ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก


+  ร้อยความฝันพันจินตนาการ
|-+  :: บทกลอน-บทกวี-เรื่องสั้น ::
| |-+  ค่ำคืนของเธอและฉัน
| | |-+  - ณ ราตรีกาล -
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: - ณ ราตรีกาล -  (อ่าน 13758 ครั้ง)
มันตรา
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


สวัสดีจ้า


« เมื่อ: 01 กุมภาพันธ์ 2010 : 01:47:35 »



รัตติกาลเยื้องย่างระหว่างโลก      
ดั่งรอยโศกรุมโลกเร้าเงาสวัล
ช่วงเวลาแห่งความคิดอันหวาดกลัว   
สั่นระรัวใจสั่นเพราะพรั่นใจ

ไร้สดับรับยินใดในความคิด      
ใช่ลิขิตประดังมาว่ากาลไหน
สดับโสตโอดครวญคร่ำร่ำเพียงใจ   
อาดูลย์ในความคิดแห่งโศกา

ห้วงเวลาแห่งลมหนาวพราวประดับ   
ให้สมกับราตรีกาลผ่านม่านฟ้า
แห่งกาลนี้จะมีเพียงม่านน้ำตา      
รินรดมาเพื่อปลอบว่าได้ผ่อนคลาย

โลกทั้งหลายสิ้นสุดแล้วกับชีวิต   
ด้วยลิขิตแห่งดาวใดใช่ใจหมาย
ไร้สิ้นแล้วซึ่งเสียงแห่งลมหายใจ   
ประดับไว้มีเพียงแค่ความทรงจำ

ร้อยร่ำอันใดเล่าเจ้าความคิด      
กำหนดจิตใช่ปล่อยใจให้ถลำ
ราตรีนี้ข้าจึงมีเพียงลำนำ      
แทนคำคร่ำแห่งโศกาว่าอาลัย
บันทึกการเข้า
Mam_Mos
KAI FC
พันจินตนาการ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 969


รักคนแก้มป่อง


« ตอบ #1 เมื่อ: 01 กุมภาพันธ์ 2010 : 16:44:51 »

รัตติกาลเยื้องย่างอย่าเคยเปลี่ยน
ยังหมุนเวียนเป็นนิจไม่ผิดผัน
ความเปลี่ยนแปลงนั่นหรือคือนิรันดร์
เพียงเท่านั้นที่คงอยู่ไม่รู้วาย

ทุกชีวิตก็มีที่บรรจบ
ต้องได้พบทุกข์อยู่ไม่รู้หาย
จะกอบโกยอะไรไปมากมาย
เมื่อสุดท้ายก็สิ้นสุดจุดเดียวกัน

รัตติกาลมืดดำชวนพร่ำคิด
ถึงชีวิตที่ยังอยู่ต้องเปลี่ยนผัน
ยังเวียนว่ายทุกข์สุขสารพัน
กว่าจะถึงวันนั้นอันยาวไกล
บันทึกการเข้า

[-...KFC...คอกนี้มีแต่ความผูกพัน...-]
กว้างที่สุด แคบที่สุด ต่ำที่สุด สูงที่สุด ก็คือ "ใจ"
maya8
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31


« ตอบ #2 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2010 : 22:27:31 »



ห้วงแห่งราตรีกาลวารแห่งโลก
แรงลมโบกสู่ทิวหญ้าพาสั่นไหว
คิดถึงใครคนหนึ่งกว่าสิ่งใด
ความละไมอยู่ที่ใจได้ผูกพัน

วานผันวันผ่านพ้นวานโศก
ฉันเก็บโลกไว้ในมือเพราะคือฝัน
วางบางสิ่งเพื่ออิงใจไว้นิรันดร์
หากวารผันวันผ่านมิรานใจ

ห้วงแห่งราตรีกาลนานลำลึก
ตริตรองตรึกลึกลง ปลง – สดใส
ในห้วงแห่งขุนเขาลำเนาไพร
ม่านฟ้าใหม่ยังคงฉายทางทิศเดิม
บันทึกการเข้า
มันตรา
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


สวัสดีจ้า


« ตอบ #3 เมื่อ: 21 กุมภาพันธ์ 2010 : 02:41:34 »



