ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก


+  ร้อยความฝันพันจินตนาการ
|-+  :: บทกลอน-บทกวี-เรื่องสั้น ::
| |-+  เรื่องสั้น
| | |-+  ..."ศาลาดินหม้อ"... ( ขำขัน )
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 3 ... 6 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ..."ศาลาดินหม้อ"... ( ขำขัน )  (อ่าน 21019 ครั้ง)
bodin_1969_nak
พันจินตนาการ

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 719


สวัสดีจ้า


« เมื่อ: 08 พฤษภาคม 2006 : 18:55:57 »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ :Dตอน "สามเกษตรกร"  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

            เสียงพึมพำพึมพำฮัมเพลง  "ทุ่งนาแดนนี้ไม่มีความหมาย  เหลือเพียงกลิ่นโคลนสาบความ  เห็นทรากคันไถแล้วเศร้า ...
            ณ   ศาลาดินหม้อ  ที่พักริมทางที่มีรูปหล่อพระฤาษีบดยาซึ่งชาวบ้านนำมาตั้งไว้บูชาองค์หนึ่ง  ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังแดดร่มลมตก  ทิดดำกับทิดแดง 2 เกษตรกรเลี้ยงปลา  กำลังถองยาดองคุยกันบนศาลาอย่างชื่นมื่น
ทิดดำ   -  เฮ๊ย...แดง  ใครกำลังเดิมฮัมเพลงมาตามริมถนนด้านโน้นวะ
ทิดแดง -  อ๋อ...ทิดเผือกนั่นเอง  เจ้าของบ่อเลี้ยงปลาที่อยู่เลยหมู่บ้านเราไป 2 กิโลนั่นแหละ
ทิดดำ   -  เหรอ...งั้นเรียกมันมาถองยาดองด้วยกันซิ  เผื่อจะได้ถามไถ่เกี่ยวกับกิจการเลี้ยง    ปลาของมันบ้าง  
ทิดแดง -  เฮ๊ย...เผือก  กำลังจะไปไหนว๊ะ ?
ทิดเผือก -  กำลังจะไปหาซื้อยาดองเสีอ 11 ตัว ที่ร้านอาโกริมสวนโน่นว่ะ
ทิดแดง  -  เออ...กำลังเหมาะเลย  มานั่งถองยาดองเสียด้วยกันก็แล้วกัน  ทิดดำมันอยากคุยด้วย  วันนี้ทิดดำมันรวยมันเพิ่งถูกหวยมา  มันขอเป็นเจ้ามือว่ะ
            ทั้งสามเกษตรกรเลี้ยงปลา  ก็ได้นั่งล้อมวงถองยาดองกันด้วยความเบิกบานใจ  เวลาผ่านไปกี่ชั่วโมงไม่ทราบได้  หลังจากดีกรีของยาดองเริ่มเข้าที่  ทั้งสามก็ได้คุยกันถึงกิจการเลี้ยงปลาของตนอย่างเมามันในอารมณ์
ทิดแดง   -  เริ่มคุยก่อนว่า  บ่อเลี้ยงปลาของข้าปลาเยอะแยะขนาดพ่อค้าชาวอัฟริกามาซื้อปลาที  เพียงแค่บ่อเดียวต้องเอาเรือเดินทะเล 100 ลำ มาขนปลาจึงจะหมดบ่อว่ะ
ทิดเผือก  -  ได้อุทานออกมาว่า  โอ้โฮ...ขนาดนั้นเชียวหรือ
ทิดดำ     -  ได้ยินดังนั้นก็ไม่อยากน้อยหน้าจึงคุยทับไปว่า  บ่อเลี้ยงปลาของข้าปลาแยะแค่ไหนก็ไม่รู้เหมือนกันนะ  รู้แต่ว่าขนาดพ่อค้าชาวจีนมาซื้อปลาไปที  จะต้องเกณฑ์ชาวจีนถึง 10 ล้านคน พร้อมเรือสำเภาคนละลำมาขนปลาไปจึงจะหมดบ่อว่ะ
ดิดแดงกับทิดเผือก  -  ก็ได้อุทานออกมาพร้อมกันว่า  โอโฮ...ขนาดนั้นเชียวหรือ  ครั้นแล้วทิดดำกับทิดแดง  ก็หันมาทางทิดเผือก  แล้วถามขึ้นว่ากิจการเลี้ยงปลาที่บ้านเป็นอย่างไรบ้าง
ทิดเผือก  -  ไม่รู้เหมือนกัน  ขายบ้างไม่ขายบ้าง  แจกจ่ายชาวบ้านใกล้เรือนเคียงไปก็แยะ     เพียงแต่ว่า  มีอยู่วันหนึ่ง  น้องสาวของข้ามันเกิดอยากกินปลาขึ้นมา  ข้าก็เลยให้มันเอาเบ็ดไปตกปลาเอาเองในบ่อ  รู้ไหมน้องสาวของข้าจะต้องใช้มือแหวกหัวปลาเป็นเวลาหลายสิบปี  จนหัวหงอกเลยว่ะ  จึงจะเอาเบ็ดหย่อนลงไปในน้ำได้ว่ะ
            โอ้โฮ...อะไรจะปานนั้น  เป็นเสียงอุทานที่เริ่มจะเบาแรงลงมากแล้ว  เพราะทั่งสามต่างก็ค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนคาวงยาดอง...
            ฮา ...
                                         ........................

                                                       ดินหม้อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 พฤษภาคม 2006 : 18:59:42 โดย bodin_1969_nak » บันทึกการเข้า

แสงไฟน้อย  ย่อมสว่างในที่มืด

รักกันแม้นจะอยู่ห่างไกลกัน  ก็ใช้ความคิดถึงนั้นนอนกอดได้
หมอนข้างที่อ่อนนุ่ม  ก็เพราะความคิดถึงในความรักนั้นเข้ามาแทรก
bodin_1969_nak
พันจินตนาการ

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 719


สวัสดีจ้า


« ตอบ #1 เมื่อ: 09 พฤษภาคม 2006 : 15:17:12 »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ :Dตอน  "เหตุเกิดคืนวันแต่งงาน"  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

