่งความรักฝากใจเธอ

ในกาลเพ้อจะมีเธอในอ้อมกอด
เติมหัวใจได้ตลอดสม่ำเสมอ
เช็ดน้ำตา ช้ำอุรายามพล่าเบลอ
หนึ่งอักษรวอนบอกเธอ ณ ราตรี

ว่ากาลนี้ หรือ กาลหน้าที่มาถึง
นี่คือพจน์บทรำพึงในคืนนี้
ฝากลมกอดในอ้อมรัก พรอดภักดี
ที่ฉันมี เพื่อรักเธอเสมอ..ในแววตา


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: จีวัน ที่ 24 พฤศจิกายน 2010 : 03:22:01


ณ ราตรีกาลผ่านม่านฟ้าคราลมหนาว
ยามฟ้าใสเหม่อมองไปเห็นเพียงดาว
อรุณรุ่งปรุงประถิ่นกลิ่นกลางหาว
น้ำค้างพราวก็ถึงคราวอรุณสวัสดิ์รับตะวัน

-------------------

ราตรีกาล ม่านลมหนาวคราวพัดผ่าน
อนันตกาลสุขอุราฝ่าความฝัน
จึงเรียงร้อยถ้อยวาจาค่าอนันต์
เพื่อรับขวัญแห่งรุ่งเช้า คราวพัดมา

เมื่ออุษามาเยือน มาเตือนถิ่น
หอมกลิ่นดินประถิ่นปรุงจรุงหา
แสงแดดอ่อนยามเช้าลมพัดพา
มนต์แห่งฟ้าเพื่อยิ้มรับกับตะวัน

เสียงเพลงคลอเบาเบา เคล้าลมอ่อน
ดั่งออดอ้อนในคืนวานผ่านความฝัน
เสียงนกน้อยคอยกระซิบ จิบรำพัน
คิดถึงจันทร์ฉันก็สุข ใช่ทุกข์ใจ

ราตรีกาลผ่านม่านฟ้าในคราฝัน
นั่งชมจันทร์ท่ามหมู่ดาวสกาวใส
เมื่อทั้งผองปองรู้อยู่คู่ฟ้าไกล
ว่าคืนนี้ คืนไหนในห้วงกาล


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: มันตรา ที่ 15 มกราคม 2011 : 04:08:36


ณ ราตรีกาลผ่านม่านฟ้าคราใกล้รุ่ง
เมื่อกลิ่นปรอยรอยน้ำค้างพร่างจรุง
แลอวลด้วยไอดิน หอมกลิ่นฟุ้ง
คราใกล้รุ่งไร้แต่งปรุง สรรอีกครา

ราตรีกาล แห่งลมหนาวคราวพัดผ่าน
จากวันวานจวบวันนี้ยังมีค่า
เมื่อเพลินพิศ ยังคิดถึงซึ่งเวลา
งามหนักหนา เมื่อมองค่าราตรีกาล

วานอุษาถึงเวลาอีกคราครั้ง
ให้อยู่ยั้งซึ่งไออุ่นคุณความหวาน
ดั่งดวงจิตสถิตไว้ในดวงมาน
จากวันวานจวบวันนี้ จึงมีเรา

วางความเขลา ละความเศร้าแห่งวันก่อน
เมื่อมองย้อน จงเข้มแข็งใช่แฝงเหงา
พึงวางใจมาร้อยเล่นเช่นเบาเบา
ดังก่อนเก่า จนเกือบรุ่งดั่งคุ้งใจ

ราตรีกาลผ่านม่านฟ้าเวลาฝัน
ร้อยรำพันเพียงพินิจจิตสุกใส
ในอารมณ์ ไร้รอยตรม ดั่งห่มใจ
สติใฝ่ รู้ชมชอบ ว่าขอบคุณ


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: maya8 ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2011 : 03:13:33

ราตรีกาล ผ่านม่านฟ้าอีกคราหนึ่ง
ช่วงเวลามาเรียงร้อยถ้อยรำพึง
อักษราแทนวาจาว่าคิดถึง
แด่ใครหนึ่ง ซึ่งร้อยพจน์บทวจี

แทนแสงสีแห่งหมู่ดาวคราวประดับ
เลื่อมระยับวับแวววาวราวแสงสี
ดั่งฟากฟ้าคู่บุปผามวลมาลี
เมื่อฉันมีความสุขในแววตา

คุณค่าแห่งราตรียามมืดมิด
หนึ่งความคิดแทนคิดถึงรำพึงหา
เมื่อยิ้มได้ให้รักเห็นเช่นเวลา
เมื่อคุณค่าถูกเก็บไว้ในใจนี้

ราตรีกาลผ่านม่านฟ้าอีกคราหนึ่ง
ถ้อยรำพึงคะนึงคิดในจิตที่
จึงยิ้มให้กับทุกสิ่งซึ่งพึงมี
ทุกราตรีจึงมีไว้ข้างใจเธอ.