ในห้วงใจ ลมหนาวแห่งรัตติกาล
ฝากตำนาน กาลใดให้มาเพิ่ม
จรัสแสงแห่งดวงดาวพราวแต่งเติม
เพียงเพื่อเริ่มเติมต่อ พอพักใจ

จรัสใดแห่งไมตรี จากฟากฟ้า
รังสรรค์มา – เพื่อสถิตนิมิตใหม่
เพื่อเพียงพอแก่กาลก่อนเพื่อผ่อนใจ
ดำเนินไปตามวาระที่ควรเป็น

แล้วแต่เห็นเช่นไร ใดสิ่งดี
สำนึกนี้จะยอมรับดั่งเป็นเช่น
ร้อนจากไฟจะดับด้วยไอฉ่ำเย็น
หากเพียงเห็นว่าควรคู่อยู่ที่ใจ

ห้วงหาวยาวนานแห่ง รัตติกาล
ฝากลมผ่านเพื่อโยนจิต พิศสั่นไหว
ลมโอบเอื้อใช่ว่าเถือเนื้อจากใจ
ยามฟ้าใหม่ใจจำจิต คิดจดจำ
บันทึกการเข้า
มันตรา
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


สวัสดีจ้า


« ตอบ #4 เมื่อ: 05 มีนาคม 2010 : 00:57:37 »



รัตติกาลผันเวียนมาเพลานี้
ห้วงราตรีนี้บรรเลงเพลงดื่มด่ำ
หนึ่งอักษรสะท้อนน้ำย้ำถ้อยคำ
เงาอาบฉ่ำให้ปรอยโลกลบโศกไกล

ไหวหวาน ... ผ่านม่านฟ้า และธานี
คือสิ่งดีที่บรรเลงเพลงขานไข
ท่วงทำนองน่าลองลิ้มด้วยอิ่มใจ
มาอาบไว้ให้ดับร้อน ... ผ่อนระอา

ปลายฟ้าใช่สุดไกลในความคิด
หากดวงจิตยังบินไกลเพราะใฝ่หา
ตะวันแย้มแก้มอิ่มเพราะพริ้มพา
ห้วงอุราแห่งอักษรสะท้อนใจ

ดีได้ด้วยใจเริ่มจากคิด
ก่อนชีวิตที่สร้างฝันพลันหลับ ไหล
ให้งามกานท์มาแต้มเติมเสริมแรงใจ
งามเพียงไหน ... จริงหรือไม่ให้ตรองคำ
บันทึกการเข้า
มันตรา
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


สวัสดีจ้า


« ตอบ #5 เมื่อ: 12 มีนาคม 2010 : 22:50:09 »



รัตติกาลเพียงบอกวันเพื่อพลันตื่น
คือจุดยืน หรือมนต์ใจให้ดื่มด่ำ
ทุกอักษรเพียงย้อนสะท้อนคำ
ให้จดจำช่วงเวลาผ่านพ้นไป

รู้สึกไหมหลายอักษร คือพรรัก
ย้ำตระหนักค่าขอบคุณอันยิ่งใหญ่
หากสิ่งดียังคงเกิดขึ้นกับใจ
เมื่อผู้ให้ – แลผู้รับนั้นรักเป็น

หากได้เห็นคำพรใดผ่านดวงตา
หากฟากฟ้าปราณีให้ได้เห็น
จงเก็บไว้ในรู้สึกอย่างควรเป็น
วางละเว้น – ความรู้สึกบางส่วนไป

สัมผัสใจยังดีอยู่ไหม .. คนดี
ณ ราตรีที่พักวางทุกสิ่งไว้
หลับเสียเถิดแล้วพักวางทุกสิ่งใด
เปิดหัวใจรับสิ่งใหม่ที่ปลายทาง.
บันทึกการเข้า
มันตรา
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


สวัสดีจ้า


« ตอบ #6 เมื่อ: 20 มีนาคม 2010 : 03:39:48 »



ณ ราตรีกาลที่ผ่านมาครารู้สึก
คงร้าวลึกในหัวใจ หากไหวหวั่น
ทว่าหากรู้สึกดีให้แก่กัน
ในความฝันหรือความจริงมิเปลี่ยนไป

ในความเงียบคิดถึงสิ่งใดบ้าง ใจเอ๋ย
คำเฉลย มีคำตอบให้ใจบ้างไหม
ละบางสิ่ง หรือ แนบอิงใจสู่ใจ
เหตุผลใด ที่มีให้ ไม่ต้องการ