            ทิดกร่าง  สัปเหร่อแห่งวัดโคกยายแร้งทึ้ง  หลังจากแต่งงานอยู่กินกันกับอีหมึก  หลานยายมาด้วยความชื่นมื่นมาหลายเพลาแล้ว  เย็นวันหนึ่งก็ได้บรรจงแต่งองค์ทรงเครื่อง  ห้อยพระเครื่องคาดเครื่องรางของขลัง  หวีผมปะแป้ง  พร้อมร่ายพระเวทย์มหามนต์ขุนแผนชมตลาดแล้ว  ก็ออกมายืนชมทิวทัศน์บริเวณท่าน้ำใกล้ศาลาดินหม้อ  ฝ่ายทิดเผือกเมีย 2 ลูก 4 ก็กำลังเดินหนีบขวดยาดองเสือ 11 ตัว เดินผ่านมาพอดี  จึงเอ่ยทักขึ้นว่า.-
ทิดเผือก   -  เฮ๊ย...กร่าง  กำลังยืนเพ่งมองดูอะไรอยู่ว๊ะ
ทิดกร่าง   -  อ๋อ...ดูสาวว่ายน้ำ  เอ๊ย..ไม่ใช่  กำลังยืนชมชกชมไม้อยู่น่ะ
ทิดเผือก   -  ช่างมีความสุขจริงนิ  มาถองยาดองกันดีกว่าว่ะบนศาลานี่แหละ  ข้าอยากคุยด้วย
ทิดกร่าง   -  เออ...เหมาะเลย  บรรยากาศแดดล่มลมตกอย่างนี้  กำลังนึกเปรี้ยวปากอยู่พอดี
                หลังจากร่วมกันถองยาดองกันไปสักพักใหญ่ ๆ  เมื่อดีกรีของยาดองเริ่มเข้าที่แล้ว  ทิดเผือกก็ถามทิดกร่างไปว่า
ทิดเผือก   -  เฮ๊ย...กร่าง  ชีวิตการแต่งงานคืนวันแรกเป็นยังไปบ้างว๊ะ
ทิดกร่าง   -  อ๋อ...หลังจากได้ฤกษ์ส่งตัวเจ้าสาวเข้าเรือนหอเมื่อเวลา 5 ทุ่มแล้ว  ไฟฟ้าก็บังเอิญเป็นใจ  เกิดดับพอดี  อีหมึกมันก็หมึกสมชื่อจริง ๆ ของมันเหมือนกัน  ถ้ามันไม่ลืมตาอ้าปากยิ้มยิงฟันสักหน่อย  กูมองมันไม่เห็นเลยว่ะ
ทิดเผือก   -  เรอะ...แล้วยังไงต่อไป
ทิดกร่าง   -  ในความมืด  ก็ต้องใช้ศิลปในการพูดจาโอ้โลมและลูบคลำกันบ้างนิดหน่อย
ทิดเปือก   -  โอโฮ..ช่างโรแมนติคกระไรเช่นนั้น  แล้วยังไงต่อไปข้ากำลังไคลแม๊กซ์แล้ว
ทิดกร่าง   -  เฮ๊ย...เผือก  เอ็งรู้ไหม  อีหมึกมันรำพึงรำพรรอะไรของมันออกมารู้ไหม
ทิดเผือก   -  ไม่รู้   มันรำพึงรำพรรว่าอย่างไร
ทิดกร่าง   -  มันรำพึงรำพรรว่า  "พี่กร่างขา  หนูลูบคลำตรงไหน  จับต้องตรงไหน  ไม่เห็นเจอเนื้อของพี่เลย  เจอแต่พระเครื่องทั้งนั้นเลยค่ะ  พี่กร่างถอดพระเครื่องและเครื่องรางของขลังออกก่อนเถอะค่ะ  แล้วค่อยพูดคุยจู๋จี๋กันต่อ"  ข้าก็เลยต้องอาราธนาถอดพระและเครื่องรางของขลังออก  แต่กว่าจะเสร็จสิ้นเรียบร้อยปลดชิ้นสุดท้ายออก  ก็เป็นเวลาตี 5  ไก่โก่งคอขันยามเช้าพอดีเลยว่ะ  อีหมึกมันนอนหลับไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้เหมือนกัน
ทิดเผือก   -  แล้วอย่างไรต่อไป
ทิดกร่าง   -  ไม่น่าถาม...ก็อดพูดคุยจู๋จี๋กันน่ะซิ
                   ฮา
                                   ........................

                                               ดินหม้อ
บันทึกการเข้า

แสงไฟน้อย  ย่อมสว่างในที่มืด

รักกันแม้นจะอยู่ห่างไกลกัน  ก็ใช้ความคิดถึงนั้นนอนกอดได้
หมอนข้างที่อ่อนนุ่ม  ก็เพราะความคิดถึงในความรักนั้นเข้ามาแทรก
bodin_1969_nak
พันจินตนาการ

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 719


สวัสดีจ้า


« ตอบ #2 เมื่อ: 10 พฤษภาคม 2006 : 12:14:02 »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ :Dตอน  "ปริศนาแห่งเจ้าหนี้"  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

               ณ   ศาลาดินหม้อ  ครั้นได้เวลาแดดร่มลมตก  ทิดเผือกก็เดินหนีบขวดยาดองมานั่งถองคอยท่าอยู่บนศาลา  ฝ่ายทิดกร่างก็ตามมาสมทบตามเวลาพอดีเหมือนกัน  ดังที่เคยปฏิบัติต่อกันมา
ทิดเผือก   -  ได้กล่าวเปรย ๆ ขึ้นว่า  เขาว่า  "ตามปกติ...ฝนมักจะตกไม่ทั่วฟ้าจริงไหมว๊ะ" กร่าง
ทิดกร่าง   -  ได้ยินดังนั้นก็ให้มีความรู้สึกไปว่า  "เหมือนเป็นคำพูดที่เป็นเชิงอะไรสักอย่าง"  จึงตอบไปว่า  "จริง...ตามปกติฝนมักจะตกไม่ทั่วฟ้า   งวดนี้จะให้ข้าเป็นเจ้ามือบ้างก็ได้จะเป็นไรไป"
ทิดเผือก   -  ไม่ใช่...ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น   โน่น...มองข้ามฝั่งคลองไปโน่นซิ  เห็นไหมที่หน้าบ้านของเอ็ง  มีก้อนเมฆสีดำก้อนใหญ่  กำลังลอยอยู่บริเวณหน้าบ้านของเอ็ง  ข้าว่าคืนนี้แถวบ้านเอ็งฝนคงตกหนัก
ทิดกร่าง   -  นั่นไม่ใช่ก้อนเมฆนะ  มัน...อีหมึก...เมียข้ากำลังเดินกวาดกิ่งไม้ใบหญ้าอยู่หน้าลานบ้านโว๊ย
ทิดเผือก   -  เรอะ...งั้นแล้วไป  ตาข้าคงฝาดไปมันช่างดำสมชื่อจริง ๆ  เรามานั่งถองยาดองกันต่อดีกว่า
ทิดกร่าง   -  เฮ๊ย...เผือก  วันนี้ข้ามีอะไรบางอย่างจะปรึกษากับเอ็งสักหน่อย
ทิดเผือก   -  มีอะไรว่ามาเลย  เท่าที่ข้าพอจะช่วยเหลือได้
ทิดกร่าง   -  เมื่อวานนี้  เมียข้ามันบอกว่ามีคนมาทวงหนี้  ข้านี้งงเป็นไก่ตาแตกไปเลยว่ะ  ตั้งแต่แต่งงานกันมา  ยังไม่เคยไปหยิบยืมเงินใครเขามาเลย  ข้าเลยต้องขอร้องแกมบังคับให้ช่วยเล่ารายละเอียด  เมียข้ามันบอกตรง ๆ ไม่ได้เพราะมันขัดกับดวง  ขอบอกเป็นปริศนา  ข้าก็เลยยิ่งมึนหนักเข้าไปอีก
ทิดเผือก   -  ดวงอีหมึกมันขัดกับอะไรว๊ะ
ทิดกร่าง   -  มันบอกว่า  ดวงมันขัดกับเลข 5 ว่ะ  หมอดูสั่งห้ามพูดเด็ดขาด
ทิดเผือก   -  แล้วกัน...แล้วไอ้ที่ว่าปริศนานั้นมันเป็นอร่างไร  ไหนลองเล่าให้ข้าฟังหน่อยซิ  เผื่อช่วยไขปริศนาให้ได้บ้าง
ทิดกร่าง   -  เมียข้ามันพูดเป็นปริศนาว่า  "มีชายคนหนึ่งชื่อทิดสองบวกสาม  มาทวงเงินที่พี่กร่างต้างเขาไว้ก่อนแต่งงาน  เงินจำนวนนี้ถ้าบวกเพิ่มอีก 42 บวก 3 ก็จะครบ 600 บาท พอดี  เขาบอกให้นำไปใช้คืนยังบ้านของเขาภายในวันที่ หนึ่งบวกสี่  ของเดือน  สองบวกสาม"  ไง...รู้สึกมึนบ้างไหม...เผือก
ทิดเผือก   -  โธ่...ปริศนากล้วย ๆ  ทิดสองบวกสาม  หมายถึงทิดห้า  บ้านอยู่เลยหมู่บ้านเราไปหน่อยหนึ่ง  เอ็งไปเป็นหนี้มัน  555  บาท เข้าน่ะซิ  เมื่อบวกเพิ่ม 42 บวก 3 หรือ 45 บาท ก็จะครบ 600 บาท พอดี  โดยให้นำไปใช้คืนเขาภายในวันที่ 5 เดือน 5 ที่จะถึงนี้  เข้าใจมั๊ย
ทิดกร่าง   -  เออ...เข้าใจแล้ว   เข้าใจแล้ว  ข้าลืมเสียสนิทเลยว่ะ
ทิดเผือก   -  ข้าว่า...คิดจะยืมต่อก็บอกเถอะว้า
ทิดกร่าง   -  เฮ้อ...ตูละเบื่อจริง ๆ  ได้คนรู้ทันนี่
                   ฮา.
                                      ....................

