ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก


+  ร้อยความฝันพันจินตนาการ
|-+  :: Special Forum ::
| |-+  คุยเรื่องเพลงกับ “พี่ไก่ สุธี แสงเสรีชน”
| | |-+  เตือนสติ จากอดีต
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เตือนสติ จากอดีต  (อ่าน 1152 ครั้ง)
jokeja
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 12 กันยายน 2007 : 12:18:32 »

AF ตกอับ “ปอ” ค่าตัว 800 บาท

11 ก.ย. 2550 01:55 น.

“ถ้าไม่มีเวทีแห่งความฝันนี้ ผมก็ไม่รู้ความจริงว่าคนกรุงเทพไม่น่ากลัวอย่างที่คิด”บางคำพูด”ปอ-ปานเวทย์ ไสยคล้าย” หนุ่มหาดใหญ่ จ.สงขลา
ที่ได้รับการคัดเลือก”นักล่าฝัน” ขวัญใจคนปักษ์ใต้ในซีซั่น 1 ครั้งนั้น เพื่อมาเป็นหนึ่งนักล่าฝัน 12 คน ชิงเดอะ วินเนอร์ และเขาทำได้แค่ติดรอบสุดท้าย 1 ใน 5 แต่โชว์ผลงานเพลงกระหึ่มในอินดอร์ สเตเดี่ยม หัวหมาก แต่เขาไม่สามารถที่”คว้าดวงดาว”มาได้ก็ตาม

นับจากคืนนั้นมา ท่ามกลางแฟนๆร่วมครึ่งหมื่น ที่แห่มาชม “คอนเสิร์ต”วีคสุดท้าย ส่งผลให้ชื่อ”ปอ-ปานเวทย์” หนุ่มนิรมานจากแดนปักษ์ใต้ เริ่มแจ้งเกิดบนเวที”ยูบีซี อะคาเดมี”แฟนเทชีย” จากนั้น” เงิน-ชื่อเสียงตามมาไม่ขาดมือ

หลังจากนั้นความฝัน “ปอ” เป็นจริง เนื่องจาก ”ค่ายเพลงดัง” ย่านอโศกได้ร่วมจับมือเซ็นสัญญาเพื่อบริหาร”ศิลปิน”ต่อจากยูบีซี 5 ปีในยุคนั้น โดยมีเป้าหมายเพื่อปั้นศิลปินเข้าสังกัด ซึ่งยอมรับว่า 1-2 ปีแรกนั้น “ปอ”ยังพอมีงานเพลงข้ามาให้ทำบ้างประปราย แต่ไม่ได้มีงานมากมายเหมือน”เพื่อนนักล่าฝัน”บางคนอย่าง “ออฟ-ปองศักดิ์ รัตนพงษ์”เป็นต้น เช่นเดียวเพื่อนๆนักล่าฝันคนอื่นๆ

แน่นอน “ปอ”มีความความฝันตั้งแต่วันแรก อย่างวันที่เขา”หอบกีตาร์” มาจากต่างจังหวัดขึ้นตึกขึ้นทิปโก้ (สำนักงานทรู วิชั่นส์) ครั้งแรก ดูเหมือนว่าแววตา “ปอ”งงมากเห็นตึกใหญ่โต มีรถตู้มารับทำงาน ไปไหนมาไหนมาแฟนคลับขอลายเซ็น จนทำตัวไม่ถูก แน่นอนบนโลกถนนสายมายาแห่งนี้ ย่อมสัจธรรม “มีขึ้นและลงเป็นธรรมดา”

ชีวิตห่างไปบนเวทีเอเอฟแค่ 4 ปี 4 ซีซั่น ย่อมมองเห็นชีวิต”ปอ” นักล่าฝันรุ่นบุกเบิกกับรุ่นน้องอย่างสิ้นเชิง วันนี้ชีวิตเขา”เหมือนฝัน” ฝันที่ว่านั้น “ฝันร้ายของชีวิต” ที่ทำไม่ได้ดังที่ตั้งใจไว้ เพราะว่างาน เงินนั้น เริ่มหาลำบากมาก ชื่อเสียงเริ่มร่วงโรยไปตามเวลา