เดินผ่านเรื่องราวมามากมาย ที่รัก
สิ่งที่ทายทักแม้จะเต็มไปด้วยคำว่า ประหาร
เรื่องราวหลากหลายที่วนเวียนว่าย ตราบนาน
แต่คำว่าก้าวผ่าน ยังคงเติมเต็มอยู่ที่ใจ

โศกเศร้า สอนเราให้เดินต่อ หรือ หยุดพัก
ความรักยังเติมเต็มให้กันได้ อีกไหม
ความกลัวทำให้ทดท้อ หรือว่า หมดใจ
เพราะไม่ว่าราตรีนี้ หรือ ราตรีไหนสิ่งที่มีให้ คือกำลังใจที่ดี
บันทึกการเข้า
มันตรา
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


สวัสดีจ้า


« ตอบ #7 เมื่อ: 27 เมษายน 2010 : 04:06:18 »



ในห้วงแห่งคำว่า “ราตรี”
มีสิ่งใดไหนเล่าค่ำคืนนี้
สายลมไหว .. ยังเอนไกวด้วยยินดี
เพื่อได้พักที่ตรงนี้ให้ตราบนาน

ความหวานจากหมู่ดาวที่พราวพร่าง
ดั่งจับวางเนรมิต ลิขิตหวาน
โอบรัดด้วยสายลมไหวแห่งช่วงกาล
อยากพักใจให้ตราบนานจวบสิ้นใจ

เอนกายปรายทอดลงที่พงหญ้า
รออรุณเบิกฟ้า ... คราสดใส
เพื่อรอยยิ้มที่เอมอิ่มเพราะปริ่มใจ
หวานละไมใช่สั่นไหวจากใครนั้น

ดึกดื่น คืนค่ำ พร่ำมินอน
เพียงคำกลอน มาออดอ้อนพรแห่งฝัน
ในคำทักปรายคำ “รัก” ตราบนิรันดร์
ในความฝัน ตื่นพลันสุข ลุกขึ้นยืน
บันทึกการเข้า
มันตรา
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


สวัสดีจ้า


« ตอบ #8 เมื่อ: 11 มิถุนายน 2010 : 02:29:38 »



รัตติกาลเยื้องย่างแห่งทางฝัน
คืนแลวัน แห่งความฝันไร้ความฝืน
กับแรงใจ ที่พร้อมก้าวลุกขึ้นยืน
ทั้งหลับตื่น ให้เรียนรู้สู่เรื่องจริง

กำลังใจ ที่ฝันใฝ่ในเบื้องหน้า
ใช่คำท้า คือผ่านไปในบางสิ่ง
เมื่อสองเท้าจักพร้อมก้าว ใช่ประวิง
ในความนิ่ง เพียงเพื่อยิ้มให้กับใจ

ณ ห้วงหาว ดวงดาวอันไกลโพ้น
ความอ่อนโยนจักฝังแฝง แรงหลับ ไหล
เพื่อวันพรุ่ง รุ่งอรุณกรุ่นกลิ่นไอ
รับวันใหม่ ด้วยรอยยิ้มอิ่มไมตรี

ณ ราตรี นี้เพื่อใจในวันพัก
ด้วยความรัก ใช่ร้อยเล่นเช่นศักดิ์ศรี
ในคำถ้อย เพื่อเรียงร้อย พจน์ยินดี
ฝากสิ่งดี เปี่ยมด้วยศรีมีเพื่อเธอ
บันทึกการเข้า
มันตรา
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


สวัสดีจ้า


« ตอบ #9 เมื่อ: 09 กรกฎาคม 2010 : 00:44:03 »


ราตรีกาลประดุจม่านวิมานฝัน
ถ้อยรำพันรินรดหลั่นพลันเสนอ
สรรสร้างเอกปัจเจกไว้ใช่ละเมอ
บ้างพร่ำเพ้อเผลอร้องเรียกเพรียกเวลา

พรรณาช่วงเวลาแห่งคราฝัน
ยังจำมั่นดลฤทัยให้ฝันหา
ความมืดมิดนิรมิตจิตเพลา
อันล้ำค่าที่ใฝ่หาคราค่ำคืน