                                                ดินหม้อ
บันทึกการเข้า

แสงไฟน้อย  ย่อมสว่างในที่มืด

รักกันแม้นจะอยู่ห่างไกลกัน  ก็ใช้ความคิดถึงนั้นนอนกอดได้
หมอนข้างที่อ่อนนุ่ม  ก็เพราะความคิดถึงในความรักนั้นเข้ามาแทรก
bodin_1969_nak
พันจินตนาการ

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 719


สวัสดีจ้า


« ตอบ #3 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2006 : 19:58:13 »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ตอน  "ยุงบ้านฉัน"  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

            แว่ว ๆ เสียงเพลงมาแต่ไกล  "ย่างเข้าเดือนหกฝนก็ตกพรำ ๆ กบมันก็ร้องงึมงำระงมไปทั่วท้องนา..."  เนื้อเพลงเขาว่าอย่างนั้น  แต่เดือนหกปีนี้ฝนตกพรำ ๆ อีท่าไหนไม่รู้เหมือนกัน  เล่นเอาเจ้าตูบสุภาพบุรุษบนท้องถนนถึงกับลืมหูลืมตาไม่ขึ้น  ขณะฝนกำลังเทลงมานั้น  ทิดดำได้หิ้วถุงปลาพร้อมเครื่องปรุงวิ่งหลบฝนมาตามท้องถนน  ฝ่ายทิดกร่างก็ได้แบกเตาอั่งโร่พร้อมฝืนวิ่งหลบฝนมาอีกทางหนึ่ง  ส่วนทิดเผือกหลังจากแป๊ะโป้งยาดองเสือ 11 ตัว จำนวน 3 ขวด จากร้านอาโกได้แล้ว  ก็หนีบรักแร้วิ่งหลบฝนมากับเขาด้วยเหมือนกัน  ทั้งสามได้มาหลบฝนอยู่ที่ศาลาดินหม้อราวกับนัดแนะกันไว้  เมื่อพร้อมหน้ากันแล้ว  ต่างก็ก่อฝืนพร้อมจัดแจงเรื่องปลาและเครื่องปรุงอันเป็นกับแกล้มจนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  จากนั้นก็ล้อมวงถองยาดองจนดีกรีเข้าที่
            ฝ่ายฝูงยุง  ที่ได้บินเข้ามาหลบฝนอยู่ก่อนหน้าแล้วนั้น  เมื่อเห็นทั้งสามกำลังเมาได้ที่  ก็ให้รู้สึกเปรี้ยวปากไปกับเขาด้วยเหมือนกัน  จึงพร้อมใจกัน  "รุมกินโต๊ะ"  เจ้าทิดทั้งสามทันที
ทิดดำ     -  เฮ้ย...เผือก...กร่าง  ข้ารู้สึกว่ายุงในศาลานี้ชักจะชุมมากขึ้นแล้วนะ  ดูซิมันบินโฉบลงมาที  ตามแขนขาหลังไหล่ข้าเสียงดังจึ๊กจั๊กเต็มไปหมดแล้ว  เม็ดตุ่มคัน ๆ มันปูดขึ้นมาหลายเม็ดแล้วเห็นไหม
ทิดกร่าง  -  ช่างมันเถอะน่า  เจอเลือดผสมแอลกอออลล์เสือ 11 ตัว เดี๋ยวมันก็หงายท้องหมดทั้งฝูงนั่นแหละ  นี่ยังดีนะเพียงแค่ฝูงเดียวเท่านั้น  ถ้ามาเจอยุงที่บ้านข้าล่ะก็  มีหวังจับไข้หัวโกร๋น
ทิดดำ     -  โอโฮ...ขนาดนั่นเชียวหรือ  ไหลลองเล่าต่อซิว๊ะว่าชุมขนาดไหน
ทิดกร่าง  -  มันบินมาทีเป็นหมอกเลยว่ะ  รู้ไหม...แค่บินมาเกาะอีนางแด่นที่ข้าเลี้ยงไว้แป๊บเดียวเท่านั้น  ขนร่วงหมดทั้งตัวเลยเป็นหมาหนังกลับไปเลยว่ะ
ทิดเผือก  -  โอโฮ...อะไรจะปานนั้น  แต่ถึงอย่างไรก็ยังสู้ยุงที่บ้านข้าไม่ได้  ยุงที่บ้านข้า  พอมันบินผ่านมา  ข้าน่ะตบทีเสียงดังกร๊อบ  หล่นลงพื้นเสียงดังโครม  หมาวิ่งผ่านมา  คาบไปเคี้ยวดังกร้วม  
ทิดกร่าง  -  มากไป...ยุงอะไรของเอ็งว๊ะ  หมาคาบไปเคี้ยวเสียงดังกร้วม
ทิดเผือก  -  ก็ยุงในหนังเรื่อง จักร ๆ วงศ์ ๆ ที่ฉายในโทรทัศน์ยังไงล่ะว๊ะ  มันบินอีท่าไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน  มันบินออกมานอกจอโทรทัศน์เลยว่ะ.
                  ฮา.

                                      ............................

                                                   ดินหม้อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 พฤษภาคม 2006 : 20:01:12 โดย bodin_1969_nak » บันทึกการเข้า

แสงไฟน้อย  ย่อมสว่างในที่มืด

รักกันแม้นจะอยู่ห่างไกลกัน  ก็ใช้ความคิดถึงนั้นนอนกอดได้
หมอนข้างที่อ่อนนุ่ม  ก็เพราะความคิดถึงในความรักนั้นเข้ามาแทรก
bodin_1969_nak
พันจินตนาการ

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 719


สวัสดีจ้า


« ตอบ #4 เมื่อ: 16 พฤษภาคม 2006 : 17:33:19 »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ตอน  "กวีแกละ"  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

            เจ้าแกละ  เด็กขายหนังสือพิมพ์หลังจากที่ได้ใช้ยุทธวิธี  และมีแผนการขายชั้นเลิศ  จนสามารถส่งหนังสือพิมพ์ไปขายตีตลาดได้ทุกหย่อมหญ้า  โดยในแต่ละวันหนังสือพิมพ์ได้ขายหมดไปอย่างรวดเร็วราวกับเทน้ำเทท่า  เจ้าแกละก็เริ่มมีชื่อเสียงและเป็นที่รักของเหล่าบรรณาธิการทั้งหลาย  อยู่มาวันหนึ่งหลังจากขายหนังสือพิมพ์หมดแล้ว  ก็ได้มายืนเกาะราวบันไดศาลาดินหม้อ  ซึ่งมีองค์หลวงปู่ฤาษีบดยาประดิษฐานอยู่  ทำหน้าละห้อยคล้ายกับว่ากำลังปลงอะไรสักอย่างหนึ่งพร้อมรำพึงออกมาว่า  โธ่...ชิวิตตู  จะเดินขายหนังสือพิมพ์ไปจนตลอดชีวิตเลยหรือนี่  เห็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับ  ล้วนปรากฎผลงานที่คราคร่ำไปด้วยนักข่าว  นักเขียนและกวีต่าง ๆ  ในใจอยากเป็นกวีกับเขาบ้าง  เจ้าแกละจึงหันหน้ามาทางองค์หลวงปู่ฤาษีบดยาพร้อมพนามือขอพรว่า  "หลวงปู่ช่วยแกละด้วย  แกละกินกล้วยอยู่บนหลังคา...เอ๊ยไม่ใช่...อยากเป็นกวีศรีอยุธยา"  และแล้วในคืนวันนั้นหลวงปู่ก็ได้มาเข้าฝัน ฯ   รุ่งเช้าเจ้าแกละก็รีบเขียนบทกลอน  พร้อมวิ่งเต็มฤทธิ์สองเท้าตรงมายังโรงพิมพ์ทันที
เจ้าแกละ        -  สวัสดีครับ...ท่านบรรณาธิการ  กระผมมีบทประพันธ์ประเภทกลอยดอกสร้อย  ซึ่งกระผมได้เขียนขึ้นมาเอง  อยากนำมาเผยแพร่และร่วมสนุกในรายการ  ครับท่าน
บรรณาธิการ  -  ไหน...ขอดูหน่อยซิ

                                                                  ณ   หมู่บ้านโคกยายแร้งทึ้ง
                                                                  15  พฤษภาคม  2549