แหล่งข่าวเพื่อน”ปอ”รายหนึ่ง เขาเล่าว่า ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ ปอลำบากมาก เพราะว่าเขาไม่มีงานเข้ามาให้ทำมากมายเหมือนช่วงแรก อัลบั้มใหม่ยังไม่มี จะมีงานเข้ามาบ้างช่วงที่จังหวะ “บริษัทดูแลนักล่าฝัน” เชิญมาร่วมกิจกรรมเท่านั้น แต่ก็ไม่มากนัก นานๆทีเท่านั้น ส่วนรายได้เข้ามาไม่มากมาย

ประกอบกับช่วงหลังมานี้ “ปอ” ต้องแบกภาระหนัก เนื่องจากว่าเขาต้องย้ายสถานที่เรียนมายังมหาวิทยาลัยจันทรเกษม จากเดิมเรียนมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง เพราะช่วงนี้ต้องผ่อนบ้านเดือนละหลักหมื่น

ที่หนักไปกว่านั้น “ปอ” เป็นหัวเรือหลักของบ้าน ที่จะต้องหาเงินค่ารักษาแม่ ที่กำลังป่วยเป็นโรคเนื้อร้ายอยู่ ค่ายาเดือนละ 1 หมื่นกว่าบาท ลองคิดดูว่าเขาจะหารายได้จากไหนในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ทั้งค่าเล่าเรียน ค่ารถและอื่นๆมากมาย

ล่าสุด “ดารา เดลี่”ได้โอกาสตามไปดู”ปอ” ไปรับจ็อบร้องเพลง “ร้านละเมอ”ตามผับดังริมสระน้ำ หมู่บ้าน”สัมมากร” ย่านสุขาภิบาล 3 พร้อมกับสอบถามสภาพชีวิตและงานบันเทิงช่วงนี้ ปอบอกว่า“ลำบากมาก งานไม่ค่อยจะมี แต่ต้องหาเงินก้อนโต เพื่อค่ายาให้แม่ รวมค่าใช้จ่ายเดือนละหลายหมื่น แต่ตนร้องเพลงคืนละ 800 บาทเท่านั้น ลองคิดดูว่าจะเอาเงินจากไหน โชดดีที่ตอนนี้ยังมีพอมีเงินเก่าอยู่เล็กน้อย”

“ยิ่งปลายปี 49 เป็นต้นมา มีงานเพลงเข้ามาประปราย ตอนนี้คิดถึงอนาคตจะเป็นเช่นไร เพราะเหลือเวลาแค่ปีเดียวไม่รู้ว่าจะมีโอกาสร่วมงานค่าย “ทรู”หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ใหญ่ เพราะเวลานี้ทางบ้านลำบากมาก เงินส่วนหนึ่งต้องแบกภาระเรื่องน้องที่ยังเรียนหนังสืออยู่ด้วย แต่ถ้าไม่มีงานอะไรที่เป็นชิ้น เป็นอัน ต้องกลับบ้านไปหากินอำเภอหาดใหญ่ต่อ “

การปรับตัวตอนนี้ ต้องคิดในแง่ดีๆเท่านั้น นึกถึงเรื่องประหยัดเอาไว้ ถ้าหากคิดอีกมุมหนึ่งเพื่อนๆบางคนเขาลำบากเหมือนเราเช่นกัน รายได้ที่หามาได้ต่อเดือนตอนนี้ราวหมื่นกว่าบาทเท่านั้น เทียบกับค่าใช้ต่อเดือน คงไม่พอแน่ แต่ทำอย่างไรได้เวลานี้ หากไม่ทำอะไรก็คงแย่

ถึงกระนั้น คงได้ร้อเพลงแค่”ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์”เท่านั้น ส่วนวันปกติต้องหาจ็อบเข้ามาให้ได้มากที่สุด ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้ คงหาเงินยากมาก

........................................................

