ความรู้สึกของฉัน

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก


+  ร้อยความฝันพันจินตนาการ
|-+  :: บทกลอน-บทกวี-เรื่องสั้น ::
| |-+  ค่ำคืนของเธอและฉัน
| | |-+  ความรู้สึกของฉัน
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ความรู้สึกของฉัน  (อ่าน 20000 ครั้ง)
คนไกลกัน
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80



« เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2012 : 19:31:52 »





คนเราวันๆหนึ่ง ก็มีความรู้สึกแตกต่างกันไป ในช่วงเวลาที่มีความสุข ความทุกข์

อารมณ์ต่างๆในแต่ละวัน ถ้านำมาเก็บไว้ได้คงจะดี เผื่อว่าในวันหนึ่งข้างหน้า

ที่เราไม่สามารถจะแสดงออกในสิ่งเหล่านี้ได้อีก จะเป็นอย่างไรกัน อยากหาที่เก็บ

สะสมมันเอาไว้สักครั้งหนึ่ง ยามที่ท้อแท้ หรือ เหงา เราจะได้มาดูมัน คงจะดีไม่น้อยจริงๆ





บันทึกการเข้า

คนไกลกัน

ห่างไกลมิหวนกลับด้งเดิม
คนไกลกัน
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80



« ตอบ #1 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2012 : 19:44:21 »

รู้บ้างใหมคิดถึงมากนะ

<a href="http://www.youtube.com/v/RhoLcITG8i0?version= 1&amp;autoplay=1&amp;loop=1" target="_blank">http://www.youtube.com/v/RhoLcITG8i0?version= 1&amp;autoplay=1&amp;loop=1</a>





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 มีนาคม 2012 : 20:28:54 โดย คนไกลกัน » บันทึกการเข้า

คนไกลกัน

ห่างไกลมิหวนกลับด้งเดิม
คนไกลกัน
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80



« ตอบ #2 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2012 : 22:35:23 »



<a href="http://www.youtube.com/v/R7HoLW0k2J4?version" target="_blank">http://www.youtube.com/v/R7HoLW0k2J4?version</a>



เหนื่อยนะแต่เราท้อมันไม่ได้
ฝันดีนะ




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 กุมภาพันธ์ 2012 : 23:48:39 โดย คนไกลกัน » บันทึกการเข้า

คนไกลกัน

ห่างไกลมิหวนกลับด้งเดิม
คนไกลกัน
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80



« ตอบ #3 เมื่อ: 01 มีนาคม 2012 : 12:18:54 »




บทแรกของวัยเด็ก กับความรู้สึกที่ประทับใจ ของฉันคนนี้





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 มีนาคม 2012 : 12:22:06 โดย คนไกลกัน » บันทึกการเข้า

คนไกลกัน

ห่างไกลมิหวนกลับด้งเดิม
คนไกลกัน
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80



« ตอบ #4 เมื่อ: 01 มีนาคม 2012 : 12:44:51 »

                                                                                         
 
…ขอสักครั้งกับการระลึกถึง…


              โรงเรียนใหม่กับเพื่อนใหม่กับสังคมใหม่ๆ  ที่เราไม่สามารถจะรู้ได้เลยว่า เราจะปรับตัว

เข้ากับสิ่งเหล่านี้ได้ใหม  การย้ายโรงเรียน  นี้เป็นครั้งที่สองแล้วสินะ  สำหรับเรา…

“สวัสดีนักเรียนทุกๆคน   วันนี้ครูจะแนะนำเพื่อนใหม่  ที่เพิ่งย้ายเข้ามากับพวกเรานะ   เอ้า เงียบก่อนสิทุกๆคน

ช่วยปรมมือให้กับเพื่อนเราด้วยนะ “  

เรารู้สึกเขินกับการแนะนำตัวแบบนี้  ก้าวขาไม่ออก  แต่ต้องจำใจ  เพราะเสียงปรบมือของเพื่อนๆในห้อง ที่ต้อนรับเรา

“เออ… ผม…ขอบคุณ…ครับ…”           “อ้าว  นี้เธอจะไม่แนะนำตัวเองกับเพื่อนๆบ้างหรือไง”  เสียงโห่ของเพื่อนๆ

ในชั้นดังขึ้นมาทันที  โห่…อายเหรอ ฮ่าๆๆๆๆ แซดๆๆๆๆ

ความรู้สึกอาย  ผุดขึ้นมาอย่างไม่ต้องบอกเลยตอนนี้   อยากวิ่งหนีออกไปจากตรงนี้ทันที่  ด้วยซ้ำ เฮ้อ…

ผมพยามพูด ได้แต่ก้มหน้าเขินสุดๆ  เหมือนคุณครูจะรู้ใจจริงๆ “เอ้า…พอได้แล้ว เลิกล้อเพื่อนกันได้แล้ว  เพื่อนเขิน

จนพูดไม่ออกแล้วพวกเธอเห็นใหม” สิ้นเสียงคุณครูทุกสิ่งเริ่มกลับเข้าสู้ความสงบอีกครั้ง  เฮ้อ…โล่งอกหน่อยเรา

“เอ้า เดี๋ยวเธอไปนั่งตรงหน้าต่างท้ายห้องโน่นนะต้อม”  ผมรีบเดินไปนั่งที่โต๊ะใหม่ของผมทันที
            
               สรุปการเข้าโรงเรียนใหม่ของผมวันแรกก็ผ่านไปได้ด้วยดี  แม้นจะมีเขินบ้างแต่ก็โอเคนะสำหรับวันแรก

วันนี้เหนื่อยจังขอเล่าต่อวันอื่นแล้วกันนะ ราตรีสวัสดิ์ครับ



คนไกลกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 มีนาคม 2012 : 10:24:12 โดย คนไกลกัน » บันทึกการเข้า

คนไกลกัน

ห่างไกลมิหวนกลับด้งเดิม
คนไกลกัน
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80



« ตอบ #5 เมื่อ: 02 มีนาคม 2012 : 00:45:39 »


...พอทีกับคำว่าเด็กใหม่...


              การเริ่มต้นใหม่กับสิ่งใหม่ๆ  ความรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง  ความกังวนใจต่างๆสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับ

ผมในครั้งนั้นเช่นกัน….

“เด็กใหม่ๆ เฮ้ย เด็กมาใหมมาหว่ะ ” คำแรกที่ผมไม่ค่อยชอบมันนัก “นี้ไงคนนี้ไงเด็กใหม่” เดินไปใหนเรารู้สึก

เหมือนเป็นตัวประหลาดในสายตาเพื่อนๆ เฮ้อ…

แล้วมันก็ค่อยๆลดลง  แต่ก็คงเป็นสรรพนามใหม่  ที่ผมถูกเรียกจากเพื่อนๆ  ที่ยังไม่คุ้นเคยกัน  กลุ่มหนึ่ง เท่านั้น

ซึ่งผมก็ไม่ค่อยชอบ  คำๆนี้เท่าไรนัก…แต่ไม่รู้จะแก้ไขเช่นไรได้แต่เก็บความรู้สึกเหล่านี้เอาไว้คนเดียว

การเรียนผมค่อนข้างเรียนได้ดีในสมัยนั้น   จากจุดนี้เอง  เพื่อนๆก็มักจะมาลอกการบ้านบ้าง หรือปรึกษาผม

เป็นประจำ  ทำให้ผมเริ่มสบายใจกับสรรพนามจริงที่ผมมี  และแล้วจุดเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นอีกครั้ง…

“เอ้า  นักเรียน  เงียบๆกันหน่อย  วันนี้ครูมีเพื่อนใหม่เข้ามาเป็นเพื่อนเธออีกคนหนึ่ง “ ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ

“นี้เพื่อนใหม่ที่จะมาเรียนในชั้นกับเรานะ พ่อแม่เค้าเพิ่งมาจากต่างประเทศ  เลยเข้ามาเรียนกลางเทอมกับพวกเธอ”

ครูแนะนำเสร็จพวกเรามองกันหมดทุกคน  “ปรบมือต้อนรับเพื่อนกันหน่อยนะ” แล้วเธอก็เดินมาแนะนำตัวกับพวกเรา

เธอเป็นเด็กลูกครึ่งไทยจีน  หน้าตาแป่วๆดีในสายตาผม  และที่สำคัญ  เธอมานั่งคู่กับผมซึ่งเป็นโต๊ะเสริมเช่นกัน

คราวนี้ผมกลายเป็นเด็กเก่าไปแล้ว  เพราะมีเด็กใหม่มาแทนที่ผมแล้ว   ฮึๆ  สบายใจขึ้นแล้วเรา…

ทุกๆวันของผมเริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง  สรรพนามที่เคยมีเพื่อนล้อผมก็เริ่มหมดไป  แต่เธอคนนั้นได้รับไปแทน  เฮ่อ …

อดสงสารเธอไม่ได้เช่นกัน …

และด้วยความที่เรานั่งโต๊ะคู่กันท้ายห้องนั้นเอง  เธอสายตาไม่ค่อยดีนัก  เธอมองกระดานไม่ชัดมักจะถามผมตลอด

เราเริ่มสนิทกันมากขึ้น  เธอชื่อหลิน  พ่อแม่เธอเป็นนักธุระกิจต้องเดินทางไปมาต่างประเทศเป็นประจำ

ผมค่อนข้างขี้อายมากในสมัยนั้น  ถึงเราจะนั้งติดกันแต่  ผมกลับไม่กล้ามองหน้าเธอตรงๆสักที่  เวลาเธอหันมาถาม

หรือ คุยกับผมๆมักหลบสายตาเธอเป็นประจำ  แต่บอกตรงๆนะผมรู้สึกดีกับเธอมากนะตอนนั้น….