ผลงานของ   ด.ช. แกละ   แคระแกรน
ขอส่งบทประพันธ์ประเภทกลอนดอกสร้อย

                                                  เรื่อง  "คนดี"

            1. คนเอ๋ยคนดี                        คือคนมีศีลธรรมถือคำสัตย์
แต่สังคมไม่เห็นเป็นเด่นชัด                  จึงถูกวัดราคาด้วยค่าเงิน
            2. เขาข่มเหงรังแกย่ำแย่หนัก   เหมือนถูกหมัดฟ้าผ่าใบหน้าเขิน
ก่อนคนดีจะตายเหมือนสายเกิน             จึงชวนเชิญอนุรักษ์ดีนักเอย.
                                  ..........................
                                                  นามปากกา   "แกละ"

บรรณาธิการ   -  อือ...กลอนดอกสร้อยเรื่อง "คนดี"  พิจารณาแล้วบทที่ 1 การสัมผัสนอกสัมผัสในก็พอใช้ได้  ส่วนบทที่ 2 นี่ซิไม่ว่า  วรรคสดับ - วรรครับ - วรรครอง - วรรคส่ง  อ่านดูแล้วยังทะแม่ง ๆ ยังไงอยู่นา  จะต้องแก้ไขบ้างเล็กน้อย  เผลอ ๆ อาจต้องแก้ไขทั้งบทเลยก็ได้
เจ้าแกละ         -  ด้วยใจที่อยากจะเป็นกวีเต็มแก่  จึงตอบไปว่า  แก้ไขได้ตามสบายเลยครับใต้เท้า  แต่อย่าเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามปากกา "แกละ" ก็แล้วกัน
บรรณาธิการ   -  เอ๊ะ...มันยังไงกัน  หรือว่าจะหลอกใช้เรา.
                         ฮา...
                                       .........................

                                                 ดินหม้อ
บันทึกการเข้า

แสงไฟน้อย  ย่อมสว่างในที่มืด

รักกันแม้นจะอยู่ห่างไกลกัน  ก็ใช้ความคิดถึงนั้นนอนกอดได้
หมอนข้างที่อ่อนนุ่ม  ก็เพราะความคิดถึงในความรักนั้นเข้ามาแทรก
bodin_1969_nak
พันจินตนาการ

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 719


สวัสดีจ้า


« ตอบ #5 เมื่อ: 17 พฤษภาคม 2006 : 11:23:34 »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ตอน  "สาวไฮโซ ฯ"  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

            ยามเมื่อสายัณห์ตะวันยิ้มแฉ่งอยู่หลังหมู่มวลเมฆแล้ว  ก็ได้มีรถจักรยานสองล้อมาจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง  จากนั้นก็ได้มีเสียงเอื้อนเอ่ยวจิตามมาว่า
            "ด่วยจี๋  ไปรษณีย์จ๊ะจ๋า  ฮัดชัดฉา...อีนี้จ๋านเอาจดหมายมาส่งน่ะนาย"
            ทันใดนั้น   ก็ได้ยินเสียงเด็กที่วิ่งเล่นอยู่ใกล้ ๆ บ่อนไผ่ตะโกนออกมาว่า
            "ตำรวจมา"
            เท่านั้นเอง   บ่อนแตก...ฝาบ้านทั้ง 4 ด้าน ที่ทำด้วยแฝกก็พังราบลงกับพื้นทันที  เหล่านักการพนันทั้งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่และสาวแก่แม่ม่าย  ต่างก็เผ่นกันฝุ่นตลบไปคนละทิศคนละทาง  เมื่อเผ่นไปได้สักพักหนึ่งต่างก็เหลือบมาเห็นว่าไม่ใช่ตำรวจ  แต่เป็นอาบังไปรษณีย์เจ้าเก่ากับเจ้าแกละที่ยืนร้องตะโกนอยู่  ก็นึกฉุนเป็นกำลัง  จึงพร้อมใจกันตรงมายังเจ้าแกละ  พร้อมประเคนมะเหงกเขกกบาลเจ้าแกละคนละทีสองที  พักเดียวหัวเจ้าแกละก็กลายเป็นสวนมะกรูดไปโดยปริยาย
            ฝ่ายคุณนายตุ้ยนุ้ย  สาวไฮโซ ฯ สวมแหวนเพชร 10 นิ้ว จากกรุงเทพ ฯ สาวใหญ่ภายใต้เรือนร่างที่มีแต่ส่วนโค้ง  แต่ไม่มีส่วนเว้าคล้ายโอ่งมังกร  ที่ได้ลงมาท่องเที่ยวต่างจังหวัด  แล้วแวะเข้าบ่อนไพ่ดังกล่าวนั้น   หลังจากเด็กตะโกนว่าตำรวจมา  ก็ได้เผ่นแนบลงมาทางศาลาดินหม้อ  ด้วยฝีเท้าที่ยังไม่มีตำรวจท่านใดวิ่งตามทัน  อาจเพราะตุ้ยนุ้ยเหมือนกัน  ตรงเข้านั่งพักบนศาลา  แล้วซดน้ำที่ชาวบ้านเตรียมไว้ให้ผู้คนได้สัญจรไปมาได้แวะดื่ม  หมดไปครึ่งตุ่ม  นั่งพักเหนื่อยสักครู่ก็เกิดอาการสั่นระรัวคล้ายแก๊สรั่ว  ครั้นจะลั่นปืนลมบนศาลา  ก็ติดขัดด้วยผู้คนที่ยังพักกันอยู่บนศาลามากหน้าหลายตา  จำเป็นจะต้องหาที่เหมาะสม  เพื่อลั่นปืนลม  คิดได้ดั่งนั้นแล้วจึงได้หลบลงไปยังด้านหลังศาลา  แต่ช้าไป  ด้วยความรีบร้อนหรืออย่างไรไม่ทราบได้  กว่าจะถึงที่หมาย  กระสุนปืนลมได้ลั่นออกไป 1 ปุ๋ง รุนแรงแค่ไหนไม่รู้เหมือนกัน  รู้แต่ว่าสังกะสีปลิวไป 3 - 4 แผ่น ศาลาดินหม้อสะเทือนไปทั้งหลัง  พวกเด็ก ๆ ที่วิ่งเล่นอยู่ใกล้ ๆ เผ่นแนบคิดว่าผีหลอก  ผู้คนที่นั่งอยู่บนศาลารวมทั้งคุณนายตุ้ยนุ้ย  ต่างก็ตกใจเผ่นแน่บไปคนละทิศคนละทางด้วยเหมือนกัน
            รูปปั้นองค์หลวงปู่ฤาษีบดยา  อุทานออกมาเบา ๆ ว่า  อุแม่จ้าวโวย...ขนาดสาวไฮโซนะเนี่ย.
            ฮา...
                                   ............................

                                                 ดินหม้อ
บันทึกการเข้า

แสงไฟน้อย  ย่อมสว่างในที่มืด

รักกันแม้นจะอยู่ห่างไกลกัน  ก็ใช้ความคิดถึงนั้นนอนกอดได้
หมอนข้างที่อ่อนนุ่ม  ก็เพราะความคิดถึงในความรักนั้นเข้ามาแทรก
bodin_1969_nak
พันจินตนาการ

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 719


สวัสดีจ้า


« ตอบ #6 เมื่อ: 18 พฤษภาคม 2006 : 15:18:08 »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ตอน  "สามนักดาบ"  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