นี่คือเรื่องราวจริงๆ ของปอ นักล่าฝันของ AF1 ที่ปัจจุบัน ดูเหมือนความฝันของเขาได้บุบสลายไปมากพอสมควรแล้ว จากกาลเวลาและอื่นๆ
สิ่งที่จะพูดต่อไปนี้ หากปอหรือแฟนคลับของปอมาอ่านก็ต้องอย่าโกรธ ในฐานะที่เราเป็นแฟนรายการ AF มาตลอดทั้ง 4 ซีซั่น เห็นสิ่งต่างๆมามาก และเคยโหวตให้ปอเหมือนกัน ก็จะขอเล่าเสริมต่อจากข้างบน เพื่อให้เรื่องราวมีรายละเอียด และเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น หากตัวปอได้มาอ่าน ก็อยากให้ลองคิดทบทวนดูถึงเวลาที่ผ่านมา ส่วนคนอื่นๆ เช่นแฟนคลับใหม่ๆของรายการ น้องๆนักเรียนนักศึกษาที่ตามติดรายการ AF4 หรือน้องๆนักล่าฝัน ที่ถ้าออกมาจากบ้านแล้วมีโอกาสได้เห็นกระทู้นี้ ก็อยากให้ลองนำไปคิดพิจารณาดูเช่นกัน

ยังจำวันแรกๆที่ปอเข้ามาในบ้านได้ ปอไม่ใช่คนที่หล่อ และไม่ได้ดูมีเสน่ห์อะไร

แต่เอกลักษณ์ของปอ คือความซื่อ ความจริงใจแบบคนต่างจังหวัด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ทำให้คนดูรักปอ

รวมถึงประวัติของปอก็ลำบากมาก ครอบครัวของปออยู่ที่สงขลา มีฐานะค่อนข้างยากจน ปอต้องทำงานเลี้ยงครอบครัวด้วยการร้องเพลงตามร้านอาหาร

การมาสมัครรายการ AF คือจุดเปลี่ยนในชีวิตปอ เขาต้องขึ้นมาออดิชั่นถึงกรุงเทพฯ และต้องลาออกจากงานในวันนั้น โดยที่ยังไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

การออดิชั่น ทำกันที่โรงแรมโซฟิเทลลาดพร้าว ปอเคยเล่าว่าตอนนั้น ปอกับพ่อสั่งข้าวผัดที่โรงแรมมากิน ราคาแพงหลายร้อยบาท เพราะทั้งคู่มาด้วยเงินในกระเป๋าน้อยมาก

ภายหลังจากที่ปอเข้าบ้านอคาเดมี่ ปอเริ่มเป็นที่รักของทุกคน ความสนิทสนมของปอกับพี่วิทย์ แบบพี่น้องก็ยิ่งทำให้ทุกคนเอ็นดูปอ

ปอเป็นคนที่ร้องเพลงได้ดีคนหนึ่ง ยังจำได้ว่าในวีคที่ปอร้องเพลง I don't want to miss a thing ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก ปอร้องได้ดีจนคนกรี๊ดกันทั้งฮอลล์ ดังและนานมาก

และนั่นคือวีคที่ปอต้องออกจากบ้าน แต่การออกจากบ้านของปอ กลับทำให้เขาดังถึงขีดสุด

กล่าวกันว่า ศิลปินระดับตัวแม่ของประเทศไทย ก็เป็นหนึ่งในคนที่เชียร์ปอ เธอมาดูรายการ AF กับกลุ่มเพื่อนๆของเธอหลายครั้ง และกล่าวกันว่า ทันทีที่ปอถูกประกาศชื่อว่าต้องออกจากบ้าน เสียงโห่ไล่จุ้มจิ้มก็ดังมาทันทีจากทางคนกลุ่มดังกล่าว

ตอนนั้นคนเกลียดจุ้มจิ้มมาก จุ้มจิ้มโดนข้อหาคล้ายๆที่นัทโดนอยู่ตอนนี้ คือถูกหาว่าแจกซิมและบัตรเติมเงินให้คนช่วยโหวต พ่อแม่เป็นญาติกับยูบีซี ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่ความจริง