ขอไปต่อวันอื่นแล้วกันนะ  ตอนเด็กใหม่ของผมจบแล้วนะ  เพราะผมได้สรรพนามจริง  ของผมกลับคืนมาแล้ว

ราตรีสวัสดิ์ครับสำหรับคืนนี้ ฝันดีนะครับ





คนไกลกัน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 มีนาคม 2012 : 10:25:59 โดย คนไกลกัน » บันทึกการเข้า

คนไกลกัน

ห่างไกลมิหวนกลับด้งเดิม
คนไกลกัน
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80



« ตอบ #6 เมื่อ: 02 มีนาคม 2012 : 21:20:04 »



...คู่ปาท่องโก๋...

                “ ความทรงจำ “ ทุกคนต่างมีความทรงจำที่แตกต่างกันออกไปแต่สิ่งที่เราจะจำฝังใจก็คือในส่วนของ

  ความประทับใจที่เราได้ประสบมาในเวลานั้น….
 
 “ต้อมหลินมองไม่รู้เรื่องเลย  ขอจดต่อหน่อยนะ “ เราขยับสมุดของเราไปใกล้หลินเพื่อที่หลินจะได้ดูและเขียนตามเรา
 
 “ต้อมตรงข้อนี้หลินไม่ค่อยเข้าใจนะ” เราหันไปมอง แต่ไม่กล้ามองหน้าเธอเท่าไรนัก  หลินเอาสมุดมาใกล้เราแล้วชี้
 
 ให้เราดู “ อึม ดูของเราสิ เราคิดว่าน่าจะทำตามนี้นะ  ลองอ่านดู “ ทุกๆวันเราเหมือนเป็นพี่เลี้ยงให้กับน้องใหม่ไป

 โดยปริยาย หลินดูจะติดเรามากในตอนนั้น  แม้นเวลาพักเที่ยงเธอก็จะไปทานข้าวกับเราตลอด  เราเดินไปใหนเธอ

 ก็เดินตามเรา  จนเริ่มมีเพื่อนๆล้อเรื่องเราสองคน  เราตอนนั้นยังเด็กสำหรับเรื่องนี้  แต่เราก็รู้สึกแปลกใจเช่นกันว่า

 ทำไมหลินไม่ไปรวมกลุ่มกับพวกผู้หญิงด้วยกันนะ  หรือหลินเห็นเราเป็นเด็กเข้าใหม่เหมือนกัน  เลยเข้ากันได้กับเรา

 มากกว่าเพื่อนคนอื่นๆมั้ง   คำพูดที่เธอคุยกับเราส่วนมากจะคุยถามเรื่องเรียนเป็นส่วนใหญ่  เราคิดว่าเธอเพิ่งย้าย

 มาเรียนคงไม่ค่อยเข้าใจมากกว่า  ในชั่วโมงศิลปเราเป็นคนชอบการวาดเขียนมาตั่งแต่เด็ก  หลินมักจะพูดชมเรา

 แล้วแอบมาดูเราวาดรูปเป็นประจำ “ ต้อมวาดเหมือนจัง “  “ต้อมสอนเราหน่อยสิ”  ยิ่งถ้ามีการให้คะแนนหลินจะมา

 คอยแอบดูคะแนนเราประจำ “อุ้ยได้ A ด้วย เก่งจัง” บอกตรงๆเราเขินมาก ตอนนั้นถ้ามีใครกล่าวชมเราต่อหน้าแบบนี้

 เรามักจะหลบตาไม่ตอบจะมีเพียงแค่ยิ้มให้เท่านั้น  เล่าแล้วอดคิดถึง สมัยนั้นไม่ได้เลย เฮ่อ…
                
             หลินกับเรากลายเป็นคู่หูไปซะแล้ว  เรียกได้ว่า "ปาท่องโก๋ เลยทีเดียว"   เพื่อนๆแซวเราตลอด ยิ่งถ้าวันใหน

 หลินเกิดป่วยไม่มาเรียน โอ้ย วันนั้นทั้งวันมีแต่คนแซว หรือไม่ก็ถามหาหลินกับเรา  “ ไง ต้อมแฟนไปใหนล่ะวันนี้ ”

 "เฮ่ย ต้อมไปทำไรหลิน ว่ะ “ “ต้อมหลินเป็นอะไรเหรอ” โอ้ย แล้วผมจะรู้ได้ไงล่ะ โธ่ ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันนี้นา
              
            ในวันหนึ่งนั้นเองคุณครูก็เป็นต้นเหตุ “นี้ๆนักเรียนท้ายชั่วโมงวันนี้เรามาช่วยกันหน่อยนะ  ครูได้ยินมาว่า

 เพื่อนของเราบางคนมีปัญหาด้านสายตา  ดังนั้นครูอยากให้ย้ายที่นั่งกันหน่อยนะ “ คุณครูจัดให้นักเรียนที่สายตา

 ไม่ค่อยดีนั่งแถวหน้า พอถึงหลินเพื่อนเรานี้สิ งานเข้าเลยครับผม…

 อ่ะดึกแล้วง่วงจังเดี๋ยวผมมาเล่าใหม่นะครับวันนี้นอนฝันดีนะราตรีสวัสดิ์ครับคืนนี้



คนไกลกัน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 มีนาคม 2012 : 10:29:34 โดย คนไกลกัน » บันทึกการเข้า

คนไกลกัน

ห่างไกลมิหวนกลับด้งเดิม
คนไกลกัน
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80



« ตอบ #7 เมื่อ: 03 มีนาคม 2012 : 15:58:26 »

                       


...วีรกรรมของหลิน...

               คนเราบางครั้งเวลาเหงา หรือ มีโอกาส ได้ไปใหนแล้วสัมผัสกับบรรยากาศดีๆ ก็อดคิดถึงเรื่องราวของ

ตนเองไม่ได้จริงๆนะไม่รู้คุณจะเป็นเหมือนผมใหม…

คุณครูจัดห้องใหม่  พอมาถึงเพื่อนผมนั้นเอง  “ หลินเห็นเพื่อนบอกครูว่าเธอ  มองไม่ค่อยเห็นกระดาน ครูว่าหลินย้าย

มานั่งตรงข้างหน้าตรงนี้อีกคนนะ”   หลิน    “เอ่อ คุณครูค่ะ หลินขอต้อมไปนั่งด้วยได้ใหมค่ะ”  เท่านั้นแหละครับ…

“โฮ่…ว้าว…เอาแฟนไปนั่งด้วยเหรอ…ฮ่า…” เสียงสนั่นห้องเลย ทุกคนหันมามองผมหมดทั้งห้อง… เฮ้อ…หลินนะหลิน

ทำเราได้  อายจนพูดไม่ออก  ไม่คิดเลยว่าเพื่อนจะพูดแบบนี้   ขนาดครูยังอดหัวเราะเราไม่ได้เลย  เฮ้อ…

ผมเงียบเขินพูดไม่ออก  “เอ่อ หลินแค่อยากให้ต้อมไปนั่งด้วย เพราะหลินอยากได้เพื่อนปรึกษาค่ะคุณครู  ไม่ได้เป็นแบบ

ที่เพื่อนๆล้อนะค่ะ”  คุณครูยิ้ม  “เอ้าๆพอๆกันได้แล้ว  ไงนายต้อมเพื่อนขอให้เธอย้ายมาโอเคใหม”  ผมเขินจนหน้าแดงเลย

ตอนนี้ ”เอ่อ.. แล้ว..แล้ว..แต่ครู..แล้วกัน…ครับ” เสียงเพื่อนๆดังขึ้น “อิๆฮ่าๆ…ดูคนอายดิ…โห่… หน้าแดงเลย…ฮ่า…”

โอ้ย…ทำไมมันล้อไม่เลิกว่ะนึกในใจ…
          
             เฮ้อ…จบไปกับเรื่องย้ายโต๊ะ  แต่วีรกรรมของหลินยังไม่จบ  เธอเป็นเด็กต่างชาติมั้ง  เลยพูดอะไรออกมาตรงๆ

แต่ผมนี้สิ  จะบ้าตายโดนประจำ  ยิ่งผมเป็นคนผิวขาวด้วยเวลามีอะไรขึ้นมา  มันชอบออกสีหน้าไม่รู้แก้ไขไงดีเรื่องนี้

เรื่องราวในแต่ละวันมันก็มีตลอดนะครับ  แต่ถ้าเขียนลงทั้งหมดคนอ่านคงรำคาญผมแย่แน่ๆ  ผมขอยกเอาในส่วนที่ผม