หลับ ฤๅตื่น มิรู้ได้ในภายหน้า
จ้องมองฟ้าในเพลา มิอาจฝืน
ฟ้าช่างกว้าง กับรอยทางบางค่ำคืน
มิรู้ตื่น มิรู้ลับ ดับเวลา

ณ ราตรีหากฟ้านี้เนรมิต
ให้ดวงจิตได้พบใครที่ใฝ่หา
คราเรียงร้อย ดั่งกล่อมกลอยเจ้าแก้วตา
เพียงเพราะว่า เพลานี้มีสุขใจ

อุ่นไอในความมืด จากแสงดาว
วะวิบวาว พราวแห่งแสงแรงหลับ ไหล
ไฟสว่างจะส่องทางไปสุดใจ
ราตรีไหน ณ ที่นี้จะมีกัน
บันทึกการเข้า
มันตรา
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


สวัสดีจ้า


« ตอบ #10 เมื่อ: 17 กรกฎาคม 2010 : 04:27:21 »


กระแสคลื่นแห่งใจยังไหลหลั่ง
ยังโถมทั่งประดังซัดยืนหยัดไว้
ลัดเรื่อยเลาะเซาะผ่านซ่านทรวงใน
ดั่งมนต์ใจระรินรดกำหนดมา

ถาโถม...รุกโรมแห่งเกลียวคลื่น
หลับ ฤๅ ตื่นจักฟื้นใจในภายหน้า
สายลมพลิ้วยังลิ่วเลาะเกาะดารา
เทียมภูผา...ท่าผืนน้ำให้ด่ำใจ

ในลมไหวผ่านพงไพรไหวระบัด
มาจารจัดว่าแสงสีมณีใส
ดั่งเพชรแท้หากรู้แน่แท้แก่ใจ
สรรสิ่งดีจักนำพาค่านิยม

ให้ลมห่มระทมทุกข์ที่รุกเร้า
ดั่งดาวเฝ้าธรณีที่ขืนข่ม
ค่าหนักแน่นแม้เกินแก่นแท่นอารมณ์
ไร้ลมชมตรมแห่งโศกเมื่อโลกพา

หากทว่าปล่อยหัวใจให้ลอยคว้าง
เมื่อหนทางช่างมืดดำใช่ด่ำค่า
คำครวญคิดจักตามติดแทนวาจา
อักษราจักมีค่าเพียงแค่กานท์

ด่ำเงาหวานละลานใจในเงาฝัน
แลคืนวันมีเพียงถ้อยร้อยฉ่ำหวาน
หากคำถ้อยจักรักร้อยให้ตราบนาน
แม้วันผ่านกานต์จักอยู่คู่เงาใจ

พรอันใดในวลีที่สดับ
จงเปิดรับแลลองตรองมองเสียใหม่
เมื่อสุข – ทุกข์ ยังรุกเร้าดั่งเงาใจ
นานเพียงไหนอยู่ที่ใจจักใฝ่ปอง

บันทึกการเข้า
Ryuu
L'homme invincible.
พันจินตนาการ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 805



« ตอบ #11 เมื่อ: 18 กรกฎาคม 2010 : 01:08:56 »

ณ ราตรีกาล ผ่านฟ้ามืด
แสงอาจจืดรอบตัวดูมัวหมอง
แต่ปลายทางสว่างดังที่หวังปอง
อยู่ที่ลองก้าวให้ถึงซึ่งปลายทาง
บันทึกการเข้า

As you hate to admit it; there were some things even blood, sweat, toil and tears could not accomplish.
b e r r y
พันจินตนาการ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 440


b e r r y


« ตอบ #12 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2010 : 23:12:55 »



ณ ราตรีกาลผ่านฟ้าในคราหนึ่ง
ในที่ซึ่งแสงไฟ นั้นเมินหมาง
รายรอบด้วยความมืดมิด ระยะทาง
ความสว่างเพียงน้อยนิด กลับคือใจ

รายรอบทางเต็มไปด้วยความมืดมิด
หนึ่งชีวิตจึงต้องการเอาใจใส่
เพื่อก้าวต่อ เพื่ออยู่รอดอย่างปลอดภัย
ใต้ฟ้าใหม่ สีฟ้าพางดงาม