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: ekkasitseo2 ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2011 : 20:39:47
 :) :) :) :)


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: BlueCat ที่ 14 กรกฎาคม 2011 : 20:11:10
ค่ำลงแล้วราตรีแสนเหน็บหนาว

ทิวากาลสูญดับลับลงไป

ดวงจันทราดาราส่องอำไพ

แต่หัวใจล่องลอยดั่งสายลม


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: BlueCat ที่ 16 พฤศจิกายน 2011 : 22:06:30
ยืนมองหมู่ดาวล้อมจันทรา

ช่างอิจฉาเจ้าจริงหนอเจ้าดวงจันทร์

หวังเพียงมีคนมอบใจรักให้ฉัน

เคียงข้างกันในราตรีที่มืดมนต์


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: มันตรา ที่ 26 พฤศจิกายน 2011 : 00:59:25
ค่ำลงแล้วราตรีแสนเหน็บหนาว

ทิวากาลสูญดับลับลงไป

ดวงจันทราดาราส่องอำไพ

แต่หัวใจล่องลอยดั่งสายลม


ค่ำลงแล้วราตรีไล้ลมหนาว
ก็ถึงคราวซุกกายใต้ผ้าห่ม
เผลอยิ้มเอนกายในอารมณ์
ที่ผสมความรู้สึกต่างกันไป

มองไปนอกหน้าต่างยามราตรี
เป็นสุขดีได้คิดถึงเธอเชื่อไหม
ฉันคิดถึงใครคนหนึ่งอย่างสุดใจ
และเก็บไว้ในรอยยิ้มที่อิ่มเอม


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: มันตรา ที่ 26 พฤศจิกายน 2011 : 01:01:04
ยืนมองหมู่ดาวล้อมจันทรา

ช่างอิจฉาเจ้าจริงหนอเจ้าดวงจันทร์

หวังเพียงมีคนมอบใจรักให้ฉัน

เคียงข้างกันในราตรีที่มืดมนต์

ยามฉันมองหมู่ดาวลอมเจ้าจันทร์
ดั่งความฝันบนรอยทางบางแห่งหน
อันใดบ้างนะเจ้าที่ผจญ
เจ้าเคยบ่นบ้างไหมในราตรี

หากหมู่ดาวคือเพื่อนของจันทรา
ประดับประดาทอดเรียงเคียงคืนนี้
ฝากความรักความคิดถึงที่พึงมี
ให้คนดีมีสุขทุกค่ำคืน


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: BlueCat ที่ 26 พฤศจิกายน 2011 : 15:49:15
รับรู้ถึงความรักด้วยใจที่มี

แม้ราตรีใจนี้ยังมีกัน

อยากให้ใจของเธอนั้นรักมั่น

ชั่วนิรันดร์มีฉันเคียงข้างเธอ


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: zero-one ที่ 23 มีนาคม 2012 : 19:41:01
ราตรีกาลผ่านมาในคืนค่ำ

ขับลำนำสายลมครวญให้หวนไห้

ไร้แสงส่องดวงจันทราเจ้าคลาไคล

ท้องฟ้าไกลดาวประดับกลับมืดมน


เจ้าดวงใจก็ยิ่งไร้ประกายหวัง

เมื่อดาวยังดับแสงส่องจึงล่องหน

ไม่มีเหลือเยื่อใยในใจตน

จะกล่าวพ้นไปไย...กับใจเธอ


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: zero-one ที่ 21 กรกฎาคม 2012 : 08:46:13
โอ้ดวงดาวพร่างพราววับวาวแสง