รู้สึกต่อเรื่องนั้นมากๆมาลงเท่านั้นนะครับ
          
          แล้วในวันหนึ่งในชั่วโมงศิลป  คุณครูให้พวกเราออกมาร้องเพลงกันทุกๆคน  เพื่อเป็นการผึกให้พวกเรามีความกล้า

ทึ่จะแสดงออก เพื่อนๆออกไปร้องเพลงกันโดยจะใช้วิธีจับสลากโดยเขียนลำดับที่ของทุกคนเอาไว้  ผมก็เช่นกันจำได้ว่า

ร้องไปประมาณ 5-6 คนได้  ดันมาโดนคิวผมพอดี “เอ้า…นายต้อมคนต่อไปนะเตรียมเลย” ผมนึกทำไมมันเร็วจังนะดวง

ไม่ดีเลย …ทำไงดีหว่า ยังจำเนื้อร้องไม่ได้เลย  เฮ่อ…พอเพื่อนร้องจบ  ทุกคนปรมมือให้แล้วเพื่อนก็แนะนำผมต่อทันที…

“ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณต้อมครับ” เพื่อนๆปรบมือให้ ผมเดินออกไปแบบไม่มีความมั่นใจเลย  เกร็งไปหมดยิ่งเพื่อน

ปรบมือยิ่งใจแป๊วไปอีก เฮ่อ…กลุ้มจริงๆ แล้วผมก็เดินออกไปร้องจนได้  แต่ร้องแบบเสียงสั่นๆเขินมาก แต่พยามร้องจนจบ

เพลง  เงียบสนิด แต่มีคนหนึ่ง พูดขึ้นมาคนเดียวครับ “เพราะๆๆจังค่ะ “ เท่านั้นแหละ โอ้ย ทั้งเสียงหัวเราะเสียงแซวดัง

ไปทั้งห้อง…หลินนะหลินไม่ได้เรื่องก็ไม่ต้องชมเราก็ได้  เราคิด… ตอนนั้นเราค่อนข้างเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าแสดงออกเลย  

ทุกครั้งที่มี   กิจกรรมประเภทนี้เราจะไม่ค่อยอยากไปเรียนจริงๆ   บอกตรงๆเลย  อายสุดๆ  เพราะเราไม่ถนัดเรื่องพวกนี้

แต่หลินร้องเพลงเพราะมากนะ  เราชอบฟังเสียงหลินร้องเพลง  หลินมักร้อง ฮึม ฮัม เพลงจีนให้เราฟังบ่อยๆ

เธอเสียงใสมากร้องเพราะ ต่างกับเรามาก  อาจเป็นเพราะหลินอยากให้กำลังใจเราเลยมักจะพูดออกตัวแทนเราตลอดเวลา

เราเองที่ทำอะไรไม่ได้เรื่องออกไป  อึม นึกแล้วก็  อดอมยิ้มกับเรื่องที่ผ่านมาจริงๆ

            ไว้ผมเล่าให้ฟังใหม่นะวีรกรรมของหลินเยอะมาก  ตลอดเวลา 2 ปี  ที่ผมเรียนที่นี้  ผมก็มีเพื่อนคนนี้แหละที่ผม

สนิทที่สุดราตรีสวัสดิ์ครับคืนนี้ฝันดีนะครับ



คนไกลกัน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 มีนาคม 2012 : 09:51:28 โดย คนไกลกัน » บันทึกการเข้า

คนไกลกัน

ห่างไกลมิหวนกลับด้งเดิม
คนไกลกัน
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80



« ตอบ #8 เมื่อ: 18 มีนาคม 2012 : 13:48:30 »




ปลายปีอันแสนสุข

                             วันเวลาที่มีความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ  คงจะจริงสำหรับคำพูดนี้  คุณคิดเหมือนผมใหม คนเรา

ในวันเวลาที่ดีที่สุด  จะมีสิ่งใดบ้างละ  ที่จะเป็นสิ่งมีค่าที่สุดของเรา
                            
                             ปลายปีกับกิจกรรมทุกๆคนคงคิดเหมือนผมนะ นี้คงเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขในวัยนั้นของผมจริงๆ

ผมได้รับคัดเลือกให้ร่วมเดินแฟนซีของ โรงเรียนในพิธีเปิดงานกีฬาสี  “หลินว่าต้อมแต่งเป็นเจ้าพ่อนะ  เข้ากับต้อมดี”

“อะไรนะหลินให้เราแต่งเป็นเจ้าพ่อนี้นะ “  “ ฮ่าๆๆ ใช่เท่ดีออก เดียวหลินหาชุดให้ต้อม ตัวต้อมพอดีกับพี่ชายหลินเลย”

เรานึกภาพตัวเองไม่ออกจริงๆมันจะเป็นไงหว่า  “เอาเถอะน่าเดียวหลินช่วยต้อมแต่งตัวนะ  ตกลงนะต้อมนะๆ”

“เอ้าๆเราก็ยังนึกไม่ออกว่าจะแต่งไงเหมือนกัน “  หลินยิ้มให้เรา “หลินจะแต่งตัวต้อมให้หล่อๆเลยรับรอง อิๆ”

เราอมยิ้ม จากคนที่เคยอายผู้หญิงมากแต่กับหลินเราเริ่มรู้สึกถึงความสนิทสนม  จนกล้าที่จะคุยมากขึ้น เราสองคน

สนิทกันไปใหนๆด้วยกันตลอด  หลินมักจะแอบเอาขนมมาจากบ้านมาแบ่งเรากินเป็นประจำ  เรื่องการเรียนเราก็ช่วย

เหลือหลินตลอด  เพื่อนๆก็เช่นเดิมมักจะล้อเราสองคนเป็นประจำ  แต่ด้วยความที่ผมยังเด็กมากในตอนนั้นผมรู้สึกกับ

หลินเหมือนเพื่อนสนิทที่สุดในโรงเรียนจริงๆ   ผมก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะคิดเหมือนผมใหมนะ  
                    
                     สมัยนั้นผมไม่ค่อยชอบเล่นกีฬาสักเท่าไรนัก เลยไม่ได้ไปสมัครแข่งอะไรกับพวกกลุ่มเพื่อนๆส่วนใหญ่

แต่หลินไปสมัครเล่นแชร์บอลของสีเรา  หลินมาชวนผมไปเล่นด้วยกัน แต่ผมไม่ค่อยชอบ เลยไม่ได้สมัครกับหลินตอนนั้น

เลิกเรียนหลินต้องไปซ้อมแชร์บอลกับเพื่อนๆในทีม  ผมก็จะไปนั่งเป็นเพื่อนกับหลินทุกๆวัน เราสองคนอยู่ด้วยกันทุกวัน

จนกระทั้งวันจริงก็มาถึง
                    
                     หลินนัดผมมาโรงเรียนแต่เช้าในวันนั้น  หลินเอาชุดสากลสีขาวมาให้ผมใส่ ชุดพอดีกับผมมากจริงๆ

มีเสื้อกักสีครีมเข้ากับชุดสูทสีขาวมาก  หลินดูจะใส่ใจกับการแต่งตัวให้ผมมากจริงๆ ”โห…พอดีกับต้อมเลย หลินว่าแล้ว

เดียวหลินแต่งหน้าให้ต้อมหน่อย ก็หล่อแล้วนะ อิๆ”  หลินแต่งหน้าให้ผมๆได้แต่นั่งเฉยๆในใจรู้สึกขอบคุณหลินมาก

หลินเตรียมทุกๆสิ่งให้ผมทั้งหมด หลินมองหน้าผม ผัดแป้ง เขียนคิว ทาลิบให้ผมอยู่นาน บอกตรงๆเลยผมเขินจนรู้สึก

ใบหูร้อนไปหมด  “เสร็จแล้วโห ต้อมหล่อที่สุดเลย  ต้อมต้องชนะแฟนซีวันนี้แน่ๆอิๆ”  หลินเอากระจกส่องให้ผมดู

ผมดูตัวเองในกระจกรู้สึกแปลกใจมากกับการแต่งหน้าของหลิน จริงๆ  “ ต้อม เดียวเราเขียนหนวด ให้ต้อมอีกหน่อย

ดีกว่านะ  ให้ดุๆหน่อย อิๆ” เรายิ้มให้หลิน ” อึม ทำดีๆละไม่ดีเดียวเจ้าพ่อ สั่งลูกน้องยิงทิ้งเลยนะ ” “ เจ้าค่ะ เจ้าพ่อ อิๆ ”

อึม นึกแล้วคิดถึงเวลาตอนนั้นจัง  
              
             “ ต้อม คอยเอาผ้านี้เช็ดเหงื่อด้วยนะ ต้อมเหงื่อออกเยอะมากเลย  เดียวหน้าต้อมเลอะหมด ”  เรายิ้มให้หลิน

“ ขอบใจนะหลิน  เราต้องไปเข้าขบวนกับเค้าแล้วละ อาจารย์เรียกเราแล้ว ” หลินเดินไปส่งเรา  เรารู้สึกตื่นเต้นมากวันนั้น