            "สลัดความจำเจ  หันเหสู่แนวคิดใหม่  อ่านพันจินต์นิวส์"   คำขวัญของเราก็เข้าท่าดีเหมือนกันนิ  ฮิฮิ   เจ้าแกละเด็กขายหนังสือพิมพ์กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่  กับคำขวัญที่ได้คิดขึ้นมา  10 บาท ครับ  10 บาท เท่านั้นครับ  ขณะเดินผ่านมายังศาลาดินหม้อที่มีรูปหล่อองค์หลวงปู่ฤาษีบดยาเนื้อดินเผาประดิษฐานอยู่   องค์หลวงปู่ก็ให้รู้สึกแปลกใจเป็นหนักหนาว่า  เมื่อก่อนนี้เจ้าแกละมีอาชีพดูต้นทางอยู่ที่หน้าบ่อนไผ่  มาคราวนี้เปลี่ยนมาขายหนังสือพิมพ์  ชะรอยวันนี้ฝนคงจะตกหนักแน่  หรืออาจมีเหตุการร์อะไรสักอย่างเกิดขึ้น
            ตูม... เรือบินตก  เจ้าแกละตะโกน
            ว่าแล้วเชียว  พูดยังไม่ทันขาดคำ  จำเราจะต้องนั่งจับยาม 3 ตา ดูสักหน่อย  อ้อ...เห็นแล้ว  เครื่องบินลำเลียงพวกดาราชาวต่างประเทศมาถ่ายทำภาพยนต์ในประเทศไทย  มีครูดาบติดมาด้วย 3 คน เป็นนักดาบชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง,  นักดาบจีนคนหนึ่ง  และนักดาบไทยคนหนึ่ง  ซึ่งรอดชีวิตมาได้ราวปาฏิหารยิ์  นอกนั้นตายเรียบ  กำลังเดินตรงมายังศาลาพอดี   มาถึงก็ตรงเข้าหยิบน่องไก่  ไข่ต้ม  เหล้าขาวและยาดองเสือ 11 ตัว ซึ่งเป็นเครื่องเซ่นที่ชาวบ้านนำมาถวาย  ไปหม่ำคนละจานสองจาม  แล้วนั่งประจำที่  คนละโต๊ะ  มุมศาลาอย่างหน้าตาเฉยเลย... ดูมันทำ
            ในบรรยากาศที่เงียบสงบท่ามกลางกิ่งไม้ที่ไม่ไหวติง  องค์หลวงปู่ก็แน่นิ่งไม่ไหวติงเหมือนกัน  "จะให้ไหวติงได้อย่างไร  เหลียวซ้ายแลขวาตั้งอยู่ระหว่างกลางขวางทางดาบพอดี
            ขณะพระอาทิตย์กำลังทอแสงแดดแผดจ้าขึ้นนั้น  ก็มีแมลงวันเจ้ากรรมตัวหนึ่งบินผ่านมายังโต๊ะของนักดาบซามูไร
นักดาบซามูไร  -  รู้สึกรำคาญใจเป็นหนักหนา  จึงตวัดดาบซามูไรไป 1 ฉับ พร้อมส่งเสียงคำราม 1 ว๊าก  คมดาบได้วิ่งไปตามอากาศดุจสายฟ้าแลบ  แทบไม่มีผู้ใดมองเห็นเลยว่าดาบนั้นพ้นไปจากฝักเมื่อใด  เมื่อมองดูอีกทีก็เห็นดาบนั้นคืนเข้าสู่ฝักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  พร้อมกับทรากแมลงวันที่ขาด 2 ท่อน หล่นกองอยู่ที่โต๊ะ  จากนั้นก็นั่งซดเหล้าขาวกับน่องไก่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แต่อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองมาทางนักดาบจีนกับนักดาบไทยแวบหนึ่ง.

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ        ( ต่อฉบับหน้า )          ................

                                                        ดินหม้อ
บันทึกการเข้า

แสงไฟน้อย  ย่อมสว่างในที่มืด

รักกันแม้นจะอยู่ห่างไกลกัน  ก็ใช้ความคิดถึงนั้นนอนกอดได้
หมอนข้างที่อ่อนนุ่ม  ก็เพราะความคิดถึงในความรักนั้นเข้ามาแทรก
bodin_1969_nak
พันจินตนาการ

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 719


สวัสดีจ้า


« ตอบ #7 เมื่อ: 18 พฤษภาคม 2006 : 15:52:46 »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

           ต่อมาก็ได้มีแมลงวันเจ้ากรรมตัวที่สอง  บินผ่านมาทางโต๊ะนักดาบจีน
นักดาบจีน      -  เห็นดังนั้นจึงอมยิ้มอยู่มุมปากหน่อยหนึ่ง  แล้วรำพึงว่า  "นี่คงเป็นโอกาสที่เราจะได้แสดงฝีมือแล้ว"  จากนั้นก็ตวัดตาบโค้งวงพระจันทร์ปลิวออกไปในอากาศ  รวดเร็วดุจสายฟ้าแลบเช่นเดียวกัน  ดาบโค้งวงพระจันทร์นั้นได้ลอยเป็นวงกลมอยู่ในอากาศ  ล้อมหน้าล้อมหลังแมลงวันอยู่พักหนึ่ง  ก็ปลิวกลับคืนเข้าสู่ฝักตามเดิม  พร้อมกับทรากแมลงวันตัวที่สองขาด 3 ท่อน หล่นกองบนโต๊ะ  จากนั้นก็ซดเหล้าเหมาไถของจีนที่พกติดตัวมา  แกล้มไข่ต้มอย่างสำราญในอุรา  แล้วมองสบสายตากับนักดาบญี่ปุ่นอย่างเป็นที่เข้าใจ  และซาบซึ้งในฝีมือซึ่งกันและกัน  จากนั้นต่างก็ชำเลืองมองมาทางนักดาบไทย
นักดาบไทย     -  เห็นดั่งนั้นก็ให้รู้สึกอึดอัดใจเป็นกำลัง  แต่ไม่รู้ว่าจะทำประการใดดี  จึงนั่งซดยาดองแกล้มน่องไก่ไปพราง ๆ
                         ทันใดนั้น   ก็มีแมลงวันเจ้ากรรมตัวที่สามบินผ่านมา ฯ
นักดาบไทย     -  นั่งส่ายหัวอยู้สักพัก  จึงตวัดดาบออกไปบ้าง  คมดาบนั้นแหวกอากาศคล้ายพายุหมุน  จนกระทั่งไปกระทบเข้ากับสิ่ง ๆ หนึ่ง  เสียงดังคล้ายกิ่งไม้หัก  ตามด้วยเสียงผลไม้สองผลที่หลุดหล่นจากต้น  จึงตวัดดาบนั้นเข้าสู่ฝักตามเดิม
                          แต่แมลงวันเจ้ากรรมตัวนั้น  ยังบินอยู่เลย
                          นักดาบจีนและนักดาบญี่ปุ่น  จึงพร้อมใจกันหัวเราะออกมาอย่างเมามันในอารมย์ราวกับฟ้าถล่ม
นักดาบไทย     -  ได้กล่าวว่า  "การฆ่าสัตว์นั้นมันเป็นบาป  จริงอยู่...แมลงวันตัวนั้นถึงแม้ว่ามันจะบินไปได้ก็ตาม  แต่มันก็ไม่สามารถที่จะขยายเผ่าพันธุ์ของมันได้   เพราะอวัยวะส่วนที่เล็กที่สุดในร่างกายของมัน  ได้ถูกตัดทิ้งไปแล้ว"
                          โอโฮ...นักดาบจีนและนักดาบญี่ปุ่นเมื่อได้ยินดังนั้นก็ถึงกับชงัก   หยุดหัวเราะทันที  พลางรำพึงอยู่ในใจว่า  "โหดขนาดตัดหำทิ้งเชียวรื"  ในอาการที่ปากยังอ้าค้างอยู่
                          แต่เสียงหัวเราะก็ยังคงดังกึกก้องอยู่  เสียงนั้นมาจากไหน  ในเมื่อทั้งศาลาก็มีเพียง 3 นักดาบเท่านั้น  และแล้วทั้งสามนักดาบก็เหลือบมาเห็นรูปปั้นเนื้อดินเผาหลวงปู่ฤาษีบดยาที่ไม่มีชีวิตจิตใจ  กำลังหัวเราะและแสดงอาการล้มกลิ้งล้มหงายอีกต่างหาก  เท่านั้นเอง  สามนักดาบก็ถอดใจ  พร้อมวางดาบ  แล้วเผ่นไปคนละทิศคนละทาง.
                          ฮา
                                       .......................