ขณะที่ปอออกมา แต่เขาไม่ใช่ผู้แพ้ ปอชนะใจคนดูในเวลานั้น และเป็นหนึ่งใน 6 คน ของ AF1 ที่ได้ทำอัลบั้มกับแกรมมี่ ขณะที่จุ้มจิ้ม กับเค ซึ่งอยู่ในรายการนานกว่าปอ ไม่ได้ทำอัลบั้มกับแกรมมี่แต่อย่างใด

เพลง "ปลอบ" ของปอคือเพลงโปรโมตประจำอัลบั้มนั้น หลายคนคาดการณ์กันว่าปอจะดังได้ไม่แพ้พลพล หรือแมว จีระศักดิ์ การแสดงของปอบนเวที AF ทำให้พี่โจ และพี่เจ ต้องยกนิ้วให้มาแล้ว

เพลงปลอบของปอ ดังประมาณหนึ่ง ปัจจุบัน ยังพอได้ยินบ้างตามรายการวิทยุของแกรมมี่ แต่นานๆทีจึงจะได้ยิน ว่ากันว่าในตอนนั้น การเปิดเพลงของคลื่นวิทยุแกรมมี่ มีโควต้าเปิดเพลง เพลงในอัลบั้มๆหนึ่ง จะถูกเปิดได้ ถ้าจำไม่ผิดคือชั่วโมงนึง เปิดได้เพลงนึง แต่อัลบั้มของ AF1 6 อัลบั้ม ถูกคลื่นวิทยุในเครือนับเป็น 1 อัลบั้มเท่านั้น ปรากฏว่าเพลงที่คนโทรมาขอกันมากที่สุด คือเพลงของอ๊อฟ ปองศักดิ์ เพลงของอ๊อฟจึงติดชาร์ต เป็นเพลงดังที่ทุกแม้กระทั่งวิทย์ และจีน ที่เป็นที่ 1 และ 2 พูดได้เต็มปากว่าไม่ประสบความสำเร็จ และสถานีวิทยุไม่เปิด เมื่อไม่เปิด ก็ไม่มีใครขอ จนกระทั่งเพลงเหล่านั้นถูกลืมไปในที่สุด

ในระยะแรกที่ปอยังดัง งานติดต่อเข้ามาที่ปอมากมาย หลายคนคาดกันว่า ปอจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในวงการบันเทิงมากที่สุดอันดับสอง รองจากอ๊อฟ ปองศักดิ์

ทราบหรือไม่ว่า หนังเรื่อง "สายลับ จับบ้านเล็ก" ที่ฉายอยู่ในขณะนี้ เป็นโปรเจคท์ที่อยู่คู่บริษัทจีทีเอชมานานโดยชื่อเดิมของโปรเจคท์นี้ คือ "สะกดรอยชู้" ก่อนจะกลายมาเป็น "สายลับจับชู้" แต่เดิม หนังเรื่องนี้เป็นหนังร่วมทุนกับบริษัทไฟว์สตาร์ และกำกับโดยบัณฑิต ฤทธิ์ถกล โดยผู้ที่ถูกวางตัวให้รับบทพระเอกของเรื่อง ก็คือ ปอ AF1 นี่เอง!โดยหนังวางให้เขาแสดงคู่กับปอ วงแจมป์

แต่โปรเจคท์ดังกล่าวมีปัญหาหลายประการ จนสุดท้าย มีการเปลี่ยนตัวผู้กำกับ ไฟว์สตาร์ถอนตัว ทำให้หนังกลายมาเป็นสายลับจับบ้านเล็ก ที่มีพระเอกคือซันนี่ อย่างที่เราเห็นกัน

สุดท้าย ปอได้เล่นหนัง Ghost Game ล่าท้าผี ตัวหนังประสบความสำเร็จปรมาณหนึ่ง แต่คนเล่นไม่ได้ดังตามไปด้วย