หลินคอยดูเราอยู่ข้างๆตลอดเวลา
            
               แล้วพิธีเปิดก็เริ่มขึ้น ขบวนแฟนซีเดินตามขบวนถือป้ายโรงเรียนไปเรื่อยๆ มีคนมองพวกเรากันเต็มไปหมด

ความรู้สึกผมกล้าๆกลัวๆบอกไม่ถูก  พยามเดินตามที่ซ้อมไปเรื่อยๆจนถึงสนามฟุตบอลของโรงเรียน พวกเรายืนคอยเพื่อน

ตัวแทนกลุ่มสีต่างๆจนครบทุกสี  ความรู้สึกมันบอกไม่ถูกจริงๆในตอนนั้น  เรารู้สึกมันยิ่งใหญ่มากๆเรารู้สึกตื่นเต้นมากมองดู

พิธีการไปเรื่อยๆ ผอ .กล่าวเปิดงานขึ้นแล้ว วันที่เรารอคอยมาตลอดค่อยๆผ่านไปช้าๆ จนในที่สุดพีธีเปิดก็สิ้นสุดลง

หลินวิ่งมาหาเราทันทีเลย ” ต้อมๆ ” เราหันไปมองหลินโบกมือเรียกเรา “ นี้ต้อมหลินมองดูต้อมตลอดเลยนะ ต้อมเหมือน

เจ้าพ่อจริงๆเลย ฮิๆ ” เรายิ้มให้ ” ใครว่าละหลิน เราเกร็งต่างหาก ฮ่าๆ  เลยเดินตัวแข็งตลอดทางเลย ”  หลินยิ้มให้เรา

สายตาหลินจองมองเรา จนเรารู้สึกบอกไม่ถูก ”เออ หลินเดียวเราว่า ขอไปล้างหน้าแล้วเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่านะ ชุดจะได้ไม่

เปื่อน ” เรารีบไปเข้าห้องน้ำเปลี่ยนชุดออก “ นี้นะหลิน เราพยามไม่ทำให้ชุดพี่ชายหลิน ต้องเลอะเลยนะ เราระวังตลอด ”

“ เออ หลินแข่งกีโมงละ  “  ” ช่วงบ่ายนะต้อม นี้ๆหลินเอาขนมมาด้วย ต้อมชิมดูสิ ”  เรายิ้มให้ ” ขอบใจนะหลิน  เดี๋ยว บ่าย

เราจะคอยเชียร์หลินนะ  ต้องชนะละ “ เราสองคนยิ้มให้กัน
                        
                        ไว้เล่าต่อให้ฟังนะครับคืนนี้ดึกมากแล้ว ผมมักเขียนอะไรเวลากลางคืนนะครับ  มันรู้สึกสบายใจดี

เวลาเงียบๆแล้วคิดอะไรเพลินๆมันก็มีความสุขดีนะครับ  สำหรับคืนนี้ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีนะครับ



คนไกลกัน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 มีนาคม 2012 : 09:52:17 โดย คนไกลกัน » บันทึกการเข้า

คนไกลกัน

ห่างไกลมิหวนกลับด้งเดิม
คนไกลกัน
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80



« ตอบ #9 เมื่อ: 20 มีนาคม 2012 : 00:45:58 »




ปลายปีอันแสนสุข2

                 สมัยเด็กๆกับความรู้สึก ที่เราทุกคนคงเป็นเช่นกัน วันๆหนึ่งที่ถูกใช้ไปกับการเรียน  การเล่น  ไม่เคยมีความรู้สึก

ทุกข์ร้อนใจใดๆ วันเวลาเก่าๆความทรงจำครั้งอดีต ที่แสนจะมีความสุข วันนี้ได้มาเขียนเล่า ออกมาจากความทรงจำ

ของตนเอง ผมเองก็ไม่ทราบเช่นกัน ว่าจะเขียนมันออกมาได้ดีเพียงไร คงเพียงแต่เก็บสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจตลอด มาเขียน

บันทึกไว้เท่านั้นเอง
                
                 “หลินพยามนะเราจะอยู่เป็นกำลังใจให้หลินตลอดนะ” หลินยิ้มให้ผม “ ไม่รู้จะสู้เค้าได้ใหมนะต้อม หลินจะ

พยามเล่นให้ดีที่สุดนะ” เราจับแขนหลิน “ อย่ากลัวสิ หลิน ยังไงเราก็เชียร์หลินอยู่ข้างๆนี้แหละน๊า ”

การแข่งขันเริ่มขึ้น ทีมสีเราเล่นตามบอลไม่ค่อยทันเลยจริงๆ เราลุ้นเพื่อนๆ ตลอด แต่สุดท้ายทีมสีเราก็แพ้เพราะตัวเค้า

ค่อนข้างโตว่าทีมสีเรามาก  หลินร้องไห้เดินออกมา เราเสียใจกับเพื่อนจริงๆหลินสีหน้าแย่มากเลยตอนนั้น เราพยาม

ปลอบใจหลิน “ หลินการแข่งขันก็มีแพ้มีชนะนะหลิน อย่าร้องไห้สิ “ หลินก้มหน้าร้องไห้อย่างเดียวเลย “ นี้ๆหลินเรา

ซื้อน้ำมาให้ ทานก่อนสิ  “ หลินเอาแต่ร้องไห้ จนเรารู้สึกแย่ไปกับเธอด้วยเลย เราพยามแหย่หลินให้หายเศร้าใจ

“นี้ๆเด็กขี้แง ตาปูดหมดแล้ว ไม่สวยนะหลินรู้ใหม ฮ่าๆ ”  ตอนนั้นเราไม่รู้ทำไงดีเราไม่ค่อยชอบเห็นใครมาร้องไห้ให้เรา

เห็น หลินร้องสักพักนึงก็ค่อยๆหยุดร้อง เราได้แต่นั่งอยู่ข้างๆเป็นเพื่อนเธอ ตาหลินแดงไปหมด เรารู้สึกสงสารหลินมาก

เลยตอนนั้น
              
           “ ว้า หลินตาแดงหมดแล้ว ไม่เหมือนหลินเพื่อนเราเลยนะ ไม่เก่งเลย” หลินค้อนเราตีแขนเราและหยิกเราเจ็บๆ

“โอ้ย เจ็บน๊า  ไรหว่า เค้าแหย่ให้หายเศร้ามาหยิกเค้าทำไม เดี๋ยวไม่อยู่ด้วยเลย ” หลินงอลๆเหมือนโกรธเราจริงๆ
 
“ ไปเลย ๆ ไม่อยู่ก็ไปสิ”

“โธ่ เราล้อเล่นบ้าเหรอใครจะใจดำ ทิ้งเพื่อนน่ารักๆ ไปทั้งคน อิๆ” หลินค่อยยิ้มออกมาได้ “ เอ่อ จำไว้ไล่เรา “ หลินมองเรา

แล้วยิ้มให้ “ มีงี้ด้วย เดียวงอลเดี๋ยวยิ้ม ผู้หญิงนี้เข้าใจยากจังแฮะ “ หลินดีขึ้นนะเราสังเกตุสีหน้าเธอตอนนี้ “ไปดูเพื่อนๆเรา

ต่อนะหลิน ห้องเรามีแข่งวิ่งผลัดด้วยนี้ ” เราสองคนเดินไปดูเพื่อนๆแข่งกีฬากันต่อ พอดีเราเห็นมีกลุ่มนักเรียนยืนมุงดูอะไร

กันอยู่เลยเข้าไปดูด้วย  “ หลินเค้ามีแข่งเหยียบลูกโป่งด้วยนะเราไปสมัครใหม ” เราสองคนได้ลงแข่งเหยียบลูกโป่งด้วยกัน

เราพยามดึงหลินห่างกลุ่มไว้ตลอด ลูกโป่งถูกผูกขาเราไว้ทั้งสองข้าง เราต้องพยามเหยียบลูกโป่งคนอื่นให้แตก โดยที่เรา

ต้องคอยรักษาลูกโป่งเราเอาไว้ ไม่ให้คนอื่นมาเหยียบมัน  วันนั้นเราคงโชคดีเหลือลูกโป่งคนละลูก เราพยามช่วยหลินไม่ให้

ถูกคนอื่นเหยียบลูกโป่งของเรา จนรอบสุดท้ายเหลือแค่เรากับหลินสองคน  สุดท้ายเราก็แกล้งยอมให้หลินเหยียบลูกโป่งใบ

สุดท้ายของเราแตกลง หลินเป็นผู้ชนะในรอบนั้น  “ หลินเก่งจัง เราแพ้หลินแล้ว “ หลินดูดีใจมาก รับขนมจากพี่ที่จัดเกมส์

แล้วเดินออกมาด้วยกัน “ ขอบใจนะต้อม “ เรายิ้มให้ “ ขอบใจไรละ เราสู้หลินไม่ได้นี้นา หลินไวยังกับลิง  ฮ่าๆ ” หลินหยิก

แขนเรา “ โห… มาว่าเค้าเป็นลิง เดี๋ยวเถอะ” เราวิ่งหนีหลินๆก็วิ่งไล่ตามเรา วันนั้นเราสองคนมีความสุขมากจริงๆ  คิดขึ้นมา

ทีไรเรานึกถึงรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของหลินทุกที  
                      
                     ในตอนเย็นวันนั้นอาจารย์ ก็ประกาศผลสำหรับชุดแฟนซี เหลือเชื่อเลยจริงๆเราเป็นผู้ถูกคัดเลือกจาก

จำนวนผู้แต่งชุดแฟนซีทั้งหมด เป็นผู้ที่มีคนโหวดให้รับของขวัญการแต่งแฟนซี
                    
                   “นี้ ต้อมๆ ได้ยินใหม อาจารย์ประกาศชื่อต้อมด้วย เย้ๆ ” เราคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ชุดเจ้าพ่อของหลินที่แต่ง

ให้เรา จะได้รางวัล เราเดินไปรับของรางวัลจากมาสเซอร์กับหลิน  เรารู้สึกดีใจมากจริงๆ เรารับของรางวัล แล้วเดินไปหา

หลิน ๆ วิ่งมากอดเราแล้วหอมแก้มเราเลย  เราเขินมากและ ไม่คิดว่าหลินจะมากอด แล้วหอมแก้มเราจริงๆแบบนี้  

เฮ่อ…หลินคงดีใจในฝีมือการแต่งตัวให้เรามั้ง แต่เรานี้สิ เขินจังตอนนี้ เป็นครั้งแรกที่ถูกสาวหอมแก้มจริงๆ
                        
                   ไว้ค่อยเขียนต่อคราวหน้านะครับ วันนี้คงเขียนแค่นี้ก่อนแล้วกันนะครับคืนนี้นอนหลับฝันดีนะครับ
                  



คนไกลกัน
บันทึกการเข้า

คนไกลกัน

ห่างไกลมิหวนกลับด้งเดิม
คนไกลกัน
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80



« ตอบ #10 เมื่อ: 22 มีนาคม 2012 : 12:17:26 »



คริสมาสอันแสนวุ่นวาย



        ปลายปีกับงานรื่นเริงต่างๆ สภาพแวดล้อม อุณหภูมิ  คุณว่ามีส่วนใหมกับความรู้สึกผมเอง

ก็เป็นอีกคนหนึ่งเช่นกัน  ที่รู้สึกชอบช่วงเวลานี้ที่สุด…
         
         “นี้ๆนักเรียนเงียบกันก่อน… ครูจะปล่อยพวกเธอสักวันนึงนะ เนื่องในวันคริสมาส เราจะจัด

เลี้ยงกันดีใหม”

          “เฮ้ๆ…แซดๆๆๆ”  พร้อมด้วยเสียงปรบมือดังขึ้นมาพร้อมๆกันทั้งห้อง แสดงความดีใจ 

เอ่อ ผมลืมเล่าเกรินไปนะครับ ที่โรงเรียนนี้เจ้าของเป็นคริส ดังนั้นที่นี้ทุกปี พวกเราจะมีการเลี้ยงฉลอง

วันคริสมาสกัน  การเรียกครูของเรา ก็แตกต่างจากที่อื่น  คือเราจะเรียกครูในฝ่ายปกครองว่า” มาสเซอร์ ” กัน

“เอ้าๆเงียบๆกันก่อนทุกคน  ครูว่า เราจะจัดแบ่งหน้าที่กันหน่อย แล้วครูอยากให้พวกเธอแสดง

ความคิดเห็นร่วมกันด้วย พวกเธออยากจะทำอะไร ก็แสดงความคิดเห็นกันออกมา โอเคใหม”

เสียงปรบมือดังขึ้นมาอีกครั้ง

“ ครูค่ะหนูอยากให้มีร้องเพลง” เพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้น
 
“ ไม่เอาๆๆ ”  บางคนก็ไม่เห็นด้วย  “ แสดงละคอนครับ ”

“เล่นเกมส์ค่ะ”  เสียงดังแซดๆไปหมด

แต่สำหรับผมตอนนั้น  ฮึๆ เงียบสนิท ไม่ขอออกความคิดเห็น แต่เพื่อนที่อยู่ข้างๆผมนี้สิ

ตัวดีเลย เชียร์ให้ร้องเพลงดังลั่นไปหมด เฮ้อ…

“เอ้าๆครูว่า เอาแบบนี้ดีกว่านะ ครูจะบอกตามที่พวกเธอเสนอมา แล้วใครที่เห็นด้วย ก็ยกมือขึ้น

เอาเสียงข้างมากเป็นหลักนะ”
       
         สรุปว่า พวกเราแบ่งเป็นสองช่วงกัน  คือเช้าเราจะเล่นเกมส์กันเบาๆ แล้วร่วมรับประทาน

อาหารที่พวกเรา ช่วยกันนำมาฉลองกัน  ช่วงสายครูจะนำสไลท์  มาฉายให้พวกเราดู แล้วตอนบ่าย

พวกเราจะต้อง สลับไปร้องเพลง หรือ แสดงสิ่งที่ตนเองถนัดหน้าชั้น  งานนี้ดูๆทุกคนในห้องต่างชอบ

ใจกันหมด เว้นแต่ผมคนเดียว ไม่เห็นด้วยทุกเรื่อง  เฮ้อ…ก็หาเรื่องทำกัน ทำไมน๊า นั่งทานอาหารกัน

ก็พอแล้วนี้นา

ผมนั่งเรียนไป คิดไปตลอด ทำไงดี แต่เพื่อนหลินผมสิ โอ้ย…จอมวางแผนเล้ย แม่คนนี้

“ต้อมๆร้องเพลงกันนะ  เดี๋ยวหลินหัดต้อมร้องเพลงเอง  อิๆ”  เฮอะๆ ไม่ขำ

”ไม่เอาเลย โธ่ หลินก็รู้…”

“งั้นเล่นตลกใหม เราออกไปด้วยกัน”  หลินดูจริงจังมากเลยวันนี้ เธอคอยแต่จะคิดเรื่อง

การแสดงทั้งวัน  ผมได้แต่บ่ายเบี่บงอ้าง เรียนก่อน เดี๋ยวค่อยคุยกัน เฮ้อ…ไม่รู้ทำไงนี้นา 

ยอมรับจริงๆเรื่องนี้ สมัยนั้นไม่ได้เรื่องเลย สำหรับเรื่องพวกนี้  มันแก้กันง่ายๆ ซะเมื่อไรล่ะ

ของแบบนี้จริงใหมครับ

เสียงกริ่งดัง “ กริ่งงงงง…” “ เย้ๆพักเที่ยงแล้ว” หลินกับผมก็ไปทานอาหารด้วยกันเหมือนปกติ

หลังทานอาหารเสร็จ “ต้อม สรุปเลยเอาไง” เงียบ มองหน้าหลิน

“เอาจริงสิ” หลินโวยเราขึ้นมาทันที

“ต้อม จะเบี้ยวเหรอ เดี๋ยวเถอะๆ” จนแต้มแล้วสิเรา

“เอ่อ  เราว่า..จะไม่ออกไปอ่ะหลิน แกล้งบอกปวดท้องดีป่าว”

เท่านั้นแหละหลินจอมโหด หยิกเราทันที “ นี้แน่ะ แค่ออกไปร้องเพลงแค่นี้  ใจเสาะนี้ๆ”

“โอ้ย เจ็บนะหลิน เราไม่กล้าร้องนี้นา ใครเค้าจะร้องเก่ง เหมือนหลินกันหมดล่ะ”

แอบคิดในใจ เปี้ยวลาป่วยดีใหมหว่า

“ ต้อมไม่ต้องพูดเลย เดี๋ยวหลิน หัดต้อมร้องเพลง นี้แหละ” เฮอ…หนีไม่รอดแล้วงานนี้ 

หยุดก็เสียดายงานคริสมาส กลุ้ม…

เย็นวันนั้น หลินสอนผมร้องเพลง  ผมกับหลินฝึกร้องเพลง หลังโรงเรียนตอนเย็นด้วยกัน ทุกวัน
         
        ไว้ต่อวันอื่นแล้วกันนะครับชักจะยาวไปล่ะเดี๋ยวมึนกันหมด แล้วก็เช่นเดิมครับ ราตรีสวัสดิ์

ฝันดีนะครับผม



คนไกลกัน


บันทึกการเข้า

คนไกลกัน

ห่างไกลมิหวนกลับด้งเดิม
คนไกลกัน
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80



« ตอบ #11 เมื่อ: 26 มีนาคม 2012 : 13:02:03 »



คริสมาสที่ขอจดจำไปตลอดชีวิต


           เรื่องราวของคนเรานี้ มันก็แปลกดีนะครับ   ในเวลาที่เราต้องพบเจอ

กับเหตุการณ์เฉพาะหน้า เรามักจะมีความกังวนใจ หรือ กลัวในเหตุการณ์ ที่ยัง

ไม่เกิดขึ้น  หลายๆครั้งในชีวิต ที่เราต้องพบเจอกับสิ่งต่างๆเหล่านี้  แต่พอทุกๆ

สิ่งผ่านพ้นไปแล้ว เรามาลองย้อนกลับ ไปคิดถึงอีกครั้ง  เราก็คงอดขำตนเอง

ไม่ได้จริงๆนะครับ
         
“ต้อม ทำไมต้อมร้องผิดทุกทีเลยนะ  ตรงท่อนนี้นะ  ต้อมต้องร้องเสียงสูงกว่านี้สิ”