                                                ดินหม้อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 พฤษภาคม 2006 : 15:56:59 โดย bodin_1969_nak » บันทึกการเข้า

แสงไฟน้อย  ย่อมสว่างในที่มืด

รักกันแม้นจะอยู่ห่างไกลกัน  ก็ใช้ความคิดถึงนั้นนอนกอดได้
หมอนข้างที่อ่อนนุ่ม  ก็เพราะความคิดถึงในความรักนั้นเข้ามาแทรก
bodin_1969_nak
พันจินตนาการ

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 719


สวัสดีจ้า


« ตอบ #8 เมื่อ: 19 พฤษภาคม 2006 : 17:54:48 »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ตอน  "หมอดูหกสลึง"  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

            เสียงพึมพำพึมพำ   "หมอดูทะแม่งทะแม่ง  หมอดูทะแม่งทะแม่ง  จริงบ้างม่ายจริงบ้าง  อาทิตย์หนึ่งนั้นมีอยู่ 7 วัน แต่บังเอิญอีนี้ฉานชื่อ "ดีวันเดียว"  อีก 6 วันนั้นม่ายดีน่ะ
            ณ   ศาลาดินหม้อ  ทิดดำกับทิดกร่างกำลังถองยาดองกันอยู่ด้วยความเบิกบาน  สำราญในอุรา  พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะสลับกับการทำเสียงนกเสียงกาไปตามประสาอยู่นั้น
ทิดกร่าง   -  เฮ๊ย...ดำ   นั่งใครกำลังเดินส่งเสียงพึมพำมาโน่นว๊ะ ?
ทิดดำ       -  อ๋อ...ไอ้ดีวันเดียว  อาบังไปรษณีบ์เจ้าเก่า  ที่เคยเอาจดหมายไปส่งแถวบ่อนไพ่  แล้วเกิดบ่อนแตกคิดว่าตำรวจมา  โดยพวกบ่นด่าเสียป่นปี้  จำไม่ได้รึไง
ทิดกร่าง   -  อ๋อ...นึกออกแล้ว  ก็แน่ล่ะซิก็พี่แกดันเล่นไปส่งจดหมายเงียบ ๆ นี่หว่า  แต่เอ...วันนี้ทำไมท่าทางของมันดูเปลี่ยนไป   หรือเกิดเหตุอะไรขึ้นกับมันพอรู้บ้างไหม
ทิดดำ      -  ไม่รู้เหมือนกัน  สงสัยคงโดนพวกบ่อนไพ่บ่นด่าบ่อย ๆ คงนึกน้อยใจในวาสนา  เลยเปลี่ยนอาชีพจากบุรุษไปรษณีย์มาเป็นหมอดูกระมัง
ทิดกร่าง   -  งั้น...เรียกมันมาคุยด้วยก็แล้วกัน  เผื่อจะได้ดูดวงสักหน่อย
ทิดดำ       -  ดวงใคร ?
ทิดกร่าง   -  ดวงได้เผือกมัน  ดูซิพระอาทิตย์ลับทิวไม้ไปตั้งนานแล้ว  เลยเวลานัดหมายไปนานแล้ว  ยังไม่เห็นมันโผล่หน้ามาเลย  ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับมัน
ดีวันเดียว  -  สวัสดีจ๊ะ...นายจ๋า  มองดูหมอไม่เสียสตางค์น่ะนาย  ถ้าให้หมอดู  ค่าดูคนละหกสลึงน่ะนายจ๋า  คิดดูซิ  "คนละบาทชาติยังเจริญ"  ฮัดชัดฉา  "คนละหกสลึงจะเจริญขนาดไหน"
ทิดกร่าง   -  ใช่...เจริญกะเพาะเอ็งน่ะซิ  เอาละ ๆ นายดีวันเดียว  ช่วยดูฤกษ์ดูยามหน่อย  ไม่รู้วันนี้เป็นเพราะอะไร   ไอ้เผือกถึงไม่มา  เป็นตายร้ายดีอย่างไรพอรู้บ้างไหม ?
ดีวันเดียว  -  ไอ้เผือกวันเกิดวันอะไรล่ะนายจ๋า ?
ทิดกร่าง   -  เอ...ถ้าจำไม่ผิด  มันเคยบอกว่าเกิดวันจันทร์เดือนสี่ปีวัวว่ะ
ดีวันเดียว  -  เกิดวันจันทร์เดือนสี่ปีวัว  แล้ววันนี้เป็นวันพุธเสียด้วย  ราหูเข้าพระเสาร์แทรกพอดี  จะมีเหตุวินาศสันตะโร  ด้วยนางยักษ์ 2 ตน จะตีกันเพราะแย่งท่อนอ้อยอันหวานมัน  ส่วนเผือกนั้นจะบรรลัย
ทิดกร่าง   -  เฮ๊ย...ดำ  รีบไปบ้านไอ้เผือกเร็ว  ชักเข้าเค้าแล้วโว๊ย  ไอ้เผือกมันเมีย 2 ลูก 4 เมียมันดูพอกันทั้งคู่เป็นที่รู้ ๆ กันอยู่  ขอบใจนายดีวันเดียวมาก  นี่ค่าดูหกสลึง
ทิดดำ      -  เผือก...เผือกเอ๊ย...เผือกอยู่ไหน  ทิดกร่างให้มาตาม
ทิดเผือก   -  อยู่นี่...เผือกอยู่นี่ที่รักจ๋า...เผือกอยู่ไหนในดารา คือ ตาฉัน    แหงนหน้าขึ้นมามองซิจ๊ะ
ทิดดำ      -  โอโฮ...อุแม่เจ้าโวย   งวดนี้โดนอัดติดเพดานเลยนิ.
                   ฮา
                                    .......................

                                           ดินหม้อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 พฤษภาคม 2006 : 17:59:09 โดย bodin_1969_nak » บันทึกการเข้า

แสงไฟน้อย  ย่อมสว่างในที่มืด

รักกันแม้นจะอยู่ห่างไกลกัน  ก็ใช้ความคิดถึงนั้นนอนกอดได้
หมอนข้างที่อ่อนนุ่ม  ก็เพราะความคิดถึงในความรักนั้นเข้ามาแทรก
bodin_1969_nak
พันจินตนาการ

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 719


สวัสดีจ้า


« ตอบ #9 เมื่อ: 22 พฤษภาคม 2006 : 16:23:45 »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ตอน  "สี่เหล่าทัพ"  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

            ครั้นเมื่อพระอาทิตย์ชักรถมาลงน้ำทางทิศตะวันตกแล้ว  พระจันทร์ก็ออกมากระโดดเล่นน้ำป๋อมแป๋ม  3  ครั้ง  ทิวาก็เคลื่อนคล้อยไป  3  ราตรี  ก็ได้มีรุกขเทวดาชั้นผู้น้อยองค์หนึ่ง  เหาะตรงมายังศาลาดินหม้อ  ตรงเข้ามนัสการองค์หลวงปู่ฤาษีบดยา  พร้อมทูลถามไปว่า
รุกขเทวดา    -  เมื่อ  2 - 3  วันก่อนเกิดอะไรบนศาลาของพระคุณท่าน  เสียงผู้คนคุยกันดังสนั่นหวั่นไหวไปหมด  และได้ยินแว่ว ๆ ว่า จะมีคนเอาเสากระโดงเรือมากระทุ้งดวงจันทร์ที่หม่อมฉันหลบเจ้าหนี้ไปสร้างวิมานอยู่
ฤาษีบดยา     -  อ๋อ...พวกทหาร - ตำรวจ  3 - 4 คน เขาเมาเหล้าคุยกันน่ะ
รุกขเทวดา   -  พวกเขาเป็นใครกันบ้างล่ะ
ฤาษีบดยา     -  ก็พวกเด็ก ๆ ท้องไร่ท้องนาแถวนี้แหละ  เด็ก 4 คน ที่ซนเหมือนลิงที่เคยปีนต้นไม้ขย่มวิมานของท่านเจ้าคุณอยู่บ่อย ๆ จำไม่ได้หรือ
รุกขเทวดา    -  อ๋อ...พอนึกออกแล้วเจ้าลิง 4 ตัวน่ะเอง   อือ...ตั้งแต่พวกตัดไม้เอาวิมานของข้าไปทำฟืนแล้ว  เลยลืมพวกมันเสียสนิทเลย  รู้สึกคิดถึงพวกมันขึ้นมาแล้วซิ  ขอพระคุณท่านเล่าต่อเถอะ

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ         ( ต่อฉบับหน้า )           .............