ในช่วงเวลาที่ปอยังดัง มีข่าวเกี่ยวกับตัวเขาหลายอย่าง จริงเท็จอย่างไร เราก็ต้องใช้วิจารณญาณ โดยข่าวหนึ่งที่ฮือฮา คงเป็นข่าวที่คุณจุ๊บ กรรณิการ์ ศศิประภา (แม่เลี้ยงของสามีหมิวลลิตา) และครอบครัว ซึ่งปลื้มปอมากๆ และเป็นหนึ่งในคนที่โหวตให้ปอ ได้ไปพบปอที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ย่านทองหล่อ เธอและครอบครัวจึงเข้าไปขอลายเซ็นจากปอ

แต่ปฏิกิริยาที่ได้รับกลับมา คือปอทำท่ารำคาญ พร้อมทั้งเซ็นลายเซ็นให้อย่างเสียมิได้ วางแปะบนโต๊ะ แล้วเดินกระทืบเท้าไปเลย

เรื่องราวนี้ ถูกนำมาลงในหน้าบันเทิงไทยรัฐช่วงนั้น ก็มีทั้งคนที่เชื่อและคนที่ไม่เชื่อ บางคนบอกว่า เป็นเวลาส่วนตัวของศิลปิน แฟนคลับไม่ควรจะรบกวนกัน

แต่การเป็นนักล่าฝัน มันมีชนัฏติดหลังมากกว่าศิลปินทั่วๆไป ตรงที่นักล่าฝัน มาจากการโหวตของประชาชน มาจากเงินและความรักของประชาชน จึงไม่แปลก ที่ประชาชนจะต้องการอะไรคืนจากนักล่าฝันมาบ้าง

การเป็นศิลปินที่ดี คงจำเป็นที่จะต้องยอมสละอะไรหลายอย่างเพื่อรับใช้คนดู อย่างที่ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ประวัติศาสตร์สอนให้รู้ว่า ศิลปินที่ทำตัวไม่ดีกับประชาชนหลายคน เมื่อหมดความดัง ก็จะกลายเป็นคนที่ถูกทิ้งขว้าง ไม่มีใครใยดีอีกต่อไป การรักษาความดังของศิลปินดาราจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก

ข่าวเกี่ยวกับปอในลักษณะคล้ายๆกันยังมีออกมาต่อเนื่อง ขณะที่ตัวปอเองในเวลานั้น ก็ต้องยอมรับมาว่าปอเริ่มใช้ชีวิตที่ฟุ่มเฟือยหรือไม่? จำได้ว่ารายการหนึ่งทางยูบีซี เคยให้มีการทายราคาของกางเกงยีนส์ที่ปอใส่ ปรากฏว่าราคาตัวละเป็นแสนบาท

แล้วเวลาก็ผ่านล่วงเลยไป จนเข้า AF2 ในช่วงต้นซีซั่น มีข่าวว่า นักล่าฝัน AF1 ได้รับการติดต่อจากยูบีซีให้มาถ่ายวีทีอาร์โปรโมตรายการ แต่ปรากฏว่าการติดต่อนั้น เลือกมาเฉพาะคนที่ดังๆ AF1 AF1 จึงรวมกันประท้วงยูบีซี ด้วยการไม่มาถ่ายโฆษณานั้น ในวันที่นัด ว่ากันว่ามีนักล่าฝันผู้หญิงเพียงคนเดียวที่มาตามนัด ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ยูบีซีโกรธ และหลังจากนั้น ก็แทบไม่มีข่าวคราวใดๆ เกี่ยวกับ AF1 ออกทางยูบีซีอีก จนกระทั่งมีการมาเคลียร์กันได้ในภายหลัง

สิ่งที่เล่ามา ก็เป็นอุทาหรณ์แก่ทุกๆคนได้ดี ว่าความดัง มันไม่จีรังยั่งยืน และการรักษาความดังเป็นสิ่งที่ยาก

หากบุคคลดังกล่าว ไม่มีของอยู่ในตัวที่มากพอ ไม่มีฝีมือในตัวมากพอ ก็ยากที่จะดังได้นาน