เรารู้สึกท้อมาก  เราไม่ชอบร้องนี้นา เราชอบฟังเพลงมากกว่า เฮ้อ…
         
        ในที่สุดวันคริสมาสก็มาถึงจนได้  ช่วงเช้าพวกเราร่วมรับประทานอาหารกัน

แม่ของหลินมาด้วยครับวันนี้  คุณแม่ดูสวยมากเลยจริงๆ แถมใจดี อีกต่างหาก

พวกเรายกมือไหว้แม่ของหลิน

“สวัสดีจ๊ะ” หลินดูจะดีใจมาก สีหน้าออกอย่างเห็นได้ชัดเลย

“หนูคนนี้หรือเปล่าที่ชื่อต้อม “

“เออ…ครับผม” ผมยกมือไหว้ “อึม แม่เห็นหลินชอบพูดถึงเรา ให้ฟังบ่อยๆนะ

เลยอยากเห็นหน้า” คุณแม่ยิ้มให้

“ต้อมแม่เอาของขวัญมาให้นะ ขอบใจมากนะที่คอยช่วยน้องหลินทำงานตลอด”

ผมรับของจากคุณแม่ “ขอบคุณครับผม “

ในใจอยากจะบอกคุณแม่ว่าเกรงใจ แต่ไม่กล้าพูดออกไป ได้แค่รับของมาแล้วยิ้มให้

“อึ้ม เดียวหลินชวนเพื่อนๆไปรับของกับแม่ ที่รถกัน “

พวกเราเดินไปช่วยขนของ กันหลายคน คุณแม่เอาขนมและอาหาร มาเลี้ยงพวกเรา

เต็มไปหมด หลังจากนั้นคุณแม่ก็กลับไปก่อน ก่อนไปคุณแม่หันมาคุยกับผมอีกครั้ง

“ ต้อม แม่รบกวน ต้อมดูแลน้องหลิน ด้วยนะจ๊ะ”

“ครับผม” คุณแม่ยิ้มให้แล้วขึ้นรถไป ผมรู้สึกปลื่มใจมาก แต่มันก็จุกอยู่ที่คอไม่ได้

พูดอะไรไปมากกว่านี้
         
         ผมเริ่มเช้าอันแสนปลื่ม คงต้องขอบคุณสำหรับคริสมาสปีนี้จริงๆ ไม่เคยคิด

เลยว่าจะได้รับคำชมและของขวัญจากคุณแม่ใจดี จริงๆ…
       
ช่วงเช้าพวกเรารับประทานขนม และเล่นเกมส์ หลายๆอย่างกันเสียงหัวเราะรอยยิ้ม

ของเพื่อนๆ ความรู้สึกแบบนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตการเรียน ที่ผ่านๆมาของผมเลย

ผมวัยนั้นมีความจำเป็น ต้องย้านโรงเรียนถึงสามครั้ง ครั้งนี้เป็นโรงเรียนที่สองสำหรับผม

เหตุผลนี้เองผมเลย ไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทจริงๆมากนัก เพราะพอจะรู้จักและสนิทสนมกัน

ขึ้นมาก็ต้องย้ายไปที่ใหม่อีกแล้ว
             
“ต้อมๆ ชิมนี้ดูสิ แม่เราเอามาอร่อยมากนะต้อมหลินชอบ”

“หลินขอบใจมากนะ”

“เราเกรงใจแม่หลินมากเลยวันนี้” เรายิ้มให้หลิน

“เออ หลินคุยอะไรกับแม่เหรอ เห็นแม่บอกเรา” หลินยิ้มให้

“ ก็ต้อม ช่วยหลินมาตลอดนี้ ไม่มีอะไรหรอก”

“เราเพื่อนกันนี้ เราไม่ช่วยได้ไงล่ะ”

เพื่อนๆแกล้งมาแหย่พวกเราเช่นเคย “เฮ้ยๆ อย่าซึ้งๆ ฮ่าๆๆๆๆ”

“อะไรใครซึ้งเดี๋ยวเถอะ” หลินหันไปโวยทันที เสียงแซวเสียงหัวเราะดังไปหมด

อึม แต่เราซึ้งจริงๆนะตอนนั้น

เวลาแห่งความสุขของพวกเราค่อยผ่านไปช้าๆ จนถึงช่วงบ่ายจนได้
         
“นี้ๆเอาแบบนี้นะ ครูจะขอผู้กล้าหาญคนแรกก่อนต่อจากนั้น  คนที่ออกมาจะ

เป็นคนเลือก ผู้โชคดีคนต่อไปนะ”

พวกเพื่อนๆก็สลับกันออกไปบางคนก็รวมกลุ่มไปเล่านิทาน บางคนกล้าหน่อย

ก็ออกไปร้องเพลงบ้างหรือเล่นละคอนแตกต่างกันไป
         
        อึม คิวผมถึงแล้ว หลินดึงมือผมออกไปหน้าชั้น สั่นเหมือนเดิม เราไม่รู้

ทำไงดีแก้ไม่หาย แต่ได้กำลังใจตลอดมาตั้งแต่เช้า วันนี้ผมเลยกัดฟันสู้

ร้องเพลงคู่กับหลินจนจบ เพื่อนๆปรมมือให้ ร้องดีใหม ผมก็ไม่รู้นะ แต่คงดีกว่าทุกๆ

ครั้งที่เคยออกมาแบบนี้มั้ง แต่ถึงอย่างไรก็ตามความรู้สึก ในวันนี้ ผมจะจดจำมัน

เอาไว้ตลอดไป ขอบคุณจริงๆ ที่มอบคริสมาสที่แสนวุ่นวายและมีความสุขเช่นครั้งนี้
       
        ขอจบเพียงแค่นี้ก่อนนะครับนอนหลับฝันดีครับคืนนี้



คนไกลกัน


     
บันทึกการเข้า

คนไกลกัน

ห่างไกลมิหวนกลับด้งเดิม
คนไกลกัน
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80



« ตอบ #12 เมื่อ: 27 มีนาคม 2012 : 21:09:40 »



ปีใหม่ของฉัน


  เรื่องราวต่างๆที่ผ่านมามันคงเป็นช่วงเป็นตอนจริงๆนะครับ  ปีใหม่บางคน

อาจจะชอบ หรือ สนุกสนาน กับการฉลองกับครอบครัว  แต่สำหรับผมแล้ว

อึม มันกลับตรงกันข้ามนะครับ  สมัยนั้นวันหยุดปีใหม ผมก็มีแค่อยู่กับบ้าน หรือ

อย่างเก่งก็แค่ไปใหนใกล้ๆ แถวๆบ้านเพียงแค่นั้น ผมจึงค่อนข้าง จะไม่อยากออก

ไปใหนสักเท่าไร  ผมมักจะใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน ดูทีวี  อ่านหนังสือ  อยู่กับบ้านไปวันๆ
 
“เป็นไงบ้าง ไปเที่ยวใหนมาล่ะ”

“เราไปเที่ยว กับพ่อแม่เราที่ชลบุรี”
 
“นี้เราได้ไปทะเลกับพี่เราด้วยนะ” เสียงเพื่อนๆคุยกัน สนุกสนาน ต่างคนต่างเล่า

เรื่องของตนเอง ให้เพื่อนๆฟังกัน  เว้นแต่ผมนะ เพราะไม่ได้ไปใหนกับเค้า ได้แค่

ฟังเพื่อนคุยกัน แย่นะ…แต่เราจะทำไงได้ละ

“ต้อม เงียบจัง ไม่เห็นเล่าให้หลินฟังเลยนะ” หลินพยามชวนเราคุย

“อ้อ ไม่มีอะไรนี้หลิน เราไม่ค่อยสบาย เลยไม่ได้ไปใหน”

เราได้แค่ตอบเลี่ยงๆไปเท่านั้น

“นี้ ของฝากนะต้อม เราไปฮ่องกงกับแม่มา หลินซื้อมาฝากต้อมด้วย ดูสิ”

“ขอบใจนะ หลิน” วันนั้นเราจำได้ดี เรารับของจากหลิน เราพูดได้เพียงเท่านี้จริงๆ

“ต้อม เป็นอะไร” เราเงียบไม่มีแม้นกระทั้งเสียงจะตอบเพื่อน “ ต้อมไม่ชอบเหรอ”