                                                             ดินหม้อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 พฤษภาคม 2006 : 16:26:51 โดย bodin_1969_nak » บันทึกการเข้า

แสงไฟน้อย  ย่อมสว่างในที่มืด

รักกันแม้นจะอยู่ห่างไกลกัน  ก็ใช้ความคิดถึงนั้นนอนกอดได้
หมอนข้างที่อ่อนนุ่ม  ก็เพราะความคิดถึงในความรักนั้นเข้ามาแทรก
bodin_1969_nak
พันจินตนาการ

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 719


สวัสดีจ้า


« ตอบ #10 เมื่อ: 22 พฤษภาคม 2006 : 16:42:49 »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

ฤาษีบดยา     -  เจ้าลิง  4  ตัว พอเป็นหมุ่มขึ้นมาหน่อย  ก็หายไน้หายตาไปเกือบ 4 ปี พอโผล่มาอีกทีก็เจอกันที่ศาลาของข้านี่แหละ  ปรากำว่าไปเป็นทหารบกคนหนึ่ง, ทหารเรือคนหนึ่ง,  ทหารอากาศคนหนึ่ง  และเป็นตำรวจคนหนึ่ง  รวม 4 เหล่าทัพพอดี  พอเจอกันทีก็ดีใจกันเป็นหนักหนา  ขนเหล้ามากินกันเป็นการใหญ่  พอดีกรีเข้าที่ก็เริ่มคุยกันถึงแสนยานุภาพในเหล่าทัดของตนเป็นการใหญ่  เจ้าลิงที่เป็นทหารบกก็เริ่มคุยก่อนว่า  แสนยานุภาพของข้า  ขนาดปากบอกปืนใหญ่รถถัง  ต้องใช้ชาวบ้าน 10,000 คน มายืนเข้าแถวกัน  ยังบังกระบอกปืนไม่มิดเลยว่ะ
รุกขเทวดา    -  โอโฮ...ขนาดนั้นเชียวหรือ  แล้วอย่างไรต่อไปพระคุณท่าน
ฤาษีบดยา      -  เจ้าลิงที่เป็นทหารอากาศก็ไม่อยากน้อยหน้า  เลยคุยทับไปว่า  แสนยานุภาพของข้าก็มีเครื่องบินไงล่ะ  ใหญ่แค่ไหนไม่รู้  รู้แต่ว่าหัวเครื่องบินอยู่ทางทิศเหนือ  ท้ายเครื่องบินอยู่ทางทิศใต้  ปีกเครื่องบินทั้งซ้ายและขวา  อยู่ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก   บังโลกพอดีเลยว่ะ

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ       ( ต่อฉบับหน้า )      ................

                                                          ดินหม้อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 พฤษภาคม 2006 : 17:03:22 โดย bodin_1969_nak » บันทึกการเข้า

แสงไฟน้อย  ย่อมสว่างในที่มืด

รักกันแม้นจะอยู่ห่างไกลกัน  ก็ใช้ความคิดถึงนั้นนอนกอดได้
หมอนข้างที่อ่อนนุ่ม  ก็เพราะความคิดถึงในความรักนั้นเข้ามาแทรก
bodin_1969_nak
พันจินตนาการ

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 719


สวัสดีจ้า


« ตอบ #11 เมื่อ: 22 พฤษภาคม 2006 : 17:00:39 »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

รุกขเทวดา    -  โอโฮ...แล้วได้เจ้าลิงที่เป็นทหารเรือมันคุยอะไรบ้าง
ฤาษีบดยา      -  เจ้าลิงที่เป็นทหารเรือน่ะหรือ  มันก็คุยถึงแสนยานุภาพของกองทัพเรือมันน่ะซี  มันคุยว่าขนาดเรือรบของมันน่ะ  หัวเรือจรดขั้นโลกเหนือ  ท้ายเรือจรดขั้วโลกใต้  ส่วนเสากระโดงเรือจรดดวงจันทร์เลยว่ะ
รุกขเทวดา    -  อ้อ...เจ่าลิงตัวนี้นี่เองเอาเสากระโดงเรือมากระทุ้งวิมานของข้า  เออ...แล้วเจ้าลิงที่เป็นตำรวจล่ะ  มันมีอะไรเป็นแสนยานุภาพ  ขอพระคุณท่านเล่าต่อ
ฤาษีบดยา      -  เอ...เห็นมันอ้อมแอ้มไปพักหนึ่ง   แล้วคุยว่าแสนยานุภาพของมันไม่มี  เท่าที่มีก็มีกระบองที่ใช้เข้าแถวรับเสด็จน่ะแหละ  แต่ตอนนี้เหลืออันเดียวแล้ว  ขนาดใหญ่แค่ไหนไม่รู้เหมือนกันนะ  รู้แต่ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งทางการต้องการทำเพิ่ม  จึงได้สั่งให้พลตำรวจ อายุ 16 ปี เพิ่มจบจากโรงเรียนพลตำรวจมาใหม่ ๆ ไปทำการรังวัด  เพียงแค่เดินวัดจากหัวกระบองไปจนจรดท้ายกระบองเท่านั้น  ก็ปลดเกษียณอายุครบ 60 ปี พอดีเลยว่ะ
รุกขเทวดา    -  โอโฮ...อะไรจะปานนั้น  หม่อมฉันกราบลาละ  ต้องรีบย้ายวิมานไปอยู่ดาวอังคารแล้ว
                        ฮา...

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ                          ......................

                                                 ดินหม้อ
บันทึกการเข้า

แสงไฟน้อย  ย่อมสว่างในที่มืด

รักกันแม้นจะอยู่ห่างไกลกัน  ก็ใช้ความคิดถึงนั้นนอนกอดได้
หมอนข้างที่อ่อนนุ่ม  ก็เพราะความคิดถึงในความรักนั้นเข้ามาแทรก
bodin_1969_nak
พันจินตนาการ

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 719


สวัสดีจ้า


« ตอบ #12 เมื่อ: 23 พฤษภาคม 2006 : 14:08:56 »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ตอน  "ทิดหนูลูกแม่"  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