หรือถ้าหากเราไม่มี แล้วเรายังไม่พยายามเพิ่มความสามารถ และไม่พยายามทำตัวให้คนรัก ยังหลงกับมายา ก็คงไม่มีทางดังได้เช่นกัน

อย่างเคสของปอ เราไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเป็นยังไง แต่สุดท้าย แม้แต่แฟนคลับของปอก็ไม่อาจช่วยได้มากมาย ขณะที่คนที่เคยโหวตให้ปอ หลายคนก็ไม่ได้ชอบปออีกต่อไป...กับแฟนคลับเอง เขาจะรักคนๆหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่แม้แต่ญาติของเขาเอง ได้นานสักกี่ปี?

อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์แก่ทุกคนๆ

จากคุณ : เล่าให้ฟัง จากอดีต
....................................................................................................................................

อ่านเจอมาค่ะ เห็นว่าน่าจะให้ข้อคิดได้บ้าง
เลยเอามาบอกต่อ

การเป็นศิลปินที่จะอยู่ได้ยาวนาน คงจะต้องมีองค์ประกอบอะไรหลายอย่าง
เท่าที่ทราบตอนนี้ก็ยังมี น้ำตาลจาก AF1 อีกคน ที่กำลังประสบภาวะเดียวกันกับปอ

บางครั้ง ความฝันกับความจริง ก็ไม่อาจร่วมทางไปด้วยกันได้
ทุกคนมีสิทธิ์ฝันค่ะ แต่เราก็ต้องตื่นมาอยู่ในโลกความจริงด้วยเหมือนกัน

เราสามารถทำตามความฝันของเรา ในโลกแห่งความจริงได้
ตราบเท่าที่เราแยกแยะความฝันกับความจริงได้

การได้ทำในสิ่งที่รัก คือความสุข
แต่การรู้จักรักในสิ่งที่ทำ ก็คือความสุขเหมือนกัน
สุดแต่ใจจะไขว่คว้าเนาะ
เป็นกำลังใจให้คนที่มีความฝันทุกคนก็แล้วกันค่ะ    ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 กันยายน 2007 : 12:20:47 โดย jokeja » บันทึกการเข้า
beer162
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: 12 กันยายน 2007 : 13:00:44 »

อ่านแล้วเศร้าจัง   ร้องไห้ ร้องไห้
บันทึกการเข้า
naree222
KAI FC
พันจินตนาการ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1695


สวัสดีจ้า


« ตอบ #2 เมื่อ: 12 กันยายน 2007 : 16:52:54 »

รู้สึกเศร้าเหมือนกันค่ะ
แต่ทุกสิ่งอย่างก็เป็นไปตามหลักธรรมชาติค่ะ

"เกิดขึ้น  ตั้งอยู่  ดับไป"
เราต้องใช้ชีวิตอย่างรู้เท่าทันมัน
เหมือนดังเช่นพี่ไก่เรานั่นไง ยิ้ม
บันทึกการเข้า
jannarak21
KAI FC
พันจินตนาการ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 304


รัก ToR+


« ตอบ #3 เมื่อ: 12 กันยายน 2007 : 21:05:40 »

มันเป็นสัจธรรม

ดังนั้นคิดดี ทำดี พูดดี
+ เศรษฐกิจพอเพียงไปอีกนิด
บันทึกการเข้า
พิมเองจ๊า
KAI FC
พันจินตนาการ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 242


ถึงห่างไกล แต่ใจไม่ห่าง


« ตอบ #4 เมื่อ: 12 กันยายน 2007 : 21:34:29 »

ตามรอยพระราชดำริ...จ๊า
เศรษฐกิจแบบพอเพียง ยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กาแฟ ร้อยตะวัน กลอน บทกลอน บทกวี ร้อยความฝัน พันจินตนาการ

Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2013, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF
.::: Theme & Graphic designed by Thanarath Sawasdichai :: www.dreampoem.com supported by Roytawan Coffee :: © 2002-2010 DreamPOEM.COM All Reserved. :::.