เราส่ายหน้าตอบหลิน เราไม่เคยรู้สึกถึงการลำบากที่จะพูดตอบใครเลยจริงๆ

พยามออกเสียงไปเบาๆ “หลิน…ขอบ..ใจ…นะ” ผมทำได้เพียงแค่พูดซ้ำๆเท่านั้นเอง

น้ำตามันแทบจะร่วง ออกมาให้ได้  ความรู้สึกแบบนี้ มันเกิดขึ้น แบบกระทันหัน

มันเป็น ความซาบซึ้งใจ ความน้อยใจตนเอง แบบเด็กๆของผม ในวัยนั้น

อึม…ผมเล่ามาหลายๆตอน แต่สำหรับตรงจุดนี้ ผมรู้สึกแย่จัง  เหมือนผมกำลัง

เขียนประจานตัวเอง อยู่หรือเปล่า แต่ผมคิดว่า มันเป็นอีกมุมนึงนะ สำหรับ

คุณพ่อคุณแม่ที่ได้ เข้ามาอ่านเรื่องนี้  วันพิเศษเหล่านี้ คุณอ่านแล้วคิดถึง

ลูกๆคุณ  บ้างนะครับ

คุณอาจจะมองเพียงแค่ เรื่องเล็กๆน้อยๆเท่านั้น  แต่ สำหรับเด็กๆแล้ว

เมื่อเจอเพื่อนๆพูดคุยกันแบบนี้ ผมตอบคุณได้เลย ว่า มันเป็นรอยแผล

ในใจเลยนะครับ เพียงแค่เวลาสักช่วงนึงกับการอยู่รวมกันหรืออาหาร

พิเศษสักมื้อหนึ่ง กับเทศกาลแบบนี้ ก็ยังดีนะครับ เว้น แต่คุณมีโอกาส

และเวลาที่จะไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ก็ตามควรแก่บุคลไปครับ
           
          วันนี้ผมขอเล่าอดีตตอนนี้แต่เพียงแค่นี้ก่อนนะครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ




คนไกลกัน

บันทึกการเข้า

คนไกลกัน

ห่างไกลมิหวนกลับด้งเดิม
คนไกลกัน
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80



« ตอบ #13 เมื่อ: 28 มีนาคม 2012 : 12:30:36 »



วันเด็กที่คิดถึงเสมอ


          ครั้งหนึ่ง ทุกๆคนคงคิดเช่นกันนะ  แต่อาจจะมีความรู้สึก กับช่วงชีวิต

ช่วงใดเท่านั้นเอง แต่สำหรับผมแล้ว ช่วงทีผมรู้สึกมากคงจะเป็นช่วงนี้  อาจ

เพราะด้วยวัย ที่ยังไม่ต้องรับผิดชอบสิ่งใดมั้ง  ภาระต่างๆก็มี แค่ เรียน เล่น 

ความทรงจำในช่วงนี้จึงแลดูเด่นชัดมากกว่าช่วงเวลาอื่น….
         
        “ เสาร์นี้ไปใหนจ๊ะต้อม ” หลินถามเรา “ ไม่รู้สิหลิน เราไม่รู้ไปใหนอ่ะ”

“ งั้นต้อมไปกับหลินใหม แม่จะพาไปเที่ยววันเด็ก ที่ท้องฟ้าจำลองกัน ”

สมัยนั้นบอกตรงๆเลย ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่ามีท้องฟ้าจำลอง “ แต่หลินเพิ่งมา

จากต่างประเทศกลับรู้จัก เฮ้อ…

“ อะไรนะหลิน มันมีอะไรเหรอ “ หลินยิ้ม

“ อ้อ แม่บอกจะพาไปดูดาวกันนะ ต้อม” เพิ่งรู้แฮะ

“อึม น่าสนใจนะ เราไม่เคยไปเลย”

ตอนนั้นเรารู้สึกสนใจมาก กับท้องฟ้าจำลอง อยากรู้ว่าเป็นแบบใหน
       
         ในที่สุดวันที่ผมอยากไปก็มาถึง ผมไปรอหลิน ที่ปากซอยบ้าน

หลินนั่งรถมากับคุณแม่ใจดี  ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก รถแม่ใจดีก็จอดรับผม

“ สวัสดีครับผม” หลินยิ้มให้ แล้วเปิดประตู้รับผมขึ้นรถ “สวัสดีจ๊ะต้อม”

คุณแม่ใจดีรับไหว้ผม “ต้อมๆนี้ขนมจ๊ะ หลินเอามาเผื่อ”

“ขอบใจนะหลิน” รถวิ่งไปตามถนนสุขุมวิท ผมมองดูถนนตลอดทาง

สมัยนั้นผมไม่ค่อยมีโอกาสออกไปใหนสักเท่าไร ความรู้สึกแบบเด็กๆ

ที่ไม่เคยไปใหนนั้นเอง มองข้างทางจนเมารถเลย ดีนะแม่ใจดีมีถุงให้ผม

เฮ้อ…อายเค้าเป็นบ้าเลย อาเจียรออกมาจนหน้าซีดไปหมด แย่จัง

ในที่สุดพวกเราก็มาถึง ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ ในที่สุด

คนเต็มไปหมดเลยวันนั้น “หลิน กับ ต้อม เดินดูๆกันนะลูกเดี๋ยวหลงกัน”

“ครับ” “ค่ะแม่” เราเดินไปพร้อมๆกันหลินเดินมาจับมือเรา “ผมรู้สึกไงไม่รู้

เขินๆ” ดีแล้ว จูงมือกันนะสองคน “แม่ยิ้มให้ “ครับ”

“หลินเดี๋ยวรอแม่กันตรงนี้ ก่อนนะ แม่ไปซื้อบัตรก่อน”

เราสองคน ยืนรอแม่กันสักพักหนึ่ง  ผมเห็นเด็กๆมากันเต็มไปหมด

“เอ้า หลิน ต้อม แม่ได้บัตรมาแล้วนะ เด็กๆไม่เสียเงินกันแม่ได้บัตรเข้าชมรอบเที่ยงนะ “

“งั้นเอาแบบนี้แล้วกัน เดี๋ยวเราไปดูกิจกรรมกันก่อน” ผมกับหลินเดินตามแม่ไป

เราเข้าไปเล่นเกมส์หลายๆอย่าง ที่ทางท้องฟ้าจำลองจัดขึ้น สนุกมากเลยจริงๆ

แต่ละที่ก็จะแจกของขวัญวันเด็กแตกต่างกันไป  เราได้สมุด ดินสอ ยางลบ กล่อง

แล้วของเล่นตัวต่อมาหลายชิ้น แถมยังได้เข้าชมสิ่งประดิษฐ์ต่างๆภายในอาคาร

ที่นี้เค้าจัดเป็นนิทัศการ แบ่งเป็นส่วนๆ ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นของจริงมาก

เคยได้เห็นแต่ภาพในหนังลือ ได้มาเห็นของจริงก็วันนี้เอง  เราสองคนเดิน

เที่ยวกัน จนคุณแม่ใจดีต้องเรียกให้พักทานข้าวกัน
 
“หลินๆต้อม เดี๋ยวพักทานข้าวกันก่อนนะลูก  นี้ใกล้เวลาแล้ว ไปทานอะไรกัน

แล้วแม่จะได้พาไปดูดาวในท้องฟ้าจำลองกันนะลูก” เราเดินมาหาคุณแม่ใจดี

กัน  “แม่หนูปวดขาอ่ะ เหนื่อยจัง” หลินบ่น ผมได้แต่ยืนดูห่างๆรู้สึกเกรงใจมาก

จริงๆไม่ได้ช่วยอะไรคุณแม่เลย  ผมหยิบเงินออกมาจากกระเป๋า นี้เงินที่ผมเก็บ

ไว้สำหรับวันนี้โดยเฉพาะเลย  แต่แค่ผมล้วงหยิบเงิน ยังไม่ทันเอาออกมาเลย

“ต้อมทำอะไรลูก  แม่รู้นะไม่ต้องหรอกจ๊ะขอบใจนะ เดี๋ยว รอแม่กันตรงนั้นนะ

ต้อมพาหลินไปหาที่นั่งรอแม่ก่อน  คนเยอะ” ผมได้ยินก็รับคำ
 
“ ครับผม ขอบคุณครับ”  “แม่หลินไม่เอาผักนะแม่” คุณแม่ไม่ตอบยิ้มให้แล้ว

ก็เดินไป เราสองคน ก็เดินไปหาที่ว่างๆนั่งรอแม่กัน 

ผมนั่งมองแอบนึกในใจแบบเด็กๆนะ  อยากให้คุณแม่ใจดีเป็นแม่ผมจริงๆจัง

“เอานี้ เลือกกันเองนะลูกเดี๋ยวแม่ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ นั่งทานกันเลยนะลูก

ไม่ต้องรอแม่นะ”  “ค่ะแม่ “ หลินหยิบส่งให้เรา “ ต้อมเอานี้ใหม แฮมเบอร์เกอร์”

“เราอะไรก็ได้นะ หลินไม่เป็นไร” เราเกรงใจมาก ให้เค้าพามาแล้วยังเลี้ยงเราอีก

เรานั่งทานกันสักพักหนึ่งแม่ก็มา “ อร่อยใหมจ๊ะต้อม  ทานให้อิ่มนะ เดี๋ยวเข้าไป

ข้างในแล้วทานอะไรไม่ได้นะ “ ผมยิ้มให้ “ครับขอบคุณครับผมอิ่มแล้วครับ”