            ณ   หมู่บ้านโคกยายแร้งทึ้ง  อีหมึกหลานยายมา  หลังจากที่ได้อยู่กินเป็นฝั่งเป็นฝากิบทิดกร่างแล้ว  ยายมาก็ให้มีความรู้สึกนึกถึง  "ทิดหนู"  ลูกชายคนสุดท้องของนางขึ้นมาบ้าง  ซึ่งได้เดินทางไปหางานทำที่บางกอก  ป่านนี้ก็เป็นเวลา 3 - 4 ปีเข้าไปแล้ว  เห็นเงียบหายไปเสียนาน  ก็ให้รู้สึกคิดถึงเป็นกำลัง  อยากให้เป็นฝั่งเป็นฝาไปกับเขาอีกคนหนึ่ง  คิดได้ดั่งนั้นแล้ว  จึงรีบเดินทางไปยังที่ทำการไปรษณีย์เพื่อโทรเลขด่วนถึงทิดหนูทันที  พร้อมติดต่อทาบทามสู้ขอยัยมะลิลูกสาวผู้ใหญ่บ้านปานแดง  เพื่อเป็นคู่วิวาห์กับทิดหนูต่อไป  จนเป็นที่เรียบร้อย
            ฝ่ายทิดหนูหลังจากที่ได้เดินทางมาอยู่บางกอก  ก็ได้ประกอบอาชีพเป็นนางแบบเดินแฟชั่น  ทั้งแบบผู้ชายและแบบผู้หญิง  ด้วยมาดหุ่นที่บาดใจสาวและบีบใจชายด้วยกัน  จนเริ่มมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของผู้คนโดยทั่วไปบ้างแล้ว  ต่อมาทิดหนูได้แปลงเพศ  "จากชายเป็นหญิง"  จากนั้นก็ได้ปล่อยทรงผมให้ยาวเป็นธรรมชาติสักนิด  เสริมทรวงอกสักหน่อย  เป็นผลให้อาชีพการเดินแฟชั่นโด่งดังจนบางกอกแทบถล่ม  จนกระทั่งได้รับโทรเลขด่วนจากทางบ้าน  "ทิดหนู"  กลับบ้านด่วนควายเหงา  "จากแม่"  จึงได้ตีต๋วเครื่องบิน  "รักคุณเท่าฟ้า"  เที่ยวบิน  บางกอก - โคกยายแร้งทึ้ง  ด้วยบริการ  "เพียงงีบเดียวก็ถึงแล้ว"  เครื่องบินได้ร่อนลงสู่สนามบินโคกยายแร้งทึ้งด้วยความปลอดภัย  ทิดหนูได้บรรจงลงจากเครื่องบินด้วยหุ่นที่พอ ๆ กับ  "ลาเควลเวลล์"  พร้อมด้วยลีลาการเดินในจังหวะสโลว์  ( วัน - ทรู - ทรี  )  เพียงครู่เดียวก็ผ่านมายังศาลาดินหม้อ  ซึ่งมีทิดเผือก  ทิดกร่าง  และทิดดำ  ซึ่งนั่งถองยาดองอยู่ก่อนแล้ว  ทิดกร่างจำทิดหนูไม่ได้  ก็ได้ผิวปากตามฟอร์มเป็นเชิงทักทายไปทันที  "ปู๊น ๆ"  ส่วนทิดหนูจำทิดกร่างและทุกคนได้  ก็เริ่มทักทายบ้าง
ทิดหนู      -  สวัสดีเค่อะ  สบายดีหรือเคอะ  ชักเลอะใหญ่แล้วนะเคอะ  จำเดี๋ยน  จำดะฮั้นไม่ได้แล้วหรือเคอะ  ดะฮั้นทิดหนู  ลูกยายมาอาอีหมึกไงล่ะเคอะ
            ได้ผล  เท่านั้นเอง  ทิดทั้งสามก็อ้าปากค้าง  พร้อมใจกันเป็นลมสลบคาวงยาดองทันที  จากนั้นทิดหนูก็ได้เดินทางไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงบ้าน  ฝ่ายฝูงเจ้าทุยซึ่งเคยเป็นสหายกับทิดหนูมาก่อน  ก็จำทิดหนูไม่ได้เหมือนกัน  เมื่อเห็นทิดหนูเดินส่ายสะโพกเป็นวงกลมผ่านผน้าไป  ก็เกิดอาการวิงเวียนศีรษะหงายท้องไปทีละตัวสองตัวตลอดทาง  เมื่อมาถึงบ้านก็ฟ้องยายมาเป็นการใหญ่ทันที  
ทิดหนู     -  คุณแม่ขา...ยูซิ...หยูกลับมาบ้าน  พี่กร่างเค้าจำหยูไม่ได้  เค้าผิวปากจีบหยูเค่อะ  เสียงดังเหมือนหวูดรถไปเลยเค่อะ  เดี๋ยนนี้อะฮั้นนี้ไม่ย๊อมไม่ยอม  คุณแม่ต้องจัดการนะเคอะ
ยายมา     -  โธ่...นี่หรือลูกตู  อุตส่าห์ขอยัยมะลิไว้ให้แล้วนะเนี่ย
                   ฮา...

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ                           ....................

                                                 ดินหม้อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 พฤษภาคม 2006 : 14:13:41 โดย bodin_1969_nak » บันทึกการเข้า

แสงไฟน้อย  ย่อมสว่างในที่มืด

รักกันแม้นจะอยู่ห่างไกลกัน  ก็ใช้ความคิดถึงนั้นนอนกอดได้
หมอนข้างที่อ่อนนุ่ม  ก็เพราะความคิดถึงในความรักนั้นเข้ามาแทรก
bodin_1969_nak
พันจินตนาการ

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 719


สวัสดีจ้า


« ตอบ #13 เมื่อ: 24 พฤษภาคม 2006 : 19:12:11 »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ตอน  "ข่าวสลดใจ"  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

              "แต่งงานจะให้ฮิท     ต้อง เจ.บี.
                บริการคลอดชั้นดี     ต้อม มอ.
                ตายอย่าง  ส.บ.ม.     ต้อง  "วัดโคกยายแร้งทึ้ง"
         
          คำขวัญของเราก็เข้าท่าดีเหมือนกันนิ  ฮิฮิ  เจ้าแกละเด็กขายหนังสือพิมพ์กำลังเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับคำขวัญที่ได้คิดขึ้นมา  ขณะเดินผ่านมาทางศาลาดินหม้อ  ก็ให้รู้สึกแปลกใจว่าทำไมวันนี้จึงไม่เห็นหน้า  ทิดเผือก - ทิดกร่าง - ทิดดำ  นั่งถองยาดองบนศาลาเหมือนอย่างที่ได้เคยปฏิบัติมา  จึงมีความคิดไปว่า  น่าจะลองทำลายสถิติในการขายหนังสือพิมพ์สักหน่อยเห็นท่าจะดี  คิดได้ดังนั้นแล้ว  จึงร้องขายหนังสือพิมพ์ไปว่า   ฎข่าวสลดใจ...ครับ...ข่าวสลดใจ  มีคนถูกหลอกลวงถึง 3 คน ตายอย่าง ส.บ.ม. เลยครับ"   จนกระทั่งเดินผ่านมายังหน้าร้านขายยาดองอาโกเจ้าเก่า   ฝ่ายอาโกเมื่อได้ยินว่า  "ข่าวสลดใจมีคนถูกหลอกลวงถึง 3 คน ตายอย่าง ส.บ.ม. อีกต่างหาก"   ก็ให้นึกเอะใจขึ้นมา  เพราะวันนี้ทั้งวัน  เจ้าทิดทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นลูกค้ายาดองขาประจำ  ไม่เห็นเข้ามาที่ร้านตั้งแต่เช้าแล้ว  เป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่รู้เหมือนกัน  จึงเรียกเจ้าแกละเข้ามาในร้านพร้อมซื้อหนังสือพิมพ์ 1 ฉบับ  นั่งอ่านจนทั่วทุกหน้าจนกาแฟหมดไป 12 แก้วแล้ว  ก็ไม่เห็นมีข่างเกี่ยวกับคนถูกหลอกลวงดังกล่าวแลย  หรือข่าวเกี่ยวกับเจ้าทิดทั้ง 3 แต่อย่างใด   ขณะนั่งด้วยความมึนงงเพราะฤทธิ์กาแฟอยู่นั้น  ก็ได้ยินเสียงเจ้าแกละร้องขายหนังสือพิมพ์อีกว่า   "ข่าวสลดใจ...ครับ...ข่าวสลดใจ  มีคนถูกหลอกลวงเพิ่มเป็น 4 คน แล้วครับ"  ส่วนอาโกเมื่อได้ยินดังนั้น  ก็ให้รู้สึกโกรธเป็นกำลัง   จึงคำรามออกมาว่า   โธ่...ไอ้แกละนะ...ไอ้แกละ  มันทำกูได้  ฝ่ายเจ้าแกละเมื่อเหลือบมาเห็นอาโกกำลังเอะอะมะเทิ่งเช่นนั้น   ก็เผ่นแน่บตามระเบียบ.
               ฮา ...

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ                   .........................

                                          ดินหม้อ
 
บันทึกการเข้า

แสงไฟน้อย  ย่อมสว่างในที่มืด

รักกันแม้นจะอยู่ห่างไกลกัน  ก็ใช้ความคิดถึงนั้นนอนกอดได้
หมอนข้างที่อ่อนนุ่ม  ก็เพราะความคิดถึงในความรักนั้นเข้ามาแทรก
~Y@n!$~
พันจินตนาการ

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 283


หลงละเมอและเพ้อฝัน


เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 25 พฤษภาคม 2006 : 17:43:27 »

^^แต่งเองเหรอคะ^^
บันทึกการเข้า

มันก็แค่ .. อากาศ ..
หน้า: [1] 2 3 ... 6 ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กาแฟ ร้อยตะวัน กลอน บทกลอน บทกวี ร้อยความฝัน พันจินตนาการ

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2015, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF
.::: Theme & Graphic designed by Thanarath Sawasdichai :: www.dreampoem.com supported by Roytawan Coffee :: © 2002-2010 DreamPOEM.COM All Reserved. :::.