ล้อลมแรงเมฆหายกระจายสิ้น

เป็นดวงตาฟ้างามยามโบกบิน

ดาวถวิลเพียงแค่เดือนไม่เยือนคอย


เดือนจะดับดวงไปในความมืด

ดาวจะชืดจืดแสงแห่งหิ่งห้อย

ชวาลาจะลาดับไปลับลอย

และเวลาเริ่มคล้อยค่อยค่อยคลาย


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: was ที่ 24 กรกฎาคม 2012 : 15:52:11
ทิวากาลผ่านพ้นลับเส้นฟ้า
เงาดำพล่าคืบคลานลานเวหา
เมฆาย่องล่องหนวนผ่านมา
เหงาทั้งฟ้าอนิจาดาราอยู่แห่งใด


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: espresso ที่ 29 สิงหาคม 2012 : 19:35:42
ณ ราตรีกาลฉันกรายผ่านมา

มีเรื่องเล่าตามมรรคาที่พ้นผ่าน

อีกทั้งเรื่องสุขเศร้าเหงาปนหวาน

เพื่อขับขานบทเพลงแห่งราตรี


ยามเมฆมืดมัวมิดปิดบังฟ้า

ท้องนภาหม่นสลัวทั่วถิ่นนี้

ดาวไม่พบหลบหลีกเร้นไม่เห็นมี

ราตรีคลี่เดือนเคลื่อนคล้อยน้อยใจลา


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: เดซี่ขาว ที่ 03 กันยายน 2017 : 17:32:17
ณ ราตรีกาลฉันกรายผ่านมา
มีเรื่องเล่าตามมรรคาที่พ้นผ่าน
อีกทั้งเรื่องสุขเศร้าเหงาปนหวาน
เพื่อขับขานบทเพลงแห่งราตรี

ยามเมฆมืดมัวมิดปิดบังฟ้า
ท้องนภาหม่นสลัวทั่วถิ่นนี้
ดาวไม่พบหลบหลีกเร้นไม่เห็นมี
ราตรีคลี่เดือนเคลื่อนคล้อยน้อยใจลา

ฝากถึงใครคนนึงเคยทักขาน
ฝากบทกานท์ผ่านราตรีสีฟ้าใส
ฝากวจีใส่อักษรอ้อนมาไกล
ฝากดาวใว้ให้เธอเห็นยามเยี่ยมเยือน

มิเคยลืมบทฝันคราครั้งก่อน
ขอมาอ้อนลำนำอยู่เป็นเพื่อน
อย่าน้อยใจกระไรหนานะดวงเดือน
กลับมาเยื่อนเคลื่อนฟากฟ้าราตรีงาม...

คนไกลกัน


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: มันตรา ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2020 : 22:49:16
ณ ราตรีกาลผ่านลำนำคำหวานไหว
เมื่อดวงใจกลับมาเฝ้าเคล้าเตือนถาม
เพลานี้ด่ำวลีที่โมงยาม
หอมความงาม มธุรสพจน์วาจา

สกุณาหวนคืนถิ่น ดิน บรรจบ
มาพานพบสวัสดี ถิ ทั่วหน้า
มาแย้มยิ้มอิ่มเอม เกษมตา
เดือนดาราถิ่นผองเพื่อนย้ำเตือนคำ

สวัสดีค่ะ ขอบคุณสำหรับกลอน
 นะคะ


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: *~ม้าไม้ในวันเก่า~* ที่ 06 มีนาคม 2020 : 00:29:10
รำพึงฝันรำพันคำดำวลี
ณ ถิ่นนี้ปล่อยดวงใจให้เหินหาว
บนท้องฟ้ายังคงเห็นเดือนแหละดาว
พร่างสกาวสายลมแผ่วแว่วเพลงเพลิน

คิดถึงใครบางคนที่ฉันรัก
มาทายทักดั่งสบตาคราห่างเหิน
นับแกะน้อยตัวจ้อยร่อยยามก้าวเดิน
พริ้วไหวเอินได้หยอกล้อคลอดวงตา


หัวข้อ: Re: - ณ ราตรีกาล -
เริ่มหัวข้อโดย: muemue ที่ 06 มีนาคม 2020 : 23:51:02
ให้รักเดินทางมาเจอกัน
ให้ความฝันเป็นดั่งวันฟ้าสุกใส
ให้ความอุ่นไอละมุนเกาะกุมใจ
ให้วันใหม่ดั่งตะวันที่แย้มบาน

ให้ฉันรักเธอเถอะนะ ที่รัก
มาทายทักด้วยไมตรีที่แสนหวาน
ฉันจะเขียนรักไว้ในห้วงกาล
แม้นผันผ่านรักคงไว้ในกาลเวลา[color]