สายตาแม่ใจดีมองผมๆรู้สึกเหมือนแม่เป็นห่วงผม เหมือนลูกท่านจริงๆเลย

ไม่รู้ยังไงนะ ผมก็บอกไม่ถูก แม่อาจจะถูกชะตาผมมั้ง “แม่หลินอยากไปห้องน้ำ

ปวดท้องอ่ะ”  “เออ งั้นเราไปเป็นเพื่อนนะหลิน คุณแม่ยังไม่ได้ทานอะไรเลย”

แม่ยิ้มให้ “ ต้อมเดินไปดูๆกันนะขอบใจนะลูก” ผมยิ้มให้แล้วพาเพื่อนไปเข้าห้อง

น้ำกัน “ต้อมหลิน เดินไปตรงโน้นนะลูกเห็นป้ายใหม”

 “ค่ะแม่ “พวกเราไปเข้าห้องน้ำเสร็จก็เดินออกมาหาแม่ใจดีกัน
           
       ยาวเลยนะครับวันนี้ ไว้ค่อยมาเล่าต่อแล้วกันนะครับ ราตรีสวัสดิ์ครับผม




คนไกลกัน


บันทึกการเข้า

คนไกลกัน

ห่างไกลมิหวนกลับด้งเดิม
คนไกลกัน
สมาชิกประจำ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 80



« ตอบ #14 เมื่อ: 30 มีนาคม 2012 : 00:44:54 »



ท้องฟ้าของฉัน

              คุณเคยรู้สึกตื่นเต้น หรือ ตื่นตาตื่นใจบ้างใหม  ในวัยเด็กทุกคนน่าจะมี

สักครั้งบ้างนะครับ กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  ในครั้งนั้นผมไม่ค่อยจะมีโอกาส สักเท่าไรนัก

ย่อมมีความรู้สึกมากเป็นธรรมดา
             
           ในที่สุดก็มีเสียงประกาศดังขึ้นพวกเรารีบเดินไปเข้าแถวรอที่ ห้องฉายดาวกัน

ผู้คนมากมายรอเข้าคิวต่อกันแถวยาวมากจริงๆ  “ ต้อม  หลิน คอยมองดูกันเองด้วยนะลูก”

เสียงคุณแม่ใจดีสั่งเราสองคน ด้วยความเป็นห่วง  หลินยืนเข้าแถวกับผม ตามลำดับ

สักพักหนึ่งประตูก็เปิดออกมา มีคนยืนหน้าประตูสองคน รอตรวจบัตรผู้เข้าชม พวกเรา

เดินตามไปเรื่อยๆจนในที่สุด ก็ได้เข้ามาภายในห้อง ฉายดาว จนได้
           
           ผมมองดูรอบๆห้องลักษณะเป็นโดมโค้ง สูงใหญ่มากเลย ตรงกลางห้อง มีเครื่อง

ดำๆใหญ่มาก ตั้งตระหง่านอยู่ มองดูมีลูกกลมๆสองลูก ขนาดใหญ่อยู่สองข้าง รูปทรง

ประหลาดมาก ซึ่งนั้นก็คือ เครื่องฉายดาว นั้นเอง ผมมองอย่างสงสัยในตอนนั้น  เพราะ

ยังไม่มีความรู้เลยจริงๆ รอบๆห้องมีเก้าอีนั่งอยู่เต็มไปหมด  พวกเราเดินตามไป จนได้ที่นั่ง

แห่งหนึ่งแถวประมาณกลางๆ ผมก็ชักจะลืมๆไปแล้ว เพราะมันนานมากจริงๆ 

เรานั่งรอคนอื่นๆเข้ามากันจนครบ สักพักหนึ่ง ก็มีเสียงผู้บรรยาย กล่าวต้อนรับ และบอกถึง

เครื่อง ฉายดาว ให้พวกเราฟังกัน  ภาพท้องฟ้าที่ยังมีดวงอาทิตย์ ค่อยๆลอยคล้อยไปช้าๆ

แสงในห้องก็ ค่อยๆมืดลง ผู้บรรยายภาค ให้พวกเราฟัง ถึง แสงอุษา ยามดวงอาทิตย์ตก

เสียงผู้คนปรบมือกัน ดังไปหมด แสงสีแสด เรืองรอง ที่ขอบฟ้าด้านทิศตะวันตก สวยงาม

มาก สักพักก็ค่อยๆ จางหายไป บรรยากาศความมืดเริ่มขึ้นแล้ว แสงดาวค่อยๆทอแสงขึ้น

มาทั่วฟากฟ้า เสียงปรบมือต้อนรับ ดวงดาวดังขึ้นพร้อมกัน

“ โอ้ ..โห..แซดๆๆๆ”  เสียงร้องเกิดขึ้นจากความตะลึง ในภาพที่พบเห็นนั้นเอง

ผมนั่งมองตะลึง ไม่คิดว่าท้องฟ้าจะสวยงามขนาดนี้  สักพักเสียงก็เงียบลง  ดวงจันทร์ก็เริ่ม

สว่างขึ้น แสงดาวก็ค่อยๆจางลง ผู้บรรยายอธิบายปรากฏการณ์  ให้เราฟัง ถึงท้องฟ้า จุดกลางฟ้า

ให้เราสังเกตุ การมองดูกลุ่มดาว เพื่อที่ จะหาทิศต่างๆ  สักพักหนึ่ง ดวงจันทร์ ก็ค่อยๆลดแสง

ลงประมาณว่า เป็นคืนเดือนแรม หรือ ข้างแรมนั้นเอง

คราวนี้ท้องฟ้ากลับมืดลงอีกครั้ง แสงดาวค่อย ๆเด่นชัดจน ทุกคนตะลึง กับ ภาพดวงดาวที่เห็น

” โอ้วว์ โห…” เสียงร้องดังขึ้นทันที

ผมมองดู เหมือนโดนดวงดาวสะกดไว้เลยขณะนั้น หลินจับมือผมแน่น เลยตอนนี้  ผมตะลึง

กับถาพที่เห็น จนไม่รู้จะกล่าวเช่นไรดี  เกิดมาก็เพิ่งจะได้ชม เป็นครั้งแรกในชีวิต 

ท้องฟ้าเวลามืดสนิดแบบนี้  ช่างสวยงามเสียเหลือเกิน  หลินกับผมนั่งมองดูดวงดาวกัน  เราสอง

คนเหมือนอยู่ตกในความฝัน  บรรยากาศเย็นขึ้นจนรู้สึกหนาวไปหมด ท้องฟ้า ก็มี ดวงดาวต่างๆอยู่

เต็มฟากฟ้า  เสียงผู้บรรยายเล่าเรื่องดวงดาว และ กลุ่มดาว ให้พวกเราฟังเพลินๆกัน  ตลอดเวลา

และที่ผมประทับใจที่สุดก็คือ เรื่อง นิยายดวงดาว ที่ได้รับฟังในวันนั้น  เวลาผ่านไปช้าๆกับดวงดาว

มากมาย ที่รับรู้ และ สัมผัสได้ ด้วยภาพและความรู้สึก ความประทับใจที่เกิดขึ้นในครั้งแรกของชีวิต

ที่ผมไม่มีวันลืมเลือน จากใจไปได้อีกเลย

พวกเรามีความสุขมาก ที่ได้พบเห็นดวงดาวในวันนี้  ความประทับใจที่เกิดขึ้นนี้เอง จึงเป็นแรงบันดานใจ 

ให้ผมมีความรัก ความผูกพันธ์ กับท้องฟ้าจำลองตลอดมา นับว่าเป็นสัมผัสแรก กับความทรงจำ ที่น่าทึ่ง

เลยจริงๆ
             
       ขอบคุณเพื่อนรัก ที่ชวนผมมา ขอบคุณคุณแม่ใจดี ที่พาผมมาในวันนี้  ขอบคุณท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ

ที่นำสิ่งสวยงามเหล่านี้ มาให้พวกเราได้ชมกัน  ขอบคุณจริงๆครับจากใจ ของเด็กน้อยตัวเล็กๆคนหนึ่ง ในครั้งนั้น

ที่รัก และ มีความผูกพันธ์ กับสถานที่แห่งนี้มานานแสนนาน
             
        สุดท้ายนี้ผมฝากเรื่องราวของผม กับ ความรู้สึกประทับใจ มอบให้ผู้อ่าน ไปชื่นชมกับของจริงๆกันนะครับ 

บรรยากาศแสงดาว กับ เรื่องเล่าของดวงดาว อันทรงคุณค่า ความประทับใจเหล่านี้ หาเวลาพาบุตรหลานของท่าน

ไปชื่นชมดูครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ




คนไกลกัน


บันทึกการเข้า

คนไกลกัน

ห่างไกลมิหวนกลับด้งเดิม
หน้า: [1] 2 ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

กาแฟ ร้อยตะวัน กลอน บทกลอน บทกวี ร้อยความฝัน พันจินตนาการ

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2015, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF
.::: Theme & Graphic designed by Thanarath Sawasdichai :: www.dreampoem.com supported by Roytawan Coffee :: © 2002-2010 DreamPOEM.COM All Reserved. :::.