เมื่อข้างทางไม่มีแม้แสงไฟ
ภายในใจล้วนแล้วแต่คำถาม
ว่าจริงหรือ หรือว่าคือ ไม่ได้ความ
เกิดคำถามยามลัดลอบมองออกไป

ชีวิต กับการเอาใจใส่นับเรื่องดี
เรื่องดีดี ในความคิด เธอว่าไหม
ไม่เคยยอมจำนน คงเพราะใจ
ที่รักษา ชีวิตให้อยู่ยืนนาน

แต่ฉันชอบ ความมืด ณ ราตรี
หากบางที มองแสงสีให้ข้ามผ่าน
ไฟดวงเล็กอาจเปี่ยมด้วยจินตนาการ
กับวันผ่าน คืนค่ำ ย่ำราตรี
บันทึกการเข้า
มันตรา
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


สวัสดีจ้า


« ตอบ #13 เมื่อ: 06 ตุลาคม 2010 : 02:59:26 »



ณ ราตรีกาลผ่านม่านฟ้าอีกคราครั้ง
เสียงเพลงยังก้องกังวานผ่านคืนนี้
ในม่านฝันพลันบรรเลงเพลงที่มี
บทกวี แห่งลมหนาวอีกคราวครา

ก่อนอุษา จะมาเยือน ในเรือนถิ่น
ก่อนจะยลไอดิน ที่ล้ำค่า
ก่อนท้องฟ้า จบอบอุ่นอีกคราวครา
ใครสักคนจะกลับมาสู่อ้อมใจ

อิ่มบ้างไหม อุ่นบ้างไหมในลมหนาว
สักครั้งคราวที่ห่วงหาคราหวั่นไหว
กลอนโอบกอดดั่งคำพรอด จากหัวใจ
แทนกลิ่นไอ แห่งความรักฝากใจเธอ

ในกาลเพ้อจะมีเธอในอ้อมกอด
เติมหัวใจได้ตลอดสม่ำเสมอ
เช็ดน้ำตา ช้ำอุรายามพล่าเบลอ
หนึ่งอักษรวอนบอกเธอ ณ ราตรี

ว่ากาลนี้ หรือ กาลหน้าที่มาถึง
นี่คือพจน์บทรำพึงในคืนนี้
ฝากลมกอดในอ้อมรัก พรอดภักดี
ที่ฉันมี เพื่อรักเธอเสมอ..ในแววตา
บันทึกการเข้า
จีวัน
สมาชิก
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 38


สวัสดีจ้า


« ตอบ #14 เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2010 : 03:22:01 »



ณ ราตรีกาลผ่านม่านฟ้าคราลมหนาว
ยามฟ้าใสเหม่อมองไปเห็นเพียงดาว
อรุณรุ่งปรุงประถิ่นกลิ่นกลางหาว
น้ำค้างพราวก็ถึงคราวอรุณสวัสดิ์รับตะวัน

-------------------

ราตรีกาล ม่านลมหนาวคราวพัดผ่าน
อนันตกาลสุขอุราฝ่าความฝัน
จึงเรียงร้อยถ้อยวาจาค่าอนันต์
เพื่อรับขวัญแห่งรุ่งเช้า คราวพัดมา

เมื่ออุษามาเยือน มาเตือนถิ่น
หอมกลิ่นดินประถิ่นปรุงจรุงหา
แสงแดดอ่อนยามเช้าลมพัดพา
มนต์แห่งฟ้าเพื่อยิ้มรับกับตะวัน

เสียงเพลงคลอเบาเบา เคล้าลมอ่อน
ดั่งออดอ้อนในคืนวานผ่านความฝัน
เสียงนกน้อยคอยกระซิบ จิบรำพัน
คิดถึงจันทร์ฉันก็สุข ใช่ทุกข์ใจ

ราตรีกาลผ่านม่านฟ้าในคราฝัน
นั่งชมจันทร์ท่ามหมู่ดาวสกาวใส
เมื่อทั้งผองปองรู้อยู่คู่ฟ้าไกล
ว่าคืนนี้ คืนไหนในห้วงกาล
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กาแฟ ร้อยตะวัน กลอน บทกลอน บทกวี ร้อยความฝัน พันจินตนาการ

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2015, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF
.::: Theme & Graphic designed by Thanarath Sawasdichai :: www.dreampoem.com supported by Roytawan Coffee :: © 2002-2010 DreamPOEM.COM All Reserved. :::.